เที่ยว “สะพานหิน” ไหว้ทะเล-ขอพร ที่ “อ๊ามกิ้วเที้ยนเก้ง”
“แผ่นดินไหวที่เกาะสุมาตรา เตือนสึนามิฝั่งอันดามันแล้ว ปิดสนามบินภูเก็ตด้วย!”
เสียงบอกเล่าอย่างตื่นตระหนกของเพื่อนในกลุ่ม ราวช่วงเย็นวันที่ 11 เม.ย.55 ทำให้เราคิ้วขมวด และรีบกดโทรศัพท์สอบถามสถานการณ์จากหลายคนที่คุ้นเคย ซึ่งอาศัยอยู่ที่ “ภูเก็ต” ในทันที
เสียงปลายสายส่วนใหญ่บอกว่า ผู้คนพากันมุ่งหน้าสู่ที่สูง เนื่องจากหวั่นเกรงว่าจะเกิดภัย “สึนามิ” เหมือนเมื่อหลายปีก่อน หากแต่ครั้งนี้ชุลมุนวุ่นวายน้อยกว่าครั้งนั้น เพราะมีการแจ้งเตือนเป็นระยะ
แผ่นดินไหววัดค่าได้ 8.5 ริคเตอร์ มีศูนย์กลางอยู่ทางตอนเหนือของเกาะสุมาตรา
ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่หลายคนจะหวาดกลัว เพราะแม้แต่เราที่จองตั๋วเครื่องบินไป “ภูเก็ต” ในช่วงบ่ายของวันที่ 12 เม.ย.55 ก็ยังลังเลใจ แต่ก็ทำได้แค่รอดูสถานการณ์ให้ชัดเจนเสียก่อน
กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้นเรารีบโทรศัพท์สอบถาม “สายการบิน” เพื่อยืนยันการเดินทาง จึงได้รับคำตอบอย่างหนักแน่นว่า สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ และ “สนามบิน” เปิดดำเนินการตามปกติแล้วเช่นกัน
ในที่สุด เราก็มายืนอยู่ที่ “สนามบินนานาชาติภูเก็ต” ในตอนบ่ายของวันที่ 12 เม.ย.55
กับช่วงเวลาของ “การเตือนภัย” ในช่วงเวลาของ “เทศกาลสงกรานต์”
ไม่เพียงแต่เราเท่านั้น หากแต่ยังมี “นักท่องเที่ยว” อีกจำนวนมากที่เดินทางมาพร้อมกัน ซึ่งอาจปลอบใจได้กลายๆ ว่า “ไข่มุกอันดามัน” ยังเป็นจุดหมายที่เหล่านักเดินทางทั้งหลายต่างหมายปอง
“ภูเก็ต” ต้อนรับเราบ่อยครั้ง แต่แทบจะทุกครั้งก็มักจะเป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ
กระนั้น การแวะไปตามรายทางในทุกคราวที่มาเยือนก็ไม่เคยมีสักครั้งที่ทำให้เราผิดหวัง
บ่ายแก่ๆ วันที่ 12 เม.ย.55 ระหว่างเดินทางสู่ที่พัก ริมถนนสองข้างทางอบอวลไปด้วยบรรยากาศของ “เทศกาลสงกรานต์” ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติต่างพากันใส่เสื้อลายดอกสีสันสดใส
สองข้างทางมี “ซุ้มน้ำ” เป็นระยะ เพื่อคอย “สาดน้ำ” ให้กับผู้ผ่านไปผ่านมา
“โชเฟอร์” เล่าให้ฟังว่า ที่นี่ “เล่นสงกรานต์” กันตั้งแต่ช่วงบ่ายวันที่ 12 และตลอดวันที่ 13 โดยสถานที่ยอดนิยมคือ “ริมหาด” ที่ทอดยาวของเกาะ และแน่นอนว่า ที่ได้รับความนิยมที่สุดหนีไม่พ้น “หาดป่าตอง”
ที่ “ภูเก็ต” ยังมีการจัดงานที่หลากหลาย อาทิ “งานปล่อยเต่า” ที่ “หาดไม้ขาว” ในวันที่ 13 เม.ย. หรืองาน “สงกรานต์เมืองเก่า” แถบย่านเมืองเก่า และ ถ.ถลาง ระหว่าง 13-15 เม.ย.
หลังถึงที่พักและเก็บสัมภาระเรียบร้อย เราได้รับคำชวนจากเพื่อนที่คุ้นเคยให้ไปเล่น “สาดน้ำ” ในวันพรุ่ง ที่ “หาดป่าตอง” แต่ก็จำเป็นต้องปฏิเสธด้วยความเสียดาย เนื่องจากมีนัดหมายล่วงหน้าที่อื่นแล้ว
แต่แน่นอนว่า แม้เราจะไม่ได้ “สาดน้ำ” อย่างเป็นทางการ แต่ตลอดช่วงเวลาของ “เทศกาลสงกรานต์” เราก็ได้เห็นความชื่นฉ่ำจากสายน้ำ และความรื่นรมย์ของชีวิตจากทุกผู้คน
กระทั่งบ่ายวันที่ 14 เราได้ตอบรับคำชวนของเพื่อนที่คุ้นเคยอีกคน เพื่อขับขี่ “มอเตอร์ไซค์” พาหนะยอดนิยมของที่นี่ ไปยังสวนสาธารณะ “สะพานหิน”
เราอาศัยเดินเล่นกินลมชมวิวทะเลที่ “สะพานหิน” ระหว่างรอการมาถึงของเพื่อน ท่ามกลางผู้คนอีกเป็นจำนวนมากที่ต่างพากัน “ปูเสื่อ” ล้อมวงรับประทานอาหารที่ช่วยกันตระเตรียมมาจากบ้าน
“สะพานหิน” เป็นหนึ่งในสถานที่พักผ่อนหย่อนใจยอดนิยมของชาวภูเก็ต งานเทศกาลต่างๆ ก็นิยมมาจัดกันที่นี่ตลอดทั้งปี ซึ่งชวนให้เราคิดถึง “แหลมบาลีฮาย” ของ “พัทยา”
เราเดินเล่นไปจนถึงปลายแหลม และพบกับ “สถาปัตยกรรมแบบจีน” ตั้งเด่นตระหง่าน หันหน้าออกสู่ทะเล ด้านข้างมีรูปปั้นสีขาวมองเห็นไกลๆ ทำให้เราอดไม่ได้ที่จะต้องเดินเข้าไปดูใกล้ๆ
พร้อมกันนั้นก็โทรศัพท์บอกเพื่อน และได้รับคำตอบว่า “อ๋อ รอที่ “อ๊าม” ก็ได้”
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ จึงได้รู้ว่า สถานที่แห่งนี้คือ “ศาลเจ้ากิ้วเที้ยนเก้ง” ซึ่งชาวภูเก็ตนิยมเรียกว่า “อ๊ามกิ้วเที้ยนเก้ง” หรือ “อ๊ามสะพานหิน” โดยคำว่า “อ๊าม” เป็นภาษา “จีนฮกเกี้ยน” หมายถึง “ศาลเจ้า”
เมื่อเดินผ่านประตูทางเข้าด้านหน้าจะมี “หินสลัก” บอกเล่า “ประวัติ” ของสถานที่
“ศาลเจ้ากิ้วเที้ยนเก้ง ถูกสร้างขึ้นตามพระประสงค์ ของพระแม่กิ้วเที้ยนเฮี้ยนลื้อ เทพเจ้าชั้นผู้ใหญ่ฝ่ายศาสนาเต๋า ในสมัยพระจักรพรรดิเหลือง (ผ่านร่างประทับทรง) เพื่อที่จะสถิตและใช้เมตตาบารมี ปัดป้องภัยธรรมชาติที่จะเข้ามาสู่จังหวัดภูเก็ต”
ตามคำบอกเล่าเมื่อคราวเกิด “สึนามิ” ครั้งใหญ่หลายปีก่อน ศาลเจ้าแห่งนี้น่าจะได้รับผลกระทบด้วย แต่กลับรอดพ้นมาได้อย่างน่าประหลาด นั่นยิ่งทำให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่เคารพศรัทธามากยิ่งขึ้น
เราทำตามคำแนะนำของผู้ดูแลสถานที่ ในการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามจุดต่างๆ ตามลำดับ ซึ่งนับว่าแตกต่างไปจากหลายๆ สถานที่ก่อนหน้านี้ที่เราเคยเดินทางไป
เริ่มจากหยิบธูปเทียนที่จัดวางไว้ในถาด พร้อมกับหย่อนธนบัตรลงในกล่องด้านข้าง ที่เขียนไว้ให้บริจาคตามศรัทธา ใกล้ๆ กันมีเอกสารแจกฟรีเกี่ยวกับ “วันสำคัญประเพณีจีน” ตลอดทั้งปี
เราจุดเทียนก่อนจุดธูปตามคำแนะนำ จากนั้นหันหน้าออกสู่ทะเล และ “ไหว้ทะเล” เป็นลำดับแรก
จากนั้นจึงนำธูปมาไหว้ “เทพเจ้านาจา” ซึ่งอยู่ด้านหน้าสุดของศาลเจ้าเป็นจุดที่ 2 เมื่อไหว้แล้ว ให้ปักธูปทั้งกำลงในกระถางด้านหน้า แล้วจึงเดินต่อเข้าไปด้านใน
เมื่อเข้าสู่ด้านในแล้ว ต้องเริ่มสักการะจากตรงกลางคือ “พระพุทธเจ้า 3 พระองค์” เป็นจุดที่ 3 จากนั้นจุดที่ 4 คือด้านขวามือเป็น “เจ้าแม่กวนอิม” ปางต่างๆ และจุดที่ 5 ด้านซ้ายมือ คือบรรดา “เทพเจ้า” ของจีน
ด้านหน้าของเหล่าเทพทางซ้ายมือนี้ ยังมีรูปปั้น “เทพเจ้าจี้กง” ขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่
ขั้นตอนต่อมาจะต้องจุดธูป 3 ดอก เพื่อเดินลงไปสักการะจุดที่ 6 คือ “พระโพธิสัตว์กวนอิมหยกขาว” ซึ่งมี 3 ปาง ได้แก่ ปางเมตตา ปางปัญญา และปางสันติ ลักษณะเป็นรูปปั้น 3 องค์ หันหลังชนกัน
และจุดที่ 7 ซึ่งเป็นจุดสุดท้าย จุดนี้จะเป็นจุดที่ต้องนำกระดาษเงินกระดาษทองไปเผายังเตาด้านหลัง
เราตั้งใจทำตามขั้นตอนต่างๆ ตามคำแนะนำจนแล้วเสร็จ ระหว่างนั้นก็สังเกตเห็นผู้คนทยอยเข้ามาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสถานที่แห่งนี้อยู่เรื่อยๆ ไม่ขาดสาย แม้ว่าท้องฟ้าจะเริ่มครึ้มเมฆฝนก็ตาม
บริเวณลานด้านล่างของที่นี่ยังมีรูปปั้น “เทพเจ้า” ต่างๆ รวมถึง “ท้าวธตรฐมหาราช” หนึ่งใน “ท้าวจตุโลกบาล” ผู้ดูแล “ทิศตะวันออก” ซึ่งมีเอกลักษณ์คือ “ผีผา” เป็นเครื่องดนตรีและอาวุธประจำกาย
เพื่อนของเราบอกว่า “อ๊ามกิ้วเที้ยนเก้ง” เป็นที่นับถือของชาวภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียงอย่างมาก
ในวันสุดท้ายของประเพณี “ถือศีลกินผัก” ของทุกปี ที่นี่จะคึกคักไปด้วยผู้คน และเหล่านักท่องเที่ยว บรรดาศาลเจ้าในเมืองภูเก็ตจะจัดขบวนแห่เทพเจ้ามาทำพิธีส่งพระกัน ที่บริเวณปลายแหลมสะพานหินแห่งนี้
เราชื่นชมทัศนียภาพบริเวณ “สะพานหิน” อยู่จนค่ำ ก็ได้เวลากลับที่พัก และรอเวลาคืนสู่เมืองหลวง
ระหว่างนี้เราอดคิดถึง “ภัยธรรมชาติ” และอดคิดถึงคำเตือน “แผ่นดินไหว-สึนามิ” ไม่ได้
มนุษย์ศรัทธาน้อยลง แต่ทำร้ายธรรมชาติมากขึ้น และธรรมชาติก็ทำร้ายคืนกลับมาให้กับมนุษย์มากขึ้น
บางทีที่เราควรต้องทำก็คือ ทบทวนศรัทธาต่อโลกและต่อเรา และหยุดทำร้ายกันเองเสียที…
ออนอาร์ต
วันที่ 23/04/2555 เวลา 8:27 น.
[13/05/2556]บ้านเขมรฝั่งใต้
[6/05/2556]ชะอำอิ่มหนำของดี
[22/04/2556]ยโสธรเมืองหมอนขวานผ้าขิด
[15/04/2556]เยือนภูพานน้อมสักการพระธาตุ
[9/04/2556]ภูผายักษ์-ภูพยัคฆ์
[1/04/2556]ล่องเรือเพลงแม่น้ำนครชัยศรี
[25/03/2556]ตามคาราวานเอเชีย2013
[18/03/2556]“เขาดินวนา” เสน่ห์ “ช้างไทย”
[11/03/2556]ดงบัง หมู่บ้านสมุนไพร
[4/03/2556]เที่ยวเมืองสองแคว
[6:17 น.]กรุงเทพฯมีเมฆเป็นส่วนมาก
[9:28 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[5:46 น.]กรุงเทพมีฝนร้อยละ30
[17:53 น.]ปิดตลาดหุ้นมูลค่าซื้อขาย
[14:49 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:38 น.]คลังปลื้มโกยรายได้
[13:50 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[13:32 น.]มาร์คชี้ กม.ปรองดอง
[13:29 น.]มาร์คหวั่นโครงการจัดการน้ำ
[12:55 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ

‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541











