วันจันทร์ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2557

แฉกลับ เอกยุทธ คุยลับ ผู้กอง ม ก่อนต่อย

ครม.ไฟเขียว แก้รธน.291 ปชป.ดักคอทำช่วยทักษิณ

ปู ว.5 โฟร์ซีซันส์ ยังร้อน “เฉลิม” ไม่กล้ารับคำท้าเอกยุทธโต้ถูกตืบหน้าสื่อ อ้างไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไล่แจ้งความ ตร.หาคนทำร้ายโน่น ขณะที่ “เอกยุทธ” ดอดพบหมอพรทิพย์ ตรวจบาดแผล-ทำใบรับรองแพทย์ ถูกตืบ อ้างเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่ปัดใช้แจ้งความหาคนผิด ด้าน “ผบช.น.” แนะเอกยุทธแจงความ เผยเอกยุทธนั่งคุย อดีตนายทหาร “ผู้กอง ม.” กว่าชั่วโมง ก่อนโดนตืบ ส่วน “ชวนนท์” ตามบี้ปูแจง ว.5 โฟร์ซีซันส์ ข้องใจเอื้อประโยชน์พื้นที่ฟลัดเวย์ 2 ล้านไร่ หลังดอดพบนักธุรกิจอสังหาฯ ขณะที่ “กลุ่มกรีน” บุกผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นสอบจริยธรรมปูโดดชุมสภา ไป ว.5 โรงแรมโฟร์ซีซันส์ ส่วน ครม.ผ่านฉลุย ร่างแก้ รธน. ม.291 ตั้ง 99 สสร.แล้ว เล็งดันเข้าสภาทันทีสัปดาห์หน้า ขณะที่ “ปู” อ้างเป็นนโยบายเร่งด่วน-กลัวเสียสิทธิ์ไม่ดันเข้าสภาสมัยนี้ พร้อมทำประชามติ ปัดเอื้อทักษิณ ด้าน “เฉลิม” โวร่างแก้ฉบับรัฐบาลสมบูรณ์แบบ เชื่อไร้ขัดแย้ง เหน็บ ปชป.ได้ค้านตลอดไปแน่ ส่วน “ปชป.” จี้ แจงให้ชัด ไม่แตะ ม.309-102 (7) ล้างปฏิวัติ เอื้อประโยชน์ทักษิณ แฉเตรียมล็อกสเปก สสร.

“เฉลิม” ไม่รับคำท้า “เอกยุทธ”

หลังจากที่นายเอกยุทธ อันชันบุตร นักธุรกิจการเงินและอสังหาริมทรัพย์ และเป็นผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ ไทยอินไซเดอร์ ออกมาท้าทาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ให้มาเจอกันต่อหน้าสื่อมวลชน เรื่องที่ถูกคนทำร้ายที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์นั้น วันที่ 13 ก.พ. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่านายเอกยุทธมาทะเลาะกับตนทำไม ซึ่งตนไม่ขอรับคำท้าทายแต่ตนจะขอท้ากับว่า ทำไมนายเอกยุทธไม่ไปแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เบาะแสของคนร้าย มาท้าตนทำไมเพราะวันนั้นตนไม่ได้อยู่ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ ดังนั้นนายเอกยุทธต้องไปแจ้งความร้องทุกข์ ถึงแม้ว่าตำรวจจะมีหน้าที่สืบสวนสอบสวนได้โดยที่ไม่ต้องร้องทุกข์ แต่ในเรื่องของตำหนิ รูปพรรณของคนร้าย ถ้านายเอกยุทธไปร้องทุกข์ ชี้แจงเรื่องก็จะง่ายขึ้น ส่วนนายเอกยุทธระบุว่า ตนรู้ดีทุกอย่างนั้น ยืนยันว่าไม่จริงเพราะตนไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แต่ตนก็เคยไปนั่งที่ร้านปาริชาติ และก็เจอนายเอกยุทธด้วย ก็ทักทายปกติเพราะตนไม่ได้สนิทกับเขา

“นพดล” ป้องปูไม่ทำอะไรเสียหาย

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ถูกฝ่ายค้านโจมตีกรณีเดินทางไปโรงแรมโฟร์ซีซันส์นั้น พ.ต.ท.ทักษิณก็ทราบเรื่องนี้แต่มองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ เนื่องจากรู้จักน้องสาวดีว่ามีความระมัดระวังตัว จะไม่ทำอะไรให้เสียหายแก่ตนเองและหมู่คณะ โดยเห็นว่าการชี้แจงของนายกรัฐมนตรีและพรรคเพื่อไทยต่อเรื่องนี้ชัดเจนดีแล้ว แต่ก็บอกว่าการเมืองไทยควรสร้างสรรค์อย่ามุ่งทำร้ายกันทั้งที่ไม่มีความจริง แต่ก็เชื่อมั่นในความอดทนและเข้มแข็งของน้องสาว ส่วนที่มีรายงานว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้ากรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยมี ส.ส.และแกนนำพรรคเพื่อไทยเดินทางไปพบเพื่อวางแผนสู้ศึกเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหวังล้างคนเก่าของพรรคภูมิใจไทยนั้น ข่าวที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางมากรุงปักกิ่งก็อาจเป็นไปได้ แต่คิดว่าไม่ใช่มาเพื่อวางแผนเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น เนื่องจากมีงานเยอะอยู่แล้วคงไม่มีเวลามาเกี่ยวข้อง เพียงแต่อาจมีคนบินไปพบขอคำปรึกษาบ้างตามปกติ แต่ตนไม่ทราบว่ามีใครบ้าง ส่วนการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ บินมายังประเทศแถบเอเชียบ่อยครั้งขึ้น หลังจากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลนั้น ไม่ได้มีนัยทางการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น แต่เพราะหลังถูกยึดอำนาจก็ได้พำนักอยู่ที่ประเทศจีนเป็นเวลานานจึงมีเพื่อนชาวจีนมากตามไปด้วย

ตร.พร้อมให้ความเป็นธรรมเอกยุทธ

พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กล่าวว่า ยังไม่มีรายงานว่าขณะนี้นายเอกยุทธเข้าแจ้งความแต่อย่างใด หากมีการแจ้งความตำรวจก็พร้อมให้ความเป็นธรรม ตอนนี้เขายังไม่ได้ให้รายละเอียดใดๆ ฉะนั้นตำรวจยังไม่สามารถดำเนินการอะไรได้ อย่างไรก็ตาม ชุดสืบสวนศูนย์สืบสวนนครบาล รายงานผลตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในโรงแรมโฟร์ซีซันส์ กรุงเทพฯ ทุกจุดพบว่า ก่อนที่นายเอกยุทธจะถูกทำร้ายร่างกายนั้น นายเอกยุทธได้พูดคุยกับอดีตนายทหารชื่อดังคนหนึ่ง (ผู้กอง ม.) อยู่นานกว่าชั่วโมงซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ผู้กอง ม.มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ทำร้ายนายเอกยุทธหรือไม่ ขณะที่ พ.ต.ท.ปิโยรส กัณหะสิริ สว.สส.สน.ลุมพินี กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตามที่เป็นข่าวตำรวจได้สอบถามนายเอกยุทธว่าต้องการแจ้งความหรือไม่ ขณะนั้นนายเอกยุทธอยู่ระหว่างแถลงข่าวกับสื่อมวลชนไม่ได้พูดถึงการแจ้งความใดๆ และไม่ได้พูดถึงหลักฐานตรวจร่างกายหลังถูกทำร้าย ซึ่งหากต้องการให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม ก็ต้องมีการแจ้งความบอกรายละเอียดเหตุ การณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงรูปพรรณสัณฐานของคนร้ายเพื่อจะได้สเก็ตช์ภาพในการติดตามจับกุมตัว ซึ่งที่ผ่านมาตำรวจได้เชิญเจ้าหน้าที่โรงแรมมาสอบปากคำแล้วและรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิดไว้บางส่วน

“เอกยุทธ” ดอดพบหมอพรทิพย์

นายเอกยุทธ อัญชันบุตร นักธุรกิจและเจ้าของเว็บไซต์ไทยอินไซด์เดอร์ ได้เข้าพบ พ.ญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจน์สุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อขอให้แพทย์นิติเวชทางสถาบันฯ ตรวจสอบบาดแผลจากการถูกทำร้ายร่างกายที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ โดยนายเอกยุทธ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุตนได้เข้าตรวจบาดแผลที่ถูกทำร้ายที่โรงพยาบาล 2 แห่ง ทุกที่แพทย์ตรวจให้ แต่แพทย์ผู้ตรวจไม่กล้าออกใบรับรองแพทย์ให้ ทั้งๆ ที่มีแพทย์นิติเวชทำการตรวจให้ จึงไม่ทราบเหตุใดเมื่อไปขอใบรับรองแพทย์แล้วจึงเกิดปัญหา ตนจึงต้องเดินทางมายังสถาบันนิติวิทย์ฯ เพราะเชื่อว่าเป็นสถาบันที่น่าเชื่อถือ สำหรับผลการตรวจของแพทย์นิติเวชและจักษุแพทย์ของสถาบันนิติวิทยาศาสตร์นั้น ตนจะเก็บไว้เป็นหลักฐาน แต่ไม่ใช้เป็นข้อมูลในการดำเนินคดี และไม่ได้ใช้เพื่อจะเอาผิดใคร เนื่องจากขณะนี้ยังไม่ได้เข้าไปแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

“ปชป.” บี้ปูแจง ว.5 โฟร์ซีซันส์

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับภารกิจ ว.5 ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ เพราะขณะนี้สังคมเกิดความสับสนเพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และคนในรัฐบาลพูดไม่ตรงกัน โดยเฉพาะคำพูดของนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่พูดบานปลายทำให้คนคิดถึงม่านรูด นายกฯ ต้องตบปากคนเหล่านี้ เพราะยิ่งพูดยิ่งทำให้เสีย ทำให้ข้อมูลหลุดออกมา นอกจากนี้รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ ยังอ้างว่านายกฯ อาจเจรจาเรื่องธุรกิจ เพราะมีประสบการณ์ธุรกิจมา 20 ปี ซึ่งเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และบังเอิญวันนั้นก็มีคนพบนักธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่อยู่ที่นั่น และจากนั้นบังเอิญมีการพูดถึงพื้นที่ 2 ล้านไร่ เพื่อทำเป็นพื้นที่รับน้ำและฟลัดเวย์ โดยรัฐบาลตั้งงบไว้ 6 หมื่นล้านบาท จึงสงสัยว่าเหตุใดเพิ่งมีความชัดเจนในเรื่องงบประมาณหลังจากนายกฯ ไป ว.5 ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ หากไม่มีการทุจริตหรือเอื้อประโยชน์ เหตุใดจึงไม่ออกมาชี้แจง และการบอกว่าเข้าพบนักธุรกิจเพื่อแลกเปลี่ยนความเห็น ทำไมจึงไม่ให้มีการประชุม กรอ. ที่เป็นช่องทางเปิดเผย ครอบคลุมธุรกิจหลายสาขา ทำไมจึงต้องแยกไปประชุมที่อื่น เรื่องนี้ประชาชนไม่ขำและไม่ตลกด้วย เพราะเป็นการชี้ว่ามีการไปแอบสมคบคิดเพื่อวางแผนเอื้อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หรือไม่ ขณะนี้สังคมต้องการความจริงจากปาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถ้าไม่มีอะไรทับซ้อนก็ตอบมาจะได้จบ แต่นายกฯ กลับเลี่ยงตอบเบี่ยงไปในเรื่องจริยธรรม ทั้งที่ไม่มีคนถามว่าไปนอนกับใครมา แต่กลับตอบเองว่าเป็นผู้หญิงไม่ทำอะไรให้เสียหาย

กลุ่มกรีนยื่นสอบจริยธรรมปู

วันเดียวกัน ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญรัตน์ ตัวแทนกลุ่มกรีนได้มายื่นหนังสือต่อสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้ตรวจสอบกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้ไปภารกิจลับที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ ที่โรงแรมโฟร์ซีซันส์ เมื่อวันที่ 8 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยมีนายสงัด ปัถวี รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน มารับหนังสือดังกล่าว ทั้งนี้นายจาตุรันต์ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวต้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีการตรวจสอบว่ามีความเหมาะสมหรือไม่ เพราะมีความเกี่ยวพันกันในเรื่องจริยธรรมของผู้ที่เป็นนายกรัฐมนตรีที่มีตำแหน่งทางการเมือง เนื่องจากเป็นวันเดียวกับที่มีการประชุมสภา ซึ่งตนได้ตั้งข้อสังเกตว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการประชุมเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือไม่ เนื่องจากวันดังกล่าว นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้เข้าประชุมสภาด้วย เพราะถ้าหากเป็นเรื่องผลประโยชน์ของประเทศชาติแล้ว ทำไมจึงไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณชนได้ นายจาตุรันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันนี้กลุ่มกรีนก็ได้มีการมาติดตามกรณีความคืบหน้าของนางนลินี ทวีสิน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เคยได้มายื่นเรื่องตรวจสอบก่อนหน้านี้แล้วนั้น ว่า ดำเนินการถึงขั้นตอนใดแล้ว เพราะตอนที่กลุ่มกรีนได้ยื่นหนังสือขอให้ตรวจสอบ ทางบุคคลดังกล่าวยังไม่ได้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง แต่ขณะนี้ได้รับตำแหน่งดังกล่าวแล้ว ซึ่งเป็นอำนาจที่ผู้ตรวจการแผ่นดินมีในการตรวจสอบเรื่องจริยธรรมต่อไป

ผู้ตรวจการฯ ขอดูรายละเอียดก่อน

ด้านรองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า กรณีนี้ ในเบื้องต้นก็จะรับหนังสือเรื่องการยื่นตรวจสอบของนายกรัฐมนตรีเอาไว้ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินได้พิจารณาร่วมกันก่อนว่าจะมีการรับหรือไม่ เพราะจำเป็นจะต้องดูในเรื่องของรายละเอียดกันอีกครั้ง ส่วนกรณีของนางนลินีและนายณัฐวุฒินั้น ขณะนี้ได้ส่งหนังสือให้นายกรัฐมนตรี ได้มีการชี้แจงตอบกลับมาแล้ว โดยหนังสือดังกล่าวได้ส่งไปถึงสำนักงานนายกรัฐมนตรีแล้ว เมื่อวันที่ 3 ก.พ. หลังจากนี้ก็จะให้เวลาอีก 15 วัน ให้มีการชี้แจงกลับมา

ครม.ไฟเขียวร่างแก้ รธน. ม.291

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม.มีมติเห็นชอบในการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เพื่อให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ทั้งหมด 99 คน แล้ว โดย สสร.จะมาจากกระบวนการที่คัดเลือกจากภาคประชาชน ส่วนเนื้อหาก็เป็นเรื่องของ สสร.ที่จะไปพิจารณาเองทั้งหมด อย่างไรก็ตามเหตุผลที่ตนนำร่างนี้มาเสนอในส่วนของรัฐบาลนี้ เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นนโยบายเร่งด่วนที่เราแถลงไว้ต่อรัฐสภา ซึ่งจริงๆ ภารกิจรัฐบาลอย่างแรกคือการฟื้นฟูและเรื่องความทุกข์ยากของพี่ น้องประชาชน แต่วันนี้เนื่องจากขบวนการต่างๆ ภาคประชาชนก็มีการเสนอแล้ว และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ก็เสนอเข้าสภาแล้ว ถ้าหากว่ารัฐบาลไม่เสนอก็เกรงว่าตัวร่างนี้จะไม่ถูกนำเข้าไปพิจารณาด้วย จึงคิดว่าควรจะใช้สิทธิ์เสนอเข้าในรอบนี้ ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่มีการเอื้อประโยชน์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งต้องดูว่าในส่วนของ สสร.นี้ ที่มีการนำเสนอมาจากการเลือกของประชาชนจังหวัดละ 1 คน และทางด้านรัฐสภาก็จะเลือกนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญอีก 22 คน ซึ่งตรงนี้ทุกคนก็จะต้องทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติแน่นอน ในการพิจารณารัฐบาลจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว และสุดท้ายก็ต้องมีการทำประชามติกับเสียงของประชาชนด้วย ตรงนี้ก็เชื่อว่ากระบวนการทุกอย่างจะเป็นไปเพื่อส่วนรวมเป็นหลักอยู่แล้ว และตนเองจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในส่วนนี้ และจะมีการแก้ไขมาตราใด ก็เป็นเรื่องของ สสร. แต่สุดท้ายแล้วก็เรียนยืนยันว่า อยากให้ทำประชามติกับประชาชน เพราะร่างนี้จะเป็นสิ่งที่คนไทยทั้งประเทศจะต้องพิจารณา ก็อยากให้เกิดความเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง

คาดส่งร่าง รธน.เข้าสภาสัปดาห์หน้า

นางฐิติมา ฉายแสง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม. ว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย (ฉบับ..) ที่ พ.ศ. …เพื่อให้มีการจัดตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เป็นไปตามความต้องการของประชาชน และทำให้การปกครองระบอบประชาธิปไตยมีเสถียรภาพตรงกับนโยบายที่รัฐบาลได้แถลงต่อรัฐสภา เพื่อเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่วมกับฉบับของ ส.ส.และภาคประชาชน ซึ่งร่างดังกล่าวมีสาระสำคัญคือ สสร.เลือกตั้ง 77 คน อีก 22 คน มาจากการคัดเลือกจากสภา โดย 6 คน มาจากผู้เชี่ยวชาญกฎหมายมหาชนอีก 6 คน เป็นผู้เชี่ยวชาญสาขารัฐศาสตร์ หรือรัฐประศาสนศาสตร์ และ 10 คน มาจากผู้มีประสบการด้านการเมือง การบริหารราชการแผ่นดิน เศรษฐกิจ สังคม กฎหมาย หรือการร่างรัฐธรรมนูญตามหลักเกณฑ์ที่ประธานรัฐสภาประกาศกำหนด โดยให้ กกต.จัดการเลือกตั้ง สสร.แล้วเสร็จภายใน 75 วัน ให้รัฐสภาคัดเลือก สสร.อีก 22 คน ภายใน 75 วัน และให้ สสร.จัดทำร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จภายใน 180 วัน โดยต้องจัดการรับฟังความเห็นประชาชนทั่วภูมิภาค โดยร่างรัฐธรรมนูญที่มีเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจะกระทำมิได้ นอกจากนี้เมื่อร่าง รธน.เสร็จให้ประธานรัฐสภาส่งไป กกต.ภายใน 7 วัน เพื่อออกเสียงประชามติ โดย กกต.รับรองผลภายใน 15 วัน หากประชาชนเห็นชอบให้ประธานสภาทูลเกล้าฯ เพื่อลงปรมาภิไธยต่อไป เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ให้บังคับใช้เป็นรัฐธรรมนูญ หากไม่เห็นชอบก็ให้ตกไป แต่ให้ ครม.สส.สว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 มีสิทธิ์เสนอญัตติเสนอจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ได้ และรับสมัคร สสร.ใหม่ภายใน 15 วัน และดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน อย่างไรก็ตามคาดว่าจะสามารถเสนอร่างฯ ต่อรัฐสภาได้ภายในสัปดาห์หน้า ภายหลังจากที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจถ้อยคำ

“เฉลิม” โวร่างรัฐบาลสมบูรณ์แบบ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรี เป็นร่างของรัฐบาลซึ่งมีความสมบูรณ์มากกว่าร่างของวิปรัฐบาล โดยจะเสนอให้แก้ไขมาตรา 291 เพียงมาตราเดียว เพื่อให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญหรือ สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งจำนวน 77 คน และมาจากการคัดเลือกจากกลุ่มคนหลากหลายอาชีพอีก 22 คน ซึ่งไม่จำเป็นต้องกำหนดว่าต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี ยืนยัน เป็นบุคคลที่มีความเป็นกลาง และไม่มีการวางตัวบุคคลล่วงหน้า เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชน ส่วนกรอบเวลาจะดำเนินการทั้งหมดให้แล้วเสร็จภายใน 180 วัน แต่หากร่างนี้ตกไป สามารถใช้ช่องทางให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 1 ใน 3 เสนอยกร่างมาตรา 291 ใหม่ได้ ส่วนการที่พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นป้ายคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น สามารถทำได้ และไม่ห่วงว่าจะเกิดความขัดแย้งขึ้น เพราะขณะนี้รัฐบาลมีความขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์เพียงพรรคเดียวเท่านั้น ยืนยันการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เป็นการเอื้อประโยชน์หรือเป็นการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากไม่สามารถกำหนดตัวผู้ที่จะมาเป็น สสร.ได้ พรรคประชาธิปัตย์คงไม่มีงานทำ เหน็บแนมตลอดทำแบบนี้ก็คงต้องค้านต่อไปตลอด หากไม่เข้าใจเนื้อหาก็พูดกันไม่จบ อยากถามกลับพรรคประชาธิปัตย์ ว่าชอบรัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติใช่หรือไม่ เลือกตั้งรอบหน้าอาจจะได้ฉลองศรัทธา พวกผมบอกมาตลอดว่าไม่เอารัฐธรรมนูญที่มาจากการปฏิวัติ และได้เลือกตั้งเข้ามาเสียงข้างมากก็จะแก้แต่ไม่ได้แก้เองเพราะจะหาว่าเสียงข้างมากทำอะไรก็ได้ จึงเปิดลักษณะเลือก สสร.คัดเลือกผู้เชี่ยวชาญ พอร่างเสร็จก็ให้ กกต.ไปถามประชามติ หากประชาชนเห็นด้วยพรรคประชาธิปัตย์จะมาคัดค้านได้อย่างไรเชิญขึ้นป้ายเลย เพราะเชื่อว่าจะไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง จะขัดแย้งก็ขัดแย้งกับพรรคประชาธิปัตย์เท่านั้น

ขู่ฟ้อง ปชป.ขึ้นป้ายแก้ รธน.เพื่อแม้ว

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นป้ายรณรงค์ต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า เป็นการทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณคนเดียวนั้น อยู่ระหว่างให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบก่อนตัดสินใจว่าจะดำเนินการฟ้องร้องหรือไม่ แต่ส่วนตัวเห็นว่าเข้าข่ายความผิดฐานหมิ่นประมาท และพรรคเพื่อไทยก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผู้เสียหาย เนื่องจากข้อความที่บอกว่าพรรคเพื่อไทยทำเพื่อ พ.ต.ท.ทักษิณคนเดียวก่อให้เกิดความเสียหายและความเกลียดชัง ส่วนตัวเห็นสมควรว่าต้องฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อให้เป็นบรรทัดฐาน นักการเมืองจะกล่าวหาคนอื่นโดยไม่รับผิดชอบไม่ได้ และจะได้ใช้กระบวนการศาลพิสูจน์ความจริง

ปชป.ตั้ง 3 ปมแก้ รธน.เพื่อแม้ว

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช ปชป. กล่าวว่า ที่นายอุดมเดช รัตนเสถียร ประธานวิปรัฐบาล ระบุว่า ปชป.วิตกจริตเกินเหตุต่อการแก้รัฐธรรมนูญนั้น ปชป.ไม่ได้วิตกเกินเหตุ การเคลื่อนไหวของพรรคอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงที่จะเกิดขึ้น เพราะมีสมมุติฐานที่เป็นไปได้มากในการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ว่ามีเป้าหมายในการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ คือ 1.กลุ่มที่ยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งหมดล้วนแต่เป็นกลุ่มบุคคลในระบอบทักษิณทั้งสิ้น 2.การแก้ไขมาตรา 291 เพื่อเปิดทางให้มีการเลือกตั้งและสรรหา สสร. ล้วนแล้วแต่เป็นการล็อกสเปกให้กับคนในระบอบทักษิณทั้งสิ้น อาทิ การเคลื่อนไหวจัดเตรียมแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆ เพื่อเข้ามาเป็น สสร. โดยมีการใช้ทีวีดาวเทียมช่องหนึ่ง เคลื่อนไหวหาเสียงให้กับแกนนำคนเสื้อแดงที่จะลงสมัครเป็น สสร.ในจังหวัดต่างๆ แล้ว ส่วน สสร.สรรหาก็มาจากการคัดเลือกของสมาชิกรัฐสภา ซึ่งชัดเจนว่าเสียงส่วนใหญ่เป็นเสียงของรัฐบาล จึงคาดการณ์ได้ไม่ยากว่าจะต้องเลือกคนของตัวเองเข้ามาเป็น สสร. 3.การให้มี สสร.ชุดนี้ เพื่อเปิดทางให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ได้ทั้งฉบับ โดยไม่ต้องกำหนดกรอบหรือประเด็นใดๆ ในการแก้ไข เปรียบเสมือนการให้เช็คเปล่า หรือแบลงค์เช็ค ซึ่ง สสร.จะแก้ไขอย่างไรก็ได้ โดยประชาชนไม่มีโอกาสรับรู้ ไม่มีหลักประกันใดๆ ว่าการแก้ไขครั้งนี้จะช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ อย่างไร สำหรับการอ้างประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจผ่านการทำประชามตินั้น เป็นเรื่องที่รัฐบาลสามารถเข้าไปแทรกแซงได้ โดยใช้กลไกรัฐควบคุม และเมื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญเสร็จตามวัตถุประสงค์ ก็เปรียบเหมือนผีถึงป่าช้า ประชาชนต้องจำยอม เหมือนถูกมัดมือชก

เย้ยนภดลขู่ฟ้องหมิ่น

นายเทพไท กล่าวต่อว่า ที่นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายของ พ.ต.ท.ทักษิณ จะให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบและฟ้องร้องในข้อหาหมิ่นประมาท ที่ตนได้ออกแบนเนอร์และสติ๊กเกอร์ข้อความ “คัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อทักษิณ” นั้น นายนพดลเป็นนักกฎหมายก็น่าจะรู้ดีว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวเข้าข่ายหมิ่นประมาทหรือไม่ เพราะการออกป้ายในลักษณะเช่นนี้เป็นการแสดงความเห็นทางการเมือง ที่เห็นต่าง ไม่ใช่การหมิ่นประมาทที่ทำให้เสียชื่อเสียง และเป็นที่รับรู้ทั่วไปว่าความเคลื่อนๆ ไหวทางการเมืองในขณะนี้ทั้งหมดของรัฐบาล พรรคเพื่อไทยและ นปช.ล้วนเป็นไปตามยุทธศาสตร์ที่ พ.ต.ท.ทักษิณกำหนดไว้ทั้งสิ้น และทุกครั้งก็จะออกมาแสดงความเห็นทางการเมืองในลักษณะชี้นำ แม้แต่กรณีการจัดงาน “รักเมืองไทย เดินหน้าประเทศไทย” ของรัฐบาลที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณก็ยังออกมาแสดงความชื่นชมและเห็นด้วย อยากให้คนในพรรคเพื่อไทยยอมรับความจริง ไม่ต้องปกปิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณคือผู้บงการตัวจริงของรัฐบาลชุดนี้ ทั้งในและนอกประเทศ

จี้แจงให้ชัดไม่แก้ ม.309 ล้างผลปฏิวัติ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากถามว่ารัฐธรรมนูญปี 50 ที่ผ่านการทำประชามติจากประชาชน ไม่เป็นประชาธิปไตยตรงไหน และดูจากร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เสนอกันมา พบว่ากระบวนการตั้ง สสร.จะมีการล็อกสเปก ถูกครอบงำจากพรรคการเมืองใหญ่ และยังมีการระบุว่าหากไม่ผ่านการทำประชามติก็สามารถนำเข้ามาพิจารณาใหม่ได้ แสดงว่ามีการดึงดันตั้งธงที่จะแก้ไขให้สำเร็จหรือไม่ และมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่มีการลดทอนอำนาจองค์อิสระในการตรวจสอบหรือไม่ และยืนยันได้หรือไม่ว่าจะไม่แก้ไข มาตรา 237 เรื่องยุบพรรค มาตรา 309 การล้มล้างผลปฏิวัติ หรือมาตรา 102 (7) เรื่องลักษณะต้องห้ามของผู้ที่เข้าดำรงตำแหน่งนายกฯ ครม. และ ส.ส.ว่าต้องไม่เป็นบุคคลที่เคยถูกยึดทรัพย์ เพื่อเปิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาสู่การเมืองอีกหรือไม่ และจะแก้เรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ในเรื่องสิ่งแวดล้อมเพื่อปูทางการทำธุรกิจหรือไม่ รวมถึง มาตรา 190 การทำสนธิสัญญากับต่างชาติด้วยหรือไม่ ดังนั้นขอให้กลับไปคิดใหม่ เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยมีผลประโยชน์แอบแฝงจะเป็นจุดเริ่มต้นในความขัดแย้งครั้งใหม่แน่นอน

หวั่นเปิดทาง “ทักษิณ”

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กรณีที่นักวิชาการ กลุ่มสยามประชาภิวัฒน์ ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ อาจมีการยกเลิกรัฐธรรมนูญ มาตรา 102 (7) ที่กำหนดคุณสมบัติต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งนายกฯ คณะรัฐมนตรี และ ส.ส.นั้น ต้องไม่ใช่ผู้ที่เคยถูกยึดทรัพย์เพื่อเปิดทางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมามีอำนาจอีกครั้ง ทางพรรคมีความเป็นห่วงในเรื่องนี้อยู่แล้ว และจะเป็นหนึ่งในประเด็นที่พรรคจับตาดูอยู่ เพราะมีข่าวในทำนองนี้มาโดยตลอด

มธ.ไม่ห้ามนิติราษฎร์จ้อ ม.112 แล้ว

วันเดียวกัน ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อเวลา 13.30 น. คณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (กก.บห.มธ.) ประกอบไปด้วยอธิการบดี รองอธิการบดี คณบดี และผู้อำนวยการสำนัก ได้ประชุมพิจารณาทบทวนมติกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 30 ม.ค. ซึ่งส่วนหนึ่งมีการระบุห้ามเคลื่อนไหวต่อประเด็นการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อันเป็นที่ถกเถียงกันอย่างแพร่หลายตลอด 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ภายหลังการประชุมนายพรชัย ตระกูลวรานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายบริการวิชาการและวิจัย แถลงว่า กก.บห.มธ.ได้พิจารณาความเห็นของทุกฝ่ายและเห็นว่ามหาวิทยาลัยควรชี้แจงมติเมื่อวันที่ 30 ม.ค. ให้ชัดเจนเพื่อเข้าใจตรงกัน โดยคณะผู้บริหารยึดมั่นในจิตวิญญาณของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ทุกประการ และหากการแสดงความเห็นตามสิทธิมีแนวโน้มให้เกิดการเผชิญหน้าของกลุ่มผู้สนับสนุนและคัดค้านที่อาจเป็นชนวนเหตุสู่ความรุนแรง มหาวิทยาลัยต้องใช้มาตรการที่จำเป็น ซึ่งเมื่อสถานการณ์ประเด็นความขัดแย้งดังกล่าวคลี่คลายลง มหาวิทยาลัยก็ยินดีอนุญาตให้ใช้พื้นที่ได้ตามปกติ ทั้งนี้ ผู้บริหารมหาวิทยาลัยฯ ไม่ได้ตัดสินใจอยู่บนพื้นฐานของเหตุผลใด อย่างไรก็ตามหากกลุ่มนักวิชาการนิติราษฎร์จะมาขอใช้สถานที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จะต้องดูเหตุผลเป็นรายๆ ไป แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของวิชาการ

“ผบ.ทอ.” ลั่นไม่ยอมพวกหมิ่นสถาบัน

ด้าน พล.อ.อ. อิทธพร ศุภวงศ์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ กล่าวว่า ที่มีกลุ่มเคลื่อนไหวหมิ่นสถาบัน โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ไม่ใช่เฉพาะทหารจะออกมาป้องกันอย่างเดียว แต่มีหลายกลุ่มออกมาแสดงความคิดเห็น แน่นอนเราเป็นทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรายอมไม่ได้เรื่องหมิ่นสถาบัน ไม่ต้องถามความเห็นอย่างไร เราปกป้องเต็มที่อยู่แล้ว สิ่งที่ทุกคนพูดว่ากลุ่มที่ออกมาไม่ทราบว่าเขาต้องการอะไร กฎหมาย มาตรา 112 ไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน คนที่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่างๆ ต้องดูว่ากฎหมายทั่วไป กฎหมายอาญายังมีเรื่องหมิ่นประมาท ดังนั้นจึงเป็นการปกป้องประชาชนทั่วไป หากมีคนพูดจาให้ร้ายหรือทำให้เสียหาย ประชาชนก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้อง แต่การที่จะให้สถาบันลงมาฟ้องร้อง ท่านคงไม่ทำ ดังนั้นคนไทยต้องช่วยกันปกป้อง จึงมีความจำเป็นว่าทำไมต้องมีกฎหมายมาตรานี้ ทั้งนี้หวังว่าเหตุการณ์จะไม่บานปลาย ปีนี้ตนเป็น ผบ.ทอ.เป็นปีที่ 4 ก็มีเหตุการณ์มาทุกปี จึงอยากให้ปีนี้เรียบร้อย ซึ่งทุกคนต่างอ้างสิทธิ์เรื่องประชาธิปไตย แต่การเคลื่อนไหวอยากให้คำนึงถึงสิทธิ์ของคนอื่นด้วย เขาก็อยากจะอยู่อย่างปกติสุข ดังนั้นอย่าสร้างเงื่อนไขอะไรต่างๆ ทำให้ประเทศชาติต้องมีปัญหาและเกิดวิกฤติขึ้นมาอีก

 

วันที่ 14/02/2555 เวลา 9:54 น.



ไปเที่ยวตลาดน้ำที่ไหนดี

View Results

Loading ... Loading ...



หวิวแรก‘ลูกเกด’แซบเวอร์! [20/04/2557]
“ลูกเกด” เข้าวงการจากการชนะเลิศในโครงการ “ชิงดาว” ของโพลีพลัส จากนั้นได้โอกาสเล่นละครหลายเรื่อง ส่วนมากจะรับบทร้าย