วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

“หมอภาษา” นวัตกรรมการศึกษา ที่ “โรงเรียนบ้านถ้ำลา”

“พี่สอนน้อง” แก้ปัญหาเด็กไทย “อ่านไม่ออก-เขียนไม่ได้”


ทุกวันนี้ยังมีเด็กไทยอีกเป็นจำนวนมาก ที่ต้องประสบกับปัญหาในการอ่านภาษาไทยไม่คล่อง และเขียนภาษาไทยไม่ได้ โดยเฉพาะในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกล จึงเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะภาษาไทยเป็นพื้นฐานสำคัญในการเปิดประตูสู่การเรียนรู้ในทุกสาระวิชา

โรงเรียนบ้านถ้ำลา อำเภอป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ก็เป็นอีกโรงเรียนหนึ่งที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่สุดของจังหวัด และประสบกับปัญหาเด็กนักเรียนในชั้นประถมศึกษาตอนต้น “อ่านไม่ออก เขียนไม่ได้” ที่มีสาเหตุมาจากปัญหาความสนใจวิชาพื้นฐานของเด็ก รวมถึงการละเลยดูแลเอาใจใส่ทบทวนการเรียนหนังสือของผู้ปกครอง ซึ่งหากปล่อยไว้ก็จะส่งผลเสียกับการเรียนในวิชาอื่นๆ

“ครูนิลวรรณ ชูวิวัฒน์รัตนกุล” ครูผู้สอนภาษาไทย “ครูสอนดี” จากโครงการ “สังคมไทยร่วมกันคืนครูดีให้ศิษย์ เชิดชู ยกย่อง ครูสอนดี” ของ สำนักงานส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณภาพเยาวชน (สสค.) จึงได้ออกแบบโครงการและกิจกรรม “หมอภาษา” ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ของเด็กนักเรียนให้หายขาด โดยทำให้การเรียนรู้ภาษาไทยเป็นกิจกรรมที่แสนสนุก

“โครงการหมอภาษา” เกิดขึ้นจากการพบว่ามีเด็กนักเรียนที่อ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ในโรงเรียนบ้านถ้ำลาประมาณ 20 คน โดยเป็นนักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ประมาณ 10 กว่าคน และเป็นนักเรียนที่มีปัญหาเรื่องการเขียนอีก 10 คน “ครูนิลวรรณ” จึงค้นหาแนวทางที่จะทำให้เด็กนักเรียนกลุ่มนี้อ่านออกเขียนได้ เพราะเขาจะต้องใช้การอ่านและเขียนในการเรียนวิชาต่างๆและใช้ในชีวิตประจำวัน จึงไปสืบค้นข้อมูลและกิจกรรมต่างๆ จากอินเตอร์เน็ตแล้วก็นำมาประยุกต์เป็นโครงการหมอภาษา เพื่อนำมาใช้พัฒนาการเรียนรู้ภาษาไทยให้กับเด็กๆ ในโรงเรียน

“การเรียนการสอนภาษาไทยนั้นมีความสำคัญมาก เพราะภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ของชาติ แล้วยังมีความสำคัญต่อการเรียนการสอนในวิชาอื่นๆ ถ้าอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ก็ไม่สามารถเรียนวิชาอื่นๆ ได้ แล้วก็มีความสำคัญในการใช้ในชีวิตประจำวันเพราะใช้ในการสื่อสาร” ครูนิลวรรณ เล่าถึงความสำคัญของภาษาไทยที่ส่งผลกระทบต่อการเรียนของเด็กๆ

“หมอภาษา” เป็นกิจกรรมที่จำลองรูปแบบของการเรียนภาษาไทยให้เป็นเหมือนคลินิกรักษาคนไข้ โดยใช้ห้องแนะแนวนำมาจัดตั้งเป็น “ร้านหมอ” มีการตั้งโต๊ะรับบัตรคิว ซักประวัติคนไข้ ก่อนส่งตัวทำไปทำการรักษา โดยคลินิกแห่งนี้จะเปิดให้บริการทุกวันในช่วงพักเที่ยงเวลา 12.00-12.30 น. และหลังเลิกเรียนเวลา 14.30-15.30 น. โดยวันจันทร์จะเป็นการฝึกทักษะของเด็กนักเรียนในเรื่องของการอ่าน วันอังคารฝึกทักษะด้านการเขียน โดยจะสลับกันไปในวันพุธและพฤหัสบดี ส่วนในวันศุกร์ก็จะเป็นการฝึกในเรื่องของการคัดลายมือให้ถูกต้อง

“รูปแบบเราก็คือ จะมีหมอและผู้ป่วย หมอก็คือนักเรียนที่อ่านออกและเขียนได้ ที่อ่านคล่องก็จะเป็นนักเรียนชั้น ป.5 และ ป.6 มาเป็นคุณหมอ แล้วก็นักเรียนที่อ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ก็จะมาจากการคัดกรอง กิจกรรมของเราก็คือ ผู้ป่วยจะต้องมาหยิบบัตรคิว โดยมีนักเรียนรุ่นพี่เป็นพี่เลี้ยง แล้วก็ขานชื่อว่าบัตรคิวที่หนึ่งชื่ออะไรแล้วก็มาซักประวัติ พอซักประวัติเสร็จแล้วเราก็จะส่งตัวไปให้กับคุณหมอทำการรักษาในเรื่องของการอ่านและการเขียน” ครูนิลวรรณเล่าถึงการทำงานหมอภาษา

เด็กชายปฏิวัติ ทองบุญยัง หรือ “น้องโดม” นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีจิตอาสามาช่วยสอนการอ่านภาษาไทย เล่าถึงหน้าที่ของ “หมอภาษารุ่นจิ๋ว” ว่าจะช่วยบอกน้องๆ ให้อ่านออกเสียงให้ถูกต้อง โดยจะบอกวิธีการสะกดและออกเสียงที่ถูกต้อง แล้วให้น้องออกเสียงตาม โดยใช้หนังสือคู่มือหรือแบบเรียนของน้องนำมาอ่านให้น้องฟัง แล้วให้น้องอ่านตามออกเสียงตาม

ด้าน เด็กหญิงพัชรี เกตเอียด หรือ “น้องปัท” นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มาช่วยแก้ปัญหาการเขียนไม่ได้บอกว่า “จะสอนให้น้องเขียนตัวหนังสือต่างๆ โดยสะกดให้เขียนตาม เช่น ถ้าจะให้เขียนคำว่าไก่ ก็จะบอกน้องว่า กอไก่-สระไอ-ไม้เอก-ไก่ แล้วก็ให้เขาสะกดตาม อ่าน แล้วก็ให้น้องเขียนตามให้ถูกต้อง”

ถึงแม้การที่มาช่วยงานคุณครูด้วยการทำหน้าที่เป็น “หมอภาษา” ในตอนพักเที่ยงหรือหลังเลิกเรียนจะทำให้ไม่ได้ไปเล่นกับเพื่อนๆ ก็ตาม แต่ทั้งคู่ก็มีความสนุกที่ได้ช่วยน้อง โดยกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “รู้สึกภูมิใจที่ได้ช่วยเหลือน้องให้สามารถอ่านหนังสือออก-เขียนหนังสือได้”

โดยนักเรียนที่อ่านไม่ออกหรือเขียนไม่ได้ เมื่อเข้าร่วมกิจกรรมก็จะได้รับประโยชน์ในเรื่องของการพัฒนาในด้านของการอ่านและการเขียน ทำให้สามารถอ่านออกและเขียนได้เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังจะมีความสนุกสนานในกระบวนการเรียนการสอนวิชาอื่นๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่เฉพาะแค่ภาษาไทยอย่างเดียว

“เพราะบางครั้งการที่ครูสอนในห้องเรียนเด็กก็จะเกิดความเครียด แล้วก็ตามคนอื่นไม่ทัน แต่สำหรับกิจกรรมนี้เขาสามารถที่จะเรียนไปกับคุณหมอตัวต่อตัว เขาก็จะมีความเป็นกันเองสื่อสารกันได้ ในเรื่องของผลสัมฤทธิ์ของนักเรียนกลุ่มนี้ก็ดีขึ้น ในส่วนของตัวคุณหมอก็จะเป็นการฝึกความเชี่ยวชาญ ความชำนาญในการอ่านการเขียนภาษาไทย เป็นนักเรียนที่มีจิตอาสา มีจิตสาธารณะรู้จักที่จะช่วยเหลือเพื่อน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความเป็นพี่เป็นน้อง มีความสามัคคีกลมเกลียวกันในโรงเรียน” ครูนิลวรรณ ระบุ

นายสมพงศ์ ยุทธการ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านถ้ำลา เล่าให้ฟังว่า ภาษาไทยนั้นถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเรียนรู้ เพราะแบบเรียนวิชาต่างๆ ทั้งวิทยาศาสตร์ สังคม หรือประวัติศาสตร์ ล้วนแล้วแต่ใช้ภาษาไทยทั้งสิ้น หากเด็กๆ อ่านภาษาไทยไม่ออก เขียนภาษาไทยไม่คล่อง ก็จะส่งผลกระทบต่อการเรียนการสอนของครู และการเรียนรู้ของตัวเด็กในทุกกลุ่มสาระวิชา

“กิจกรรมนี้นอกจากจะเป็นนวัตกรรมที่ช่วยให้เด็กๆ อ่านออกเขียนได้แล้ว ยังมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อครูติดภารกิจต้องออกไปนอกโรงเรียน ก็สามารถฝากให้เด็กทำกิจกรรมกันเองได้โดยไม่ต้องมีครูคอยดูแล ซึ่งเป็นการปลูกฝังและสร้างความรับผิดชอบให้เกิดขึ้นกับเด็กๆ” ผอ.สมพงศ์ กล่าว

“ความคาดหวังในการจัดทำโครงการหมอภาษาก็คือ อยากจะให้นักเรียนของเราอ่านออกเขียนได้และมีผลสัมฤทธิ์ที่ดีขึ้น แล้วก็เป็นการช่วยเหลือนักเรียนที่อ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ เพราะเมื่อนักเรียนของเราอ่านออกเขียนได้ ในเรื่องของกระบวนการเรียนการสอนอื่นๆ ก็จะดีขึ้น แล้วก็การดำเนินชีวิตประจำวันในบ้าน ในชุมชนของเขาก็จะดีตามไปด้วย” ครูนิลวรรณ ครูสอนดี กล่าวสรุป

 

วันที่ 5/05/2555 เวลา 7:44 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541