วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

“ลอยกระทง-ลอยน้ำ-ลอยฟ้า” ฝากสายธารากลับคืน

“เดือนสิบเอ็ดน้ำนอง เดือนสิบสองน้ำทรง พอถึงเดือนอ้ายเดือนยี่ น้ำก็รี่ไหลลงไหลลง”

“เพ็ญเดือนสิบสอง” เทศกาล “วันลอยกระทง” เสียงเพลงแห่งฤดูกาลแว่วดัง ลูกเด็กเล็กแดง หนุ่มสาว ผู้เฒ่าผู้แก่ ต่างเฝ้ารอวันเวลาแห่งความสุข ในช่วงต้นฤดูหนาวเสมอมาในทุกๆ ปี

แต่ไม่ใช่พุทธศักราช 2554 เพราะปีนี้เป็นปีที่ประวัติศาสตร์ต้องจารึกว่าเมื่อผ่านเดือนสิบเอ็ดน้ำนองไปแล้ว เดือนสิบสองน้ำกลับนองยิ่งกว่า หรือจะเรียกว่า “น้ำท่วมใหญ่-มหาอุทกภัย” ก็คงไม่ผิด

ราวกับว่า “แม่คงคา” พิโรธ หรือ “แม่ธรณี” บีบมวยผม อย่างไม่รู้หยุดก็ไม่ปาน!

นับแต่ต้น ก.ย.จนล่วงเข้าต้น พ.ย. ปริมาณน้ำยิ่งนับวันก็ยิ่งทบทวีคูณ จนท่วมจมหลายสิบจังหวัดในภาคเหนือตอนล่าง จนถึงภาคกลาง และไม่เว้นแม้แต่กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงของประเทศไทย

ปีนี้กรุงเทพฯ ยังมีงาน “ลอยกระทง” เหมือนทุกปี หากแต่ปีนี้แปลกกว่าและผู้คนก็บางตากว่าทุกๆ ปี

ไม่เว้นแม้แต่ “ถนนโชคชัย 4” และ “ถนนลาดพร้าว-วังหิน” ย่าน “ลาดพร้าว” โดยเฉพาะ “วัดลาดพร้าว” ที่มีการจัด “งานวัด” อย่างยิ่งใหญ่ทุกปี

ปีนี้เราเลือกไปสังเกตการณ์งานลอยกระทงที่ “พลาซ่าลากูน” ในย่านเดียวกัน

ระหว่างเดินทางสู่ “พลาซ่าลากูน” เราขับรถลุยน้ำท่วมระดับสูงประมาณฟุตบาทเป็นระยะ และเมื่อมองไปไกลๆ จนสุดถนนเส้นนี้ก็ได้เห็นถนนอีกเส้นด้านหน้าที่มีน้ำท่วมขังจนรถเล็กผ่านไปไม่ได้

“ทัพน้ำ” โอบล้อมพื้นที่ “ลาดพร้าว” และทำทีประหนึ่งว่าจะตีฝ่าในทุกพื้นที่ แต่เวลานี้ยังไม่ถึง

ตรงหน้าเรา คือ “จอหนังกลางแปลง” ขนาดใหญ่ ตั้งเด่นตระหง่านบริเวณทางเข้าพื้นที่จัดงาน ที่ปกติเคยเป็นลานจอดรถให้ลูกค้าที่มาใช้บริการสถานที่แห่งนี้

เก้าอี้ที่ถูกจัดเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบสำหรับบริการ “หนังฟรี” แต่หลายตัวยังว่างเปล่าไม่มีคนนั่ง

ผู้คนที่มาร่วมงานบางตากว่าที่คิดเอาไว้ และ “หนังกางแปลง” ก็ดูเงียบเหงาเหลือเกิน

บริเวณทางเข้ามี “ร้านขายกระทง” เล็กๆ 2 ร้าน มีกระทงที่ทำจาก “วัสดุธรรมชาติ” อยู่ราว 10 กว่าอัน วางให้เลือกซื้อเลือกหา

เราเดินลัดเลาะรายทางไปเรื่อยๆ กระทั่งถึง “บึงใหญ่” ด้านหลัง ซึ่งจัดเตรียมไว้สำหรับผู้ที่ต้องการมา “ลอยกระทง” ด้านหน้าบึง มี “ร้านขายกระทง” เกือบ 10 ร้าน ให้เลือกซื้ออย่างหลากหลาย

แม้ผู้คนมาร่วมงานจะบางตากว่าทุกปี แต่ทุกคนที่เราเห็นในค่ำคืนนี้กลับดูตั้งใจมาร่วมงานอย่างเต็มที่ หนุ่มสาวหลายคู่ชี้ชวนกันดูกระทงรูปแบบต่างๆ ที่วางขาย เพื่อเลือกซื้อและตั้งจิตอธิษฐานลอยกระทงร่วมกัน

กระทงใบตอง กระทงกลีบพลับพลึง กระทงกลีบกล้วยไม้ กระทงกลีบโกสน และกระทงกลีบใบไม้อีกหลากหลายชนิดมีให้เลือกหลากสีละลานตา ปักธูปเทียนพร้อมธงไว้พร้อม สนนราคาเท่ากันหมดคือ 50 บาท

ราคากระทงปีนี้สูงกว่าปีก่อนๆ จำได้ว่าปีที่แล้วราคากระทงน่าจะสักประมาณ 30 บาท

เหตุที่ราคาเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่า ก็น่าจะเป็นเพราะผลจาก “น้ำท่วม” ที่ทำให้กระทบต่อราคาวัสดุ

กระนั้น แม้ว่าราคากระทงจะสูงขึ้น แต่เรากลับไม่ได้ยินเสียงต่อรองราคา มีก็เพียงการตัดสินใจที่อาจจะนานขึ้น

นี่อาจเป็นเพราะความเข้าใจตรงกันระหว่าง “ผู้ซื้อ” กับ “ผู้ขาย” ในชะตากรรมวิกฤติน้ำท่วมร่วมกัน

เราคิดถึงสมัยเด็กที่เคยเดินไปตัด “หยวกกล้วย” และ “ใบตอง” มานั่งพับใบตองจีบเล็กๆ วางบนหยวกกล้วย ยึดด้วย “ไม้กลัด” ที่เหลาจาก “ก้านมะพร้าว” ก่อนจะใช้ “ดอกบานไม่รู้โรย” ประดับลงในกระทง

จำได้ว่าเพื่อนหลายคนใช้ “ดอกพุด” เล็กๆ เสียบที่ปลายของจีบใบตอง ทำให้กระทงสวยแปลกตาขึ้น

แต่คงไม่ใช่ห้วงเวลานี้ที่ความเจริญของเทคโนโลยีมาพร้อมกับชีวิตที่สำเร็จรูปมากขึ้นทุกที

แล้วเราก็อดนึกถึงการรณรงค์เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติเพื่อต้านภัยธรรมชาติที่มีถี่ขึ้นทุกขณะไม่ได้

บางทีเราก็แค่รณรงค์ บอกต่อๆ กัน แต่เมื่อถึงเวลาเราก็เลือกเอาความสะดวกสบายแทน

ประเทศมหาอำนาจของโลกเรียกร้องให้ต่อสู้กับสภาวะ “โลกร้อน” แต่พร้อมกันนั้นประเทศมหาอำนาจก็คิดค้นเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อเอาชนะธรรมชาติ

ใครหลายๆ คนในประเทศของเรารณรงค์ช่วยกันประหยัดพลังงาน แต่ใครหลายๆ คนที่ว่า และใครอีกหลายๆ คนที่อยู่ร่วมกัน ก็ยังใช้ทรัพยากรเพื่ออำนวยความสะดวกสบายของตัวเองและคนรอบข้างอย่างไม่ลดละ

เราคิดถึงความทรงจำวัยเด็กกับคำพูดของคุณตาคุณยายเมื่อถึง “วันลอยกระทง” ว่า เป็นการขอขมา และระลึกถึงบุญคุณของ “แม่คงคา-แม่ธรณี” ที่เราได้อาศัยน้ำกินน้ำใช้มาตลอดทั้งปี และทิ้งสิ่งต่างๆ ลงไป

จำได้ว่าเราเคยต้องตัดผมและเล็บมือเล็บเท้าใส่ลอยไปกับกระทงด้วย เพื่อเป็นการลอยสิ่งไม่ดีทั้งหลายให้ไปจากตัวเรา และเป็นการเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง

ในวัยเด็กเราไม่เข้าใจนัก แต่เมื่อเราเติบใหญ่ขึ้นเราก็ได้คิดว่าแท้แล้วนี่ไม่ต่างจากกุศโลบาย

“แม่น้ำคือชีวิต” และ “ให้ชีวิต” ถ้าเราไม่รักษา ไม่รู้คุณค่า เราก็ไม่เหลืออะไร

เช่นเดียวกับการตัดผม ตัดเล็บ มันก็ไม่ต่างจากอุบายที่เป็นกุศล เพื่อรักษาสุขอนามัยของเราเอง

“สายน้ำ” อดีตอันงดงามผ่านไปพร้อมกับกาลเวลาที่เปลี่ยนผ่าน ขณะที่ห้วงเวลาปัจจุบันคนส่วนใหญ่โดยเฉพาะเด็กรุ่นใหม่เหลือแค่ “น้ำประปา” และ “คลอรีน” ที่คุ้นเคยโดยไม่ต้องฉุกใจใดๆ

เราครุ่นคิดจนถึง “ท่าน้ำ” ที่ “แสงเทียน” ในกระทงวอมแวม อวลด้วยควันธูป กระเพื่อมลอยในบึงใหญ่

ใครบางคนกำลังยกกระทงขึ้นอธิษฐาน แม้ในบรรยากาศรื่นเริงเราก็ยังรับรู้ถึงอีกด้านของความหม่นเศร้า น่าเชื่อด้วยซ้ำว่าคำอธิษฐานของหลายคนอาจคล้ายกัน คือขอให้ผ่านพ้นมหาอุทกภัยครั้งนี้ไปได้ในเร็ววัน

เราเองก็เช่นกัน เพราะภาพร่วม 2 เดือนที่ได้เห็นมันคือชะตากรรมที่เราต่างเผชิญร่วมกัน

หากแม้นว่า “มหาอุทกภัย” ครั้งนี้เกิดจาก “แม่คงคาพิโรธ” หรือ “แม่ธรณีบีบมวยผม” ไม่รู้หยุดจริงๆ เราก็ยังแอบหวังลึกๆ ว่า “กระทงอธิษฐาน” ทั้งหมดจะช่วยบรรเทาเบาบางสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นได้บ้าง

เป็นความจริงที่ “ผู้กระทำย่อมต้องรับผลแห่งการกระทำ”

และก็เป็นความจริงที่หลายครั้ง “ธรรมชาติ” ได้อุทธรณ์ต่อการกระทำของมนุษย์โดยกระทำตอบแทน เสมือนหนึ่งให้บทเรียนแก่ “มนุษยชาติ” เพื่อเรียนรู้ “การอยู่ร่วมกัน”

แต่ลึกๆ เราก็ยังแอบหวัง แม้ว่ามนุษยชาติอีกหลายส่วนจะยังไม่หยุดยั้งการกระทำอย่างบ้าคลั่ง

อาจบางทีความหวังเป็นเรื่องหนึ่ง และอาจบางทีความจริงก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

นี่ไม่ต่างจากชะตากรรมที่มนุษยชาติจำเป็นต้องมีร่วมกัน และก้าวเดินต่อไปร่วมกัน เช่นเดียวกับเราที่เดินลัดเลาะในเส้นทางเดิม พร้อมๆ กับผู้คนที่ทยอยเดินทางกลับ ขณะที่อีกบางกลุ่มกำลัง “ลอยโคม” อยู่

“ลอยโคม” เป็นประเพณี “ยี่เป็ง” ของชาวเหนือ แต่ใน กทม.ก็มี ทั้งที่ดูน่าจะอันตรายเหลือเกิน

แต่นี่ก็เป็น “ลอยกระทง” ที่มีทั้ง “ลอยน้ำ” และ “ลอยฟ้า”

กับ “ความเชื่อ” และ “ความหวัง” เพื่อให้สิ่งดีๆ เข้ามา และให้สิ่งไม่ดีจากไปเสียที…

วันที่ 20/11/2554 เวลา 12:24 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541