วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เที่ยวเพลินเดินชิม “อ่างศิลา” ตระการตาสีสันตะวันออก

“…เรียกชื่อว่า อ่างศิลา นั้น เพราะมีแผ่นดินสูงเป็นลูกเนิน มีศิลาก้อนใหญ่ๆ เป็นศิลาดาด และเป็นสระยาวรีอยู่ 2 แห่ง เป็นที่ขังน้ำฝนให้ชาวบ้าน ชาวเรือ ได้ใช้ประโยชน์…”

หลักฐานบันทึกถึงชื่อ “อ่างศิลา” ในยุคแรกๆ เมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จประพาสเมืองชลบุรี และประทับแรมที่ “อ่างศิลา” ลายพระราชหัตถเลขา ลงวันที่ 9 ม.ค.2419

นี่เป็นข้อความจากเอกสารประชาสัมพันธ์ที่ได้รับเมื่อเดินทางถึง “ตลาดอ่างศิลา” จ.ชลบุรี และทำให้เรากับเพื่อนยุติข้อถกเถียงถึงความเป็นมาของ “อ่างศิลา” พร้อมกับความเข้าใจที่มีเพิ่มมากขึ้นหลายเท่าตัว

“แต่เดิมคนในพื้นที่เรียกชื่อ “อ่างศิลา” ว่า “อ่างหิน” ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 3 มีชาวตะวันตก และคนบางกอกมาพักตากอากาศกันมาก ชื่อ “อ่างหิน” จึงเริ่มเปลี่ยนแปลงให้ดูเป็นสากลมากขึ้น”

ตลอดระยะทางประมาณ 100 กม. จากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ “อ่างศิลา” พวกเราหลายคนเห็นตรงกันว่า เราไปเที่ยว จ.ชลบุรี ค่อนข้างบ่อย แต่ “อ่างศิลา” กลับเป็นเพียงทางผ่านที่ไม่ค่อยได้แวะในหลายๆ ครั้งที่ผ่าน

แต่ไม่ใช่ครั้งนี้ เพราะคราวนี้เรามีจุดหมายหลักที่ “อ่างศิลา” กับงานที่มีชื่อว่า “ตลาดเก่าอ่างศิลา พ.ศ.2419 เปิดตำนานอ่างศิลา ตระการตาสีสันตะวันออก” ซึ่งกำหนดจัดงานระหว่าง 28 เม.ย.-1 พ.ค.55

เราได้ที่จอดรถภายใน “โรงเรียนชลราษฎรอำรุง 2” โดยการดูแลเป็นอย่างดีของ “อาสาสมัครท้องถิ่น” ซึ่งสวมแว่นกันแดดแสนเท่ ที่ใครเห็นเป็นต้องเหลียวหลัง

เราแอบชื่นชมเหล่า “อาสาสมัคร” ที่นอกจากจะต้องตากแดดทนร้อนช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวแล้ว การจอดรถในโรงเรียนฯ ก็ยังไม่มีการเรียกเก็บค่าที่จอดรถอีกด้วย

หลังจอดรถแล้ว เราก็เดินข้ามถนนฝ่าไอแดดร้อนระอุมุ่งหน้าสู่ “ตลาดอ่างศิลา” ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม

“ตลาดอ่างศิลา” วันที่มาถึง ผ่านพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการเรียบร้อยแล้ว กระนั้นร่องรอยความคึกคักของผู้คนก็ยังปรากฏให้เห็น รวมถึงร้านรวงที่ยังคงจำหน่ายสินค้าหลากหลายชนิดอย่างคึกคัก

เช่นเดียวกับเวทีกิจกรรมเล็กๆ ที่ให้บรรดาเด็กๆ ได้เล่นเกมตอบคำถามร่วมสนุก ซึ่งสามารถเรียกเสียงหัวเราะจากผู้มาเยี่ยมเยือนได้อย่างเต็มที่ ด้วยความสดใสน่ารักสมวัย

เราสังเกตเห็นบ้านเรือนหลายหลังยังคงรักษาเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมเอาไว้

แต่อีกหลายหลังก็เปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและกาลเวลา

ความจริงที่ต้องยอมรับก็คือ ไม่ว่าอย่างไรทุกๆ สิ่งก็ย่อมต้องมีความเปลี่ยนแปลงเป็นธรรมดา

สองฟากถนนส่วนใหญ่เปิดเป็นร้านค้า บางบ้านก็มีแผงหน้าร้านต่อออกไปอีกทีหนึ่ง ถนนทั้งเส้นกลายเป็น “ถนนคนเดิน” ที่มีม้านั่งให้แวะพัก มีการตกแต่งฉากเก๋ๆ ให้แวะถ่ายรูปกลับไปเป็นที่ระลึก

แน่นอนว่า สินค้าขึ้นชื่อของ “อ่างศิลา” ที่รู้จักกันดีย่อมหนีไม่พ้น “ครกหิน” เล่ากันว่า ชาวจีนแต้จิ๋วซึ่งอพยพเข้ามาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้นำหินเนื้อละเอียดที่มีอยู่มากมายแถบอ่างศิลามาแกะสลัก

ถึงยุคปัจจุบันนี้นอกจากจะเป็น “ครกหิน” แล้ว ก็ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ รวมไปถึงของตกแต่งบ้านที่ผ่านการออกแบบอย่างดี เพื่อให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่สามารถเลือกซื้อเป็นของขวัญของฝากได้

นอกจาก “ครกหิน” แล้ว ของดี “อ่างศิลา” ที่มาแล้วต้องชิมคือ “อาหารทะเลสด” ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา โดยเฉพาะ “หอยนางรม” และ “หอยแมลงภู่” ที่มีให้เลือกมากมายหลายร้าน พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด

ไม่เพียง “อาหารทะเลสด” เท่านั้น แต่ที่นี่ยังมีผลิตภัณฑ์ “อาหารทะเลแปรรูป” หลากหลายให้ผู้ชื่นชอบอาหารทะเลได้ซื้อหากันอย่างจุใจ ในราคาสบายกระเป๋าอีกด้วย

หลังเดินมาได้สักพัก เราเลือกอิ่มอร่อยที่ “ร้านเจ๊หมวย” ร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ เกือบสุดทาง ที่ดูธรรมดา แต่รสชาติไม่ธรรมดา จนเพื่อนเราเรียกว่า “ก๋วยเตี๋ยวโบราณกว่า” เพื่อให้มากกว่า “ก๋วยเตี๋ยวโบราณ” ทั่วไป

ระหว่างนั่งกินก๋วยเตี๋ยว เพื่อนคนหนึ่งในกลุ่มเลือกที่จะย้อนอดีตและความทรงจำกับเจ้าของร้าน โดยสอบถามถึงเพื่อนเก่าที่เคยอาศัยอยู่ที่นี่ ซึ่งไม่นานก็ถึงบางอ้อ เมื่อพบว่าเขาย้ายไปนานโขแล้ว

“เจ๊หมวย” ยังแนะนำให้เราลองชิม “กะละแม” และ “ข้าวเหนียวแดง” ซึ่งอยู่ตรงปากทางเข้า ที่เราเดินผ่านตอนแรก เพราะนอกจากจะมีรสชาติอร่อยแล้ว ยังเกิดจากการลงแรงร่วมกันกวนของคนอ่างศิลาอีกด้วย

อิ่มหนำแล้วเราก็ตบท้ายด้วยโอเลี้ยงเย็นๆ จากร้านฝั่งตรงข้าม และพร้อมที่จะเดินเที่ยวต่อ

เราเดินผ่านร้าน “ไอซ์-ติม ดูควาย” ซึ่งเป็นร้านขาย “ไอศกรีม” หลากรส เลือกใส่ “เครื่อง” หรือภาษาฝรั่งเรียก “ท็อปปิ้ง” กันได้ตามชอบใจ แบบหอมหวานเย็นชื่นใจ และราคาย่อมเยากว่ายี่ห้อดังหลายเท่า

ตอนแรกพวกเราก็ตั้งใจว่าจะลองชิมดู แต่เห็น “คิว” แล้วก็ต้องถอดใจ และเปลี่ยนใจมาเลือกคลายร้อนด้วยน้ำเปล่าแช่เย็นเจี๊ยบกันคนละขวดแก้ขัดแทน

เราเดินกันไปเรื่อยๆ จนสุดตลาดทางเข้าอีกด้าน ถือโอกาสแวะสักการะศาลเจ้า “ปุนเฒ่ากง-ปุนเฒ่าม่า” ซึ่งชาวอ่างศิลานับถือศรัทธา และเชื่อว่าคอยปกปักรักษาผู้คนที่นี่ให้อยู่เย็นเป็นสุข

เผลอแว้บเดียวเพื่อนในกลุ่มก็หิ้ว “หอยเชลล์ย่าง” มาให้ชิม ซึ่งเพียงเข้าปากก็ต้องบอกว่า สด อร่อย สมกับมากินถึงที่จริงๆ

ไม่เพียงเท่านั้น เพื่อนเรายังต่อด้วย “ปูจ๋า” และ “ฮ่อยจ๊อ” แถมตบท้ายด้วย “ข้าวเหนียวแดง” ตามคำแนะนำของ “เจ๊หมวย” ซึ่งมีแบบแยกขายเป็นห่อเล็กๆ สำหรับคนที่สนใจอยากจะลองชิมดูก่อน

จุดเด่นของการกวน “กะละแม” และ “ข้าวเหนียวแดง” ก็คือการใช้ “เตาหิน” แบบดั้งเดิม ซึ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตก่อนเก่า กระทั่งขึ้นชื่อ จนกลายมาเป็น “ของดี” ของ “อ่างศิลา” ในวันนี้

ใกล้ๆ กับจุดขาย “กะละแม” เมื่อข้ามฟากไปฝั่งตรงข้าม เราได้เห็นป้ายเขียนแนะนำสถานที่ท่องเที่ยว “ตึกมหาราช” และ “ตึกราชินี”

“ตึกราชินี (ตึกแดง) เป็นที่พักตากอากาศแห่งแรกของประเทศไทย สร้างสมัยรัชกาลที่ 4 และบูรณปฏิสังขรณ์ โดยสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ในระหว่างที่ทรงสำเร็จราชการแทน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งเสด็จประพาสยุโรป”

“ตึกแดง” ได้รับการบูรณะให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยภายในจัดแสดงภาพในอดีตที่เกี่ยวข้องกับ “อ่างศิลา” ให้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมและศึกษาข้อมูล

ชาว “อ่างศิลา” บางคนเล่าให้เราฟังว่า เมื่อหลายปีก่อนมีตัวแทนของชาวชุมชนไปศึกษาดูงานจาก “ตลาดโบราณ” อื่นๆ ที่ประสบความสำเร็จ และนำมาร่วมพัฒนา “ตลาดอ่างศิลา” อย่างที่เห็นในปัจจุบัน

นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือในลักษณะ “วิสาหกิจชุมชน” ให้ชาวชุมชนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาตลาด และรณรงค์ใช้ “ถุงอ่างศิลา” สำหรับใส่ผลิตภัณฑ์จากอ่างศิลาทุกชนิดที่นักท่องเที่ยวจับจ่ายใช้สอย

ตะวันบ่ายคล้อย เราโบกมืออำลา “ตลาดอ่างศิลา” ที่ในวันนี้กลับฟื้นคืนมาคึกคักอีกครั้งหนึ่ง ด้วยแรงความร่วมมือของชาวชุมชน ซึ่งมองเห็นประโยชน์ของส่วนรวมที่จะส่งผลถึงความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของทุกๆ คน

“ตลาดอ่างศิลา” ในวันนี้ไม่เพียงสร้างรายได้ให้กับคนอ่างศิลา แต่ยังคืนชีวิตชีวา รอยยิ้ม สู่หมู่บ้านประมงเล็กๆ ริมทะเล จ.ชลบุรี และยังพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ได้อย่างเต็มภาคภูมิ

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งความตระการตาของสีสันตะวันออก

ที่ทำให้ผู้มาเยือน “เที่ยว-เพลิน-เดิน-ชิม” และอิ่มอร่อยทั้งกายและใจเหลือเกิน…

 

วันที่ 14/05/2555 เวลา 7:06 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541