วันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2557

เที่ยวงาน “วันนักกลอน” ที่ “สถาบันคึกฤทธิ์”

“ประชาชนคนไทยมีสิทธิและเสรีภาพเท่าเทียมกันหมดทุกผู้ทุกคนเหมือนกับพวกเรา พวกนักกลอนมีสิทธิและเสรีภาพในการเขียนโดยไม่ไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นตามระบอบประชาธิปไตย”

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น “เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์” ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ กวีรัตนโกสินทร์ และอดีตนายกสมาคมนักกลอนแห่งประเทศไทย จึงเสนอให้ วันที่ 10 ธันวาคม เป็น “วันนักกลอน”

“10 ธันวาคม” วันพระราชทานรัฐธรรมนูญอันเป็นสัญลักษณ์ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จึงกลายเป็น “วันนักกลอน” ที่จัดงานยกย่องเชิดชูเกียรติ “นักกลอนตัวอย่าง” นับเนื่องต่อกันมาหลายสิบปี

หากแต่ “มหาอุทกภัย 2554” ที่เพิ่งผ่านพ้นไป และยังคงหลงเหลือร่องรอยแห่งความสูญเสียให้ได้เห็นจนถึงปัจจุบัน ก็เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ “วันนักกลอน” จำเป็นต้องเลื่อนการจัดงานมาในปี 2555 นี้แทน

และเราก็ได้รับคำเชิญชวนจากมิตรน้ำหมึก เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม “วันนักกลอน ประจำปี 2554” เมื่อ 29 มกราคม 2555 ที่ผ่านมา ซึ่งงานในครั้งนี้ จัดขึ้นที่ “สถาบันคึกฤทธิ์”

“แล้วสถาบันคึกฤทธิ์อยู่ที่ไหน?” นั่นเป็นคำถามของเรา และมากไปกว่าคำตอบที่ได้รับ สิ่งที่เราได้พบ และเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ จากสถานที่แห่งนี้มากเกินกว่าที่เราคาดคิดไว้

ราวบ่ายโมง เราเดินทางถึงสถาบันฯ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ของ “สวนเฉลิมพระเกียรติฯ” ใน ซ.งามดูพลี ถ.พระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ และอยู่ภายใต้การดำเนินงานของ “มูลนิธิคึกฤทธิ์ ๘๐ ในพระราชูปถัมภ์ฯ”

อาคาร 2 ชั้น ออกแบบอย่างทันสมัยสะดุดตา ด้านหน้าเป็นลานกว้าง จัดแสดงนิทรรศการ “ร้อยกรองผมจะเป็นคนดี”, “ประวัตินักกลอนตัวอย่าง ประจำปี 2554” และ “ประวัติสมาคมนักกลอนฯ”

เราเดินต่อเข้าไปด้านใน จัดการลงทะเบียนรับเอกสาร แล้วก็เริ่มเดินชมโดยรอบ ก่อนที่กิจกรรมด้านในห้องจะเริ่มขึ้น นั่นคือ “การประชันกลอนเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา พระภัทรมหาราช”

“คุณหมึก” เจ้าหน้าที่ของสถาบันฯ ยิ้มต้อนรับเราด้วยความยินดี พร้อมเชิญชวนให้ขึ้นไปด้านบนซึ่งจัดแสดงนิทรรศการชีวประวัติและผลงานของ “ศ.พล.ต.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช”

“คำคม” ต่างๆ ซึ่งล้วนแล้วแต่มาจากเจ้าของเดียวกัน ปรากฏเป็นระยะอย่างสะดุดตา พร้อมภาพของผู้เป็นเจ้าของนามสถาบัน และผลงานหลากหลายสาขาที่รอให้ผู้มาเยือนได้ตื่นตาตื่นใจ

เรื่องราวและบทบาททางการเมือง ทำให้เราได้เรียนรู้เกี่ยวกับ “นายกรัฐมนตรีคนที่ 13” ของประเทศไทยมากับฉายา “เสาหลักประชาธิปไตย” มากยิ่งขึ้น และแอบอมยิ้มกับคำคมที่ว่า

“ถ้าไม่อยากแก่เร็ว ตายเร็ว ก็อย่าไปเป็นนายกรัฐมนตรีเมืองไทยก็แล้วกัน อยู่บ้านมันสบายๆ ดีกว่า ไม่เดือดร้อน…”

ประติมากรรมชิ้นเล็กๆ รูปคนและสุนัข ทำให้เราคิดถึง “มอม” ผลงานการประพันธ์ของท่านซึ่งเป็นหนังสืออ่านนอกเวลาในวัยเด็ก และเชื่อว่าใครที่ได้มาเยือนและเห็นผลงานชิ้นนี้ก็น่าจะคิดถึงในทันทีเช่นกัน

ทางสถาบันฯ ยังได้นำผลงานการประพันธ์ของท่านอีกเป็นจำนวนมากมาจัดแสดงรวมกันไว้ที่นี่ โดยเฉพาะผลงานชิ้นเอก ซึ่งเราเชื่อแน่ว่าน้อยคนนักที่จะมีใครไม่รู้จัก “แม่พลอย” แห่ง “สี่แผ่นดิน”

ไม่เพียงผลงานด้านการประพันธ์เท่านั้น หากแต่ผลงานด้านดนตรี นาฏศิลป์ โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับ “โขน” ก็มีการจัดแสดงไว้ ณ ที่แห่งนี้เช่นกัน

รวมไปถึงการก่อตั้ง “หนังสือพิมพ์สยามรัฐ” และบทบาทที่มีต่อสังคมในยุคสมัยของท่านอีกด้วย

เราเพลิดเพลินเดินชมนิทรรศการชั้นบนเสียจนเกือบลืมไปว่า วันนี้มีกิจกรรม “วันนักกลอน” ที่ชั้นล่าง

และเมื่อนึกขึ้นได้ จึงเดินวนโดยรอบอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ก่อนเดินลงด้านล่างเพื่อร่วมกิจกรรมกับเพื่อนพ้อง

และยังจดจำข้อความ “ถ้าชาติหน้ามีจริง ผมก็จะกลับมาเกิดเป็นคนไทยอีก…” ได้ติดตา

เราไม่แปลกใจเลยที่องค์การยูเนสโกประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติท่านเป็นบุคคลสำคัญของโลก ถึง 4 สาขา ทั้งการศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และสื่อสารมวลชน ในวาระครบรอบ 100 ปี ชาตกาล พ.ศ.2554

เสียงประกาศเชิญเหล่า “ตัวแทนนักเรียน” ทั้ง 7 ภาค ขึ้นเวที เพื่อเริ่ม “ประชันกลอนสด” โดยกำหนดการแข่งขันเป็น 3 ญัตติ ซึ่งมีฉันทลักษณ์ทั้ง กลอนสุภาพ กลอนดอกสร้อย และกลอนสักวา

และยังเปิดโอกาสให้ผู้ชมภายในห้อง ส่ง “กลอนกระดาษ” เข้าร่วมสนุก เพื่อรับรางวัลพิเศษอีกด้วย

หลังการแข่งขันผ่านพ้นไป และรอให้คณะกรรมการทั้ง 3 ท่าน ซึ่งเป็นนักกลอนอาวุโส รวบรวมคะแนนเพื่อประกาศผลและมอบรางวัลนั้น บนเวทีก็เริ่มประเด็นการเสวนาในเรื่อง “กลอนคึกฤทธิ์”

การเสวนาเป็นไปอย่างออกรสจาก “ทองแถม นาถจำนง” ซึ่งเป็นทั้ง “นายกสมาคมนักกลอนคนปัจจุบัน”, “บรรณาธิการหนังสือพิมพ์สยามรัฐ” และยังจัดสำรับเป็นหนังสือ “กลอนคึกฤทธิ์” มาด้วย

ผู้ร่วมเสวนาอีกท่านคือ “ยุทธ โตอดิเทพย์” อดีตนายกสมาคมฯ ที่ยังมีลีลาการพูดไม่เปลี่ยนแปลง

บรรยากาศการเสวนา แม้จะมีผู้ร่วมงานไม่มากนัก หากก็เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะเป็นระยะ ซึ่งเป็นภาพบรรยากาศแห่งมิตรภาพที่เราพบเห็นแทบทุกครั้ง เมื่อสัมผัสกิจกรรมของคนแวดวงวรรณกรรม

จบการเสวนาก็ต่อด้วย “การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของสมาคมฯ” บอกเล่ากิจกรรมและการดำเนินงานต่างๆ ของสมาคมฯ ตลอดปีที่ผ่านมา ซึ่งถึงแม้จะประสบอุทกภัยแต่ผลงานก็ไม่ได้น้อยอย่างที่คาด

หลังการประชุมใหญ่ผ่านพ้น ก็มาถึงช่วงเวลาสำคัญนั่นคือ การประกาศเกียรติคุณและมอบรางวัล “นักกลอนตัวอย่าง” และ “นักกลอนดีเด่นระดับภาค” ซึ่งต่างตบเท้ามารับรางวัลกันอย่างพร้อมเพรียง

ท่าน “สมชาย เสียงหลาย” ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนหลักในการจัดงานครั้งนี้ ให้เกียรติมอบโล่ประกาศเกียรติคุณแก่ “เจริญ กุลสุวรรณ” นักกลอนตัวอย่างประจำปี 2554 และรางวัลอื่นๆ

วินาทีแห่งความตื่นเต้นเดินทางมาถึง เมื่อพิธีกรประกาศชื่อ “โรงเรียนสตรีทุ่งสง” จากจังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นทีมกลอนสดที่ได้รับรางวัลชนะเลิศจากการประชันกลอนเฉลิมพระเกียรติฯ ในครั้งนี้

“เจริญ กุลสุวรรณ” นักกลอนตัวอย่างฯ เจ้าของผลงานวรรณรูป “อย่าเห็นแก่ตัว” กล่าวความในใจต่อเพื่อนพ้องแวดวงวรรณกรรมที่ร่วมเป็นสักขีพยานในการประกาศเกียรติคุณยกย่องผลงานอันต่อเนื่องยาวนาน

นักกลอน นักเขียน อาวุโส ญาติมิตรแวดวงน้ำหมึกหลากหลายวัย มารวมตัวกันในวันสำคัญอีกวันหนึ่ง ท่ามกลางเสียงทักทาย สอบถามสารทุกข์สุกดิบดังอื้ออึง ขณะที่บานเฟี้ยมขนาดใหญ่ข้างเวทีค่อยๆ เปิดออก

มองออกไปด้านนอกคือผืนหญ้าเขียวขจีและหมู่แมกไม้ของ “สวนเฉลิมพระเกียรติฯ” เป็นทัศนียภาพที่งดงาม ขณะที่เพื่อนพ้องน้องพี่เริ่มตั้งวงสังสรรค์เสวนากันอย่างออกรส

เมนูและกับแกล้มหลากหลายจากผู้สนับสนุน ทั้งกระทรวงวัฒนธรรม มูลนิธิอมตะ หนังสือพิมพ์สยามรัฐ วารสารวิทยาจารย์ และองค์กรต่างๆ ทำให้มื้อค่ำที่สถาบันคึกฤทธิ์ยิ่งครึกครื้นมากยิ่งขึ้น

“คุณหมึก” ฝากข่าวก่อนเรากลับว่า สถาบันฯ จะจัด สัมมนาแห่งศตวรรษ ปราชญสยาม นาม “คึกฤทธิ์” ที่โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ แอท เซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 20 ก.พ.นี้ นักคิด นักเขียน นักวิชาการ มากันคับคั่ง

ขณะที่ “สถาบันคึกฤทธิ์” ได้กลายเป็น “สวนอักษรแห่งมิตรภาพ” อันงดงามใน “วันนักกลอน ประจำปี 2554” ทำให้ผู้มาร่วมงานรวมถึงเราหอบเอาความสุข ความทรงจำงดงามกลับบ้านอีกคราว…

 

วันที่ 19/02/2555 เวลา 12:26 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘นัท-อั้ม’เตียงยังแข็งมีทะเลาะแค่ลิ้นกับฟัน [23/08/2557]
แต่งกันยังไม่ถึงปี “อั้ม อธิชาติ” กับ “นัท มีเรีย” มีข่าวเตียงสั่น โดนเขย่าขาเตียงออกมาอีกแล้ว ทำเอาแฟนคลับต๊กกะใจ เชียร์ให้ทั้งคู่รักกันเนิ่นนาน ราบนิรันดร์ ไม่อยากให้ซ้ำรอยกับ “คู่ดัง” ก่อนหน้านี้ เพราะ “อั้ม-นัท” เหมือนคู่รักพรหมลิขิต “นัท” แก่กว่า 6 ปีแถมเป็นม่ายสาว