รัฐบาลเร่งออก กม.นิรโทษสั่ง สส.เฝ้าสภาสั่งห้ามบินไปนอกช่วยดันปรองดองปูบทเดิมโบ้ยสภา
รัฐบาลเร่งเกมออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม สั่ง ส.ส.อยู่โยงเฝ้าสภาฯ ห้ามบินนอก ช่วยดัน พ.ร.บ.ปรองดองฉบับบิ๊กบังผ่านสภาวาระแรก 31 พ.ค.นี้ เล็งใช้เสียงข้างมากลากถกก่อน ปากแข็งปัดเกี๊ยะเซียะบิ๊กบัง ขณะที่ “ยิ่งลักษณ์” เล่นบทเดิมโบ้ยเรื่องสภา ปัด พท.-รัฐบาลไม่เกี่ยว อ้อมแอ้มทำเพื่อแม้ว อ้างทุกคนได้ประโยชน์ วอนทุกฝ่ายร่วมเดินหน้าปรองดอง ด้าน “ปชป.” ลั่นค้านถึงที่สุด ทั้งเวที่สภา-นอกสภา จวก พ.ร.บ.ปรองดองสอดไส้เพื่อแม้วคนเดียว เย้ยแดงโดนต้มทั้งแผ่นดิน เล็งยื่นศาล รธน.ตีความ ส่วน “ชูวิทย์” แขวะบิ๊กบังทำงานไถ่โทษปฏิวัติทักษิณ เย้ยโดนถีบหัวส่งเหมือนเสื้อแดงแน่หลังงานเสร็จ ขณะที่ “พธม.” มาแล้วประเดิมปลุกม็อบต้าน 30 พ.ค.นี้ ลานพระรูปฯ ลั่นขวางปรองดองล้างผิดแม้ว พร้อมชง 15 ข้อร่างปกครองประเทศ
“ยิ่งลักษณ์” โบ้ยปรองดองเรื่องสภา
หลังจาก พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะกรรมาธิการปรองดอง เสนอพระราชบัญญัติปรองดองแห่งชาติ เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ในวันที่ 31 พ.ค.นี้นั้น วันที่ 26 พ.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นำรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นเรื่องของทางพรรคการเมืองไม่ใช่พรรคเพื่อไทย ซึ่ง ณ วันนี้ พ.ร.บ.ปรองดองพรรคเพื่อไทยยังไม่มีมติ ส่วนรัฐบาลเองต้องเร่งทำภารกิจบริหารประเทศ และอะไรที่จะทำให้เกิดแนวทางปรองดองก็จะทำเพราะอยากให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า แต่ทั้งนี้กระบวนการต่างๆ ต้องไปจบที่สภาและไปฟังเสียงส่วนใหญ่จากสภา ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนที่จะร่วมกันช่วยตัดสินใจ เมื่อถามว่าหลายฝ่ายมองว่าเป็นการพยายามเร่งช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของการนิรโทษกรรมนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถึงกับร้อง โห! ก่อนระบุว่า ต้องไปดูทางเนื้อหาที่สภามากกว่า เพราะปัญหาที่สำคัญคือทุกคนต้องไปดูที่หลักการว่า ถ้าอะไรที่เป็นประโยชน์กับภาพรวมทุกคนย่อมเห็นด้วย เพราะถ้าทำเพื่อคนคนเดียวก็คงไม่มีใครที่จะมาร่วมทำงานด้วยอยู่แล้ว ซึ่งจริงๆ ต้องอยู่ที่กลไกของสภาที่จะมาถกเถียงกันและขอให้ช่วยกันทำให้เกิดความแน่นใจว่าทุกอย่างเป็นประโยชน์ของประเทศชาติ และกระบวนการปรองดองที่จะเกิดขึ้นต้องเกิดประโยชน์กับทุกคน และให้ประเทศชาติเดินไปข้างหน้า
วอนทุกฝ่ายร่วมเดินหน้า
น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้คุยถึงการยื่น พ.ร.บ.ปรองดองในครั้งนี้ แต่ต้องเรียนว่าเรายังไม่บอกว่ากระบวนการวิธีการคืออะไร และเชื่อว่าคนไทยทั้งประเทศอยากเห็นความปรองดอง ความสามัคคีเกิดขึ้น เพราะอันนี้คือจุดมุ่งหมายเดียวกัน ขอให้ทุกอย่างที่ทำงานต้องถูกต้องทุกนิติ และทุกวิธีการต้องก้าวไปสู่ความสามัคคีปรองดองที่จะเกิดขึ้นในประเทศ และจะเป็นวิธีการไหนเรายินดีทั้งนั้น ขอให้วิธีการนั้นเป็นการพูดคุยโดยสงบ และโดยที่ทุกอย่างก้าวไป ซึ่งจะต้องเป็นความร่วมมือของทุกฝ่าย ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มิเช่นนั้นก็คงจะไม่สำเร็จ ซึ่งจะเป็นสิ่งที่ทุกคนจะต้องร่วมกันและแน่นอนว่า ต่างคนต่างต้องมีความคิดและต้องเคารพในความคิดเห็นซึ่งกันและกัน ในการที่เป็นความคิดไม่ได้หมายความว่าจะทำให้สังคมแตกแยกหรือขัดแย้งกัน แต่เป็นการแสดงออกซึ่งเราควรนำความคิดของทุกคนมาช่วยถกและหาทางแก้ที่จะเป็นจุดศูนย์กลางที่ทุกคนส่วนใหญ่ยอมรับได้ แต่อาจจะไม่ได้ถูกใจทั้งหมด แต่ก็เชื่อว่าถ้าขอกันว่าให้เสียสละ ยอมรับ และทำงานร่วมกันเดินไปข้างหน้าก็เชื่อว่าทุกคนจะให้ แต่ถ้าจะบอกว่าเสียสละให้ใครคนใดคนหนึ่งคงไม่มีทาง และจริงๆ แล้วเราต้องทำเพื่อประเทศ ส่วนรัฐบาลจะต้องดูในส่วนของรัฐบาลเอง และสิ่งแรกที่ทำก็คือดูแลเรื่องเศรษฐกิจ ปากท้อง ลดความเลื่อมล้ำของประชาชน ขณะเดียวกันรัฐบาลก็จะไม่พยามทำให้เกิดบรรยากาศที่ไม่สงบหรือแตกแยกเกิดขึ้น แต่ถ้ารัฐบาลทำอยู่ฝ่ายเดียวก็จะไม่ได้จะต้องได้รับความร่วมมือจากนักการเมือง ประชาชน และภาคเอกชน เพราะงานนี้ไม่ได้เป็นงานของรัฐบาลหรือคนใดคนหนึ่งแต่เป็นงานของคนไทยทั้งประเทศที่จะร่วมกันทำให้ประเทศเราเดินและมีความพร้อมที่จะเดินสู่ประชาคมอาเซียนอย่างภาคภูมิใจ
พท.ปากแข็งปัดสมยอม “บิ๊กบัง”
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. และรองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะเรียกประชุม ส.ส.ในวันจันทร์ที่ 28 พ.ค.นี้ เพื่อทำความเข้าใจใน พ.ร.บ.ดังกล่าว ซึ่งหากมีการบรรจุวาระ ในสัปดาห์นี้จริงก็จะจัดตัว ส.ส.ผู้อภิปราย ส่วนแนวคิดใน พ.ร.บ.ฉบับนี้ แม้จะมีเพียงแค่ 8 มาตรา แต่พรรคมองว่าเป็น พ.ร.บ.ที่ยิ่งใหญ่ สำหรับการก้าวไปข้างหน้าของประเทศไทย จะมีก็เพียงแต่ผู้สูญเสียผลประโยชน์จากการปรองดอง หรือประเทศสงบและเดินหน้าได้เท่านั้นที่จะออกมาคัดค้าน ทั้งนี้เพราะ พ.ร.บ.ปรองดองนั้นตนเห็นว่า เป็นสิ่งดีกว่าการปฏิวัติอย่างมากเพราะตอนยึดอำนาจ 19 กันยายน 2549 ไม่เคยถามประชาชนเลย แต่เมื่อบ้านเมืองวุ่นวายมานานกว่า 6 ปี ทำไมบางคนจึงไม่ออกมาเสนอแนวคิดเรื่องการปรองดองของคนในชาติบ้าง และการนำเสนอ พ.ร.บ.ปรองดอง เข้าสู่สภาฯ ถือว่าเป็นการถามตัวแทนประชาชน ซึ่งหากฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยก็สามารถอภิปรายในแง่มุมต่างๆ ได้ แต่ก็ควรจะอยู่บนหลักความจริง ว่าที่ผ่านมา หลัง 19 กันยาฯ 49 แต่ละเรื่องล้วนแต่ทำจากแรงจงเกลียดจงชังคนไม่กี่คน แต่ทำประเทศวุ่นวายได้ เช่นการทำงานของ คตส. ซึ่งหากในมาตรา 5 นั้นตนก็จะขออภิปรายว่า ไม่ใช่การล้างความผิด แต่กระบวนการพิจารณาเรื่องต่างๆ ในยุคนั้น ควรจะมาจากกระบวนการยุติธรรมที่เป็นมาตรฐานไม่ใช่มาจากแรงอาฆาตพยาบาทซึ่งอาจจะต้องนำคดีต่างๆ มาพิจารณาใหม่และให้กระบวนการยุติธรรมปรกติของประเทศทำ พรรคเพื่อไทยชัดเจนว่า ไม่เคยเกี๊ยะเซียะกับอดีตผู้นำปฏิวัติและไม่เคยเห็นว่า พล.อ.สนธิเดินทางไปพบใครในต่างประเทศ ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ออกมาโจมตี พล.อ.สนธินั้น ก็อยากฝากไปว่าอย่าไปผลักอกให้ พล.อ.สนธิติดข้างฝา เพราะคนอย่างนายทหารระดับสูงเช่นนี้คงกำความลับอะไรในช่วงประชาธิปัตย์หวานชื่นในยุคปฏิวัติไว้เยอะ วันนี้ขอให้มองประเทศเป็นที่ตั้งบ้าง ลดความโกรธ ความเกลียดลงบ้างประเทศจะเดินหน้าไปแข่งขันกับต่างชาติได้
เบรก ส.ส.บินต่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า คณะทำงานด้านยุทธศาสตร์ของพรรค ได้เสนอให้มีการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติ ในที่ประชุมสภาช่วงวันที่ 30-31 พ.ค.นี้ โดยในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ให้เจ้าหน้าที่ประจำสำนักงานเลขาธิการพรรคโทรศัพท์แจ้งหรือส่งเอสเอ็มเอสถึง ส.ส.ทุกคนว่า ห้ามไม่ให้เดินทางไปต่างประเทศโดยเด็ดขาดในสัปดาห์หน้า เพื่ออยู่ร่วมประชุมสภาพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวในวาระที่ 1 รับหลักการก่อน ทำให้ ส.ส.หลายคนในพรรคที่เป็นศิษย์เก่าเรียนหลักสูตรพิเศษต้องยกเลิกการเดินทางไปต่างประเทศทันที
เล็งใช้เสียงข้างมากลากถกวาระแรก
นายอุดมเดช รัตนเสถียร ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวว่า ในวันที่ 29 พ.ค. เวลา 11.00 น. ที่รัฐสภา วิปรัฐบาลจะประชุมเพื่อพิจารณาความชัดเจนเรื่องร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ว่าจะปล่อยให้เป็นไปตามระเบียบวาระหรือต้องพิจารณาเร่งด่วนโดยขอเสียงส่วนใหญ่จากที่ประชุมสภาเลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน และหากเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมสภาเห็นสมควรเลื่อนเรื่องนี้มาพิจารณาก่อนก็ต้องว่ากันตามนั้น เมื่อถามว่ามีกระแสถึงการลบล้างความผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมถึงที่จะได้เงิน 4.6 หมื่นล้านบาทคืนด้วยจากที่ถูกยัดทรัพย์ไป นายอุดมเดชตอบว่า ดูในกฎหมายไม่ได้พูดถึงเรื่องเงินเลย ไม่ได้กำหนดไว้ในร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ดังนั้นในส่วนนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไร ส่วนที่มีการให้ลบล้างความผิดทั้งหมดย้อนไปถึงก่อนที่รัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกปฏิวัตินั้น เพราะต้องการให้กลุ่มพันธมิตรฯ ที่เคลื่อนไหวก่อนปฏิวัติได้รับอานิสงส์ด้วย กฎหมายต้องการให้ลบล้างสิ่งที่เกิดขึ้นทุกฝ่าย เมื่อถามว่าจะชี้แจงต่อสังคมอย่างไรว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้รับเงินจำนวน 4.6 หมื่นล้านบาทคืน นายอุดมเดชตอบว่า ประเด็นนี้ไม่ได้เขียนเอาไว้ในกฎหมายว่าให้คืน ส่วนจะไปตีความว่าเรื่องนี้ศาลตัดสินให้ยึดทรัพย์ไปแล้วไม่ถือว่าผู้นั้นไม่เคยต้องคำพิพากษานั้น ที่ประชุมสภาหรือในส่วนของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรองดองต้องพิจารณาดูในรายละเอียดของกฎหมายว่าครอบคลุมหรือไม่ หรือแก้ไขเพิ่มเติมอย่างไร เมื่อถามว่าประเด็นนี้จะมีแรงต่อต้านอย่างไร นายอุดมเดชตอบว่า ยังไม่ทราบ ไม่เห็นมีใครวิพากษ์วิจารณ์อะไร เพราะเรื่องนี้เพิ่งเข้าสภา อาจจะต้องรอดูรายละเอียดในกฎหมายก่อน
ปชป.ขวางเลื่อนถกวาระแรก
นายนริศ ขำนุรักษ์ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน กล่าวว่า กระแสข่าวที่จะมีการเตรียมเสนอให้เลื่อนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนั้น เป็นเรื่องที่ทางวิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้านต้องมีการพูดคุยกัน เพราะหากรับหลักการในวาระที่ 1 ผ่าน จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญฯ ขึ้น ก่อนเข้าสู่วาระที่ 2 โดยจะต้องมีการตกลงกับทางวิปรัฐบาล ถึงสัดส่วนของกรรมาธิการฯ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับการประสานงานจากทางวิปรัฐบาล ทั้งนี้หากจะมีการเลื่อนร่าง พ.ร.บ. ขึ้นพิจารณา ตามข้อบังคับ ระบุว่า ต้องเลื่อนก่อน 1 วัน ซึ่งหากจะมีการพิจารณาในวันที่ 31 พ.ค. ตั้งแต่วันที่ 30 พ.ค. จะต้องมี ส.ส.เป็นคนเสนอเลื่อน และต้องมีผู้รับรอง 20 คน แต่หากมี ส.ส.ท่านใดไม่เห็นด้วย ก็ต้องมีการโหวตในที่ประชุม โดยใช้เสียงครึ่งหนึ่งของในที่ประชุม
เล็งยื่นตีความร่าง กม.ปรองดอง
นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ กล่าวว่า มาตรา 3 (1) ในร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการปรองดองแห่งชาติ ที่เสนอโดย พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ และประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการสร้างความปรองดองแห่งชาติ ที่ระบุว่า “การกล่าววาจาหรือโฆษณาด้วยวิธีการใดเพื่อเรียกร้องให้มีการต่อต้านรัฐ ให้ถือว่าไม่มีความผิด” เป็นการเขียนกฎหมายซ่อนให้มีการยกเลิกผู้ที่มีความผิดในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เชื่อว่า ประชาชนจะไม่ยอมรับเพราะเป็นเรื่องระคายเคืองเบื้องสูง และเป็นการแสดงให้เห็นว่าขบวนการล้มเจ้ามีอยู่จริง โดยเฉพาะ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่มาจากกลุ่มเสื้อแดงน่าจะผลักดันเรื่องนี้ ในการประชุมคณะกรรมาธิการปรองดอง และผลสรุปของสถาบันพระปกเกล้า ได้เสนอ 3 แนวทางปรองดอง พล.อ.สนธิ เคยพูดว่าแนวทางข้อที่ 3 คือการยกเลิกคำพิพากษาไม่สามารถทำให้เป็นจริงได้ แต่วันนี้กลับมาเสนอกฎหมายที่มีลักษณะสุดขั้วที่สุด ดังนั้น ประชาธิปัตย์จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พ.ร.บ.ดังกล่าวขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะร่าง พ.ร.บ.ซึ่งมีลำดับชั้นของกฎหมายที่เล็กกว่าไปยกเลิก มาตรา 309 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่สามารถทำได้ พ.ร.บ.ดังกล่าวมีผลประโยชน์ทับซ้อน ผู้ที่จะเห็นชอบกฎหมายมี ส.ส.เสื้อแดง ประมาณ 20 คน ที่มีคดีก่อการร้ายในระหว่างการชุมนุมทางการเมืองในช่วงปี 2552-2553 เชื่อว่าคงไม่ผ่านความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา
จวกปรองดองสอดไส้เพื่อแม้ว
นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า มีการสอดไส้ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ชัดเจนว่าเรื่องนี้คือคำตอบทุกอย่างของเหตุการณ์ในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมาว่า ที่บ้านเมืองเราเกิดความขัดแย้ง การชุมนุม การเผาเมือง เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ต้องการกฎหมายฉบับนี้เท่านั้น ซึ่งเนื้อหาสาระของร่าง พ.ร.บ.ปรองดองมีเพียง 8 มาตรา แต่สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของผู้ร่าง ซึ่งตนอยากบอกเสื้อแดงที่ต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ว่าโดนต้ม ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองทั้ง 8 มาตรา ไม่มีเรื่องอะไรที่เกี่ยวกับการเรียกร้องประชาธิปไตย ไพร่-อำมาตย์ ที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะแกนนำ นปช. ใช้ปลุกระดม ไม่มีเรื่องสองมาตรฐาน และไม่มีอะไรแก้ไขเพื่อประชาชนเลยแม้แต่นิดเดียว แต่ชัดเจนคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้กลับบ้านอย่างเท่มาก ไม่ต้องติดคุก และได้ทรัพย์สินคืน 8 ปี ในส่วนของมาตรา 3 (2) การกระทำทั้งหลายของเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใดๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการป้องกันระงับหรือปราบปรามในเหตุการณ์ชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมือง หรือการกระทำใดที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำดังกล่าว หากมีการกระทำให้ที่ทำผิดตามกฎหมาย สิ่งที่รัฐบาลพยายามพูดว่าต้องค้นหาความจริง ใครอยู่เบื้องหลังการสังหารประชาชน ซึ่งตนเห็นว่าหาก พ.ร.บ.ฉบับนี้ออกมา เราอาจจะได้ทราบว่าใครคือฆาตกรตัวจริง เพราะ พ.ร.บ.ฉบับนี้เขียนไว้ว่าไม่ต้องมีความผิด นอกจากนี้ ในส่วนของมาตรา 5 เมื่อดูในรายละเอียดแล้ว พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะเป็นคนที่ได้ประโยชน์จากมาตรานี้เต็มๆ คนเสื้อแดงต้องคิดแล้วว่าจะเอาอย่างไร ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์จะคัดค้านร่าง พ.ร.บ.ปรองดองอย่างเต็มที่ โดยเราจะให้ความรู้กับประชาชนทั้งในและนอกสภาฯ คัดค้านการล้างความผิด การละเมิดหลักนิติรัฐ นิติธรรม พวกเราจะทำหน้าที่อย่างเต็มที่ ตนเชื่อว่าหากร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง มีการขัดขวางให้เรื่องตกไป พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้คนเสื้อแดงมาต่อรองเข้ากรุงเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยอีกก็เป็นไป จึงขอเตือนพี่น้องคนเสื้อแดงให้ระวังไว้
เตรียมเปิดเวทีเสวนาต้าน
นายชวนนท์ กล่าวต่อว่า ส่วนรูปแบบของการคัดค้าน พ.ร.บ.ปรองดองนอกสภาฯ ที่พรรคประชาธิปัตย์จะทำในรูปแบบของการจัดเวทีสานเสวนาให้ความรู้ ไม่ใช่ลักษณะความรุนแรง ไม่ได้ปลุกม็อบเผาเมือง หรือต่อต้านรัฐบาล แต่เป็นการให้ความรู้ด้านประชาธิปไตย นอกจากนี้ฝ่ายกฎหมายของพรรคกำลังดูว่าจะยื่นตีความศาลรัฐธรรมนูญได้หรือไม่ เพราะการออกร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง ที่เทียบศักดิ์ก็เป็นแค่กฎหมายลูก เล็กกว่ารัฐธรรมนูญ จะออกมาเพื่อไปล้มมาตรา 309 ของรัฐธรรมนูญไม่ได้ ซึ่งขณะนี้กำลังให้ฝ่ายกฎหมายของพรรคดำเนินการตรวจสอบโดยเร็ว
“ชูวิทย์” เย้ย “บิ๊กบัง” ทำงานไถ่โทษทักษิณ
นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย และ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรครักประเทศไทย กล่าวว่า การปรองดอง ผิดพลาดมาตั้งแต่ที่มอบอำนาจให้ทางสภาตั้ง กมธ.โยนให้ พล.อ.สนธิมาเป็นประธาน เพราะเป็นเรื่องของคู่กรณีในอดีตคือ พล.อ.สนธิ และ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ถูกทำปฏิวัติโดยลูกน้องเก่า วันนี้เขาตอบแทนโดยผลประโยชน์ทางการเมือง คือตำแหน่งหน้าที่ทางการเมือง ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ต้องลงทุนอะไร แต่ พล.อ.สนธิกลับต้องถูกสังคมดูแคลน สาปส่ง เพราะภาพลักษณ์ของอดีตฮีโร่หลังการทำปฏิวัติเมื่อ 19 ก.ย.49 ที่คนไทยต่างมองว่าบ้านเมืองจะสงบสุขเข้าสู่ยุคใหม่พ้นจากระบอบทักษิณเสียที ก็กำลังกลับย้อนสู่จุดเดิมหรือไม่ พล.อ.สนธิยอมเปลืองตัวอีกรอบ เข้าลักษณะปากปราศรัย น้ำใจเชือดคอ อยู่แบบหน้าด้านหน้าทนให้คนต่อว่า มันคุ้มทั้งสองฝ่าย พล.อ.สนธิได้ตำแหน่งตีมูลค่าทางการเมืองก็มีอะไรตามมา เก็บทั้งถั่ว ทั้งผักระหว่างทาง แต่คงไม่ได้กินเนื้อ เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ เองก็คงไม่ไว้ใจอีกแล้ว แต่จำเป็นต้องใช้งาน ซึ่งเกมนี้คนที่คุ้มสุดคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ตนมีมุมมองที่ต่างจากนายถาวร เสนเนียม ของประชาธิปัตย์ว่า ท่านสนธิคงไม่ได้เป็น รมต.ในรัฐบาลเพราะไม่มีความจำเป็น เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ตอบแทนไปแล้ว ให้ทำงานไถ่โทษแล้ว วันหนึ่งท่านสนธิก็จะถูกถีบส่งแบบเดียวกับกรณีคนเสื้อแดง เพราะเมื่อมวลชนเติบโตจนคุมไม่ได้ ระบบมันรวนก็ต้องตัดออก มันก็เข้าตำรา เสร็จนาฆ่าโคถึกเสร็จศึกฆ่าขุนพล วันนี้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องใช้คนเสื้อแดงแล้วหันมาใช้กระบวนการทางสภาเพราะมีเสียง ส.ส.ในมือ มีน้องสาวเป็นนายกฯ ทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งชงเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ
ห่วงตุลาการถูกคุกคาม
นายชูวิทย์ เชื่อว่า ที่สุดกระบวนการปรองดองจะผ่านไปได้ในส่วนที่เป็นคดีความทั้งในส่วนของการชุมนุมของสีต่างๆ โดยไม่เกิดความรุนแรง เพราะสังคมไทยเบื่อหน่ายกับความไม่สงบในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบอบช้ำมาก 2.คนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับ พ.ต.ท.ทักษิณ อ่อนแรง ขาดผู้นำ คนที่เคยต่อต้านอยู่ในภาวะช็อก 3.ในการตั้งม็อบจัดมวลชนต้องใช้ทุน เวลานี้ไม่มีเจ้าภาพที่กล้าทุ่มทุนอีกแล้ว ดังนั้นเมื่อขาดคน ขาดแรง ขาดทุนก็ไม่เกิดแรงต้านจนถึงขั้นปะทะอย่างอดีต แต่น่าสนใจว่าในส่วนของมาตรา 3 ที่ระบุถึงคดีที่ศาลมีคำสั่งพิพากษาไปแล้ว ให้มีผลเสมือนไม่เคยมีผลตัดสินวินิจฉัย เขียนแบบนี้อันตรายเพราะไปลดทอนอำนาจของสถาบันตุลาการ เป็นการจงใจทำลาย 1 ใน 3 เสาหลักของระบอบประชาธิปไตยของชาติไทย จะเป็นปัญหา ไม่รู้ว่าไอ้คนที่เขียน เขียนไปเอาใจนายมากไปโดยไม่ดูสภาพความเป็นจริงเลย เรียกได้ว่าเข้าสู่ยุค “บริหารนิติบัญญัติภิวัฒน์ข่มฆ่าตุลาการ” เพราะก่อนหน้านี้เคยมียุค “ตุลาการภิวัฒน์” มาจัดการกับ พ.ต.ท.ทักษิณไปแล้ว แต่ไม่สำเร็จก็ถูกเอาคืนบ้าง ซึ่งเรื่องนี้น่าเป็นห่วงที่สุดว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องดูกันต่อไป
“คณิต” โอด คอป.ไร้ความหมายจี้ยุบ
นายคณิต ณ นคร ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการข่าวเที่ยงของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส กรณีที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าพรรคมาตุภูมิ ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติเข้าสู่การพิจารณาของที่ประชุมสภา ซึ่งมีสาระสำคัญในการเอื้อให้นักการเมืองและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองพ้นจากคดีความ การกระทำความผิดทางกฎหมาย และคดีความที่มีการตัดสินไปแล้วต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีสาระบางส่วนที่เห็นได้ชัดว่าเอื้อต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและนักโทษหลบหนีโทษจำคุก 2 ปีจากศาลฎีกาเป็นพิเศษ ทว่า นายคณิตปฏิเสธที่จะให้ความเห็นกับ ร่าง พ.ร.บ.ปรองดองดังกล่าว โดยอ้างว่าเป็นเรื่องของฝ่ายการเมือง อย่างไรก็ตาม นายคณิตได้แสดงความเห็นต่อกรณีที่มีความพยายามจะยกเว้นความผิดจากเหตุยึดอำนาจ เหตุชุมนุมทางการเมือง รวมถึงการยกเลิกคำพิพากษาในคดีที่เกี่ยวข้อง และยุติโทษตัดสิทธิ์ทางการเมืองจากคำสั่งยุบพรรคว่า ความพยายามดังกล่าวเปรียบเสมือนเจตนาในการยกเลิกกระบวนการยุติธรรม คอป.ถูกตั้งขึ้นในสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภายหลังการสลายการชุมนุมบริเวณแยกราชประสงค์ พฤษภาคม พ.ศ.2553 โดยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ได้แต่งตั้งให้นายคณิต เป็นประธานคณะกรรมการอิสระสอบสวนข้อเท็จจริงเหตุทหาร-ตำรวจขอคืนพื้นที่จากกลุ่ม นปช. เมื่อวันที่ 10 เม.ย. และ 19 พ.ค. ต่อมาเมื่อมีการเลือกตั้งและการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลพรรคเพื่อไทย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ให้นายคณิตและ คอป.ทำงานต่อไป ทว่าข้อเสนอของ คอป.กลับไม่เคยได้รับการตอบสนองจากฝ่ายการเมืองแม้แต่น้อย รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ หรือนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ตั้ง คอป.ขึ้น ส่วนรัฐบาลพรรคเพื่อไทย หรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีระบุให้ คอป.ทำหน้าที่ หากแต่ทุกข้อเสนอของ คอป.กลับไม่ได้รับการตอบรับ หรือดำเนินการโดยเฉพาะกรณีการยกเลิกกฎหมายก่อการร้าย และการเยียวยา จึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องทบทวนว่าจะยกเลิก หรือยุบ คอป.
พธม.นัดชุมนุมต้าน 30 พ.ค.นี้
วันเดียวกัน กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางเข้าร่วมกิจกรรมคอนเสิร์ต “เมืองไทยรายสัปดาห์ภาคพิเศษ” ที่อาคารลุมพินีสถาน เวทีลีลาศ สวนลุมพินี เพื่อรำลึกวันครบรอบ 4 ปีการเริ่มต้นชุมนุม 193 วัน เมื่อวันที่ 25 พ.ค.51 โดยกิจกรรมของกลุ่มพันธมิตรเริ่มขึ้นตั้งแต่เวลา 12.00 น. มีการแสดงคอนเสิร์ต จากบรรดาผู้ประกาศ พิธีกร ผู้ปราศรัยและนักวิชาการ นอกจากนี้ยังมีการพูดเดี่ยวไมโครโฟน ของนายสนธิ ลิ้มทองกุล ในหัวข้อ “ปฏิรูปประเทศไทย เปิดโปงการเมืองน้ำเน่า ฉีกหน้ากากขบวนการตีกิน” ซึ่งถือเป็นไฮไลท์ของงานวันนี้ สำหรับบรรดาแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เข้าร่วมกิจกรรม อาทิ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ขณะเดียวกัน นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว.สรรหา ได้เดินทางมาร่วมงานนี้ด้วย จากนั้นแกนนำพันธมิตรฯ นำโดยพล.ต.จำลอง นายพิภพ นายสมเกียรติ และนายปานเทพ ร่วมแถลงข่าว โดยระบุว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มีมติเอกฉันท์นัดชุมนุมในวันที่ 30 พฤษภาคม บริเวณลานพระบรมรูปทรงม้า ก่อนเคลื่อนมวลชนเพื่อยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อคัดค้านและขอให้ระงับการพิจารณา ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง รวมทั้งให้ผู้เสนอวาระถอนวาระออกจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง มีการล้างความผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และพวกทั้งๆ ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองได้ตัดสินแล้ว อันเป็นการทำลายหลักนิติรัฐ นิติธรรม พร้อมออกแถลงการณ์เรื่องการปฏิรูปประเทศไทยและการกำหนดการเคลื่อนไหว พร้อมประกาศร่างหลักการปกครองประเทศไทย เพื่อการปฏิรูปประเทศในแนวทางของกลุ่มพันธมิตรจำนวน 15 ข้อ อาทิ หลักการปกครองประเทศต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันที่เคารพสักการะผู้ใดจะละเมิดมิได้ หลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อำนาจต้องเป็นของประชาชนและเพื่อประชาชนในทุกวันเวลา หลักการถ่วงดุลและตรวจสอบ ฝ่ายบริหาร นิติบัญญัติ และตุลาการ ต้องสามารถตรวจสอบถ่วงดุลกันได้จริง หลักการปกครองประเทศต่อระบบพรรคการเมือง ที่จะต้องขจัดเผด็จการที่มาจาการเลือกตั้งโดยทุนสามานที่ครอบงำประเทศทุกรูปแบบ โดยจะมีการทำประชาพิจารณาสอบถามความคิดเห็นจากประชาชนเพื่อกำหนดทิศทางการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
วันที่ 27/05/2555 เวลา 4:34 น.
[24/05/2556]ชิงยื่นสภาฯแล้วปรองดอง
[23/05/2556]สสส.สร้างเสริมสุขภาพ
[23/05/2556]เฮียเพ้งโทษฟ้าผ่าเมืองมืด
[23/05/2556]ฟันธงนิรโทษเหลิมสุดซอย
[22/05/2556]บิ๊กตู่ฉุน ส.ส.จับผิดงบ
[22/05/2556]ติวประมง4ภาค-รับมือภัยพิบัติ
[22/05/2556]จี้รัฐบูรณาการคุณภาพการศึกษา
[22/05/2556]ย่างปีที่42นสพ.บ้านเมือง
[22/05/2556]เหลิมเตรียมประจานศาลไทย
[22/05/2556]ชวนนท์ร้องผู้ตรวจฯปมสุรนันท์
[17:34 น.]ปิดตลาดหุ้นมูลค่าซื้อขาย
[16:23 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[16:11 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[15:47 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:28 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[12:32 น.]รัฐบาลเจริญพระพุทธมนต์
[10:21 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[9:45 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[9:29 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[6:08 น.]กรุงเทพฯมีฝนร้อยละ40

‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541




