ยึดเงิน 18 ล้าน ทอง 10 บาท ‘สุพจน์’ ไม่รอด ปปช.สั่งฟัน
“สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” ไม่รอด ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ ฟันฐานร่ำรวยผิดปกติ ให้ยึดเงินของกลางที่ตำรวจยึดได้เกือบ 18 ล้านบาท กับ ทองคำรูปพรรณอีก 10 บาท ให้ตกเป็นของแผ่นดิน เตรียมส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดรับไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนทรัพย์สินอื่นที่เหลือ ทั้งบ้านและที่ดิน รอฟังผลชี้ขาดอีกครั้ง 29 พ.ค.นี้ ส่วนแก๊งปล้นบ้านอดีตปลัดฯ ถูกส่งฟ้องศาลอาญาแล้ว จำนวน 9 คน หลบหนีหมายจับอีก 3 คน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) นัดมีมติชี้ขาดคดีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีถูกกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติ ในเวลา 13.00 น. วันที่ 24 พ.ค.นี้ แต่นายสุพจน์ได้ชิงลาออกจากราชการ เมื่อวันที่ 21 พ.ค.ที่ผ่านมา ก่อน ป.ป.ช.จะมีมติชี้ขาด ซึ่งกรณีการลาออกของนายสุพจน์ดังกล่าว นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. ในฐานะอนุกรรมการไต่สวนคดีนายสุพจน์ ระบุเมื่อวันที่ 23 พ.ค.ว่า แม้นายสุพจน์จะยื่นใบลาออกจากตำแหน่งปลัดกระทรวงคมนาคมแล้ว แต่ก็ไม่มีผลต่อการพิจารณาคดีดังกล่าวแต่อย่างใด เพราะอนุกรรมการได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.ชุดใหญ่ไปอย่างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว
ส่วนแนวทางของการวินิจฉัยมี 3 กรณี คือ 1.ไม่มีมูลให้ยุติเรื่อง 2.มีมูลให้มีความผิด หรือ 3.ให้กลับไปไต่สวนเพิ่มเติม ซึ่งหากคณะกรรมการ ป.ป.ช.วินิจฉัยว่ามีความผิด ก็จะส่งเรื่องให้อัยการร้องศาลสั่งให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ส่วนจะยึดทรัพย์สินทั้งหมดหรือบางส่วน ขอให้รอผลการประชุมในวันที่ 24 พ.ค.นี้อีกครั้ง
“ส่วนคดีแจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ คาดว่าจะเสร็จราวเดือนสิงหาคมนี้ ขณะที่คดีทุจริตประพฤติมิชอบคาดว่าจะเสร็จภายในเดือนธันวาคมนี้” นายวรวิทย์ กล่าว
สำหรับความคืบหน้าคดีคนร้ายปล้นบ้านนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคมนั้น ล่าสุดอยู่ระหว่างการพิจารณาคดีของศาลอาญา หลังจากพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเป็นคดีหมายเลขดำ อ.347/2555 โดยยื่นฟ้องนายสิงห์ทอง หรือ เสธ.ไก่ ใจชมชื่น เป็นจำเลยที่ 1 นายเสาร์แก้ว นามวงค์ เป็นจำเลยที่ 2 นายสมบูรณ์ หรือบูรณ์ ริยะเทน เป็นจำเลยที่ 3 นายบุญสืบ หรือสืบ โจมกัน เป็นจำเลยที่ 4 นายวุฒิชัย หรือวุฒิ พันธวารี เป็นจำเลยที่ 5 นายวณัญกฤต หรือจ่อย บุตรกันหา เป็นจำเลยที่ 6 นายประพันธ์ เรียงเครือ เป็นจำเลยที่ 7 นายชยธัช หรือเอก จันนะชัย เป็นจำเลยที่ 8 และ น.ส.วาสนา สาเพิ่มทรัพย์จำเลยที่ 9 ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-9 ในความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ โดยใช้ยานพาหนะฯ ร่วมกระทำให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพฯ ร่วมกันพกพาอาวุธติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านฯ ขอให้ลงโทษตาม ป.อาญา มาตรา 310, 310 ทวิ, 340, 340 ตรี, 357, 365 และ 371
สำหรับคำฟ้องสรุปความผิดจำเลยว่า เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์-23 พฤศจิกายน 2554 เวลากลางคืน จำเลยกับพวกได้ร่วมกันมีมีดคัตเตอร์, ชะแลงเหล็กจำนวน 3 อัน ติดตัวไปที่ซอยลาดพร้าว 62 เขตวังทองหลาง บุกรุกเข้าไปในบ้านของนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้เสียหายที่ 1 แล้วลักเงินสดจำนวน 18,121,000 บาท ของผู้เสียหายที่ 1 ไป โดยขู่และทำร้ายนางจันทรา สังเกิด ผู้เสียหายที่ 2 และ น.ส.สาวิตตรี บุญอุ้ม ผู้เสียหายที่ 3 ลูกจ้างของผู้เสียหายที่ 1 จนปราศจากเสรีภาพในร่างกาย และใช้รถกระบะเป็นยานพาหนะ หรือมิฉะนั้นจำเลยกับพวกได้รับของโจรโดยช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่ายหรือรับไว้ด้วยประการใดๆ ซึ่งทรัพย์ดังกล่าว เหตุเกิดที่แขวง-เขตวังทองหลาง กทม. ท้องที่ตำบลและอำเภอต่างๆ จ.กาญจนบุรี และจังหวัดเชียงรายเกี่ยวพันกัน
ทั้งนี้คดีนายเสาร์แก้ว นามวงค์ จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ ส่วนจำเลยที่ 1, 3, 5, 6, 7 และ 9 ให้การปฏิเสธและขอแต่งตั้งทนายความต่อสู้คดี ส่วนจำเลยที่ 4, 6, 7 และ 8 ได้รับการประกันตัว นอกจากนี้นายสุพจน์ยังได้ยื่นคำร้องขอเป็นโจทก์ร่วมคดีนี้ด้วย และศาลได้อนุญาตให้นายสุพจน์เข้าเป็นโจทก์ร่วมได้
ขณะที่ผู้ต้องหาสำคัญที่ร่วมขบวนการปล้นบ้านนายสุพจน์อีก 3 คน ยังอยู่ระหว่างการหลบหนีหมายจับและตำรวจนครบาลกำลังติดตามอย่างต่อเนื่อง ประกอบด้วย นายวีระศักดิ์ หรือโก้ เชื่อลี หัวหน้าแก๊งคนร้าย ซึ่งตำรวจชุดสืบสวนเชื่อว่านายโก้ยังคงกบดานอยู่ในสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ผู้ต้องหาอีก 2 คน คือ นายพงษ์ศักดิ์ หรือเจี๊ยบ นามวงศ์ และนายคำนวณ หรือนวน เมฆน้อย ทางเจ้าหน้าที่ยังติดตามตัวเช่นกัน แต่เชื่อว่ายังหลบหนีอยู่ในประเทศไทย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 24 พ.ค.นี้ นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้แถลงผลการประชุมกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาชี้ขาดคดีนายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ช่วยราชการสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีถูกกล่าวหาร่ำรวยผิดปกติหรือไม่ โดยที่ประชุม ป.ป.ช.
มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า นายสุพจน์มีพฤติกรรมร่ำรวยผิดปกติ และให้ยึดเงินของกลางที่ตำรวจยึดได้ จำนวน 17,553,000 บาท กับ ทองคำรูปพรรณหนัก 10 บาท ตกเป็นของแผ่นดิน เพราะไม่มีที่มาที่ไป เตรียมส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด (อสส.) ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนทรัพย์สินอื่น ได้แก่ เงินฝาก สิ่งปลูกสร้าง อาทิ บ้าน-ที่ดิน รถยนต์ จะมีการพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 29 พ.ค.นี้
วันที่ 25/05/2555 เวลา 8:50 น.
[21/05/2556]แจ้งจับ
[21/05/2556]มืดทั้งเมือง14จังหวัดใต้
[21/05/2556]งัดกุฏิฉกเงินหมื่นฆ่าโหด
[21/05/2556]นักข่าวเมาขับแหกด่านไม่รอด
[21/05/2556]รวบทอมลวงเด็ก13ค้ากาม
[21/05/2556]ชูวิทย์ขอโทษผกก.สายไหม
[21/05/2556]โหดบุกแทงคนเจ็บตาย
[21/05/2556]บุกค้นบ้านนักค้ายา
[21/05/2556]พ่อค้าซีดีมือสองเข้ารับทราบข้อกล่าวหา
[21/05/2556]ชาวบ้านหวาดผวาจระเข้
[17:29 น.]ปิดตลาดหุ้นมูลค่าซื้อขาย
[16:08 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:02 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[12:35 น.]ปิดตลาดภาคเช้าบวก
[11:49 น.]แตกตื่นตัวเงินตัวทองโผล่
[9:24 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[6:11 น.]ภาคกลางมีฝนร้อยละ40
[22:33 น.]มาริโอฉลองโป๊โทษแค่
[17:30 น.]ปิดตลาดหุ้นมูลค่าซื้อขาย
[17:23 น.]ศธ.ตั้งประธานสอบวินัย

‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541




