วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

นักวิจัย ม.ขอนแก่น พบเทคนิคช่วยคลอดในภาวะคับขัน ลดอัตราเสี่ยงแม่และเด็ก


การคลอดในภาวะเร่งด่วน เกิดขึ้นได้ในหลายกรณี เช่น ภาวะอัตราการเต้นของหัวใจทารกช้ากว่าปกติ ทีมสูติแพทย์จำเป็นต้องทำการช่วยคลอดอย่างเร่งด่วนเพื่อความปลอดภัยของทารก ในอดีตวิธีการช่วยคลอด ยังใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า ฟอร์เซ็บ มีลักษณะคล้ายคีม 2 อัน โดยสอดใส่เข้าไปในช่องคลอด ทั้ง 2 ข้าง เพื่อคีบเอาศีรษะของทารกออกมา การใช้อุปกรณ์นี้มักพบผลเสียที่เกิดขึ้นกับแม่ คือ เกิดการฉีกขาดของช่องคลอดเป็นบริเวณกว้าง

ปัจจุบันสูติแพทย์นิยมใช้อุปกรณ์ในการช่วยคลอด ที่มีชื่อว่า เครื่องดูดดึงสุญญากาศ (Vacuum) มีลักษณะเป็นถ้วยสุญญากาศ ใช้ช่วยคลอดในระยะที่ 2 ร่วมกับการเบ่งของแม่ ผู้พัฒนาเครื่องได้แนะนำการใช้เครื่อง Vacuum ว่า ต้องลดความดันอากาศลงเริ่มที่ 0.2 บาร์ ทุกๆ 2 นาที จนถึง 0.8 บาร์ ซึ่งต้องใช้เวลานาน 8-10 นาที จึงจะสามารถดึงศีรษะทารกได้ วิธีการนี้ขัดแย้งกับการใช้งานจริง เพราะในกรณีฉุกเฉินที่ต้องทำการช่วยคลอดอย่างเร่งด่วน หากต้องรอเวลานานถึง 8 หรือ 10 นาที อาจเกิดอันตรายต่อแม่ และทารกได้

สาเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของการศึกษาวิจัยเทคนิคการใช้เครื่องดูดดึงสุญญากาศ หรือเครื่อง Vacuum ในการช่วยคลอด ซึ่งเป็นผลงานของ ศ.นพ.ภิเศก ลุมภิกานนท์ สูติแพทย์โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ น.พ.บรรพจน์ สุวรรณชาติ สูติแพทย์ และรองผู้อำนวยการฝ่ายการแพทย์ของโรงพยาบาลกาฬสินธุ์

ศ.นพ.ภิเศก ลุมภิกานนท์ กล่าวว่า คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความร่วมมือกับโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุขหลายแห่ง ที่สำคัญมากอีกโรงพยาบาลหนึ่งคือโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ มีการประชุมวิชาการร่วมกัน การส่งนักศึกษาแพทย์ไปฝึกประสบการณ์หลายรุ่น ซึ่งคณาจารย์หลายท่านก็ช่วยสอนนักศึกษาแพทย์ของเราเป็นอย่างดี เมื่อประมาณ 8-9 ปี ที่ผ่านมา คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้รับทุนวิจัยจากกองทุนเวลคัมทรัส ประเทศอังกฤษ เพื่อพัฒนาขีดความสามารถโดยใช้หลักเวชศาสตร์เชิงประจักษ์เป็นหลัก ใน 4 ประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ ประเทศไทย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย โดย น.พ.บรรพจน์ สุวรรณชาติ เป็นสูติแพทย์ท่านหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการนี้ โดยได้ไปฝึกอบรมที่ประเทศออสเตรเลีย เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการทำวิจัยการใช้เครื่องดูดดึงสุญญากาศในการช่วยคลอด แนวคิดดังกล่าวเป็นประโยชน์มากในการช่วยชีวิตแม่และทารกในการคลอดภาวะคับขัน

นอกจากนี้ ห้องคลอดโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้เข้าร่วมโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว ในพระดำริพระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ โดยนำระบบ Social Support มาใช้ คืออนุญาตให้สามีหรือญาติเข้ามาดูแลแม่ขณะเจ็บครรภ์คลอด เพื่อให้เกิดความสบายใจ คลายความวิตกกังวล สนับสนุนให้แม่เลี้ยงลูกด้วยนมแม่อย่างเต็มที่ ให้ลูกได้ดูดนมแม่อย่างเร็วที่สุด ในช่วงหลังคลอดด้วย

ด้าน น.พ.บรรพจน์ สุวรรณชาติ กล่าวถึงผลของการศึกษาวิจัยในเรื่องนี้ว่า การช่วยคลอดด้วยเครื่องดูดดึงสุญญากาศ หรือ เครื่อง Vacuum ตามที่ผู้พัฒนาเครื่องได้แนะนำไว้ว่าต้องลดความดันทีละ 0.2 บาร์ ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ 8-10 นาที จึงจะสามารถใช้งานได้ แต่ในสภาวะคับขันถ้าจะรอนาน 8-10 นาที ปัญหาที่ตามมาเด็กเสี่ยงจะเป็นอันตรายสูง เลยเกิดคำถามว่าจริงๆ แล้ว วิธีการช่วยคลอดโดยใช้เครื่อง Vacuum ตามแบบเดิมนั้นจำเป็นต้องทำแบบนี้เสมอไปหรือไม่ แต่เนื่องจากว่าข้อมูลผลงานวิจัยที่จะมารับรองวิธีการใหม่จากทั่วโลก มีอยู่เพียงแค่ผลงานวิจัยเรื่องเดียว มีน้ำหนักไม่เพียงพอที่จะมารองรับ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น และสภาวิจัยแห่งชาติ จึงสนับสนุนงบประมาณให้เราทำการวิจัยในโรงพยาบาลเครือข่ายทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โรงพยาบาลศูนย์ขอนแก่น โรงพยาบาลศูนย์อนามัยแม่และเด็ก โรงพยาบาลมหาสารคาม โรงพยาบาลตำรวจ และโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ซึ่งมีการควบคุมปัจจัยต่างๆ อย่างดี ผลที่ออกมาพบว่า การลดความดันอย่างค่อยเป็นค่อยไป กับการลดความดันอย่างรวดเร็วไม่มีความแตกต่างกันในเรื่องของประสิทธิภาพ ความสำเร็จ ความปลอดภัย ที่มีผลต่อแม่และทารก แถมยังใช้เวลาน้อยกว่าเกือบ 5 นาที ส่งผลดีต่อการช่วยชีวิตแม่และทารกสำหรับการคลอดในภาวะคับขันได้เป็นอย่างดี

นี่คือความสำเร็จของผลงานวิจัยที่เกิดจากการสังเกตปัญหาจากการทำงานปกติทั่วไป จนกลายเป็นกระบวนการศึกษาวิจัยที่มีประสิทธิภาพ ด้วยความร่วมมือของโรงพยาบาลเครือข่ายทั้ง 6 โรงพยาบาล และเทคนิควิธีการใช้เครื่อง Vacuum ในรูปแบบใหม่นี้ ก็เป็นที่ยอมรับจากสูติแพทย์ในโรงพยาบาลชั้นนำในปัจจุบัน

วันที่ 17/04/2555 เวลา 9:26 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541