มาร์คฉะบิ๊กบัง มือเขียนเท้าลบ
ซุ่มเงียบดันเข้าสภา พรบ.นิรโทษทักษิณ
ขุนค้อนเด้งรับลูก นัดถกด่วน 31 พ.ค.
“บิ๊กบัง” ซุ่มเงียบดันร่าง พ.ร.บ.ปรองดองเข้าสภา พร้อมแนบชื่อ 34 ส.ส.หนุน แฉล้างผิด-โละคดีคตส.ย้อนหลังทั้งหมด ตั้งแต่ม็อบเหลือง 15 ก.ย.48-ม็อบแดงเผาเมือง 10 พ.ค. 54 “ทักษิณ” ได้รับอานิสงส์ด้วย ขณะที่ “เจริญ” เด้งรับชงเข้าวาระเร่งด่วนทันที อ้างตรวจสอบแล้วถูกต้อง เตรียมนำถก 31 พ.ค.นี้ คาดวันเดียวจบ ด้าน “วัฒนา” โบ้ยรัฐบาลไม่เกี่ยว-ไม่ใช่ร่างเดียวกับเหลิม ส่วน “มาร์ค” อัดบิ๊กบังเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า จวกทำลายระบบนิติรัฐเพื่อประโยชน์ทักษิณ ข้องใจแลกประโยชน์นั่งเก้าอี้ กมธ.งบฯ ปี 56 ขณะที่ “ปชป.” ซัดหมกเม็ดช่วยล้างผิดทักษิณ ปูทางกลับบ้านอย่างเท่ แถมโละคดีแก๊งหมิ่นเบื้องสูงด้วย เตือนจุดไฟขัดแย้งรอบใหม่ ขู่ระวังเจอปฏิวัติอีกรอบ แฉ “สนธิ” จ่อนั่ง รมต.ครม.ปู 3 ด้าน “หมอตุลย์” ฮึ่มปลุกม็อบต้านล้างผิดแม้ว
“เจริญ” รับบรรจุ พ.ร.บ.ปรองดองเข้าสภาแล้ว
หลังจากมีกระแสข่าวว่า พลอ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ และ ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาล ได้ร่วมกันเสนอ พ.ร.บ.ปรองดองเข้าสู่สภา โดยนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา ได้สั่งบรรจุเป็นเรื่องด่วนเข้าสู่ระเบียบวาระแล้วนั้น วันที่ 25 พ.ค. นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า พล.อ.สนธิ ได้ยื่นร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง มาตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. ตนได้ตรวจสอบแล้วว่าถูกต้องตามหลักกฎหมาย ข้อบังคับ และรูปแบบหรือไม่ ซึ่งได้พิจารณาเหมือนกฎหมายทั่วไป และได้สั่งบรรจุเข้าระเบียบวาระ เนื่องจากเรื่องนี้ผู้ยื่นมีความประสงค์ที่จะให้เป็นกฎหมายเร่งด่วน และตนก็ได้ตรวจสอบไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ได้บรรจุเป็นเรื่องด่วนสุดท้ายที่ 27 ซึ่งเรื่องนี้จะปรากฏในระเบียบวาระการประชุมในวันที่ 30-31 พ.ค. แต่ถ้าหากจะพิจารณากันก็อาจจะไม่ถึงวันดังกล่าว อยู่ที่ทางสภาจะพิจารณาเลื่อนวาระดังกล่าวขึ้นมา เพราะตามข้อบังคับระบุไว้ว่าการเปลี่ยนระเบียบวาระโดยการเลื่อนขึ้นมาให้เป็นมติของสภา ส่วนจะสร้างความขัดแย้งหรือไม่ ต้องศึกษาในเนื้อหาของกฎหมายที่เสนอเข้ามาก่อน เท่าที่ตนได้ตรวจสอบเบื้องต้นในเนื้อหาที่เสนอเข้ามามีหลักสำคัญ 3 เรื่อง 1.เหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง และการโฆษณาทางการเมือง ผู้ที่แสดงออกและผู้ที่ปฏิบัติ เช่น ส่วนราชการก็จะได้รับอานิสงส์จากเรื่องนี้ ซึ่งในร่างก็ระบุว่าช่วงไหนถึงช่วงไหน 2.การที่ พล.อ.สนธิ ยึดอำนาจบุคคลที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งของคณะปฏิวัติ หรือคำสั่งของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุคคลที่ได้รับผลกระทบก็จะได้รับอานิสงส์จากกฎหมายฉบับนี้ 3.เรื่องของการคืนสิทธิการเลือกตั้งให้นักการเมือง ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญให้มีคำสั่งยุบพรรค ส่วนเนื้อหาจะครอบคลุมถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น โดยหลักของกฎหมายไม่ได้ระบุ แต่จะบอกว่าใครบ้างที่จะได้รับผลกระทบ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้มีผลอยู่ 3 เรื่อง ในแต่ละเรื่องที่ยกเว้นให้ไม่เหมือนกัน ฉะนั้นจะต้องดูเป็นเรื่องๆ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเจตนารมณ์ของผู้ร่างจะเขียนครอบคลุมถึงไหนบ้าง ต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ทั้งนี้ กฎหมายดังกล่าวมีทั้งหมด 8 มาตรา ซึ่งในมาตราที่ 7 จะเขียนไว้ว่าไม่ตัดสิทธิ์ในการฟ้องร้อง อาทิ บุคคลภายนอกไปทำละเมิดต่อบุคคลอื่นก็ไม่ตัดสิทธิ์ ให้คู่กรณีฟ้องร้องกันได้ ซึ่งทางแพ่งสามารถดำเนินการได้ ส่วนแนวโน้มปิดสมัยประชุมสามัญนิติบัญญัติ อาจจะเป็นช่วงต้นเดือน มิ.ย. หลังจากที่มีการลงมติวาระ 3 ในวันที่ 5 มิ.ย. ในวันที่ 6-7 มิ.ย. ก็จะประชุมกันตามปกติ หลังจากนั้นคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็จะนำเข้าประชุมในวันอังคารที่ 12 มิ.ย. และจะทราบว่าจะปิดสมัยประชุมเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทาง ครม.ก็ยังไม่ได้แจ้งมายังสภา
“ขุนค้อน” ชี้ช่องเลื่อนถกวาระแรก
นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ถ้ารายละเอียดขั้นตอนการนำเสนอร่าง พ.ร.บ.เข้าสู่สภาถูกต้องก็สามารถบรรจุต่อท้ายวาระเร่งด่วนได้เลย ส่วนจะเลื่อนมาพิจารณาเป็นอันดับแรกหรือไม่นั้นต้องหารือในที่ประชุมสภาก่อนจะว่าอย่างไร เพราะปกติต้องพิจารณาเรียงตามลำดับวาระอยู่แล้ว ตนไม่มีอำนาจสั่งเรื่องวาระได้ ข่าวก็คือข่าว ตนมีอำนาจแค่บรรจุวาระการประชุม ซึ่งถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็คงจะบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุมได้ และถ้าที่ประชุมเห็นว่าเรื่องเป็นเรื่องด่วนก็สามารถเลื่อนวาระขึ้นมาพิจารณาในวันที่ 31 พ.ค.ได้ โดยในการพิจารณารับหลักการใช้เวลาเต็มที่ 1 วันก็น่าจะจบได้ หรืออยากจะขยายเพิ่มอีก 1 วันก็ไม่มีปัญหา เชื่อว่าพูดกันเต็มที่ 1-2 วัน ก็น่าจะเพียงพอทันสมัยประชุมนี้ ไม่จำเป็นต้องขยายสมัยประชุมอีก ส่วนจะเกิดบรรยากาศความขัดแย้งอีกหรือไม่ เป็นเรื่องมุมมองของแต่ละคน แต่โดยเจตนาและสถานการณ์บ้านเมืองถึงเวลาต้องปรองดองกันแล้ว เพราะยังมีความเห็นขัดแย้งและมองต่างมุมกันอยู่มาก โดยภาพรวมมาถึงยุคนี้แล้วส่วนตัวจึงคิดว่าต้องปรองดอง ถ้าเห็นแก่ชาติบ้านเมืองต้องหันหน้ามาคุยกัน ยุคนี้ใครไม่ปรองดองก็บ้าแล้ว ส่วนจะมีวิธีปรองดองกันอย่างไรต้องมาพูดกัน
เปิดชื่อ 34 ส.ส.หนุน
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่าสำหรับรายชื่อที่ร่วมสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ พ.ศ…. ของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ส.ส.ร่วมลงชื่อทั้งพรรค 19 คน ประกอบด้วยนายนิติวัฒน์ จันทร์สว่าง ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ส.ส.ปราจีนบุรี นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง พ.ท.สินธพ แก้วพิจิตร ส.ส.นครปฐม นายชาญชัย ประเสริฐสุวรรณ ส.ส.สุพรรณบุรี นายตุ่น จินตเวช ส.ส.อุบลราชธานี นายยุทธพล อังกินันทน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ น.ส.พัชรี โพธสุธน ส.ส.สุพรรณบุรี นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตรร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายธานินทร์ ใจสมุทร ส.ส.สตูล นายวินัย ภัทรประสิทธิ์ ส.ส.พิจิตร นางปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี นายนพดล มาตรศรี ส.ส.สุพรรณบุรี นายสรชัด สุจิตต์ ส.ส.สุพรรณบุรี นายชุมพล ศิลปอาชา ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร พรรคชาติพัฒนา 6 คนประกอบด้วย นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล ส.ส.นครราชสีมา ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ นายประเสริฐ บุญชัยสุข ส.ส.นครราชสีมา นายประสาท ตันประเสริฐ ส.ส.นครสวรรค์ นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ส.ส.นครราชสีมา นายพลพีร์ สุวรรณฉวี ส.ส.นครราชสีมา พรรคพลังชล 6 ประกอบด้วย นายสันตศักย์ จรูญงามพิเชษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายพันธุศักดิ์ เกตุวัตถา นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายสุชาติ ชมกลิ่น นายอุกฤษณ์ ตั๊นสวัสดิ์ นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี พรรคเพื่อไทย 1 คน คือ พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 คนคือ นางพัชรินทร์ มั่นปาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคมหาชน 1 คนคือ นายอภิรัต ศิรินาวิน ส.ส.บัญชีรายชื่อ
เปิดร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฉบับ “บิ๊กบัง”
ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภา ว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตนกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติพ.ศ. … โดยได้ระบุถึงเหตุผลและความจำเป็นในการเสนอกฎหมายดังกล่าว ซึ่งสำนักเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้รับเมื่อวันที่ 24 พ.ค.เวลา 14.45 น. โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ หลักการและเหตุผล โดยที่ได้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบและความรุนแรงในประเทศในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาโดยเฉพาะเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อเดือน เม.ย.-พ.ค.53 จนนำไปสู่การสูญเสียชีวิต การบาดเจ็บทางร่างกายและจิตใจ ผู้ต้องหาและจำเลยจึงไม่ใช่เป็นผู้ร้ายหรืออาชญากรดังเช่นคดีอาญาปกติ การยึดทำอำนาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 ที่ผ่านมา รวมถึงการยุบพรรคการเมืองและการเพิกถอนสิทธิทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคที่มิได้ส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิด ทำให้เกิดข้อวิจารณ์เกี่ยวกับความสอดคล้องกับหลักนิติธรรมของกลไกต่างๆ ของรัฐ กฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ประกอบกับได้เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง ซึ่งกระทบกระเทือนต่อขวัญและกำลังใจของคนในชาติตลอดจนความสงบสุขของบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่ง ประชาชนทั่วไปต้องการให้บ้านเมืองเกิดความปรองดองสมานฉันท์ หันหน้าเข้าหากัน แปลงวิกฤติครั้งนี้ให้เป็นโอกาสเพื่อฟื้นความสงบสุขและความเชื่อมั่นของคนในชาติรวมทั้งนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศให้กลับคืนมา จึงสมควรใช้หลักเมตตาธรรมด้วยการให้อภัยและให้โอกาสกับทุกฝ่าย ซึ่งล้วนมีเจตนาดีต่อชาติบ้านเมือง อันเป็นไปตามประเพณีที่ประเทศไทยเคยปฏิบัติมาแล้วหลายครั้ง และเป็นไปตามมาตรฐานสากลด้วยการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำความผิด อันมีสาเหตุจากความขัดแย้งทางการเมืองที่ได้กระทำระหว่างวันที่ 15 ก.ย.48 จนถึงวันที่ 10 พ.ค.54 และเยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมาด้วยการคืนความชอบธรรมให้แก่ผู้ถูกดำเนินคดีโดยกระบวนการต่างๆ ที่เกิดขึ้นตามประกาศหรือคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) หรือคำสั่งของหัวหน้า คปค.ที่มิได้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติหรือขัดต่อหลักนิติธรรม อันเป็นการผดุงรักษาไว้ซึ่งระบบนิติธรรมและกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่สากลให้การยอมรับ รวมทั้งการคืนสิทธิทางการเมืองให้กับกรรมการบริหารพรรคการเมืองที่มิได้มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดอันเป็นเหตุให้มีการยุบพรรคการเมืองนั้น เพื่อให้โอกาสแก่ทุกฝ่ายได้เข้ามาใช้ความรู้ความสามารถของตนร่วมกันแก้ไขปัญหา และนำพาประเทศให้ก้าวข้ามความขัดแย้งครั้งนี้ไปสู่สันติภาพและความมั่นคงสืบไป จึงจำเป็นต้องตรา พ.ร.บ.นี้
ล้างผิดย้อนหลังก่อนปฏิวัติ 19 ก.ย.
สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.มาตรา 3 ให้บรรดาการกระทำใดๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 15 ก.ย.48 จนถึงวันที่ 10 พ.ค.54 หากมีการกระทำใดเป็นความผิดตามกฎหมาย ให้การกระทำนั้นไม่เป็นความผิดต่อไป และให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำความผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง การกระทำตามวรรคหนึ่งให้หมายความถึงการกระทำของบุคคลดังต่อไปนี้ 1.การกระทำทั้งหลายของบุคคลที่เกิดจากการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการฝ่าฝืนกฎหมายที่ห้ามการชุมนุม การกล่าววาจา หรือโฆษณาด้วยวิธีใดเพื่อเรียกร้องหรือให้มีการต่อต้านรัฐ การต่อสู้ขัดขืนการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือการประท้วงด้วยวิธีใดๆ อันเป็นการกระทบต่อร่างกายหรือทรัพย์สินของบุคคลอื่น ซึ่งเป็นเหตุการณ์ต่อเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง 2.การกระทำทั้งหลายของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการป้องกันระงับ หรือปราบปรามในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง หรือการกระทำใดที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าว มาตรา 4 เมื่อ พ.ร.บ.นี้มีผลใช้บังคับแล้ว ถ้าผู้กระทำการตามมาตรา 3 อยู่ในระหว่างการสอบสวนให้ผู้มีอำนาจสอบสวนระงับการสอบสวนผู้นั้น ถ้าอยู่ในระหว่างการฟ้องร้องให้พนักงานอัยการ หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องระงับการฟ้อง หรือให้ถอนฟ้อง ถ้าผู้นั้นอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดีให้ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดี ถ้าได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ให้ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิด ถ้าผู้นั้นรับโทษอยู่ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลงและปล่อยตัวผู้นั้น มาตรา 5 ให้ถือว่าบุคคลที่ได้รับผลระทบจากการดำเนินการ หรือการปฏิบัติทั้งหลายขององค์กร หรือคณะบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งโดยประกาศหรือคำสั่งของ คปค. หรือคำสั่งของหัวหน้า คปค. ซึ่งได้ยึดอำนาจการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ 19 ก.ย.49 หรือการดำเนินการหรือการปฏิบัติทั้งหลายขององค์กร หรือหน่วยงานอื่นใดอันเป็นผลสืบเนื่องจากการดำเนินการ หรือการปฏิบัติขององค์กรหรือของคณะบุคคลดังกล่าว มิได้เป็นผู้ถูกกล่าวหาหรือเป็นผู้กระทำความผิด โดยให้นำความในมาตรา 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลม และให้องค์กรหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติต่อบุคคลที่ได้รับผลกระทบนั้นให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมต่อไป ส่วนมาตรา 6 กำหนดให้คืนสิทธิกรรมการบริหารที่ถูกตัดสิทธิทางการเมืองโดยมิได้กระทำผิด ขณะที่มาตรา 7 กำหนดว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวจะไม่เป็นการตัดสิทธิ์บุคคลซึ่งมิใช่องค์กร หรือหน่วยงานรัฐ ในการเรียกร้องค่าเสียหายทางแพ่งจากการกระทำของบุคคลใด ซึ่งพ้นจากความรับผิดตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว และมาตรา 8 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตาม พ.ร.บ.นี้
แฉ ส.ส.แดงบีบล้างผิด ม.112
รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ก่อนที่ พล.อ.สนธิ จะเสนอร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ ได้มีการยกเว้นไม่คุ้มครองผู้ที่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 แต่ได้มีการแก้ไขภายหลังจากพรรคเพื่อไทยโดยเฉพาะ ส.ส.จากคนเสื้อแดง โดยตัดข้อความดังกล่าวออกไปจึงทำให้หาก พ.ร.บ.ดังกล่าวนี้ผ่านสภา ผู้ที่เข้าข่ายที่มีความผิดตาม ม.112 ก็จะได้รับการยกผิดไปด้วย ดังที่ระบุใน ม.3 (1) ว่า “การกล่าววาจาหรือโฆษณาด้วยวิธีการใดเพื่อเรียกร้องเพื่อให้มีการต่อต้านรัฐให้ถือว่าไม่มีความผิด”
ท้าทายพระราชอำนาจ
ขณะที่ แหล่งข่าวจากคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางการปรองดอง (กมธ.ปรองดอง) กล่าวว่า การเสนอร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวเป็นการทำร้ายระบบนิติรัฐที่เอาอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติไปแทรกแซงอำนาจตุลาการ ยังเป็นการทำร้ายพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่แต่เดิมคดีความที่ตัดสินไปแล้วต้องมีการออกกฎหมายพระราชทานอภัยโทษ แต่ ม.4 กลับให้ฝ่ายนิติบัญญัติมาก้าวล่วงแทน โดยระบุว่าศาลมีคำสั่งพิพากษาถึงที่สุดแล้วให้ถือบุคคลนั้นไม่เคยกระทำความผิด และถ้าผู้นั้นรับโทษอยู่ให้การลงโทษนั้นสิ้นสุดลงและปล่อยตัวไป
“วัฒนา” อ้างคนละร่างเหลิม
นายวัฒนา เมืองสุข รองประธานคณะกรรมาธิการปรองดองแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ พล.อ.สนธิ ยื่นเสนอร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เพื่อเข้าสู่การพิจารณาที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรายชื่อผู้ที่ร่วมยื่นร่างในครั้งนี้นั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีรายชื่อ ส.ส.พรรคเพื่อไทยเข้าร่วมลงชื่อแต่อย่างใด ทั้งนี้ไม่ใช่ร่างตัวเดียวกับของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่เคยได้ออกมาระบุ นอกจากนี้ตัวรายงานปรองดองของคณะกรรมาธิการที่เคยยื่นให้รัฐบาลไปแล้ว แต่ยังไม่มีการตอบในเรื่องดังกล่าวแต่อย่างใด ซึ่งก็มีความเห็นรัฐบาลที่ภาระหน้าที่ค่อนข้างเยอะ อีกทั้งในการดำเนินการในเรื่องการสร้างความปรองดองนั้น รัฐบาลได้มอบหมายให้ คอป.เป็นผู้ดำเนินการ ซึ่งล่าสุด คอป.ได้มีการทำข้อเสนอส่งมายังรัฐบาลว่าขอให้มีกรณียกเลิกกฎหมายก่อการร้าย เพื่อต้องการให้มีการปล่อยผู้ต้องหา ดังนั้นหากเราจะมายกเลิกกฎหมายเรื่องนี้ คงจะไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะจะเป็นการขัดมติของ UN ทันที ดังนั้น การที่จะปล่อยตัวผู้ต้องหานั้น เราสามารถดำเนินการได้ในหลายวิธี ในตัวร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวนี้ มีประเด็นสำคัญใน 3 เรื่อง คือ 1.ประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการให้อภัย ด้วยการออก กม.นิรโทษกรรมกับผู้ที่มีความเกี่ยวกับเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมือง ตั้งการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาฯ 2.การเยียวยาให้กับผู้ที่ถูกดำเนินคดีหลังเหตุการณ์การปฏิวัติรัฐประหาร โดยไม่ได้ยกเลิกข้อกล่าวหา แต่ให้เริ่มต้นดำเนินคดีใหม่ตามกระบวนการยุติธรรมตามปกติ 3.การคืนสิทธิ์ทางการเมืองให้กรรมการบริหารพรรคที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง
“มาร์ค” จวกบิ๊กบังเขียนด้วยมือลบด้วยเท้า
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตนเคยระแคะระคายเรื่องนี้มาบ้าง แต่ขณะนี้ยังไม่ทราบสาระของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว แต่ขอย้ำเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ 2 ประเด็นคือ 1.หาก พล.อ.สนธิ จะรีบเร่งนำเสนอกฎหมายดังกล่าวแล้ว จะเป็นการเขียนด้วยมือลบด้วยเท้าอีกหรือไม่ 2.ในการเลื่อนวาระการพิจารณาเรื่องนี้ให้เร็วขึ้นก็มีระเบียบกำหนดอยู่ แต่พอเห็นเป็นเรื่องของผลประโยชน์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ แล้ว ก็เป็นที่ชัดว่ากฎกติกาประเพณีต่างๆ ถูกโยนทิ้งหมด อย่างไรก็ตาม รัฐบาลเขาก็ระมัดระวังในเรื่องนี้โดยตามแผนรัฐบาลคงจะไม่เป็นเจ้าภาพเอง และก็เห็นได้ชัดว่าเขาได้ให้ พล.อ.สนธินั้นเป็นคนขับเคลื่อน ตั้งแต่ตอนที่มีคณะกรรมาธิการปรองดองแล้ว จากนั้นก็มีการซุบซิบถึงการตั้งกรรมาธิการฯ งบประมาณ ในสัดส่วนพรรคการเมืองขนาดเล็ก ซึ่งที่สุด พล.อ.สนธิ ก็ได้เป็นกรรมาธิการงบประมาณ ทั้งนี้ ยังสงสัยอยู่ว่าตกลงจะเขียนอย่างไร เพราะในการศึกษาของคณะกรรมาธิการ อะไรต่างๆ ก็ยังไม่ได้มีข้อยุติอะไร อย่างไรก็ตามเราต้องดูเนื้อหาของกฎหมาย ถ้าเป็นเรื่องการพา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับบ้าน มีการล้างผิด ก็ไม่ใช่เป็นกฎหมายปรองดอง
“จุรินทร์” ซัดหมกเม็ด-ลักไก่
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ขณะนี้มีข้อมูลชัดเจนแล้วว่า พล.อ.สนธิ ได้ร่วมกันเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แต่ใช้ชื่อว่า พ.ร.บ.ปรองดองเข้าสู่สภา ซึ่งเหมือนเป็นการ “ลักไก่” แบบเงียบเชียบ เพราะก่อนหน้านี้รัฐบาลบอกว่ายังไม่มีความคิดเรื่องการเสนอ กฎหมายดังกล่าว แต่จะมีการจัดสานเสวนาฟังความเห็นประชาชนทั่วประเทศก่อน การกระทำนี้จึงสะท้อนข้อเท็จจริงอย่างน้อย 3 ข้อคือ 1.การอ้างจัด “สานเสวนา” ก่อน ตามข้อเสนอสถาบันพระปกเกล้า เป็นแค่กลวิธีแบบ “ลับ ลวง พราง” หลอกประชาชน 2.การขยายสมัยประชุมสภา เป้าหมายที่แท้จริงไม่ไช่การเร่งรัดออกกฎหมายเพื่อประชาชน แต่ “ทำเพื่อคนๆ เดียว” คือแก้ รธน.กับออก กม.นิรโทษกรรม 3.ที่มีคนบอกว่า เสื้อแดงมาส่งถึงฝั่งแล้ว ต่อไปก็จะหาพาหนะใหม่ขึ้นเขาไปเองนั้น วันนี้ก็ชัดเจนขึ้นว่าพาหนะใหม่ก็คือคนที่ช่วยเสนอ กม.นิรโทษกรรมให้ คาดว่าถัดจากนี้ไป บ้านเมืองก็จะตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความปั่นป่วนมากขึ้น เพราะรัฐบาลชุดนี้ไม่เคยก้าวพ้นเรื่องผลประโยชน์ของคนๆ เดียว
ซัดขบวนการล้มเจ้ามีอยู่จริง
ด้านนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะกรรมาธิการปรองดอง กล่าวว่า ม.3 (1) เป็นการเขียนกฎหมายซ่อนให้มีการยกเลิกผู้ที่มีความผิดในประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งตนเชื่อว่า ประชาชนจะไม่ยอมรับเพราะเป็นเรื่องระคายเคืองเบื้องสูงและเป็นการแสดงให้เห็นว่าขบวนการล้มเจ้ามีอยู่จริง โดยเฉพาะ ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่มาจากกลุ่มเสื้อแดงน่าจะผลักดันเรื่องนี้ ครั้งเมื่อประชุมกรรมาธิการปรองดองและผลสรุปของสถาบันพระปกเกล้า ออกมาเสนอแนวทางปรองดอง 3 แนวทาง ซึ่งพลเอกสนธิก็เคยพูดว่าแนวทางข้อที่ 3 คือการยกเลิกคำพิพากษา ไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้ แต่พอมาวันนี้กลับมาเสนอกฎหมายโดยเสนอแนวทางที่มีลักษณะดังกล่าวซึ่งสุดขั้วที่สุด แสดงให้เห็นว่าการกระทำของพลเอกสนธิเป็นเช่นไร อย่างไรก็ตามหากมีการพิจารณากฎหมายในสภา แม้เสียงของผู้ที่คัดค้านจะไม่สามารถต้านทานได้ แต่ประชาธิปัตย์ก็จะมีการยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญเพราะเป็นการออกกฎหมายไปยกเลิก กม.309 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่สามารถกระทำได้ เพราะลำดับชั้นของ พ.ร.บ.เล็กกว่ารัฐธรรมนูญ นอกจากนี้ พ.ร.บ.ดังกล่าวยังมีผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะผู้ที่จะเห็นชอบด้วยกฎหมายดังกล่าวที่มีส.ส.เสื้อแดงประมาณ 20 คน ที่มีคดีก่อการร้ายในระหว่างการชุมนุมทางการเมืองในช่วงปี 2552-2553 ทั้งนี้ ร่างดังกล่าวนี้คงเป็นการเขียนกันเองของ ส.ส.และเชื่อว่าคงไม่ผ่านความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะถ้าหากผ่านความเห็นต่อหน่วยงานดังกล่าว ก็คงจะไม่สามารถมาเป็นร่างดังกล่าวได้ เพราะขัดกับรัฐธรรมนูญ หากมีการคืนทรัพสินย์ให้ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังจากศาลฎีกามีคำพิพากษายึดทรัพย์ไปแล้ว ก็ควรต้องคืนเงินให้แก่ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ จอมพลถนอม กิตติขจร อดีตนายกฯ เช่นกัน เพราะก็เคยถูกศาลตัดสินไปยึดทรัพย์ไปชอบแล้วเช่นเดียวกัน
เชื่อปูทางทักษิณกลับบ้านอย่างเท่
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในสัปดาห์หน้าหรือภายในสมัยประชุมสภานี้ พล.อ. สนธิ จะเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสู่ที่ประชุมสภา ซึ่งมีเนื้อหาสำคัญคือการล้างผิดให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องหลังเหตุการณ์รัฐประหาร จะทำให้ไม่มีผู้ได้รับผิดในช่วงดังกล่าว ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ทราบเรื่องนี้ดีจึงวีดีโอลิงค์เข้ามาและสั่งให้จ่ายเงินเยียวยาอย่างตะกุกตะกัก ตนจึงอยากชี้ให้คนเสื้อแดงเห็นว่า คนเสื้อแดงที่เสียชีวิตกำลังตายฟรี และเป็นพรมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับบ้านมาอย่างเท่ๆ โดยพ้นผิดและได้ทรัพย์สินคืน ทุกอย่างเลิกแล้วต่อกัน อยากถามคนเสื้อแดงว่าเห็นด้วยหรือไม่กับสิ่งที่จะเกิดขึ้นใน 1-2 สัปดาห์นี้ เพราะในสัปดาห์หน้า พ.ต.ท.ทักษิณ จะได้กลับบ้าน มีการนิรโทษกรรมให้ทุกคนยกเว้นคนเสื้อแดงที่เสียชีวิต
ปูดบิ๊กบังจ่อนั่ง รมต. ครม.ปู 3
นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า พล.อ.สนธิ เป็นผู้ที่ทำการปฏิวัติรัฐประหารในครั้งเมื่อปี 2549 และขณะนี้ พล.อ.สนธิ ก็กำลังทำให้เกิดความขัดแย้งในรอบต่อไปแน่นอน แต่จะออกมาในรูปแบบใดนั้นยากจะคาดเดาและอาจจะเกิดการปฏิวัติรอบใหม่ก็ได้ ส่วนแรงต้านจากฝ่ายที่คัดค้านนอกสภาฯ อย่างเช่นกลุ่มเสื้อหลากสี กลุ่มสยามสามัคคี นั้น ก็คิดว่าคงไม่มี เฉพาะกลุ่มที่คัดค้านในเรื่องนี้เท่านั้น แต่กลุ่มที่สนับสนุนเองอย่างกลุ่มคนเสื้อแดงที่รักประชาธิปไตยแท้ๆ หากเห็นว่า พ.ร.บ.ปรองดองนี้ นำไปสู่การทำทุกอย่าง เพื่อช่วยเหลือลบล้างความผิดจากการทุจริตของบุคคลใดบุคลหนึ่ง แล้วตนเชื่อว่ากลุ่มคนพวกนี้ก็จะออกมาเคลื่อนไหวเช่นกัน ขอให้จำคำของผมไว้ว่าที่ พล.อ.สนธิรับหน้าที่ดัน พ.ร.บ.ปรองดองในครั้งนี้ก็เพื่อที่จะเข้าไปมีชื่อเป็น ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้า และจะได้รับมอบหมายจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ให้ดูแลจังหวัดปัตตานีหรือไม่อาจจะ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ทั้งหมดก็ได้ อีกทั้งเงินที่ใช้ในการหาเสียงในครั้งต่อไปที่ พ.ต.ท.ทักษิณจะมอบให้ พล.อ.สนธิ มาใช้หาเสียงในพื้นที่ก็คือเงินทุจริตซึ่งเป็นผลสำเร็จที่เกิดจากการผ่าน พ.ร.บ.ปรองดองในครั้งนี้
“ตุลย์” ขู่ปลุกม็อบต้านล่าผิดแม้ว
น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำเสื้อหลากสี กล่าวว่า พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวตนสนับสนุนถ้าเป็นการนิรโทษให้แก่ผู้ชุมนุม ซึ่งตนไม่เห็นด้วยกับการนิรโทษให้กับผู้ที่ทำการทุจริตให้กับบ้านเมือง ดังนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่สมควรที่จะพ้นโทษ และถ้ามีการเสนอ พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวเกิดขึ้นจริง เรากลุ่มคนเสื้อหลากสีจะออกมาเคลื่อนไหวคัดค้านบริเวณหน้าอาคารรัฐสภาในทันที
วันที่ 26/05/2555 เวลา 8:59 น.
[18/05/2556]“เอ็นจีโอ” ประกาศไล่ “ปลอดประสพ”
[18/05/2556]ส่อง 3.5 แสนล้านผ่านแว่นวิชาการ
[17/05/2556]บิ๊คจิ๋วฟันธงไฟใต้ต้องแก้
[17/05/2556]มาร์คยันปชป.ไม่ขัดแย้ง
[17/05/2556]อภิสิทธิ์ยันคำสั่งรมว.กลาโหม
[17/05/2556]ยิ่งลักษณ์นั่งหัวโต๊ะประชุม
[17/05/2556]รองโฆษกรัฐฯโต้โหรมาร์ค
[17/05/2556]มาร์คงานเข้า มติ7-2 ปมถูกถอด
[17/05/2556]นับถอยหลัง “พลังพลเมือง”
[16/05/2556]รัฐเชิญชวนร่วมกิจกรรม
[9:28 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[5:46 น.]กรุงเทพมีฝนร้อยละ30
[17:53 น.]ปิดตลาดหุ้นมูลค่าซื้อขาย
[14:49 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:38 น.]คลังปลื้มโกยรายได้
[13:50 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[13:32 น.]มาร์คชี้ กม.ปรองดอง
[13:29 น.]มาร์คหวั่นโครงการจัดการน้ำ
[12:55 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[12:22 น.]ปิดตลาดภาคเช้าบวก

‘เจนี่’ ฟิตเปรี้ยะฉลองโสด [12/05/2556]
ฮอตเวอร์ตลอดศก เห็นจะไม่มีใครเกิน “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” นางเอกสาวสไตล์ เริ่ด เชิด สวย เฉี่ยว แต่ไม่หยิ่ง เพราะประสบการณ์ในวงการ 16 ปี สอนให้เธอรู้ว่า ทำอย่างไรจะอยู่ทำงานในอาชีพนี้ได้ยืนยาว




