วันศุกร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2557

ชงปรับโครงสร้างภาษีใหม่ สรรพากรหวั่นรายได้วูบ-หาช่องทางรีดเงินเข้ารัฐ

สรรพากรหวั่นรายได้วูบ เล็งชงขุนคลังแก้กฎหมายภาษีเงินบุคคลธรรมดาทีละฉบับ อ้างกลัวกฎหมายถูกตีตกต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด “สาธิต” ยันเสนอรายได้ของภรรยาแยกยื่นกับสามีก่อน หลังจากนั้นปรับอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้มีความถี่มากขึ้น พร้อมเสนอขยายช่วงรายได้ของผู้เสียภาษีรองรับคนชั้นกลางมากขึ้น

นายสาธิต รังคสิริ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมสรรพากรกำลังรอการตัดสินใจจาก นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะที่กำกับดูแลกรมสรรพากร เพื่อดำเนินการปรับโครงสร้างภาษีเงินบุคคลธรรมดาให้มีความถี่มากขึ้น รวมถึงการแยกยื่นภาษีของสามีภรรยา และโครงสร้างภาษีตัวอื่นๆ โดยในส่วนของการแยกยื่นภาษีสามีและภรรยานั้น จากเดิมที่กำหนดให้ภรรยาจะยื่นภาษีเงินได้เฉพาะเงินเดือนเท่านั้น ส่วนรายได้อื่นๆ นอกเหนือจากเงินเดือนให้รวมกับสามี ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่ล้าสมัยไปแล้ว เนื่องจากปัจจุบันฐานะทางสังคมและรายได้ของผู้หญิงหรือภรรยาทัดเทียมกับผู้ชายแล้ว

“ตอนนี้เราพร้อมแล้วที่จะเสนอรายละเอียดเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างภาษีต่างๆ คาดว่าภายใน 1 เดือน ก็จะสามารถเสนอได้ครบทุกเรื่อง แต่หลักๆ คือ กรมฯ ต้องการจะเสนอเพื่อให้กระทรวงการคลังพิจารณาทีละเรื่อง เนื่องจากหากกฎหมายตัวใดไม่ผ่านการพิจารณาหรือติดขัด จะได้ไม่ทำให้กฎหมายตัวอื่นๆ ติดขัด หรือถูกตีกลับตามไปด้วย” นายสาธิต กล่าว

สำหรับการปรับปรุงโครงสร้างภาษีในครั้งนี้ กรมสรรพากรจะเสนอเรื่องแรกเพื่อให้มีการพิจารณาแก้กฎหมาย นั่นคือ การแยกยื่นภาษีเงินของภรรยาไม่ให้นับรวมกับสามี เนื่องจากหากกรมสรรพากรเสนอแก้ไขกฎหมายพร้อมกันหลายๆ มาตรา เกรงว่าหากมาตราไหนตกไปก็จะทำให้การเสนอแก้ไขทั้งหมดต้องตกไปพร้อมด้วยกัน จึงเป็นต้องแยกออกทำที่ละมาตราเพื่อความเหมาะสม

“กฎหมายแรกที่จะมีการแก้ไขเรื่องการยื่นภาษีของสามีและภรรยาน่าจะทำได้ก่อน เพราะเป็นกฎหมายที่ล้าสมัยไปแล้วและมีผลกระทบต่อรายได้ไม่มากนัก ส่วนกฎหมายที่จะแก้ไขเป็นฉบับที่ 2 คือ การปรับโครงสร้างอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมให้มีความถี่มากขึ้น โดยจะต้องทำควบคู่ไปกับการยกเลิกการหักค่าลดหย่อนที่มีมากกว่า 20 รายการในปัจจุบัน โดยจะกำหนดค่าลดหย่อนเป็นอัตราเดียวสูงสุดไม่เกินเพดานที่กำหนด เพื่อให้ครอบคลุมผู้มีเงินได้ทั้งระดับปานกลางและคนรวย” นายสาธิต กล่าว

ทั้งนี้ ในปัจจุบันกรมสรรพากรจัดเก็บภาษีได้บุคคลธรรมดาในลักษณะอัตราก้าวหน้า กล่าวคือ ผู้มีเงินได้สุทธิ ตั้งแต่ ประมาณ 1-150,000 บาท ได้รับการยกเว้นภาษี, รายได้สุทธิประมาณ 150,00-500,000 บาท เสียภาษีในอัตราประมาณ 10%, รายได้สุทธิประมาณ 500,001-1 ล้านบาท เสียภาษีในอัตราประมาณ 20%, รายได้ประมาณ 1-4 ล้านบาท เสียภาษีในอัตราประมาณ 30% และรายได้สุทธิตั้งแต่ประมาณ 4 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษีในอัตราประมาณ 37% หรือประมาณ 10% 20% 30% และ 37% โดยกรมสรรพากรซอยให้ถี่เหลือประมาณ 10% 15% 20% 25% และ 30%

นายสาธิต กล่าวว่า ผู้ที่มีเงินได้ไม่ถึงประมาณ 240,000 บาทต่อปี หรือเดือนละไม่เกินประมาณ 20,000 บาท กรณีคนโสด ไม่ต้องเสียภาษี แต่ในภาวะปัจจุบัน ฐานรายได้ของประชาชนเปลี่ยนไปเนื่องจากมาตรการของรัฐบาลในการปรับค่าแรงขั้นต่ำวันละประมาณ 300 บาท และจบปริญญาตรี เงินเดือนประมาณ 15,000 บาท ทำให้ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น คนชั้นล่างก็ขยับมาเป็นคนชั้นกลางมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีเงินได้ระหว่างประมาณ 500,000-1 ล้านบาท ก็มีปริมาณมากขึ้น กรมสรรพากรก็จะนำประเด็นนี้เสนอให้รัฐมนตรีช่วยกระทรวงการคลังพิจารณาด้วย โดยจะขยายช่วงของรายได้ให้มีความกว้างมากขึ้น

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ ส.อ.ท. กล่าวว่า ผู้ประกอบการมีความกังวลใจ กับอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่เริ่มแข็งค่าขึ้น โดยเฉพาะผู้ส่งออกในกลุ่มสินค้าเกษตรที่ใช้วัตถุดิบในประเทศเป็นหลัก เพราะจะทำให้รายได้จากการขายสินค้า เมื่อแลกกลับมาเป็นเงินบาทน้อยลง แต่ค่าเงินที่แข็งค่าขึ้นถือเป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการที่มีการนำเข้าวัตถุดิบ และอุปกรณ์จากต่างประเทศ ทำให้ต้นทุนถูกลง ทั้งนี้ ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นจะยังไม่มีผลกระทบต่อการแข่งขัน หากธนาคารแห่งประเทศไทยดูแลค่าเงินให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับค่าเงินของประเทศเพื่อนบ้าน และดูแลไม่ให้เกิดการเก็งกำไรในตลาดการเงิน เพราะมองว่ากระแสเงินทุนไหลเข้ายังมีอย่างต่อเนื่องตามสภาพคล่องในตลาดการเงินโลกที่ยังอยู่ในระดับสูง

วันที่ 27/02/2555 เวลา 7:39 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘ตาล กัญญา’เต็มสาวโชว์หวิวเยอะขึ้น [13/09/2557]
ดาราสาวหน้าหวาน “ตาล-กัญญา รัตนเพชร์” วัย 24 ปี นาทีนี้เธอเลิกเหนียม สลัดฉายา “เซ็กซี่เบบี๋” ทิ้งไปเรียบร้อย