วันอังคารที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

บ้านอุดมสุข…ความสุขสร้างได้

สายด่วน 1323 “สร้างสุขในครอบครัว”


น.พ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน “บ้านอุดมสุข…ความสุขสร้างได้” ณ โรงพยาบาลศรีธัญญา โดยกล่าวว่าครอบครัว คือ สถาบันมูลฐานของมนุษย์ เป็นหน่วยขนาดเล็กที่สุดของสังคมแต่มีความสำคัญที่สุดของสังคม ทั้งนี้ในช่วงเทศกาลวันสงกรานต์ซึ่งมีวันหยุดยาวหลายวัน ถือเป็นโอกาสดีที่ครอบครัวจะได้มีโอกาสใช้เวลาอยู่ร่วมกันมากขึ้นกว่าปกติเพราะตามปกติ ในยุคปัจจุบัน แต่ละครอบครัวมีเวลาอยู่ร่วมกันน้อยลงโดยเฉพาะในเมืองใหญ่ๆ และในกรุงเทพมหานคร การใช้เวลาอยู่ร่วมกันจึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่ทุกคนในครอบครัวควรคำนึงถึงอยู่ตลอดเวลาเพราะการใช้เวลาอยู่ร่วมกัน คือ การสร้างสายสัมพันธ์ในครอบครัวช่วยทำให้มีความรักความผูกพันกันมากยิ่งขึ้น

รมช.สธ. กล่าวต่อว่า การที่ครอบครัวไทยต้องเผชิญกับสภาวะแวดล้อมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรอบด้าน ส่งผลให้เกิดความสั่นคลอนของสถาบันรอบครัว ทั้งปัญหาเด็กถูกทอดทิ้ง ผู้สูงอายุถูกปล่อยให้อยู่ตามลำพัง ปัญหายาเสพติด ปัญหาตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ปัญหาความรุนแรง ปัญหาการฆ่าตัวตาย ฆ่าผู้อื่น ปัญหาการหย่าร้าง

ซึ่งจากรายงานของกรมสุขภาพจิตเกี่ยวกับการให้บริการปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 พบว่า ปัญหาครอบครัว เป็นปัญหาลำดับต้นๆ ที่ประชาชนโทรศัพท์เข้ามาขอรับคำปรึกษา ซึ่งปีที่ผ่านมาอยู่ในลำดับ 3 รองจากปัญหาสุขภาพจิตและโรคทางจิตเวช และยังพบว่ามีจำนวนประชาชนขอรับบริการเพิ่มขึ้นจากปี 2553 เกือบพันราย (ปี 2553 ขอรับบริการ 3,674 ราย ปี 2554 ขอรับบริการ 4,632 ราย) ปัญหาที่โทร.เข้ามาปรึกษา ได้แก่ ปัญหาคู่ครองนอกใจ ความไม่เข้าใจกัน ลูกติดยาเสพติด ติดเกม ติดเพื่อน เป็นต้น ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ากลุ่มอายุที่โทร.เข้ามาขอรับบริการปรึกษาปัญหาครอบครัว นอกจากจะเป็นวัยผู้ใหญ่ อายุระหว่าง 25-59 ปีแล้ว กลุ่มเด็กและวัยรุ่นเป็นกลุ่มรองลงมาที่โทร.เข้ามาขอรับบริการปรึกษาปัญหาครอบครัว คิดเป็นอัตราส่วนกลุ่มผู้ใหญ่ต่อกลุ่มเด็กและวัยรุ่นประมาณ 5:1 และขอรับบริการปรึกษามากกว่าผู้สูงอายุ ซึ่งปัญหาที่เด็กและวัยรุ่นโทร.เข้ามาได้แก่ ความคาดหวังของผู้ปกครองต่อการเรียนของเขา การไม่ไว้วางใจเกี่ยวกับการคบเพื่อนหรือการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน

รมช.สธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เหล่านี้ สะท้อนถึงปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ส่วนหนึ่งมาจากการไม่มีเวลาให้แก่กันอย่างไรก็ตาม บ้านเราด้วยวัฒนธรรมแบบไทยๆ ความสัมพันธ์ในระบบครอบครัวยังคงมีความสำคัญอยู่ แม้จะดูห่างออกไปบ้างแต่ก็ไม่ได้หมายความว่า จะมาเริ่มสร้างกันใหม่ไม่ได้ ขอเพียงใช้เวลาที่อยู่ร่วมกันให้มีคุณค่ามากที่สุดเพื่อสร้างความสุขให้เกิดขึ้นในครอบครัวอาจเริ่มง่ายๆ โดย 1.สื่อสารกันในครอบครัว เช่น การได้พูดคุยกัน 2-3 คำ หรือการใช้คำพูดบางคำที่ทำให้รู้สึกถึงความห่วงใยที่มีต่อกัน หรือแม้ไม่พูดแต่แสดงความรักกันด้วยการสัมผัส หรือการกอดก็สื่อถึงความรักความผูกพันและความสุขที่เกิดขึ้นได้ในแต่ละวันแล้ว 2.ออกแบบและทำกิจกรรมครอบครัวร่วมกัน เช่น ดูทีวีด้วยกัน ทำงานบ้านร่วมกัน ค้นหาเรื่องราวต่างๆ ในอินเตอร์เน็ตด้วยกัน ไปกราบคุณปู่คุณย่าด้วยกัน เล่นกีฬาด้วยกัน ทำอาหารรับประทานร่วมกัน ทำกิจกรรมทางศาสนาร่วมกัน ทำกิจกรรมจิตอาสาร่วมกันหรือแม้แต่การช่วยแก้ปัญหาให้กันและกันก็จะทำให้เวลาที่อยู่ร่วมกันมีคุณค่าแล้ว ทั้งนี้ควรจัดสรรเวลาและคงความสม่ำเสมอ เพื่อให้การใช้เวลาอยู่ร่วมกันของครอบครัวมีคุณค่าและสร้างความสุขทางใจให้แก่กันและกันมากที่สุด

นอกจากครอบครัวทั่วไปที่ควรใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างมีคุณค่า เพื่อสร้างความรักความผูกพันและความสุขให้เกิดขึ้นแล้ว ครอบครัวผู้ป่วยจิตเวชเองก็สามารถสร้างความสุขให้เกิดขึ้นได้เช่นเดียวกัน โดยเฉพาะครอบครัวผู้ป่วยโรคจิตจากสารเสพติด ที่สำคัญ คือ ยาบ้า ซึ่งในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา จะเห็นสถานการณ์ข่าวผู้เสพยาบ้าก่อความรุนแรงขึ้นในสังคม ล่าสุด คือ การจี้ภรรยาเป็นตัวประกัน เป็นต้น ทั้งนี้ผู้เสพติดยาบ้าเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะเกิดอาการโรคจิต เมื่อเปรียบเทียบกับสารเสพติดอื่น อาการที่พบได้บ่อยที่สุด คือ ความคิดหวาดระแวง อาจเพียงสงสัย ระแวดระวัง รู้สึกว่ามีคนคอยเฝ้ามองหรือติดตามตัวเอง พูดพาดพิงถึงจนถึงมีอาการหลงผิด ประสาทหลอน โดยอาการจะเป็นๆ หายๆ เป็นพักๆ หากยังคงเสพไปเรื่อยๆ จะเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป อาการโรคจิตจะเด่นชัดขึ้น เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวอย่างเฉียบพลันหรือมีการทำร้ายตนเอง ทำร้ายผู้อื่น นอกจากนี้อาจพูดน้อย เชื่องช้าและสีหน้าไร้อารมณ์ ซึ่งอาการทางจิตในผู้ป่วยแต่ละรายจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับปริมาณ ความถี่และระยะเวลาที่เสพ ยิ่งเสพหนักเป็นเวลานานยิ่งพบอาการโรคจิตรุนแรงและหากอดนอนจะยิ่งทำให้เกิดอาการโรคจิตง่ายและรุนแรงมากขึ้น ระยะเวลาที่เริ่มมีอาการมักเกิดภายหลัง 2-5 ปี หลังการเสพติด สำหรับผู้เสพยาบ้าเรื้อรังยังพบปัญหาสุขภาพจิตอื่นร่วมด้วย อาทิ ภาวะซึมเศร้า วิตกกังวลและพยายามฆ่าตัวตาย ทั้งนี้ การรักษา ยิ่งรักษาเร็วก็จะหายเร็ว หากเสพไม่นาน มักใช้เวลารักษาประมาณ 1-2 สัปดาห์ ซึ่งมีโอกาสหายได้ แต่หากเรื้อรังต้องใช้ระยะเวลามากกว่า 2 เดือนในการรักษาและต้องไม่ให้ผู้ป่วยกลับไปเสพหรือได้รับสารกระตุ้นอีก รวมทั้งทานยาตามที่แพทย์สั่ง ดังนั้นครอบครัวและชุมชนจึงมีบทบาทสำคัญยิ่ง ที่จะช่วยดูแลผู้ป่วยให้ใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวและชุมชนอย่างปลอดภัยต่อตนเองและผู้อื่น

วันที่ 25/04/2555 เวลา 8:56 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541