เปิดตำนาน “ตลาดเก่าอ่างศิลา 2419”
รำลึก..ความหลังสถานที่ตากอากาศยอดฮิตคนบางกอกเมื่อ 136 ปี
“อ่างศิลา” เป็นหมู่บ้านประมงริมทะเลอยู่ห่างจากตัวเมืองชลบุรีประมาณ 5 กิโลเมตร ปัจจุบันเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงหอยนางรมและหอยแมลงภู่ และเป็นแหล่งทำครกหิน ซึ่งริเริ่มโดยชาวจีนแต้จิ๋วซึ่งอพยพเข้ามาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้นำหินเนื้อละเอียดที่มีอยู่มากมายแถบอ่างศิลามาแกะสลัก จนปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์เป็นสินค้าของใช้ของตกแต่งบ้านมากมาย
นอกจากนี้อ่างศิลายังเคยเป็นสถานที่ตากอากาศชายทะเลเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่ง สถานที่แห่งนี้เคยเป็นสถานที่ตากอากาศยอดนิยมของชาวตะวันตกและคนบางกอก จากชื่อตั้งเดิม “อ่างหิน” เมื่อเป็นสถานที่ยอดนิยมในการตากอากาศของคนกรุง ก็เริ่มเปลี่ยนชื่อเป็น “อ่างศิลา” เพื่อให้ดูคลาสสิกและดูเป็นสากลมากขึ้น มีตำหนักที่ประทับริมทะเลสมัยรัชกาลที่ 5 สถาปัตยกรรมแบบยุโรปให้เห็นอยู่ รวมทั้งเป็นย่านร้านอาหารทะเลอร่อยๆ หลายร้าน สำหรับตลาดอ่างศิลาเริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2419 จนถึงปัจจุบันนับเป็นเวลา 136 ปีแล้ว เทศบาลตำบลอ่างศิลาและชุมชนชาวอ่างศิลาได้ร่วมกันพัฒนาตลาดอ่างศิลา เพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดชลบุรี
นอกจากนี้มีการเล่าขานต่อกันว่า เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสจังหวัดชลบุรี ได้ประทับแรมที่อ่างศิลา และได้มีลายพระราชหัตถเลขา ลงวันที่ ๙ มกราคม พ.ศ. ๒๔๑๙ พรรณนาถึงอ่างศิลาตอนหนึ่งว่า …เรียกชื่อว่าอ่างศิลานั้นเพราะมีแผ่นดินสูงเป็นลูกเนิน มีศิลาก้อนใหญ่ๆ เป็นศิลาดาด และเป็นสระยาวรี และนี่ก็คือที่มาของคำว่า “อ่างศิลา”
ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 อ่างศิลาเป็นสถานที่พักฟื้นของเจ้านายชั้นสูง และได้เสด็จประพาสอากาศที่สามมุข เมื่อวันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2402 คัดจากหนังสือพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 แต่งโดยเจ้าพระยาทิพากรวงศมหาโกษาธิบดี (ขำ บุนนาค) ความว่า
“ครั้นมาถึง ณ วันพุธ เดือนยี่ ขึ้น 12 ค่ำ (4 มกราคม พ.ศ.2402) เสด็จพระราชดำเนินลงเรือพระที่นั่งมณีเมขลาใช้จักรจากท่านิเวศวรดิฐไปประพาสอากาศที่สามมุข แล้วเสด็จกลับทางปากน้ำบางปะกง ทอดพระเนตรเขาดิน แล้วก็เสด็จขึ้นไปตามลำน้ำถึงเมืองปราจีนบุรี แล้วก็เสด็จกลับเข้าพระนคร”
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้โปรดให้สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค) สร้างตึกใหญ่สำหรับให้ต่างชาติที่เจ็บไข้อยู่รักษาตัว
“ที่อ่างศิลา แขวงเมืองชล อากาศดี โปรดให้ทำที่ประทับแห่งหนึ่ง ได้ทำแต่อิฐปูนขึ้นไว้กับถมสะพานศิลาเป็นถนนออกมาสายหนึ่ง ฯพณฯ หัวเจ้าท่าน เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ์ ที่สมุหกระลาโหมสร้างตึกใหญ่ขึ้นไว้หลังหนึ่ง เพื่อจะให้พวกยุโรปที่เจ็บไข้ไปอยู่รักษาตัวตากอากาศ ที่นั้นเป็นการบุญ แลที่ตลาดหลังเขาสามมุกนั้น โปรดให้ทำพลับพลาเป็นที่ประพาสขึ้นไว้หมู่หนึ่ง ให้ถมศิลาเป็นถนนออกมาสายหนึ่ง…” หนังสือพระราชพงศาวดาร กรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 4 ฉบับเจ้าพระยาทิพากรวงศ์ กล่าวถึงตึกที่สร้างไว้ว่า “ตึกอาไศรยสถาน”
พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เสด็จประพาสอ่างศิลาหลายครั้งและทรงโปรดปรานมาก ดังปรากฏในพระราชนิพนธ์จดหมายเหตุ ฉบับวันที่ 9 มกราคม 2419 ว่า “…ที่อ่างศิลาเป็นที่สนุกแลเป็นที่สบายมาก เราอยากใคร่อยู่นานๆ แต่ไม่ใคร่จะมีเวลาจะไปอยู่พ้น 10 วันเลย…”
จากหนังสือย้อนรอยเจ้าจอมก๊กออ ในรัชกาลที่ 5 กล่าวถึงเจ้าพระยาภานุวงศ์มหาโกษาธิบดี (ท้วม บุนนาค) ว่า เมื่อสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จประพาสต่างประเทศครั้งแรกที่ชวาและอินเดีย เจ้าพระยาภาณุวงศ์ก็ได้ตามเสด็จด้วย เมื่อทรงเสด็จประพาสพระพุทธบาทและเสด็จต่อไปยังนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และประทับที่อ่างศิลา เจ้าพระยาภานุวงศ์สร้างตำหนักขึ้นที่อ่างศิลาปลายปี พ.ศ.2415 แล้วทำถนนจากอ่างศิลาไปชลบุรีและบ่อน้ำร้อนบางพระ ตำหนักที่อ่างศิลานี้เป็นสถานที่ที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงพาเจ้านายและข้าราชการฝ่ายในไปตากอากาศอีกแห่งหนึ่งนอกเหนือจากที่บางปะอิน คณะทูตานุทูตชาวต่างประเทศต่างก็นิยมไปพักฟื้นรักษาตัว หรือตากอากาศที่อ่างศิลานี้เช่นกัน เจ้าพระยาภาณุวงศ์ชอบปลูกไม้ผลโดยเฉพาะมะม่วง จึงปลูกมะม่วงไว้รอบตำหนักอ่างศิลา
ต่อมา ปี พ.ศ.2440 สมเด็จพระนางเจ้าศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ (ขณะนั้นทรงเป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ขณะเสด็จประพาสยุโรป) ได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ปฏิสังขรณ์อาคารทั้ง 2 หลัง และพระราชทานนามอาคารหลังใหญ่ว่า “ตึกมหาราช” และอาคารหลังเล็กว่า “ตึกราชินี” เพื่อเฉลิมพระเกียรติยศในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในมงคลสมัยเฉลิมพระชนมพรรษา มิถุนายน พ.ศ.2449 พระราชชายา เจ้าดารารัศมี ได้ประชวรพระโรคปอดในระยะเริ่มแรก พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้เสด็จจากพระบรมมหาราชวังไปประทับรักษาพระองค์ ณ อ่างศิลา และโปรดเกล้าฯ ให้แพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นตามเสด็จไปถวายการรักษาพยาบาลด้วย
ตลาดอ่างศิลาในปัจจุบันยังคงความงดงามและสง่างามด้วย “ตึกมหาราช” และ “ตึกราชินี” หรือ “ตำหนักราชินี” ซึ่งมีสีแดงตั้งเป็นสง่าอยู่ริมชายทะเลอ่างศิลา ตรงปากทางเข้าตลาดอ่างศิลานั่นเอง นอกจากนี้ยังมีท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่ต้องมานมัสการ คือ “ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ” ชมความงามถึงสถาปัตยกรรมประเพณีจีน ศาลเจ้าแม่เขาหิน สะพานปลาที่ตั้งอยู่ทางเข้าด้านซ้ายมือ
ตลาดเก่าอ่างศิลายังคงเอกลักษณ์ไว้หลายอย่าง รวมทั้งอาคารบ้านเรือนและร้านค้า ซึ่งยังคงเป็นอาคารไม้เก่าๆ สินค้าที่นำมาจำหน่ายส่วนใหญ่เป็นอาหารสำเร็จรูปทะเล ขนมหน้าถั่ว ขนมครก ทอดมัน ปลาเค็ม ปลาแดดเดียว ห่อหมก หมึกย่าง ปูนึ่ง กั้งดองน้ำปลา แมงกะพรุนลวกจิ้ม เทียนสะบัดงา ขนมข้าวตอก ขนมข้าวตู น้ำแข็งกด ฯลฯ มีสินค้าอุปโภคบ้าง เช่น เครื่องจักสาน และที่ขาดไม่ได้คือ “ครกหิน” สินค้าที่เป็นเอกลักษณ์ของแห่งนี้
จากประวัติความเป็นมาอันทรงคุณค่าของตลาดเก่าแห่งนี้ ทางจังหวัดชลบุรีและเทศบาลอ่างศิลาจึงได้จัดงานเพื่อเปิดตำนานของตลาดเก่าเก่า 136 ปีแห่งนี้ ภายใต้ชื่อ “ตลาดเก่าอ่างศิลา 2419 “ ขึ้นระหว่างวันที่ 28 เมษายน-1 พฤษภาคม 2555 ณ บริเวณตลาดเก่าอ่างศิลา อ.เมืองชลบุรี จังหวัดชลบุรี เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเกิดการจดจำและจะเดินทางกลับมาเยือนตลาดเก่าแห่งนี้อีกครั้ง รวมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ตลาดเก่าอ่างศิลาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวโดดเด่นให้เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น ที่สำคัญคือต้องการอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรมไทย รวมถึงความเก่าแก่ของตลาดเก่าอ่างศิลา และวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม และให้ตลาดเก่าอ่างศิลาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เป็นที่รู้จักและจดจำของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศตลอดไป
สำหรับการเดินทางมาตลาดเก่าอ่างศิลา ทางรถยนต์จากกรุงเทพฯ มาชลบุรีและเข้าอ่างศิลาได้หลายเส้นทาง
1. ทางหลวงพิเศษ (Motor Way) กรุงเทพฯ-ชลบุรี-พัทยา ก่อนถึงด่านพานทอง ให้ชิดซ้าย (ทางออกจันทบุรี) รอสัญญาณไฟให้เลี้ยวขวาเข้าเส้นทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 344 ตรงไปก่อนที่จะเข้าถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3 ) ให้สังเกตป้ายบ้านเสม็ด -อ่างศิลา ให้เลี้ยวซ้าย ตรงไปอีก 4 กิโลเมตร เมื่อเห็นห้างบิ๊กซี ให้ชิดขวา รอสัญญาณไฟและเลี้ยวขวา ตามป้ายบ้านเสม็ด-อ่างศิลา (ทางหลวงหมายเลข 3134 ) ตรงไป 5 กิโลเมตร ถึง ถนน อบต.บ้านเสม็ด เมื่อเจอสามแยกไฟแดง รอสัญญาณไฟ ให้เลี้ยวซ้าย ตรงไปจะพบวัดอ่างศิลา ให้นำรถไปจอดที่วัดก็ได้ หรือขับตรงไปจอดที่โรงเรียนชลราษฎรอำรุง
2.หรือตามโค้งถนนไปจอดที่บริเวณสะพานปลาอ่างศิลา ใช้เส้นทางสายบางนา-ตราด ทางหลวงหมายเลข 34 เข้าสู่จังหวัดชลบุรี เข้าถนนสุขุมวิท (ทางหลวงหมายเลข 3 ) และเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3134 ตำบลเสม็ด-อ่างศิลา-เขาสามมุข
จรัส พิบูลย์ปุญญโชติ/รายงาน
วันที่ 28/04/2555 เวลา 3:29 น.
[24/05/2556]3 จว.หนุนสร้างสนามบินเลิงนกทา
[24/05/2556]เชียงใหม่เตรียมสร้างสนามบินแห่งที่ 2
[24/05/2556]จับมือภาคีเครือข่ายแก้ค้ามนุษย์ที่จ.สระแก้ว
[24/05/2556]มจร.พะเยาลุ้นตั้งศูนย์เรียนรู้พุทธฯ
[24/05/2556]ทม.มหาสารคามชวนร่วมกันบริจาค
[23/05/2556]ท่องทะเลสตูล
[23/05/2556]50ปีกรมพัฒนาที่ดิน
[23/05/2556]สศก.คาดการณ์ไม้ผล4ชนิดภาคใต้
[23/05/2556]พร้อมรับมือสับปะรดล้นตลาด
[23/05/2556]เชิดชูเกียรติครูบัญชีอาสา
[17:34 น.]ปิดตลาดหุ้นมูลค่าซื้อขาย
[16:23 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[16:11 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[15:47 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:28 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[12:32 น.]รัฐบาลเจริญพระพุทธมนต์
[10:21 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[9:45 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[9:29 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[6:08 น.]กรุงเทพฯมีฝนร้อยละ40

‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541




