ธุรกิจศูนย์ปรึกษามีลูกยากบูมในไทย
“ซูพีเรีย” อัด 40 ล้านเพิ่มสาขารับลูกค้าต่างชาติ
ศูนย์รับรักษาเกี่ยวกับผู้มีบุตรยากและปลอดโรคทางพันธุกรรมในประเทศไทยกำลังได้รับความนิยมสูง เหตุปัจจุบันบุตรมีโรคที่เกิดจากพันธุกรรมจำนวนมาก ผู้ต้องการมีบุตรจึงต้องการมาใช้บริการจำนวนมาก ซึ่งส่งผลให้เป็นธุรกิจที่กำลังมาแรงในขณะนี้ “ซูพีเรีย” เตรียมงบ 40 ล้าน เพิ่มสาขาในต่างจังหวัดติดชายแดนไทยหวังขยายฐานลูกค้าต่างชาติ
โรคธาลัสซีเมีย โรคทางพันธุกรรมที่หลายครอบครัวหวาดกลัว ซึ่งหากครอบครัวไหนมีคนที่เป็นพาหะของโรคหรือเป็นโรคธาลัสซีเมียอยู่ก็ต้องคอยระวังดูแลกันเป็นอย่างดี ซึ่งจากสถิติข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า ประชากรในประเทศไทยมีอัตราการเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียกันมากขึ้น โดย 30-40% ของประชากรในประเทศตรวจพบว่ามีพาหะของโรคธาลัสซีเมียอยู่ในตัว ซึ่งหากบุคคลที่เป็นพาหะทั้ง 2 คนแต่งงานกัน ลูกที่เกิดมามีโอกาสสูงถึง 25% ในการเป็นโรคธาลัสซีเมีย และอีก 75% จะเป็นพาหะของโรคธาลัสซีเมียอย่างแน่นอน
จากสาเหตุดังกล่าวความก้าวหน้าอีกระดับในการรักษาโรคธาลัสซีเมียจึงได้เกิดขึ้น โดยศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากและวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน ได้ประกาศความสำเร็จของการคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อนที่ปลอดโรคธาลัสซีเมียและมีเซลล์ที่เข้ากันได้ระหว่างพี่และน้อง เพื่อใช้ในการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดในการรักษาโรคธาลัสซีเมียสำหรับพี่ที่เป็นโรคให้หายขาดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย โดยนับเป็นสุดยอดความสำเร็จสำหรับทีมแพทย์ และทีมนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงตัวอ่อนและพันธุกรรมในการคัดกรองพันธุกรรมตัวอ่อนที่ปลอดโรคธาลัสซีเมียให้หายขาด นอกจากนี้ความสำเร็จดังกล่าวยังเป็นการต่อยอดไปที่การรักษาโรคอื่นๆ ทางด้านพันธุกรรมได้ในอนาคตอีกด้วย
นายศรายุธ อัสสมกร ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที. ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยากและวินิจฉัยพันธุกรรมตัวอ่อน บริษัท ไอโอโกเนีย เปิดเผยว่า ศูนย์แห่งนี้ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับผู้มีบุตรยากและปลอดโรคทางพันธุกรรม ซึ่งปัจจุบันศูนย์ดังกล่าวถือเป็นศูนย์กลางด้านการรักษาผู้มีบุตรยากและปลอดโรคทางพันธุกรรมในระดับภูมิภาคเอเชีย จากจำนวนผู้ที่เข้ามารับการดูแลปรึกษาอย่างต่อเนื่องทั้งชาวต่างชาติและคนไทยรวมกันเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 100 รายต่อเดือนหลังเปิดให้บริการศูนย์ดังกล่าวเป็นระยะเวลา 5 ปี และมีสัดส่วนของผู้เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาวต่างชาติ กว่า 80% และคนไทย 20% โดยปีนี้บริษัทมีแผนขยายตลาดด้วยการเปิดศูนย์แห่งใหม่ทั้งในและต่างประเทศ โดยจะเริ่มทยอยเปิดที่จังหวัดอุดรธานีและประเทศพม่า 2 แห่ง
“เรามองว่านี่อาจหมายถึงมิติใหม่ในวงการแพทย์ที่นอกจากจะสามารถช่วยเหลือผู้ป่วยแล้ว ยังต่อยอดไปที่การรักษาโรคอื่นๆ ทางด้านพันธุกรรมได้ในอนาคตได้อีกต่างหาก ซึ่งทางเรามุ่งหวังที่จะให้ศูนย์ซูพีเรียฯ เป็นศูนย์ที่มีเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก มีการพัฒนาห้องแล็บให้สามารถคัดกรองโรคอื่นๆ ได้มากขึ้นกว่าในปัจจุบัน และได้รับการยอมรับจากผู้ป่วยทั้งในและต่างประเทศในการก้าวต่อไปในเรื่องของวิทยาการทางการแพทย์”
“หัวใจสำคัญในการป้องกันธาลัสซีเมียคือการตรวจกรองทางพันธุกรรม เริ่มต้นโดยวิธีที่ง่ายและรวดเร็ว เพียงการตรวจเลือดเท่านั้น นักวิทยาศาสตร์ก็สามารถระบุได้ว่าเป็นพาหะธาลัสซีเมียหรือไม่ แม้ไม่มีประวัติธาลัสซีเมียในครอบครัวมาก่อน คนไทยแต่ละคนก็มีความเสี่ยงที่จะเป็นพาหะธาลัสซีเมียถึง 1 ใน 3 การตรวจกรองภาวะพาหะของธาลัสซีเมียก่อนตั้งครรภ์ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการประเมินความเสี่ยงของโรคธาลัสซีเมีย ในกรณีที่ทั้งคู่เป็นพาหะธาลัสซีเมียนั้น เทคนิค PGD-PCR สามารถช่วยให้คู่สมรสมีความมั่นใจว่า เด็กที่เกิดมาจะปลอดโรคธาลัสซีเมียอย่างแน่นอน”
ทั้งนี้บริษัทวางงบลงทุนการเปิดศูนย์ใหม่ไว้ 40-50 ล้านบาท ซึ่งจะใช้งบ 20 ล้านบาทต่อแห่ง และตั้งเป้าขยายศูนย์เพิ่มเติมเฉลี่ยปีละ 1-2 แห่ง การขยายศูนย์เพิ่มเติมเนื่องจากบริษัทต้องการขยายตลาดในรูปแบบ Management Chain ในตลาดต่างประเทศ เพราะศูนย์ทั่วไปสามารถทำได้เพียงช่วยเหลือผู้มีบุตรยากอย่างเดียว แต่ศูนย์ของบริษัทสามารถช่วยเหลือผู้มีบุตรยากและปลอดโรคพันธุกรรมด้วย
“ศูนย์นี้ก่อตั้งมาแล้วกว่า 5 ปี เป็นศูนย์ที่เกิดขึ้นเพื่อเป็น Hub ของเอเชีย เนื่องจากเรามีห้องปฏิบัติการที่เป็นระดับสากล (incubator) เราจึงอยากขยายตลาดในรูปแบบของ Management Chain ในตลาดต่างประเทศ เพราะอย่างศูนย์ทั่วๆ ไปจะเป็นการรักษาผู้มีบุตรยากโดยเทคนิคเด็กหลอดแก้ว แต่ศูนย์ซูพีเรีย เอ.อาร์.ที.มีเทคนิคที่แตกต่าง เรียกว่าเป็นที่อยู่และสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมและใกล้เคียงกับครรภ์มารดา ควบคุมอุณหภูมิอยู่ที่ 37 องศา เท่ากับระดับอุณหภูมิในร่างกายคน อากาศ ออกซิเจน ควบคุมแสงให้เหมือนอยู่ในโพรงมดลูก มีการให้อาหารที่เป็นน้ำยาเฉพาะของศูนย์ และมีการเลี้ยงตัวอ่อนถึงระยะวันที่ 5 ซึ่งเป็นระยะที่เหมาะสมที่สุดในการใส่กลับครรภ์มารดาเพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ ในขณะที่โดยทั่วๆ ไปจะเลี้ยงเพียง 3 วัน และยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถคัดกรองเพื่อตรวจโรคทางพันธุกรรมในระดับยีนเดี่ยว ซึ่งเป็นเพียงศูนย์เดียวที่สามารถทำได้ในทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้”
สำหรับกลุ่มเป้าหมายของทางศูนย์ฯ นอกจากชาวต่างชาติ อาทิ ชาวอาหรับที่มีรับการรักษาค่อนข้างมากแล้ว ยังมีลูกค้าที่เป็นกลุ่มคนวัยทำงานชาวไทย ที่มีอายุเฉลี่ย 31 ปี มารับการรักษามากขึ้น เนื่องจากไลฟ์สไตล์ของสาวยุคใหม่เปลี่ยนไป แต่งงานกันช้าขึ้น และเมื่อมีอายุมากแล้ว จึงทำให้เกิดภาวะเสี่ยงในการมีบุตรได้ ทำให้มีลูกค้าเข้ามาใช้บริการกันมากขึ้น ซึ่งพบว่าอัตราเฉลี่ย 40-43% ประสบความสำเร็จในการตั้งครรภ์และการคัดกรองพันธุกรรม
โดยในปีนี้ทางศูนย์ยังมีแผนที่จะขยายไปยังต่างประเทศ ในรูปแบบของการร่วมทุน (เจวีซี) กับผู้ประกอบการท้องถิ่นในประเทศพม่าเพื่อเปิดให้บริการศูนย์ดังกล่าวในเมืองย่างกุ้ง คาดเปิดตัวช่วงไตรมาส 3 เช่นกัน เนื่องจากประเทศพม่าที่มีกำลังซื้อสูงและยังมีแผนขยายสาขาไปในภูมิภาคอาเซียนที่มีปัญหาเรื่องมีบุตรยากด้วย
“หลังจากที่พม่ามีการเปิดประเทศเราเตรียมความพร้อมในการลงทุน ในรูปแบบของการร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่น ซึ่งทางเรามองว่าพม่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการซื้อสูง จากความต้องการช็อปปิ้ง และการต้องการด้านบริการต่างๆ ที่มีไม่เพียงพอในประเทศในสมัยก่อน แต่หลังจากที่มีการเปิดประเทศมากขึ้นคาดว่าพม่าจะเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความต้องการด้านบริการแบบนี้สูง นอกจากนี้เรายังเตรียมรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวที่จะไปเที่ยวในประเทศพม่า หรือกลุ่มลูกค้าที่สะดวกเดินทางไปในประเทศพม่ามากกว่าอีกด้วย”
อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การตลาดที่ทางศูนย์ตั้งเป้าไว้คือ การให้ความรู้แก่กลุ่มแพทย์และประชาชนเพิ่มมากขึ้นกับ 2 กลุ่ม ทั้งกลุ่มแพทย์ที่ทำการรักษา โดยการเน้นให้ความรู้ นอกจากความรู้พื้นฐานที่ทางแพทย์มีอยู่ และกลุ่มของลูกค้าทั่วไป ที่ต้องเน้นให้ความรู้เพิ่มเติม และต้องทำความเข้าใจเป็นอย่างมาก และต้องมีการใช้คำง่ายๆ ในการสื่อสาร ที่ไม่ใช่ศัพท์ทางการแพทย์ เช่น การให้ความรู้ผ่านสื่อต่างๆ และการตีพิมพ์ลงในหนังสือ แมกกาซีน เป็นต้น โดยเฉพาะเทคโนโลยีการคัดกรองตัวอ่อน (PGD-PCR) ให้ปลอดโรคทางพันธุกรรมก่อนการตั้งครรภ์ อาทิ โรคธาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้างใหญ่มาก รวมทั้งให้ความสำคัญในด้าน Research & Development ตั้งเป้าภายในสิ้นปีโต 38% และปลายปีที่ผ่านมาโตขึ้น 58%
วันที่ 5/04/2555 เวลา 10:06 น.
[18/05/2556]รถคันแรกดันรายได้รัฐพุ่ง
[18/05/2556]อ่วมไข่ไก่จ่อขึ้นราคาสัปดาห์หน้า
[18/05/2556]ขบ.เร่งควบคุมความเร็วรถโดยสาร
[18/05/2556]บาทแข็งฉุดดัชนีอุต เม.ย. วูบ
[18/05/2556]3 ค่ายยักษ์ยอมลดค่าโทร 15%
[18/05/2556]บีโอไอเคาะแผนลงทุนใหม่
[17/05/2556]เอวอน ปลื้มยอดขายกระฉูด
[17/05/2556]‘ทีวี ไดเร็ค’ ชูแกร่งโลจิสติกส์
[17/05/2556]เผือกร้อน กนง.แก้บาทแข็ง
[17/05/2556]เล็งขึ้นทะเบียนผู้ค้าก๊าซรายย่อย
[9:28 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[5:46 น.]กรุงเทพมีฝนร้อยละ30
[17:53 น.]ปิดตลาดหุ้นมูลค่าซื้อขาย
[14:49 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:38 น.]คลังปลื้มโกยรายได้
[13:50 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[13:32 น.]มาร์คชี้ กม.ปรองดอง
[13:29 น.]มาร์คหวั่นโครงการจัดการน้ำ
[12:55 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[12:22 น.]ปิดตลาดภาคเช้าบวก

‘เจนี่’ ฟิตเปรี้ยะฉลองโสด [12/05/2556]
ฮอตเวอร์ตลอดศก เห็นจะไม่มีใครเกิน “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” นางเอกสาวสไตล์ เริ่ด เชิด สวย เฉี่ยว แต่ไม่หยิ่ง เพราะประสบการณ์ในวงการ 16 ปี สอนให้เธอรู้ว่า ทำอย่างไรจะอยู่ทำงานในอาชีพนี้ได้ยืนยาว





