วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

กระทรวงเกษตรฯ รณรงค์ปลูกพืชหลังนา

ลดต้นทุนการผลิต ตัดวงจรเพลี้ยกระโดด


ข้าวถือว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญและมีแนวโน้มว่าจะมีราคาสูงมากขึ้น ประกอบกับรัฐบาลได้จัดทำโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว เป็นแรงจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกข้าวอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดนเฉพาะในเขตชลประทาน ที่มีการทำนาถึงปีละ 3 ครั้ง ซึ่งหลายพื้นที่ได้เกิดปัญหาการแย่งชิงน้ำเพื่อการเพาะปลูก เพราะการปลูกข้าวหนึ่งรอบการผลิตต้องใช้น้ำปริมาณมากทำให้น้ำไม่พอเพียงกับความต้องการ นอกจากนั้นก็ทำให้ดินเสื่อมโทรมและเกิดปัญหาการระบาดของโรคแมลงศัตรูพืชอย่างรุนแรง

นายธีระ วงศ์สมุทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จากโครงการประกันรายได้เกษตรกรทั้งนาปีและนาปรัง และโครงการรับจำนำข้าวเปลือก เป็นสิ่งจูงใจที่กระตุ้นให้ชาวนามีความต้องการปลูกข้าวมากขึ้นและต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อให้มีรายได้หรือผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่การปลูกข้าวอย่างต่อเนื่องได้ส่งผลกระทบต่อการผลิตข้าวในภาพรวมของประเทศ ทั้งเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ แมลงศัตรูข้าวระบาดทำลายผลผลิต ระบบนิเวศในนาข้าวขาดความสมดุลเพราะมีการใช้สารเคมีในปริมาณมากและใช้อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งปัญหาต่างๆ เหล่านี้ล้วนส่งผลต่อต้นทุนการผลิตข้าวของเกษตรกรทั้งสิ้น

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงมีนโยบายที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัด จัดทำโครงการจัดระบบการปลูกข้าว โดยมีวัตถุประสงค์หลักคือ การจัดระบบปลูกข้าวปีละไม่เกิน 2 ครั้ง เพื่อให้มีการบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งมุ่งเน้นให้เกษตรกรในแต่ละพื้นที่โครงการชลประทานร่วมกันตัดสินใจเลือกช่วงเวลาปลูกข้าวให้เหมาะสม ลดความเสี่ยงจากการขาดแคลนน้ำ ตลอดจนปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากถ้ามีการกำหนดช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสมสามารถเก็บเกี่ยวข้าวได้ก่อนน้ำท่วม จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่นาลุ่มต่ำในแต่ละโครงการชลประทาน ให้เป็นพื้นที่รองรับน้ำหากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมอย่างเช่นในปีที่ผ่านมาได้ นอกจากนี้ จะมีการส่งเสริมการปลูกพืชหลังนาหรือพืชปุ๋ยสดเพื่อปรับปรุงบำรุงดิน และสร้างรายได้เสริมในช่วงที่เกษตรกรมีการพักนา โดยภาครัฐสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชหลังนาและพืชปุ๋ยสด พร้อมทั้งอบรมความรู้และแนะนำตลาดให้เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการปลูกพืชหลังนา

ทั้งนี้ พื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร มีพื้นที่ปลูกข้าวประมาณ 1.6 ล้านไร่ เกษตรกร 48,150 ครัวเรือน เกษตรกรโดยเฉพาะในเขตชลประทานมีการทำนาปีละ 3 ครั้ง หรือ 5 ครั้งใน 2 ปี จึงประสบปัญหาทั้งดินเสื่อมโทรม การระบาดของโรคแมลงศัตรูพืชอย่างรุนแรง และในบางปีเกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำ ทำให้เกษตรกรมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้นเฉลี่ยประมาณ 4,500-5,500 บาท/ไร่ ส่งผลให้มีรายได้ไม่คุ้มค่ากับการลงทุน ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ จึงได้จัดงานรณรงค์การปลูกพืชหลังนา (ถั่วเขียว) ภายใต้โครงการระบบปลูกข้าวปี 2555 ณ ตำบลวังบัว อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร เพื่อกระตุ้นให้เกษตรกรตระหนักถึงความสำคัญของการจัดระบบปลูกข้าวเพื่อแก้ไขปัญหาการผลิตข้าวอย่างยั่งยืน

ด้านนายชัยฤทธิ์ ดำรงเกียรติ อธิบดีกรมการข้าว กล่าวว่า การจัดงานรณรงค์การปลูกพืชหลังนา (ถั่วเขียว) ภายใต้โครงการระบบปลูกข้าวปี 2555 ในครั้งนี้แบ่งเป็นกิจกรรม 4 ด้าน ได้แก่ 1.การถ่ายทอดเทคโนโลยี จัดเป็นสถานีให้ความรู้ 3 สถานี ประกอบด้วย สถานีการจัดระบบปลูกข้าว สถานีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกพืชหลังนา สถานีการถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกพืชปุ๋ยสด 2.นิทรรศการและการสาธิต ประกอบด้วยการรายงานผลความก้าวหน้าโครงการจัดระบบการปลูกข้าวปี 2555 สาธิตการแปรรูปจากข้าวและถั่วเขียว การเจรจาธุรกิจในการรับซื้อถั่วเขียว 3.การประกวดแข่งขันการแปรรูปจากข้าวและถั่วเขียว 4.การมอบรางวัลแก่ผู้นำกลุ่มเกษตรกรช่วยงานโครงการดีเด่น หลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปรังรอบที่ 1 แล้ว เกษตรกรควรพักดินและงดทำนาปรังรอบ 2 และควรปลูกพืชชนิดอื่นที่มีลู่ทางการตลาดดีทดแทนข้าวนาปรัง เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเขียว และถั่วลิสง ซึ่งมีแนวโน้มราคาอยู่ในเกณฑ์ดี นอกจากเป็นพืชอายุเก็บเกี่ยวสั้นและใช้น้ำน้อยที่สามารถช่วยประหยัดน้ำ และลดปัญหาการแย่งชิงน้ำเพื่อการเกษตรแล้ว ยังช่วยตัดวงจรปัญหาเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาลในนาข้าวได้อีกทางหนึ่งด้วย

“ผมคิดว่าจุดเริ่มต้นสำคัญก็อยู่ในปีนี้ เพราะพี่น้องเกษตรกรที่กำแพงเพชรนี่ได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี หลังจากที่ทำประชาคมแล้วมีเกษตรกรแจ้งความประสงค์ที่จะเข้าร่วมโครงการประมาณ 4 แสนกว่าไร่ สำหรับโครงการนี้เป็นความหวังของประเทศจริงๆ เพราะเป็นการแก้ปัญหาในหลายๆ เรื่องที่หมักหมมกันมานาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของน้ำ, ดิน, เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล,ต้นทุนการผลิตหรือระบบนิเวศ เหล่านี้ผมคิดว่าถ้าเรานำร่องการจัดระบบการปลูกข้าว ก็จะเป็นการแก้ปัญหาแบบยั่งยืนครบถ้วนทุกเรื่องที่เป็นปัญหาของพี่น้องชาวนา” อธิบดีกรมการข้าว กล่าว

อย่างไรก็ตาม จังหวัดกำแพงเพชรถือเป็นจังหวัดต้นแบบในการจัดระบบปลูกข้าว เนื่องจากขณะนี้มีเกษตรกรในพื้นที่เข้าร่วมโครงการจัดระบบปลูกข้าวกับกระทรวงเกษตรฯ และพร้อมที่จะปลูกถั่วเขียวเป็นพืชหลังนาจำนวนกว่า 3 แสนไร่ และมีแนวโน้มที่จะเข้าร่วมโครงการปลูกพืชหลังนาภายใต้โครงการระบบปลูกข้าวมากขึ้น ซึ่งเชื่อมั่นว่าการจัดงานรณรงค์การปลูกพืชหลังนาฯ ในครั้งนี้จะช่วยให้เกษตรกรมีความรู้ ความเข้าใจ และมีความพร้อมที่จะปรับตัวเข้าสู่ระบบการปลูกข้าวใหม่อย่างยั่งยืน

 

จรัส พิบูลย์ปุญญโชติ/ธนวันต์ บุตรแขก : เรื่อง-ภาพ

วันที่ 29/06/2555 เวลา 9:51 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



จียอน ดารากิมจิหัวใจไทย [26/05/2556]
ยี่ห้อสาวเกาหลี แดนกิมจิ แทบไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากความ หนุ่มๆ ได้ยินแค่ชื่อก็ร้องซี้ด! กันเป็นแถว ก็ความน่ารักสไตล์หมวย สวยขาว โดนใจไปเต็มๆ ยิ่งอีกไม่นานก็จะเปิด AEC