วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ฟุ้งเศรษฐกิจชาติทั้งปีโต 6%

แบงก์ชาติถกร้านทองจับตาไม่กระพริบตลาดโลก


แบงก์ชาติฟุ้งเศรษฐกิจชาติฟื้นตัวเร็วเกินคาด มั่นใจทั้งปีโตได้ 6% แน่นอน ไม่หวั่นพิษเศรษฐกิจโลก พร้อมถกสมาคมค้าทองคำ จับตาสถานการณ์ราคาในตลาดโลกใกล้ชิด ขณะที่นิด้า แนะไทยเตรียมแผนรับมือวิกฤติหนี้ยุโรป หวั่นฉุดท่องเที่ยววูบ

นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจมหภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวถึงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาสแรกที่ขยายตัว 0.3% ตามสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หรือสภาพัฒน์ ประกาศเมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ตัวเลขที่ประกาศออกมาถือว่าสูงกว่าที่ ธปท.คาดการณ์ไว้ที่ลบ 0.17% สะท้อนจากการใช้จ่ายในประเทศที่ฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็ง ทำให้ ธปท.มองว่าเศรษฐกิจไทยจะสามารถรองรับกับความผันผวนของเศรษฐกิจโลกได้อย่างแน่นอน และทั้งปีคาดว่าจะขยายตัวได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 6%

“ถือว่าตัวเลขที่ออกมาสูงกว่าที่ ธปท.คาดการณ์ไว้มาก ยืนยันได้จากการใช้จ่ายในประเทศที่ฟื้นตัวได้อย่างเข้มแข็ง ส่วนที่ ธปท.มองว่าทั้งปีจะโตได้ที่ 6% หรือไม่นั้น เชื่อว่าไม่น่ายาก เพราะอย่าลืมว่าไตรมาส 4 ของทุกปีการขยายตัวจะสูงมาก ประกอบกับแรงส่งของเศรษฐกิจตอนนี้มีมากจึงไม่น่าห่วง โดยเฉพาะการกระตุ้นเศรษฐกิจจากภาครัฐผ่านมาตรการต่างๆ แต่ทั้งนี้เศรษฐกิจโลกต้องไม่แย่ไปกว่าที่ ธปท.คาดการณ์ไว้ด้วย” นายทรงธรรม กล่าว

ด้าน นางผ่องเพ็ญ เรืองวีรยุทธ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธปท. กล่าวว่า ธปท.มีการหารือกับสมาคมผู้ค้าทองอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด เพื่อติดตามสถานการณ์ราคาทองคำที่ในช่วงนี้ยอมรับว่าค่อนข้างหวือหวา ส่งผลให้ค่าเงินบาทมีความผันผวนมากขึ้น แต่ไม่ถึงกับส่งผลให้ค่าเงินบาทเปลี่ยนทิศทาง จึงยังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงมากนัก

“สาเหตุที่ค่าเงินบาทไม่ได้อ่อนค่าลงมากตามทิศทางค่าเงินสกุลอื่นในภูมิภาค หลังจากมีเงินทุนออกจากตลาดหุ้นทั้งของไทยและในภูมิภาค เพราะนักลงทุนต่างชาติที่ออกจากตลาดหุ้นไทยไม่ได้ออกไปลงทุนในต่างประเทศทันที แต่ได้ย้ายมาลงทุนในตราสารหนี้แทนโดยเฉพาะตราสารหนี้ระยะยาว ทำให้เงินบาทอ่อนค่าลงไม่มาก เงินทุนเคลื่อนย้ายของไทยจึงยังเป็นการไหลเข้าสุทธิ” นางผ่องเพ็ญ กล่าว

ขณะที่นายมนตรี โสคติยานุรักษ์ ผู้อำนวยการหลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต (MPA) คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวถึงวิกฤติหนี้สาธารณะที่เกิดขึ้นในกรีซ และก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจของประเทศในกลุ่มยูโรโซนว่า ปัญหาสำคัญอยู่ที่จนถึงขณะนี้กรีซยังไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ หลังจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมา ทำให้กรีซต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 17 มิ.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มว่า กรีซ รวมถึงฝรั่งเศส ซึ่งเพิ่งได้ประธานาธิบดีคนใหม่ต่างมีแนวคิดแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการกระตุ้นการใช้จ่ายเงินของภาครัฐ ซึ่งนโยบายดังกล่าว นับได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เนื่องจากที่ผ่านมาการดำเนินมาตรการรัดเข็มขัด ลดรายจ่ายตัดสวัสดิการประชาชนได้รับการต่อต้านจากประชาชน และยังไม่สามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจในยุโรปกลับคืนมาได้

ทั้งนี้ แนวคิดแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐนั้น เคยประสบความสำเร็จในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจมาแล้ว อย่างไรก็ตาม การใช้มาตรการดังกล่าว ต้องมีระบบกำกับดูแลการคลังที่ดีเพื่อป้องกันเงินรั่วไหล พร้อมกับใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนปรนเพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยเข้ามากระตุ้นอีกทางหนึ่ง จึงจะสามารถพลิกฟื้นเศรษฐกิจยุโรปในครั้งนี้ได้

“การแก้ปัญหาเศรษฐกิจจำเป็นต้องใช้เครื่องมือทั้งนโยบายการเงินและการคลัง แต่ที่ผ่านมา การใช้มาตรการการเงินไม่สามารถทำได้ เพราะธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เป็นผู้กำหนดนโยบายการเงินของกลุ่มยูโรโซนทั้งอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้กรีซไม่สามารถใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายแก้ปัญหาหนี้ได้ จึงมีความเป็นไปได้สูงที่กรีซจะใช้มติทางการเมือง ขอถอนตัวออกจากกลุ่มยูโรโซนชั่วคราว เพื่อให้จัดการแก้ปัญหาวิกฤติหนี้ด้วยนโยบายการเงินที่ผ่อนปรน ด้วยการกำหนดอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนที่เหมาะสมกับโครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐ ที่คาดว่าจะเอื้อต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจได้ดีกว่า”

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจในกลุ่มยูโรโซนในครั้งนี้ จะไม่ทำให้กลุ่มสหภาพยุโรปแตกออกจากกัน เพราะกลุ่มผู้นำเศรษฐกิจอย่างประเทศเยอรมนีและฝรั่งเศสจะต้องประคับประคองเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซน เพื่อให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ แต่รัฐบาลควรติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจยุโรปอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมแผนรับมือผลกระทบทางเศรษฐกิจที่ตามมา โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ซึ่งแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวจากยุโรปเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยประมาณ 6 ล้านคน จึงควรดึงนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศเอเชีย หรือประเทศที่มีการขยายตัวทางเศรษฐกิจสูง เช่น จีน และอินเดีย เข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากขึ้น ขณะที่ตลาดส่งออกไปยุโรปที่มีปัญหานั้น ก็จำเป็นต้องหาตลาดส่งออกทดแทนเช่นกัน

วันที่ 23/05/2555 เวลา 1:20 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



จียอน ดารากิมจิหัวใจไทย [26/05/2556]
ยี่ห้อสาวเกาหลี แดนกิมจิ แทบไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากความ หนุ่มๆ ได้ยินแค่ชื่อก็ร้องซี้ด! กันเป็นแถว ก็ความน่ารักสไตล์หมวย สวยขาว โดนใจไปเต็มๆ ยิ่งอีกไม่นานก็จะเปิด AEC