ปู-ป๋าเปรม คุย 2 ต่อ 2 ชื่นมื่น
แดงโวยอย่านั่งทับหัว นปช.ยึดราชประสงค์
ทำบุญอุทิศ”น้องเกด” พธม.ปลด416สส.สว.
“ยิ่งลักษณ์” แต่งชมพูรดน้ำขอพร “ป๋าเปรม” ชื่นมื่น ก่อนหารือกันสองต่อสองกว่าครึ่ง ชม. ขณะที่ “ยงยุทธ” เผยป๋าอวยพรปู สุขภาพแข็งแรง-ดูแลประชาชนให้ดี แจงคุยสองต่อสองไม่มีนัยทางการเมือง ด้าน “เสื้อแดง” สุดเคืองถล่มปูยับ ซัดอย่านั่งทับหัวเสื้อแดงเสวยสุข ยึดแยกราชประสงค์รดน้ำเถ้ากระดูก-จัดวันเกิดน้องเกด ส่วน “เว็บแดง” จัดหนัก โชว์คลิปเก่าประจานแม้ว เคยด่าป๋าเปรมผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญปลุกม็อบแดง ขณะที่ “พธม.” ถือฤกษ์ล้ม รธน.เพื่อแม้ว บุกยื่น อส.ส.-กกต.-ป.ป.ช. สั่งโมฆะ-ยุบพรรค-ถอดถอน 416 ส.ส.-ส.ว.-ตัดสิทธิ์การเมือง ชี้ส่อพฤติการณ์ล้มล้างการปกครอง เย้ยปูมุดบ้านป๋าแค่หวังช่วยพี่ชาย
“ปู” ชื่นมื่นรดน้ำขอพร “ป๋าเปรม”
วันที่ 26 เม.ย. เมื่อเวลา 15.20 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้สวมเสื้อสีชมพู ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความรัก รวมด้วยนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ออกเดินทางจากอาคารรัฐสภา โดยรถตู้ป้ายแดง ทะเบียน 3438 ไปยังบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อรดน้ำขอพรเนื่องในเทศกาลสงกรานต์และวันขึ้นปีใหม่ไทยตามที่ได้นัดหมายไว้ โดยเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติกันมาที่นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีจะเข้าพบผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เพื่อขอพรในเทศกาลสำคัญ นอกจากนี้นายยงยุทธได้เตรียมกระเช้าผลไม้และพวงมาลัยดอกไม้และขนมหวานไปเป็นของขวัญให้กับ พล.อ.เปรมในครั้งนี้ด้วย โดยทั้งหมดได้ใช้เวลารดน้ำอวยพรประมาณ 15 นาที จากนั้นในเวลา 15.45 น. รองนายกรัฐมนตรีทั้งสามก็ได้ออกมาคอยอยู่นอกบ้าน และปล่อยให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ พล.อ.เปรมหารือกันตามลำพังภายในบ้านอยู่ประมาณ 35 นาที จนกระทั่งเวลา 16.20 น. ทั้ง 2 ก็ได้ออกมาพูดคุยกับคณะรองนายกฯ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม โดย พล.อ.เปรม ที่สวมเสื้อผ้าไหมสีส้มได้เดินออกมาส่ง ซึ่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ได้ยกมือไหว้ลา พล.อ.เปรม และนั่งรถออกไปโดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ ทั้งสิ้น
อวยพรปูแข็งแรง-ดูแลประชาชน
นายยงยุทธ กล่าวว่า พล.อ.เปรมได้อวยพรให้นายกรัฐมนตรี และรองนายกรัฐมนตรี มีสุขภาพแข็งแรงและดูแลประชาชน ทั้งนี้ยืนยันว่า การเข้าพบ พล.อ.เปรมไม่มีนัยทางการเมือง แต่เป็นมิติของการให้ความเคารพผู้ใหญ่ที่นับถือ สำหรับการพูดคุยเป็นการส่วนตัวระหว่างนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.เปรม เป็นการพูดคุยเรื่องโครงการสานใจไทยสู่ใจใต้ ว่ารัฐบาลสามารถช่วยเหลือในส่วนใดได้บ้าง เพื่อทำให้โครงการมีความเข้มแข็ง รวมถึงงานการกุศลต่างๆ ในส่วนที่ พล.อ.เปรมรับผิดชอบ
เสื้อแดงโวยอย่านั่งทับหัวเสวยสุข
ขณะที่บรรยากาศหน้าบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ ได้มีคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งมาชูป้าย พ.ร.บ.ปรองดอง เราเห็นด้วย แต่ 91 ศพใครรับผิดชอบ อำมาตย์และประชาธิปัตย์ต้องรับผิดชอบ ต้องไม่ตายฟรี และรัฐบาลอย่านั่งทับหัวเสื้อแดงเสวยสุข ส่วนมาตรการรักษาความปลอดภัยบริเวณดังกล่าว มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สามเสน ประจำการจุดตรวจบริเวณดังกล่าว ประมาณ 20 นายและเตรียมกำลังไว้ในที่ตั้ง จำนวน 1 กองร้อย พร้อมเคลื่อนที่หากมีสถานการณ์ฉุกเฉิน ส่วนบริเวณหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ กลุ่มคนเสื้อแดงได้นัดรวมตัวกันบริเวณสี่แยกราชประสงค์ตั้งแต่เวลา 15.00-24.00 น. เพื่อจัดงานวันคล้ายวันเกิด น.ส.กมนเกด อัคฮาด หรือน้องเกด โดยได้มีการตั้งเวที และมีตำรวจ บก.น. 6 จำนวน 80 นาย คอยรักษาความสงบป้องกันเหตุการณ์ความไม่สงบ ทั้งนี้ในเวลา 17.00 น.ครอบครัวอัคฮาดจะแถลงข่าวกล่าวไว้อาลัยให้กับน้องเกด พร้อมรดน้ำกระดูก จากนั้น 19.00 น. เป่าเค้กวันเกิดครบรอบอายุ 27 ปี ของน้องเกด
เว็บแดงจัดหนักถล่มปูยับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดกระแสใจกลุ่มคนเสื้อแดงไม่พอใจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่เข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม โดยเว็บไซต์ thaienews.blogspot.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์คนเสื้อแดงได้ขึ้นภาพเชิงกระแหนะกระแหนตั้งแต่ช่วงเช้า โดยขึ้นป้ายกำหนดการเชิญชวนร่วมรดน้ำเถ้ากระดูก น.ส.กมนเกด อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตในวัดปทุมวนารามเมื่อ 19 พ.ค.53 ที่บริเวณแยกราชประสงค์ จากนั้นนำภาพนางพะเยา อัคฮาด ขึ้นเว็บ โดยภาพดังกล่าวถูกถ่ายขึ้นที่เสียมราฐ ลักษณะใน พ.ต.ท.ทักษิณ โอบกอดนางพะเยาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมทั้งข้อความบรรยายว่า เสียงกระซิบข้างหูคุณทักษิณ ชินวัตร จากแม่น้องเกด ณ เสียมราฐ “ดิฉันไม่เอานิรโทษกรรมค่ะ” โดยคำว่า ไม่เอา เขียนด้วยตัวอักษรสีแดง คำว่านิรโทษกรรมเขียนด้วยตัวอักษรสีเหลือง และยังนำข้อความเก่าๆ ของนายจตุพร ที่เคยปราศรัยเมื่อปี 2552 ว่า “เพราะฉะนั้นพี่น้องที่รักทั้งหลาย ผมบอกว่าวันนี้เราประกาศจุดยืนกันมาตั้งแต่ต้น และทุกเดือนจะเป็นเดือนไล่ เปรม ติณสูลานนท์” ที่น่าสนใจมีการขึ้นภาพ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ในชุดชมพูก่อนที่จะพา ครม.บางคนไปรดน้ำ พร้อมข้อความ นายกฯ ปูฟังข้อความพี่ชายท่านด้วย : ผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ พร้อมทั้งนำคลิปการปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อวันที่ 27 มี.ค.52 มาประกอบ ซึ่งมีการพาดพิง พล.อ.เปรม เป็นผู้มีบารมีนอกรัฐธรรมนูญ
“ชินวัฒน์” ยันเสื้อแดงไม่พอใจรดน้ำป๋า
นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ที่ปรึกษา รมว.คมนาคม และแกนนำ นปช. กล่าวว่า มีพี่น้องเสื้อแดงในบางส่วนที่ไม่สบายใจกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้โทรศัพท์มาหาจำนวนมาก เพราะมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย คนที่เคยไปต่อสู้บางส่วนต้องตกงาน บางคนต้องสูญเสีย สามี ลูก หลาน จึงเป็นธรรมดาที่ทำใจลำบาก เพราะเขายังคิดว่า พล.อ.เปรม เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้คนเสื้อแดงต้องออกมาต่อสู้ อีกทั้งคดีความเสื้อแดงบางคน หรืออีกหลายคนที่อยู่ในคุก ส่วนแกนนำเสื้อแดงที่พูดถึงแนวทางปรองดอง เข้าใจว่าพูดไปก็ต้องกัดลิ้นด้วยความกล้ำกลืนฝืนทนไป การปรองดองไม่ได้หมายความว่าต้องไปยอมในทุกสิ่งให้กับคู่กรณีตามที่เขาต้องการให้เราทำ แต่ต้องเกิดจากการที่มวลชนส่วนใหญ่ในประเทศอยากให้ปรองดอง แต่ไม่ใช่ให้แบบเลิกรากันไป ชนิดที่ฆ่าคนก็ไม่ผิด มันก็ไม่ใช่ ทั้งนี้ในแนวทางของนักการเมืองก็เป็นเรื่องปกติ ถ้าไม่เห็นด้วยก็ต้องตั้งกลุ่มใหม่ แต่ไม่ได้หมายความว่าในวันนี้นายณัฐวุฒิ นายจตุพร จะไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ ที่พูดคือพูดหมายถึงนักการเมืองทั่วๆ ไป ที่เมื่อเกิดปัญหาแบบนี้อย่างไร ก็เท่าที่เห็นคือก็ไปตั้งกลุ่มใหม่หรือพรรคการเมืองใหม่ ทั้งนี้ประเทศเรามีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียว ก่อน ครม.จะทำงานได้เข้าไปถวายสัตย์ฯ คือสิ่งที่ควรกระทำ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราต้องมีคนพิเศษอื่นอีกที่เราต้องเข้าไปหมอบกราบ ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ซึ่งอันที่จริงบ้านเมืองมีผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคน ถ้ามัวไปรดน้ำ มิต้องไปรดกันทั้งปีทั้งชาติอย่างนั้นหรือ อีกทั้งหลังยึดอำนาจเสร็จมี พล.อ.เปรม พาคณะผู้ยึดอำนาจเข้าเฝ้าฯ คนเสื้อแดงเลยตั้งข้อสงสัยกัน เมื่อไปถามที่หน้าบ้านก็ไม่ได้รับคำตอบกลับมา
“วีระ” รับเห็นใจเสื้อแดง-นายกฯ ปู
นายวีระกร คำประกอบ อดีตประธาน นปช. และอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า รู้สึกเห็นใจกลุ่มคนเสื้อแดงที่ต่อสู้มานาน และมีญาติพี่น้องที่ต้องเสียชีวิต เพราะกลุ่มคนเสื้อแดงมีความเชื่อว่า พล.อ.เปรม อยู่เบื้องหลังในการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งข้อเท็จจริงอาจจะไม่ใช่ แต่ตนรู้สึกเห็นใจกลุ่มคนเสื้อแดงที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทย แต่พรรคเพื่อไทยต้องเข้าไปรดน้ำดำหัว พล.อ.เปรม ขณะเดียวกันก็รู้สึกเห็นใจนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และรัฐบาลที่ต้องการให้เกิดความปรองดอง ความสงบสุขในบ้านเมือง เพราะคนในรัฐบาลจะเอาเรื่องส่วนตัวเป็นที่ตั้งไม่ได้ คนที่เป็นนายกฯ แม้จะลำบากใจ หรือรู้อยู่แก่ใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นว่าเคยทำอะไรกับพี่ชาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้อยากให้กลุ่มคนเสื้อแดงมองนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ด้วยว่า คงจะขมขื่นไม่น้อยไปกว่าคนเสื้อแดงเหมือนกัน
พท.มั่นใจแดง-พท.ไม่แตกคอ
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่นายชินวัฒน์ หาบุญพาด ที่ปรึกษา รมว.คมนาคม และในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง ระบุว่าคนเสื้อแดงบางส่วนไม่พอใจที่นายกฯ และรัฐบาลเพื่อไทยเข้ารดน้ำ พล.อ.เปรมนั้น จากการที่เราสอบถามประชาชนและคนส่วนใหญ่ในสังคมต้องการกลับสู่การปรองดอง และคิดว่าแนวทางการปรองดองเป็นแนวทางที่ถูกต้อง การทะเลาะกันหรือการให้ก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งในสังคมตนคิดว่าไม่เป็นประโยชน์ต่อสังคม ทุกอย่างต้องใช้เวลาในการทำความเข้าใจ และปรับตัวคิดว่าหลังจากนี้ทุกอย่างจะค่อยๆ คลี่คลายลง คงไม่ก่อให้เกิดปัญหาใหญ่ ขอย้ำว่าแนวทางการปรองดองเป็นแนวทางที่ดีที่สุด ขณะนี้พรรคเพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดงยังเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน คิดว่าร้อยละ 99 เราอยู่ด้วยกัน แต่ในระบอบประชาธิปไตยความเห็นต่างเป็นเรื่องปกติ ย่อมมีความเห็นคนส่วนใหญ่ คนส่วนน้อย อย่างไรก็ตามถึงแม้เราจะดำเนินการตามความเห็นของคนส่วนใหญ่ แต่เราจะรับฟังความคิดเห็นคนส่วนน้อยตลอดเวลาที่จะนำมาปรับทัศนคติเข้าหากัน
“บรรหาร” ชี้หนทางปรองดองดีที่สุด
นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้าพบ พล.อ.เปรม เป็นสิ่งที่ดี ซึ่ง พล.อ.เปรม เป็นคนดีและเป็นคนประนีประนอม การที่เด็กเข้าหาผู้ใหญ่เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ด้วยความอ่อนน้อม ไปขอความคิดเห็นเป็นเรื่องดี สมัยตัวเองเป็นนายกฯ ก็ไปหาเพื่อขอความคิดเห็นจากท่าน ท่านก็ให้ความคิดเห็นกลับมา การที่นายกฯ เข้าพบ พล.อ.เปรม อย่างนี้เป็นการปรองดองที่ดีที่สุด อย่าไปคิดอย่างโน้นอย่างนี้เลย ส่วนการประชุมอภิปรายแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกวันนี้ดูแล้วน่าเบื่อ ไม่รู้เมื่อไหร่จะเสร็จ ผู้แทนราษฎรต้องมานั่งประชุมอยู่ตลอดเวลา มีการแปรญัญติเป็นร้อยๆ เรื่องที่ไม่จบ ประเด็นต่างๆ ที่ขอสงวนการแปรญัญติไว้ก็ซ้ำกัน สมัยก่อนถ้าซ้ำกันประธานรัฐสภาไม่ให้พูดก็ตัดประเด็นไป แต่คราวนี้ซ้ำกันตลอดเวลาก็ไม่รู้จะทำอย่างไร สมัยตัวเองเป็นนายกรัฐมนตรีการแก้รัฐธรรมนูญไม่ยากอย่างนี้
“สมศักดิ์” เชื่อก้าวแรกปรองดอง
นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์เข้ารดน้ำดำหัว พล.อ.เปรม ถือเป็นเรื่องที่ดีเพราะนายกรัฐมนตรีเป็นผู้น้อย ดังนั้นจึงถือเป็นการกระทำที่ถูกแล้วที่นายกรัฐมนตรีให้เกียรติกับผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมือง สิ่งที่ไม่เข้าใจกันก็จะได้มีโอกาสได้พูดคุยในปัญหา และอาจจะได้รับการแก้ไข เมื่อต่างฝ่ายถอยกันคนละก้าวปัญหาก็จะได้รับการแก้ไข เมื่อรู้จักอะลุ่มอล่วย คนที่จะได้ประโยชน์ก็คือบ้านเมือง ดังนั้นเรื่องนี้ถือเป็นสิ่งที่ดีงาม ตนขอแสดงความยินดีกับความสำเร็จของบ้านเมืองในเปราะหนึ่งนี้ด้วย
“โคทม” เชื่อสัญลักษณ์สู่ปรองดอง
นายโคทม อารียา ผอ.ศูนย์ศึกษาสันติวิธีและพัฒนาสันติวิธี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ารดน้ำดำหัว พล.อ.เปรม เป็นเรื่องดีที่ผู้มีอาวุโสน้อยจะเข้าไปขอคำแนะนำหรือเข้าไปทำความเคารพกับผู้ที่มีอาวุโสมากกว่า ซึ่งการเข้าพบกันครั้งนี้อาจถือเป็นการแสดงออกถึงสัญลักษณ์ทางการเมืองอย่างหนึ่ง แต่ยังขึ้นอยู่กับการรับรู้ของคนจำนวนมากว่าจะมองเหตุการณ์นี้อย่างไร และต้องยอมรับว่ามีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย และมองว่าเคยเป็นฝ่ายตรงข้ามกัน จะเป็นการปรองดองเฉพาะระดับบนแล้วทอดทิ้งรากหญ้า ซึ่งก็คือคนเสื้อแดงหรือไม่ โดยถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องไปจัดการ อย่างไรก็ตามขณะนี้บรรยากาศยังสามารถปรองดองกันได้ การปรองดองไม่ใช่ต้องเห็นตรงกันหรือเป็นเนื้อเดียวทั้งหมด การถกเถียงจะทำให้เห็นถึงความคิดของอีกกลุ่ม สิ่งสำคัญคือต้องพยายามมองในทางบวก และบริหารจัดการความขัดแย้งด้วยความอารยะ ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีที่เป็นแกนนำคนเสื้อแดงไม่ร่วมคณะเข้ารดน้ำดำหัว พล.อ.เปรม เชื่อว่าปัญหาระหว่างคนในรัฐบาลและมวลชนคนเสื้อแดงจะสามารถพูดคุยและปรับความเข้าใจกันได้ ทั้งในส่วนของคนเสื้อแดงที่เป็นรากหญ้าและระดับปัญญาชน
“สุรยุทธ์” ไม่รู้พบป๋าจุดเริ่มปรองดอง
พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี กล่าวว่า ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม เป็นเรื่องของประเพณีปฏิบัติ และประธานองคมนตรีถือเป็นบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ให้กับชาติมากมาย และเมื่อมีการแสดงมุทิตาจิตในลักษณะเช่นนี้ก็เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้คนทั้งหลายว่า ประเพณีปฏิบัติของเราเป็นสิ่งที่จะทำให้เกิดความรู้สึกที่ดีต่อกันได้ แต่สิ่งที่มีความสำคัญที่สุดคือการช่วยเหลือเอื้อเฟื้อ รวมถึงความรู้สึกทางใจ นั่นคือสิ่งที่มีคุณค่ามากที่สุด ส่วนจะเป็นจุดเริ่มต้นของความปรองดองหรือไม่นั้นตนไม่ทราบ ส่วนคนในประเทศจะกลับมาปรองดองรักใคร่เหมือนในอดีตได้หรือไม่นั้นตนคงไม่สามารถมองเห็นอนาคตได้ อยู่ที่ความพยายาม เช่นเดียวกับการสร้างคนดีก็เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความพยายาม แน่นอนว่าไม่มีคนดีทั้งหมด ต้องมีคนไม่ดีบ้าง แต่ถ้าคนดีช่วยกันบ้านเมืองของเราจะดีขึ้น อย่างไรก็ตามตนไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องการเมือง ตนทำหน้าที่ในการส่งเสริมเยาวชนให้มีประสบการณ์ มีความรู้ เป็นคนดีของชาติบ้านเมือง ส่วนเรื่องการเมืองไม่มีข้อคิดเห็น ส่วนจะหล่อหลอมให้คำว่าอำมาตย์กับไพร่ให้เป็นเนื้อเดียวกันได้หรือไม่นั้นตนไม่แน่ใจ เพราะเป็นเรื่องความคิดเห็นทางการเมือง แต่ถ้อยคำที่นำมาเรียกขานไม่ได้อยู่ในระบบ เพราะยกเลิกไปตั้งแต่ พ.ศ.2475 ก่อนตนเกิดด้วยซ้ำ การเรียกสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องทางการเมืองมากกว่า ไม่ได้เป็นเรื่องที่มีอยู่จริง
“พิภพ” ชี้ปูพบป๋าหวังช่วยพี่ชาย
นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวว่า การเข้ารดน้ำขอพร พล.อ.เปรม ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อต้องการกระซิบผู้มีบารมีในประเทศเพื่อให้ช่วยเหลือพี่ชาย ตนไม่ได้หวังหารือพูดคุยหาทางออกให้ประเทศ ไม่ได้คิดในมิติเพื่อประโยชน์ประชาชน จึงถูกตั้งคำถามถึงความจริงใจของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ในการแก้ปัญหาประเทศชาติ และเรื่องความปรองดอง คิดว่าบรรยากาศประเทศไม่น่าจะดีขึ้นนักในเมื่อยังมีการปฏิบัติกับคนอย่างเหลื่อมล้ำและมีการสร้างกระแสความเกลียดชังทั้งเรื่องกระบวนการยุติธรรม ตนเชื่อว่าการแก้ปัญหาต้องแก้ที่ตัวบุคคล เอาผิดกับผู้ต้องคดี เอาผิดกับคนที่ศาลพิพากษาว่าต้องคดี ไม่ใช่เป็นการถอนหรือหนีคดีไป หากไม่เป็นเช่นนั้นประเทศก็เดินหน้าต่อไปไม่ได้ หวังว่านายกฯ ควรสร้างความจริงใจด้วยการพูดคุยเรื่องการหาทางออกปัญหาต่างๆ ของประเทศมากกว่าปรึกษาปัญหาพี่ชาย การวางตัวมาเป็นนายกฯ ก็เพื่อคุณสมบัติช่วยพี่ชายสุดที่รักเท่านั้น แต่ไม่มีคุณสมบัติแก้ปัญหาประเทศ ทักษิณเป็นปัญหาของสังคม และเป็นประเด็นสำคัญขัดแย้งในชาติ หากทักษิณหยุดความเคลื่อนไหวใดๆ ทางการเมืองก็เชื่อว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุของความขัดแย้ง การปรองดองจะเกิดได้ต้องแก้ที่ต้นเหตุและนักการเมืองทั้งระบบ
พธม.ลุยขวางแก้ รธน.
วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.30 น. ที่อาคารเอ ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และนายพิภพ ธงไชย ใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 ยื่นหนังสือต่ออัยการสูงสุด ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง และยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยสั่งให้สมาชิกรัฐสภาเลิกพิจารณา ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทั้ง 3 ฉบับ ซึ่งถือเป็นการล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับเดิมทั้งฉบับ พร้อมทั้งอาจสั่งยุบพรรคการเมืองและตัดสิทธิ์กรรมการบริหารพรรคการเมืองที่เกี่ยวข้อง โดยกลุ่มพันธมิตรได้ยื่นบันทึกข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่สมาชิกรัฐสภาได้ใช้สิทธิ์และเสรีภาพโดยขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่อพฤติการณ์เพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือเพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจการปกครองโดยวิถีทางซึ่งมิได้เป็นไปตามวิถีทางที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ รวมทั้งรายชื่อสมาชิกรัฐสภาผู้ถูกร้องจำนวน 416 คนมาด้วย โดยมีอธิบดีอัยการคดีพิเศษเป็นตัวแทนอัยการสูงสุดลงมารับหนังสือแทน
“ทักษิณ” บินอังกฤษอ้างดูบอล
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความเคลื่อนไหวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ระหว่างเดินทางไปทวีปแอฟริกาเหนือเพื่อพบปะกับเพื่อนฝูง และอีกประมาณ 1-2 วัน พ.ต.ท.ทักษิณจะเดินทางไปประเทศอังกฤษเพื่อพบปะกับเพื่อนฝูง โดยจะเดินทางไปที่เมืองแมนเชสเตอร์เพื่อเยี่ยมเยียนสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ เคยเป็นประธานสโมสร รวมทั้งจะเข้าชมการแข่งขันฟุตบอลดาร์บีแมตช์ระหว่างทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี กับทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นนัดสำคัญที่จะชี้ชะตาทีมที่จะได้เป็นแชมป์ในวันที่ 30 เม.ย.ด้วย อย่างไรก็ตามยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณต้องการใช้เวลาพักผ่อนโดยการเดินทางไปพบปะกับเพื่อนฝูง ซึ่งไม่มีนัยทางการเมืองใดๆ ทิ้งสิ้น
กมธ.สภาฯ ถกหามือดีโพสต์ภาพโป๊
วันเดียวกัน ที่รัฐสภามีการประชุมคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี นายไพจิต ศรีวรขาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย เป็นประธาน เพื่อหาข้อสรุปกรณีภาพไม่เหมาะสมปรากฏในจอมอนิเตอร์กลางสภา โดยเป็นการติดตาม ตรวจสอบข้อเท็จจริง และหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วม ประกอบด้วย นายคัมภีร์ ดิษฐากร รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบด้านเทคนิค ตัวแทนจากกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ตัวแทนจากบริษัท กสท ตัวแทนจากบริษัท แอลจี และนายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ เข้าชี้แจงด้วย โดยนายคัมภีร์ได้ชี้แจงผลสอบว่า ภาพไม่เหมาะสมที่เกิดขึ้นบนจอทีวีในห้องประชุมรัฐสภามาจากสมาร์ทโฟนยี่ห้อซัมซุง จำนวน 3 รุ่น อย่างไรก็ตามไม่สามารถตรวจสอบหาเบอร์โทรศัพท์ที่ส่งภาพโป๊ไปยังจอทีวีได้ เนื่องจากตัวเก็บข้อมูล (ล็อก) ของจอทีวีเป็นการเก็บข้อมูลเพียงชั่วคราว สำหรับเจ้าหน้าที่ห้องควบคุมโทรทัศน์วงจรปิดรัฐสภา ตนยืนยันว่าไม่มีความผิดเพราะได้ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในประเด็นดังกล่าว เนื่องจากโทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ไม่สามารถเชื่อมต่อไปยังจอทีวีได้ และจากการตรวจสอบคอมพิวเตอร์ที่เจ้าหน้าที่ใช้งานทั้งหมด 4 เครื่อง ก็ไม่พบความผิดปกติแต่อย่างใด
แอลจีแนะวิธีป้องกัน
ด้านตัวแทนบริษัท แอลจี อีเล็คทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า วิธีการป้องกันไม่ให้ข้อมูลที่ไม่เหมาะสมปรากฏบนจนทีวี มี 2 วิธี คือ 1.แยกระบบเน็ตเวิร์คออกจากกัน และ 2.ทีวีพลาสม่า รุ่นดังกล่าว มีคำสั่งตั้งค่าความปลอดภัย (เซฟตี้) หากเปิดใช้คำสั่งดังกล่าวจะสามารถป้องกันการส่งภาพแชร์ถึงกันได้ จอทีวีพลาสมาไม่สามารถบันทึกหมายเลขโทรศัพท์ที่ส่งสัญญาณมายังจอทีวีได้ ส่วนตัวแทนจาก กสท ชี้แจงว่า การตรวจสอบหมายเลขเครื่องโทรศัพท์ มีขั้นตอนและรายละเอียดเชิงลึก หากจะตรวจสอบจริงสามารถทำได้ แต่ใช้เวลานาน และต้องเป็นหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านไอทีที่มีอุปกรณ์พร้อม โดยจากการตรวจสอบสันนิษฐานจากลักษณะไอคอนแอพพลิเคชั่นคล้ายคลึงกับยี่ห้อซัมซุงมากที่สุด
“ณัฏฐ์” แจงไม่มีเจตนาดูภาพโป๊
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นนายไพจิต ได้ห้ามไม่ให้สื่อมวลชนเข้าฟังการประชุมอีก และได้เชิญนายณัฏฐ์ บรรทัดฐาน ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะที่เป็นผู้เปิดภาพโป๊ในมือถือเข้าชี้แจง ภายหลัง นายณัฏฐ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมาชี้แจงใน 2 ประเด็น คือ 1.กรณี ถูกสงสัยว่าเป็นผู้ส่งภาพจากโทรศัพท์มือถือไปยังจอทีวีพลาสมาฯ ในห้องประชุมสภาฯ ซึ่งตนได้ชี้แจงว่าผลสอบที่ออกมาตนไม่มีความเกี่ยวข้อง เพราะไม่ได้ใช้โทรศัพท์รุ่นที่สามารถส่งภาพไปยังจอทีวีได้ 2.กรณีความไม่เหมาะสม การเปิดภาพโป๊ดูระหว่างการประชุมรัฐสภา ซึ่งตนได้ชี้แจงว่า มีเพื่อนส่งภาพดังกล่าวเข้ามา เมื่อเปิดดูก็ลบทิ้งทันที ไม่ได้ดูเพื่อความบันเทิง ซึ่งทางกรรมาธิการฯ ไม่ติดใจในทั้ง 2 ประเด็น ส่วนตัวอยากให้ยุติการนำประเด็นไปตอบโต้ทางการเมืองได้แล้ว เพราะทำให้ ส.ส.พรรคฝ่ายค้านและ ส.ส.พรรครัฐบาลต้องออกมาตอบโต้กัน ซึ่งตนรู้สึกไม่สบายใจและเสียใจ ไม่อยากให้ประเด็นนี้มาอยู่ในความสนใจของประชาชนมากกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามตนได้เข้าไปกราบขอโทษกับนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา เป็นการส่วนตัว เพราะเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในสภาฯ และขอกราบขอโทษผู้ใหญ่ทุกคนที่ทำให้เกิดเหตุการณ์วุ่นวายขึ้น ซึ่งผู้ใหญ่ก็ให้คำแนะนำว่าขอให้ระมัดระวังการใช้โทรศัพท์ด้วย ส่วนตัวพร้อมเดินหน้าทำงานในฐานะเป็น ส.ส.ต่อไป จะไม่ลาออก
แฉ “มาร์ค” ฝากคนอื่นกดบัตรแทน
ส่วนกรณี ส.ส.กดบัตรแทนกันนั้น นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แถลงว่า เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลา 17.43 น. ในการประชุมสภาฯ เพื่อลงมติร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ขนส่งปรับปรุงน้ำหนัก และ พ.ร.บ.ปรับปรุงบทบัญญัติน้ำหนักรถยนต์ส่วนบุคคล ซึ่งระหว่างที่จะมีการลงมตินั้น ประธานให้กดนับองค์ประชุม ขณะนั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้กดลงมติ ในเวลา 17.45 น. ซึ่งห่างกันเพียง 2 นาทีเท่านั้น ในการลงมติฉบับแรก ในลำดับที่ 346 และลงมติฉบับที่ 2 ในเวลา 17.47 น. ซึ่งตนได้นั่งอยู่ในละแวกเดียวกันกับนายอภิสิทธิ์ แต่กลับไม่เห็นท่านนั่งอยู่ขณะที่มีการกดลงมติ ตนอยากถามว่าท่านกดลงมติในฉบับที่ 1 ด้วยตัวเองหรือไม่ ขอให้หาหลักฐานมาพิสูจน์กัน หากเขาสามารถพิสูจน์ได้ ตนก็ยินดีที่จะขอโทษด้วย เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงแค่ข้อสงสัยไม่ใช่ข้อกล่าวหา ทั้งนี้ตนเตรียมจะนำเรื่องดังกล่าวแจ้งให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทราบต่อไป อย่างไรก็ตามนายประชา ได้นำคลิปขณะที่มีการลงมติในวันดังกล่าวมาเผยแพร่ต่อสื่อมวลชนด้วย
“บุญยอด” ฉะไม่สร้างสรรค์
นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ตอบโต้ว่า การที่นายประชาออกมาแสดงความสงสัยเรื่องนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่ไม้สร้างสรรค์ เอาเรื่องจุกจิกมากวนใจ ถ้าหากตนตั้งข้อสงสัยบ้างว่ามีคนกดบัตรใช้สิทธิ์แทนนายประชาไม่ทราบว่าจะว่า อย่างไร และโดยปกติพฤติกรรมของ ส.ส.บางคนก็กดโหวตแล้วเดินออกจากห้องประชุมทันที ไม่ได้รอให้ผลคะแนนออกมา ดังนั้น การที่ระบุว่านายอภิสิทธิ์ ไม่อยู่ในห้องประชุมก็อาจเป็นกรณีดังกล่าวก็ได้ ส่วนตัวมักจะนั่งอยู่หลังผู้นำฝ่ายค้านในระหว่างการประชุมสภาฯ เป็นประจำ จะสังเกตเห็นว่าเมื่อนายอภิสิทธิ์ เข้ามาในห้องประชุมสภาฯ ก็จะเสียบบัตรแสดงตนทุกครั้งจึงมั่นใจว่า ไม่มีใครใช้สิทธิ์แทนนายอภิสิทธิ์แน่นอน
วันที่ 27/04/2555 เวลา 8:52 น.
[24/05/2556]ชิงยื่นสภาฯแล้วปรองดอง
[23/05/2556]สสส.สร้างเสริมสุขภาพ
[23/05/2556]เฮียเพ้งโทษฟ้าผ่าเมืองมืด
[23/05/2556]ฟันธงนิรโทษเหลิมสุดซอย
[22/05/2556]บิ๊กตู่ฉุน ส.ส.จับผิดงบ
[22/05/2556]ติวประมง4ภาค-รับมือภัยพิบัติ
[22/05/2556]จี้รัฐบูรณาการคุณภาพการศึกษา
[22/05/2556]ย่างปีที่42นสพ.บ้านเมือง
[22/05/2556]เหลิมเตรียมประจานศาลไทย
[22/05/2556]ชวนนท์ร้องผู้ตรวจฯปมสุรนันท์
[17:34 น.]ปิดตลาดหุ้นมูลค่าซื้อขาย
[16:23 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[16:11 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[15:47 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:28 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[12:32 น.]รัฐบาลเจริญพระพุทธมนต์
[10:21 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[9:45 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[9:29 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[6:08 น.]กรุงเทพฯมีฝนร้อยละ40

‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541





