วันพุธที่ 03 กันยายน พ.ศ. 2557

ดัชมิลล์-เมเจอร์ เปิดแคมป์สอนภาษาอังกฤษ

เปิดตัวไปแล้ว สำหรับโครงการ English On Screen 2011 หรือ EOS 2011 แคมป์สอนภาษาอังกฤษ ในโรงภาพยนตร์ ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดย เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมกับ ผลิตภัณฑ์นมเปรี้ยว ดัชมิลล์ 4 อิน 1 และสถาบันสอนภาษา EF Education First ประจำประเทศไทย ด้วยการเปิดรับสมัครนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นทีม ทีมละ 4 คน เข้าร่วมอบรม ภายใต้แนวคิด Edutainment Learning การเปิดตำราบทใหม่โดยใช้ภาพยนตร์เป็นสื่อสอดแทรกการให้การศึกษาด้านภาษาอังกฤษเพื่อให้เยาวชนไทยมีพัฒนาการด้านภาษาเพิ่มมากขึ้น สามารถชมภาพยนตร์เสียงภาษาอังกฤษได้โดยไม่ต้องอ่านซับไตเติ้ลภาษาไทย ซึ่งในปีที่ผ่านมาโครงการ English On Screen ได้รับรางวัลชนะเลิศ “การตลาดยอดเยี่ยมแห่งปีในภูมิภาคเอเชีย : Cinema Marketing Award in Asia” จากการส่งเข้าประกวดแผนการตลาดเชิงสร้างสรรค์สังคม โดยได้คว้ารางวัลอันทรงเกียรตินี้จากการแข่งขันในรอบสุดท้ายที่จัดขึ้นในงาน CINE ASIA 2010 ที่ประเทศฮ่องกง ซึ่งมีผู้เข้าแข่งขันจากทั่วเอเชียในรอบแรกมากกว่า 10 ทีม และในรอบที่ 2 มี 4 ประเทศที่ผ่านเข้ารอบสุดท้าย ได้แก่ ประเทศไทย, ญี่ปุ่น, สิงคโปร์ และฟิลิปปินส์

สำหรับปีนี้มีนักเรียนจากสังกัดโรงเรียนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ให้ความสนใจเข้าร่วมอบรมถึง 2,000 คน โดยแบ่งการอบรมเป็น 2 รอบ รอบละ 1,000 คน ณ โรงภาพยนตร์สยามภาวลัย ชั้น 6 พารากอน ซีนีเพล็กซ์ บรรยากาศของการอบรมทั้งสองวันเป็นไปอย่างคึกคัก โดยมีบูธของเหล่าผู้สนับสนุนใจดีที่ให้ทำการอบรมในปีนี้ผ่านลุล่วงไปด้วยดี อาทิ ดัชมิลล์, สถาบันสอนภาษา EF Education First ประจำประเทศไทย, ซีพี เฟรชมาร์ท, เอเวอร์เซ้นส์, แด๊ดดี้ โด และ สตาปิโล เป็นต้น

ความพิเศษของการอบรมของโครงการในปีนี้ ได้เปิดรับสมัครนักเรียนที่เข้าอบรมเป็นทีมๆ ละ 4 คน นักเรียนทุกคนที่ผ่านการอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรรับรอง ส่วนทีมที่สามารถทำคะแนนสอบประเมินผลสูงสุด 2 อันดับแรก มีสิทธิ์พาอาจารย์ผู้สอน 1 ท่าน ร่วมทีมแบบยกแก๊งเดินทางไปเรียนคอร์สภาษาอังกฤษเป็นเวลา 2 สัปดาห์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ กับโรงเรียนสอนภาษาในต่างประเทศของสถาบัน EF International Language School ที่มีอยู่ใน 50 เมืองทั่วโลกประเทศไหนก็ได้ อาทิ สหรัฐอเมริกา, อังกฤษ, แคนาดา,ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, สิงคโปร์, ไอร์แลนด์, แอฟริกาใต้, มอลต้า เป็นต้น

หลังเสร็จสิ้นการอบรม เหล่าอดีตนักเรียนทุนที่เคยผ่านประสบการณ์การอบรมกับโครงการ English On Screen และได้รับทุนไปศึกษาด้านภาษาอังกฤษกับโครงการฯ พร้อมตัวแทนน้องๆ จากโครงการฯ ที่เข้าอบรมในปีนี้ต่างมาแสดงความคิดเห็นและร่วมพูดคุยถึงประสบการณ์กับการเป็นนักเรียนทุนและการอบรมภาษาอังกฤษในโรงภาพยนตร์

เริ่มด้วยแก๊งอดีตนักเรียนทุน English On Screen 2010 ประกอบด้วย พรธีรา ตั้งตระกูล,

นงนภัส วีรยางกูร, ชนนนันท์ พังงา, ชนกนนท์ พังงา และ ศาสตร์ศิลป์ สุทันกิตระ นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

น้องเพลิน-พรธีรา ตั้งตระกูล ย้อนเล่าถึงการเดินทางไปเรียนด้านภาษาอังกฤษที่ประเทศแคนาดาเป็นเวลา 1 เดือนว่า มาอบรมกับโครงการฯ เพียงคนเดียว เพื่อนๆ ไม่ได้มาด้วย ตนเองสอบวัดผลได้เป็นที่ 2 ของนักเรียนที่เข้าอบรมทั้งหมด เลยได้ทุนพาเพื่อนๆ อีก 4 คนเดินทางไปแคนาดาด้วย

“ตอนแรกไม่คิดว่าจะได้ เพราะคนสมัครร่วมอบรมเยอะมาก พอสอบเสร็จก็กลับบ้าน หลังจากนั้นอีกไม่กี่วัน ทาง เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ก็โทรศัพท์มาบอกว่าได้รับทุนจากโครงการ EOS นะ ตอนนั้นเขาให้ 2 ทุน เราสอบได้ที่ 2 เลยได้ไป ดีใจมากๆ”

น้องเพลินและเพื่อนๆ ยังบอกด้วยว่า เป็นประสบการณ์ชีวิตจริงๆ เพราะเมื่อไปถึงแคนาดา ทุกคนได้ใช้ภาษาอังกฤษในการดำเนินชีวิตเพียงอย่างเดียว ทั้ง ฟัง พูด อ่าน และเขียน เป็นผู้ใหญ่ขึ้นเพราะต้องดูแลตัวเอง เนื่องจากต้องอยู่กับ Family ต้องขอขอบคุณโครงการ EOS จริงๆ เพราะทำให้พวกเราได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษมากขึ้น อยากบอกน้องๆ ที่มาอบรมว่า ให้ตั้งใจฟัง เรามีโอกาสที่ดีกว่าหลายๆ คน ถ้าเราสามารถทำคะแนนได้สูงมากเท่าไร เราก็อาจจะเป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้ไปเรียนภาษาอังกฤษในต่างประเทศก็ได้

น้องเอิร์ธ-เบญญาภา เตชะธนะกิจ อดีตนักเรียนทุนของโครงการ EOS ปี 2009 ปัจจุบันเรียนปี 2 ด้าน Bachelor Business Admin ภาษาอังกฤษ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตอนที่ได้ทุนตนเรียนอยู่ที่โรงเรียนอัสสัมชัญคอนแวนต์ เลยเลือกไปเมืองซีแอตเติล สหรัฐอเมริกา ตอนมาอบรมไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะได้ และก็ไม่ได้เตรียมตัว เพียงอยากดูหนังฟรี อยากได้เทคนิคใหม่ๆ จากอาจารย์ต่างประเทศ เลยสมัครเข้ามาอบรม ซึ่งไม่ผิดหวังเราได้เรียนรู้ ได้แนวคิดใหม่ๆ ในการจดจำภาษาอังกฤษ แบบไม่ต้องท่องจำแกรมม่าให้วุ่นวาย

น้องเอิร์ธ ยังบอกด้วยว่า ประสบการณ์ในต่างประเทศเป็นสิ่งที่ดีมาก ได้ประสบการณ์แบบที่เมืองไทยไม่มี ถ้าใครได้มีโอกาสเข้าร่วมแคมป์เรียนภาษาอังกฤษในโรงหนังกับโครงการ EOS ก็อยากบอกว่าให้ทำให้เต็มที่ เราคงไม่มีโอกาสแบบนี้มากนัก และที่สำคัญภาษาอังกฤษเป็นสิ่งสำคัญสำหรับชีวิตประจำวัน และถือเป็น basic skill ไปแล้ว

สองอดีตนักเรียนโครงการ EOS ปี 2008 ณัฐรดา กิตติคุณเดช (โบ) และ พงศ์ภวัน เศรษฐ์ธนันท์ เปิดใจถึงโครงการ EOS ว่าเป็นครั้งแรกที่มาเข้าอบรมค่ายทางวิชาการ โดยเฉพาะการเรียนภาษาอังกฤษ ตอนมาเรียนก็ตั้งใจฟังครู และพยายามเอาหลักที่ครูสอนมาตอบคำถามในข้อสอบ เพราะตัวเองอยากไปเรียนภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา ปีนั้นเขาให้เราไปประเทศอังกฤษ ไปเรียนที่เมืองบอล์นมัธ เรียนอยู่ 14 วันก็กลับเมืองไทย ได้อะไรมาเยอะมาก ทั้งภาษา วัฒนธรรม และความเป็นอยู่ ใครได้ทุนไปจะรู้ว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีกับชีวิตและคุ้มค่ามากจริงๆ

นอกเหนือจากอดีตนักเรียนทุนที่ผ่านประสบการณ์ครั้งสำคัญในชีวิตแล้ว เรายังมีคำพูดของสองแก๊งใหญ่ที่เข้าร่วมแคมป์โครงการ EOS ในปีนี้มาเปิดเผยความในใจ

แก๊งแรก เป็นกลุ่มนักเรียนจากโรงเรียนเซนต์โยเซฟคอนแวนต์ น้องใบเตย-พิชชาพร มะริด, น้องแป้ง-พิรันดา แผ่ตระกูล, น้องแตงกวา-ภัทรสุดา หงษ์ดำ และน้องหมอนอิง-พัชรพร ปลื้มเนตร บอกว่า เป็นโครงการที่ดีมากๆ รู้สึกว่าภาษาอังกฤษดีขึ้นมาก เข้าใจง่ายขึ้น และที่สำคัญมีทัศนคตดิที่ดีกับเรื่องการเรียนภาษาอังกฤษ อยากให้น้องๆ เพื่อนๆ ลองมาเข้าแคมป์บ้าง เพราะการเรียนภาษาอังกฤษในห้องเรียนบางทีก็แตกต่างกับการเรียนที่ครูคริสโตเฟอร์ ไรท์ สอนมากๆ ศัพท์หรือวลีบางประโยค เราสามารถมาดัดแปลงใช้เป็นคำแสลงได้อีกเยอะเลยค่ะ

ส่วนแก๊งที่สองจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา น้องพลอย-สรัลชนา รมยานนท์, น้องปิ๋ม-กานต์ชนิต แพทย์ประสิทธิ์, น้องดา-ฐานิดา อัศดรบริการ และ น้องเตย -พรรณสร ศรีสถาพร เล่าว่า ดีและสนุกมากค่ะ เป็นการเรียนภาษาอังกฤษที่รู้สึกว่าตัวเองเข้าใจเนื้อหา และประโยคต่างๆ ได้มากจริง ๆ เราสามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้เยอะ ขนาดเรียนไม่กี่วัน แต่สิ่งที่ได้เยอะมากๆ พอเพียงสำหรับการที่เราจะนำไปใช้ในการเรียนหนังสือในห้องเรียนค่ะ

ด้านครูผู้สอน คริสโตเฟอร์ ไรท์ กล่าวว่า พยายามเลือกหนังที่มีศัพท์ไวยากรณ์เยอะๆ และมีแง่คิด เพื่อให้เด็กนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้น การเรียนภาษาอังกฤษเราจะใช้วิธีท่องจำเพียงอย่างเดียวคงไม่ได้ เราต้องอาศัยการดัดแปลง และหยิบคำศัพท์แต่ละตัวหรือแต่ประโยคมาใช้ให้เหมาะสม

วันที่ 29/11/2554 เวลา 11:18 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



น้ำตาลหวานสมชื่อ [30/08/2557]
สาวหน้าหวาน สวยแทงใจ อยู่ที่ไหนก็ไม่พ้นสายตา “แมวมอง” อย่าง “น้ำตาล-พิจักขณา วงศารัตนศิลป์” วัย 22 ปี