ธ.ก.ส.พร้อมรับภัยแล้ง
ขยายพื้นที่ประกันภัยนาข้าวเพิ่ม 1.5 แสนไร่
ธ.ก.ส.สานต่อประกันภัยแล้งนาข้าว ขยายพื้นที่คุ้มครองเพิ่มอีก 4 จังหวัด ตั้งเป้าปีการผลิต 2555 มีเกษตรกรเข้าร่วม 3 หมื่นราย คิดเป็นพื้นที่ 1.5 แสนไร่ ผนึกขาใหญ่ “คูโบต้า” ปล่อยสินเชื่อ 1.5 หมื่นล้าน เช่าซื้อเครื่องจักรการเกษตร
นายบุญช่วย เจียดำรงชัย รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการประกันภัยพืชผลจากภัยแล้ง โดยใช้ดัชนีน้ำฝน สำหรับการผลิตข้าว ปีการผลิต 2555 กับธนาคารเพื่อความร่วมมือระหว่างประเทศแห่งญี่ปุ่น (เจบิค) และบริษัท บมโพธิ์ เจแปนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด ว่า การดำเนินการร่วมมือดังกล่าว พื่อส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างหลักประกันความมั่นคงและลดความเสี่ยงในการประกอบอาชีพ โดยเป็นการสานต่อโครงการประกันภัยพืชผลจากภัยแล้ง โดยใช้ดัชนีน้ำฝนสำหรับการผลิตข้าว ให้กับเกษตรกรรายย่อย ซึ่งการประกันภัยดังกล่าวเป็นรูปแบบของเจบิค เพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงด้านการผลิตให้แก่เกษตรกร และส่งเสริมให้เกษตรกรสร้างหลักประกันความมั่นคงให้แก่ชีวิตของตนเอง
ทั้งนี้ ในปีการผลิต 2554 ได้ดำเนินงานประกันภัยใน 5 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ และนครราชสีมา โดยมีเกษตรกรลูกค้าซื้อประกันภัยรวมทั้งสิ้น 6,173 ราย พื้นที่ประกันภัยจำนวน 35,775 ไร่ ค่าเบี้ยประกันภัย 3,319,920 บาท วงเงินประกันภัย 71,550,000 บาท ทั้งนี้ ได้มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้กับเกษตรกรผู้ทำประกันภัย และประสบภัยแล้งไปแล้วจำนวน 90 ราย จำนวนเงิน 141,000 บาท และจ่ายส่วนลดค่าเบี้ยประกันภัยให้กับเกษตรกรที่ไม่ประสบภัยจำนวน 6,083 ราย จำนวนเงิน 1,404,498 บาท
สำหรับในปีการผลิต 2555 ได้ดำเนินการขยายพื้นที่การดำเนินงานเพิ่มอีก 4 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี โดยเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการต้องเป็นเกษตรกรลูกค้า ธ.ก.ส. ที่กู้เงินเพื่อปลูกข้าว โดยมีพื้นที่การปลูกข้าวไม่น้อยกว่า 80% และอยู่ในเขตพื้นที่ดำเนินงานของ ธ.ก.ส. สาขาที่เกษตรกรกู้เงิน ซึ่งค่าเบี้ยประกันภัยจะคิดอัตรา 4.64% ของวงเงินที่ประสงค์จะเอาประกันภัย
ขณะที่ระยะเวลาคุ้มครองตามกรมธรรม์ เริ่มตั้งแต่ 1 ก.ค.-30 ก.ย.55 รวม 92 วัน แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา คือ ช่วงแรกเริ่ม 1-31 ก.ค.55 และช่วงสอง เริ่ม 1 ส.ค.-30 ก.ย.55 โดยค่าสินไหมทดแทนที่เกษตรกรจะได้รับ กรณีที่ปริมาณน้ำฝนสะสมที่ตกจริงต่ำกว่าหรือเท่ากับค่าดัชนีน้ำฝนสะสมขั้นสูงสำหรับภัยแล้งประเภทต่างๆ ที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ เกษตรกรจะได้รับค่าชดเชยในกรณีที่เกิดภัยแล้งช่วงแรกในอัตรา 10% ช่วงที่ 2 อัตรา 15% หรือภัยแล้งรุนแรงอัตรา 40% ของวงเงินกู้ที่ประสงค์จะเอาประกันภัย
อย่างไรก็ตาม ในปีการผลิต 2555 ตั้งเป้าเกษตรกรเข้าร่วมโครงการดังกล่าว ประมาณ 3 หมื่นรายทั่วประเทศ พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 1.5 แสนไร่ ทั้งนี้ ธ.ก.ส.อยากจะให้เกษตรกรหันมาให้ความสนใจคุ้มครองประกันภัยดังกล่าวทั้งหมด เนื่องจากถือเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดในการคุ้มครองความเสี่ยงเกี่ยวกับภัยแล้ง
ด้านนายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวภายหลังการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการสินเชื่อเพื่อจัดหาเครื่องจักรเครื่องยนต์ที่ใช้ในการผลิต การแปรรูป และการขนส่ง ด้วยเงื่อนไขพิเศษ กับบริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัท สยามคูโบต้า ลีสซิ่ง จำกัด ว่า การดำเนินการดังกล่าวเพื่อสร้างความร่วมมืออย่างเป็นรูปธรรมในการสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อเครื่องจักรกลการเกษตร ตอบสนองความต้องการของเกษตรกรให้สามารถจัดหาทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรและเครื่องยนต์ที่ใช้ในการผลิต การแปรรูป และการขนส่ง ได้ตามความต้องการ เป็นการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต
ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้จัดสินเชื่อเป็น 2 ประเภท ประกอบด้วย 1.เพื่อเป็นค่าลงทุนซื้อทรัพย์สินประเภทเครื่องจักรกลการเกษตร เครื่องยนต์ ยานพาหนะในการบรรทุกขนส่ง และหรือพร้อมอุปกรณ์ต่อพ่วง หรือ 2. พื่อนำเงินกู้ไปชำระค่าเช่าซื้อกับบริษัทผู้ประกอบกิจการให้เช่าซื้อหรือลีสซิ่ง หรือบริษัทในเครือตัวแทนจำหน่าย หรือผู้ประกอบการที่ดำเนินกิจการในลักษณะทำนองเดียวกัน พร้อมกับโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินดังกล่าวมาเป็นของเกษตรกร หรือของบุคคลอื่นในครอบครัว โดย ธ.ก.ส.มีเป้าหมายการสนับสนุนสินเชื่อตามโครงการนี้ จำนวน 15,000 ล้านบาท
“โครงการนี้จะทำให้เกษตรกรประหยัดต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายได้มากกว่า 35% หากซื้อสินค้าใหม่ แต่ถ้าเป็นการรีไฟแนนซ์กับบริษัท สยามคูโบต้า ลิสซิ่ง จำกัด บริษัทฯ จะลดดอกเบี้ยแบบคงที่ลงให้ถึง 80% และเกษตรกรจ่ายดอกเบี้ย 20% เท่านั้น นับว่าช่วยประหยัดเงินทุนให้เกษตรกรได้มาก ทั้งนี้หากวงเงิน 15,000 ล้านบาทไม่เพียงพอ ก็จะพิจารณาเพิ่มวงเงินให้ได้ เพราะถือว่าทำให้เกษตรกรมีเครื่องมือเครื่องใช้ในการเกษตรที่ดีขึ้น”
วันที่ 25/05/2555 เวลา 0:14 น.
[20/06/2556]mai สร้างมาร์เก็ตแคปสูงสุดแตะ
[20/06/2556]ชง3ข้อแก้ปัญหาจำนำข้าว
[20/06/2556]เมล์สาย504ร้องขนส่ง
[19/06/2556]ไอซีทีเปิดระบบบริการ G-SaaS
[19/06/2556]เสนอ ครม.เลิกใช้แร่ใยหิน
[19/06/2556]กสอ.ปักธงดันแฟชั่นมุสลิม
[19/06/2556]ไออาร์พีซีรุกยุทธศาสตร์
[19/06/2556]ระดมกึ๋นสร้างไฮสปีดเทรน
[19/06/2556]รัฐบาล“เจ๊ปู”สอบตกเปิดโพลให้คะแนน
[19/06/2556]เดินหน้าตรวจภาษี บ.นำเข้ารถหรู
[16:58 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[15:06 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[15:02 น.]บอร์ดธ.ก.ส.จ่อถก
[15:01 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:56 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:52 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:33 น.]กิตติรัตน์ไม่หวั่นเฟด
[14:08 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:07 น.]กล้าณรงค์ปัดยุถวิล
[14:01 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ

เอาไม่อยู่! ‘นาตาลี’ เครียดจัด [16/06/2556]
“รักกับผู้ชายเจ้าเสน่ห์ ต้องทำใจเป็นธรรมดา” นาทีนี้ดารา-นางแบบสาวที่น่าเห็นใจสุดๆ ไม่พ้น “นาตาลี เจียรวนนท์” วัย 33 ปี ทายาทเจ้าของธุรกิจซีพีอันลือลั่น ที่เพิ่งเจอข่าวไม่แฮปปี้หัวใจ เมื่อแฟนหนุ่ม “ฟลุค เกริกพล” ยังไม่สิ้นลายคาสโนวา อย่างที่คิดๆ กัน




