วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เพาะต้นกล้าทางการแพทย์ มูลนิธิชิน โสภณพนิช ส่งนักศึกษาถึงฝั่ง


การได้รับโอกาสทางการศึกษา เป็นสิ่งที่ทรงคุณค่าที่สุดในชีวิต…คำกล่าวนี้คงจะสะท้อนไปถึงจิตใจของผู้ที่ยากจนแต่ได้รับการอุดหนุนทุนการศึกษาให้มีโอกาสได้ศึกษาต่อตามความฝัน…และหนึ่งในมูลนิธิหลายๆ แห่งที่หยิบยื่นโอกาสและอนาคตให้กับเยาวชนของชาติมาอย่างยาวนานนั่นคือ มูลนิธิชิน โสภณพนิช ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2518 เพื่อช่วยเหลือส่งเสริมการศึกษา โดยเริ่มดำเนินให้ทุนการศึกษาแก่นักเรียนนักศึกษาทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคที่ขาดแคลนทุนทรัพย์มาตั้งแต่ปี 2521 จนถึงปัจจุบันมีการแจกจ่ายไปแล้วกว่า 10,000 ทุน ทำให้เด็กๆ ได้จบการศึกษาและมีโอกาสประกอบอาชีพที่ดี ในระยะหลัง มูลนิธิฯ ได้มุ่งไปที่การให้ทุนนักศึกษาแพทย์และพยาบาล เพราะเห็นว่าจำนวนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศไทยยังไม่เพียงพอต่อความจำเป็น โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ปัจจุบันมูลนิธิฯ ให้ทุนให้แก่นักเรียนแพทย์จำนวน 171 ทุน และผลผลิตที่น่าภูมิใจก็ผลิดอกออกผลให้เห็น เพราะปีนี้มีนักศึกษาแพทย์ที่ได้รับทุนสำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตแพทย์รุ่นแรก จำนวน 24 คน ซึ่งคุณหมอเหล่านี้ได้กระจายไปอยู่ในหลายจังหวัด

คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช กรรมการผู้อำนวยการมูลนิธิฯ กล่าวว่า การให้ทุนแก่นักศึกษาแพทย์และพยาบาล เนื่องจากเห็นว่าจำนวนแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของบ้านเรายังไม่เพียงพอต่อความจำเป็น โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ต่อจากนี้ไปจะเริ่มทยอยกันจบในแต่ละปี จนถึงปี 2559 จึงจะครบ 171 คน

“มูลนิธิฯ ทราบดีว่า เด็กๆ สามารถกู้เงินจากรัฐได้ แต่เราเป็นห่วงว่าเวลาที่เขาเรียนจบไปแล้วก็ต้องมุ่งหาเงินเพื่อชดใช้ทุน เราให้ทุนตรงส่วนนี้เพราะอยากช่วยให้ทุกคนทุ่มเทในการศึกษาอย่างเต็มที่ จะได้มีเวลาหาความรู้เพิ่มพูนประสบการณ์ รวมทั้งศึกษาวิทยาการใหม่ๆ ให้ทันสมัยและทันโลก ถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่งเวลาที่เราไปต่างจังหวัด หรือตามพื้นที่ต่างๆ มักจะมีคนมาทักทายบอกกล่าวว่า เขาได้รับทุนการศึกษาของมูลนิธิฯ ทำให้ได้ดีมาจนถึงวันนี้

ศ.เกียรติคุณ พลตรีหญิงวณิช วรรณพฤกษ์ คณบดี สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี เผยถึงการคัดเลือกผู้มารับทุนของมูลนิธิชิน โสภณพนิช ในโควตาของ ม.สุรนารี ว่า จะพิจารณาจากฐานะของนักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์จริงๆ โดยดูจากรายได้ของพ่อแม่ว่ารวมกันแล้วต่ำกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้หรือไม่ ต้องส่งเสียใครบ้าง มีหนี้สินเท่าไหร่ สภาพบ้านช่องเป็นอย่างไร ส่วนผลการเรียนต้องไม่ต่ำกว่า 2.75

“จังหวัดทางภาคอีสานตอนล่าง ถือว่ามีความขาดแคลนหมอมากที่สุดในประเทศไทยในทุกสาขาเลย เทียบอัตราส่วนเท่ากับ หมอ 1 คนต่อประชากรประมาณ 7,000 คน สมมติว่าแบ่งเป็นเขตเมืองยังดีหน่อยคือ 1 ต่อ 3,000 แต่ถ้าเป็นอำเภอรอบนอกออกไปไกลๆ บางทีมีแค่ 1 ต่อ 10,000 กว่า การผลิตแพทย์ถึงแม้จะยังไม่เพียงพอ แต่ดิฉันคิดว่าคงจะดีขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะทางคณะแพทย์ ม.สุรนารี เราผลิตแพทย์อยู่ในพื้นที่แล้วก็หวังว่าเขาจะรักและอยู่ในพื้นที่นี้ ไม่ไปที่ไหน จะได้มีความสุขในการทำงานด้วย รู้สึกภูมิใจมากกับบัณฑิตแพทย์รุ่นแรกของเราที่ได้รับทุนจากมูลนิธิชิน เพราะเกือบทุกคนสามารถสอบผ่านใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ยากมาก”

ทั้งนี้ ศ.เกียรติคุณ พลตรีหญิงวณิช ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ปัจจุบันมีการขาดแคลนแพทย์ด้านศัลยกรรม และสูติกรรมอย่างมาก เพราะที่ผ่านมามีข่าวหมอสาขานี้โดนฟ้องร้องมากขึ้น ทำให้คนไม่ค่อยกล้าเลือกเรียน เพราะเป็นการทำงานที่ต้องเสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้อง ก่อให้เกิดผลกระทบตามมา จึงต้องพยายามสร้างความมั่นใจให้นักศึกษาแพทย์ให้มีความระมัดระวัง มีความรู้ความสามารถให้เพียงพอ จะได้มั่นใจและทำให้คนไข้ปลอดภัย ไม่ต้องกลัวการโดนฟ้อง

มาทำความรู้จักกับตัวแทนกลุ่มคนสำคัญของงานนี้กันบ้าง เริ่มจาก นายแพทย์ฐิติ ธุวดาราตระกูล หรือ “หมอเก้ง” บัณฑิตแพทย์ เกียรตินิยมอันดับ 1 จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งได้มาเป็นแพทย์ที่โรงพยาบาลเชียงคำ จังหวัดพะเยา วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 เป็นแพทย์รักษาโรคทั่วไป เขาตั้งใจไว้ว่าจะทำงานที่นี่ 1 ปี จากนั้นในปีที่ 2-3 จะไปอยู่ที่โรงพยาบาลชุมชนที่เชียงราย ซึ่งเป็นบ้านเกิดของตนเอง

“ผมชอบอาชีพหมอตั้งแต่ตอนเรียนประถมแล้ว เวลาได้ยินใครเรียกเขาว่าคุณหมอ จะรู้สึกภูมิใจอยู่ลึกๆ และรู้ว่าพ่อแม่ก็ภูมิใจด้วยเหมือนกัน เป็นที่ทราบกันดีว่าการเรียนหมอ 6 ปี และการทำงานหลังจากเรียนจบ เป็นสิ่งที่หนักและเหนื่อยแน่นอน แต่มีวิธีสร้างแรงกระตุ้นกำลังใจ ด้วยการคิดบวกทุกครั้งที่มีปัญหา และคิดว่าทุกอย่างมีทางออกเสมอ และต้องมีสติเวลาทำงาน ได้เรียนรู้กับคนไข้จริง ตอนแรกกังวลมากว่าจะทำให้คนไข้ไม่พอใจอะไรหรือไม่ เราต้องพยายามพูดคุยให้เขาสบายใจ ทำให้เรารู้ถึงจิตใจคนไข้มากขึ้น การรักษาจึงจะมีประสิทธิภาพมากที่สุด

“สมเด็จพระบิดาแห่งวงการแพทย์ กล่าวไว้ว่า เราต้องไม่ทำตัวเป็นหมอที่คิดแค่การรักษาอย่างเดียว แต่ต้องมีชีวิตมีวิญญาณของความเป็นคนที่เข้าใจความรู้สึกของคนอื่นด้วย เป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในจิตใจผมมาตลอด และมีแรงในการทำงานต่อไป อนาคตผมคงดูก่อนว่ายังมีความสุขกับการทำงานตรงนี้อยู่หรือไม่ หรือจะไปเรียนต่อเฉพาะทาง คือผมรู้สึกว่าแพทย์เฉพาะทางมีเยอะแล้ว แต่แพทย์ที่ขาดแคลนจริงๆ คือแพทย์ที่อยู่ รพ.ชุมชน ถ้าไม่เหนือบ่ากว่าแรง และผมมีความสุขกับการทำงานที่ รพ.ชุมชนและคนในท้องถิ่น ก็อยากทำงานต่อไปเรื่อยๆ

ส่วน แพทย์หญิงชมพูนุท ศรีสุขุมชัย “หมอตาล” จากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ได้ฝึกงานที่โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ขอนแก่น หลังจากเรียนจบแล้วได้เลือกศึกษาต่อเฉพาะทางด้านหู คอ จมูก ที่ ม.ขอนแก่นต่ออีก 5 ปี

“ตอนได้รับทุนนี้มา ดีใจมากเพราะที่บ้านค่อนข้างลำบาก คุณพ่อมีอาชีพรับจ้าง คุณแม่เป็นแม่บ้าน การได้ทุนทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องการทำงานหาเงิน จะได้มีเวลาไปทุ่มกับการเรียนเต็มที่ มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น เราก็ตอบแทนโดยการไปทำงานจิตอาสาในโรงพยาบาล เช่น ช่วยกรอกประวัติคนไข้ เล่นกับเด็กๆ ที่ป่วยไม่ให้เขาเหงา บางทีก็ช่วยงานคณะเกี่ยวกับงานพระราชทานเพลิงศพอาจารย์ใหญ่ ซึ่งหนูตั้งใจไว้ว่า อาจารย์ใหญ่อุตส่าห์อุทิศร่างกายให้พวกเราได้ศึกษาเล่าเรียน จึงอยากอาสาช่วยงานด้านนี้ น้องๆ ที่สนใจเรียนหมออยากให้เข้าใจก่อนว่า อาชีพนี้ทำแล้วไม่รวยแต่พออยู่ได้ เป็นงานที่เสียสละ และเป็นงานหนัก แต่เราทำด้วยความสุขใจ เพราะได้ช่วยคนที่ทุกข์ยาก และต้องมีความตั้งใจจริงๆ คิดไว้ว่าเราสามารถทำได้ก่อนจะได้มีกำลังใจ แล้วอ่านหนังสือมากๆ ที่สำคัญคือ ควรมีความรู้ภาษาอังกฤษที่ดี เพราะต้องอ่านตำราภาษาอังกฤษเยอะ และควรเตรียมตัวแต่เนิ่นๆ”

ตลอดเวลา 6 ปีแห่งการเพาะบ่มความรู้ทางด้านการแพทย์ วันนี้ถึงเวลาที่คุณหมอรุ่นแรกของมูลนิธิได้กระจายกำลังไปทำงานในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศแล้ว เพื่อทำหน้าที่แพทย์ที่ดี สมกับความตั้งใจของผู้ให้ทุนที่ต้องการให้คนหนุ่มสาวผู้เสียสละเหล่านี้ พร้อมที่จะทำงานเพื่อประเทศชาติ ประชาชน ท้องถิ่น และมีโอกาสช่วยเหลือผู้ยากไร้ต่อไป

 

วันที่ 10/05/2555 เวลา 7:28 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541