วันพุธที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2556

ประจานไทยป่นปี้สื่อออสซี ส่งทีมข่าวตามคดี ไล่ล่า2โจ๋นรกฆ่าแหม่ม

ตร.พุ่งเป้าแก๊งในเมืองค้นบ้านต้องสงสัยเหลว เหลิม ไขลาน ผบช.ภ.8

ตร.ภูเก็ต พุ่งเป้า “แก๊งลูกครึ่ง” ก่อเหตุชิงทรัพย์ฆ่านักท่องเที่ยวออสเตรเลีย จากกลุ่มที่ต้องสงสัย 3 กลุ่ม ในพื้นที่กระทู้ และเมืองภูเก็ต ขณะเดียวกัน ตำรวจคว้าน้ำเหลวหลังบุกค้นบ้านต้องสงสัยไม่พบ 2 คนร้าย พร้อมส่งทีวีวงจรปิดให้ สตช. ใช้เทคนิคพิเศษตรวจสอบทะเบียนรถ จยย. โฉมหน้าของคนร้าย ขณะที่ “เฉลิม” สั่งตำรวจภาค 8 เร่งล่าคนร้ายให้ได้ พร้อมกำชับ 10 จว.ท่องเที่ยว เร่งปราบมาเฟียให้หมดใน 90 วัน ด้านสถานีโทรทัศน์ออสเตรเลีย ส่งนักข่าวมาภูเก็ตติดตามคดีคดีนี้อย่างใกล้ชิด “เพรียวพันธ์” สั่ง “ปานศิริ” ลงภูเก็ตคุมคดี ล่าสุด

จากกรณีที่คนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 2 คน ขับรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮ้อนด้าน ดรีม สีทึบ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เข้าชิงทรัพย์นางสาวสมิทธ มิเชล อลิชซาเบท (Smith Michelle Elizabeth) อายุ 59 ปี สัญชาติออสเตรเลีย และนางสาวลินนี่ แทมมี่ ลี ( Lynin Tammee Lee) อายุ 45 ปี สัญชาติออสเตรเลีย ขณะเดินกลับจากรับประทานดินเนอร์กลับเข้าโรงแรมที่พัก แต่เหยื่อเกิดการต่อสู้ขัดขืนจนกระทั่งถูกคนร้ายโหดเหี้ยมอำมหิต ใช้อาวุธมีดสปาต้าแทงนางสาวสมิทธ มิเชล อลิชซาเบท จนเสียชีวิต ก่อนที่จะใช้อาวุธมีดเล่มเดียวกันฟันเข้าที่บริเวณแขนของนางสาวลินนี่ แทมมี่ ลี ได้รับบาดเจ็บต้องเย็บ 24 เข็ม แล้วคนร้ายได้หลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าคดีนี้ เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 มิ.ย.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.พีระยุทธ์ การะเจดีย์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อมูลและขยายภาพแผ่นป้ายทะเบียนของรถจักรยานยนต์คันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุที่ได้จากกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุ เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายที่ลงมือน่าจะเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่มักก่อเหตุเกี่ยวกับทรัพย์ ซึ่งตระเวนก่อเหตุในพื้นที่ต่างๆ เมื่อสบโอกาสเหมาะก็จะลงมือจัดการกับเหยื่อ โดยมีกลุ่มต้องสงสัยอยู่ 3 กลุ่ม จากพื้นที่ในตัวเมืองภูเก็ต และกลุ่มจากพื้นที่อำเภอกะทู้ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถให้รายละเอียดมากนัก เกรงว่าจะทำให้เสียรูปคดี แต่ขณะนี้ถือว่าคดีมีความคืบหน้าไปพอสมควร ซึ่งในส่วนของเจ้าหน้าที่ก็ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ นอกจากฝ่ายสืบสวนกับฝ่ายสอบสวนแล้ว ยังมีชุดทำงานย่อยซึ่งได้มีการระดมชุดสืบสวนจากสถานีตำรวจต่างๆ มาร่วมทำงานอย่างเต็มที่ และในส่วนของผู้บังคับบัญชาก็ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และจะลงพื้นที่มาติดตามคดีนี้ด้วย

ด้าน พ.ต.อ.ศิริศักดิ์ วาระศิริ ผกก.สภ.ฉลอง กล่าวว่า มั่นใจว่ามีโอกาสที่จะจับกุมคนร้ายมาได้ค่อนข้างสูง โดยใช้หลักฐานจากกล้องวงจรปิด ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการทางเทคนิค ประกอบกับการเก็บรวมรวมพยานหลักฐานต่างๆ ทั้งการสอบพยานในที่เกิดเหตุ ประจักษ์พยานและพยานแวดล้อมต่างๆ

ส่วน พ.ต.ท.บุญเลิศ อ่อนกลาง พนักงานสอบสวนเจ้าของคดี กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุได้สอบปากคำนางสาวลินนี่ แทมมี่ ลี เพื่อนของผู้ตายที่ถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ นอกจากนั้นยังเรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่บริเวณที่เกิดเหตุ ชาวบ้าน มาสอบปากคำรวมทั้ง หมด 4 ปาก นอกจากนั้นตนยังได้ส่งไฟล์ภาพที่กล้องซีซีทีวีบันทึกภาพผู้ต้องหาได้ในวันที่เกิดเหตุ ไปให้สำนักงานเทศโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบโดยใช้เทคนิคพิเศษในการดูป้ายทะเบียนรถคนร้าย โฉมหน้าของคนร้ายอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่งแล้วด้วย จะได้เห็นหน้าคนร้ายชัดเจน ส่วนนางสาวลินนี่ แทมมี่ ลี เพื่อนผู้ตายที่ถูกฟันได้รับบาดเจ็บ ได้เดินทางกลับประเทศแล้ว นอกจากนั้นวันนี้นายสุวิทย์ อารีเอื้อ เจ้าหน้าที่รับมอบอำนาจจากสถานฑูตออสเตรเลีย ได้มาขอหนังสือหรือเอกสารสำคัญกับ สภ.ฉลอง เพื่อไปขอใบมรณบัตรที่สำนักงานเทศบาลตำบลกะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ก่อนขอรับศพ-ทรัพย์สินของนางสาวสมิทธ มิเชล อลิชซาเบท ผู้ตาย ที่เก็บไว้ในห้องดับจิตโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อส่งกลับประเทศให้ญาตินำศพไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไป ซึ่งคดีนี้แพทย์ได้ลงความเห็นการตายนางสาวสมิทธ มิเชล อลิชซาเบท ว่า “ตกเลือดปริมาณมากจากการถูกของมีคมแทงทะลุเข้าช่องอกและหัวใจและเส้นเลือดใหญ่ในช่องอก”

ทางด้าน นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ตได้ให้ความสำคัญในเรื่องมาตรการการรักษาความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวเป็นลำดับแรก “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวนั้นเป็นเหตุที่สุดวิสัยจริงๆ และทางจังหวัดเองก็รู้สึกเสียใจมากกับการเสียชีวิตและบาดเจ็บของนักท่องเที่ยวออสเตรเลียดังกล่าว จึงได้มีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เป็นการด่วน เพื่อสรุปหาสาเหตุว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร จะมีการป้องกันและป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นได้อย่างไร โดยได้มีการทบทวนและรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริง ตลอดจนข้อเสนอแนะต่างๆ พร้อมกันนี้ก็ได้มอบภารกิจให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวในเรื่องของคดีนั้นก็ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่รับผิดชอบเร่งรัดดำเนินคดีโดยเร็ว เพราะทราบว่ามีภาพของคนร้ายที่ปรากฏอยู่ในกล้องซีซีทีวี นอกจากนี้ยังได้สั่งการให้ทำจดหมายแสดงความเสียใจในนามของผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ไปยังญาติของผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ และชี้แจงว่าจังหวัดภูเก็ตไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้กำหนดแนวทางในดำเนินการเพื่อให้สามารถจับกุมคนร้ายให้ได้โดยเร็ว และหาแนวทางในการป้องกันไม่ไห้เกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก”

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า คีดนี้ได้รับความสนใจจากสื่อต่างประเทศอย่างมาก ซึ่งทางโทรทัศน์ของประเทศออสเตรเลียช่องหนึ่งได้ ส่งผู้สื่อข่าวและช่างภาพมารายงานข่าวแบบเกาะติดคดีเป็นพิเศษ นอกจากนั้นเวลา 19.00 น. วันที่ 22 มิ.ย.55 พล.ต.อ.ฉัตรชัย โปรตระนันท์ รอง ผบ.ตร.จะเดินทางมาประชุมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเพื่อสอบถามความคืบหน้าของคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมด อย่างไรก็ตาม มีรายงานแจ้งว่าเช้าวันนี้ชุดสืบสวนได้บุกไปค้นบ้านต้องสงสัยว่าจะเป็นที่กบดานของ 2 โจรที่ก่อเหตุดังกล่าวในพื้นที่ อ.กระทู้ แต่ไม่พบใคร ทำให้ต้องเร่งสืบต่อไปว่า คนร้ายหลบหนีไปไหน อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าขณะนี้ตำรวจสงสัยบุคคลอยู่ 3 กลุ่มในพื้นที่ อ.กระทู้ และ อ.เมือง โดย 1 ใน 3 กลุ่มดังกล่าว มีแก๊งต้องสงสัยมากที่สุด คือ “แก๊งลูกครึ่ง” อยู่ในพื้นที่ อ.กระทู้

วันเดียวกันนี้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ปัญญา มาเม่น ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผบก.ทท. พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พระนครศรีอยุธยา นครราชสีมา ขอนแก่น เชียงใหม่ อุบลราชธานี สุโขทัย ตาก และกาญจนบุรี ตัวแทนจากกรมขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า ร่วมกันประชุมแนวทางการแก้ปัญหานักท่องเที่ยว เพื่อรองรับนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มรายได้ โดยใช้เวลาการประชุมประมาณ 2 ชม.

ในโอกาสนี้ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทนของรัฐบาลดูแลการรักษาความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศ ดูแลคุ้มครองไม่ให้เกิดความเอารัดเอาเปรียบ ตรวจตราเรื่องยานพาหนะต่างๆ เพื่อให้ประเทศไทยมีรายได้จากการท่องเที่ยว 2 ล้านล้านบาทภายใน 5 ปี และเป็นจังหวะที่เกิดเหตุการณ์คนร้ายชิงทรัพย์สุภาพสตรี 2 ราย ซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวชาวออสเตรเลีย ที่ จ.ภูเก็ต เสียชีวิต 1 ราย และอีก 1 รายบาดเจ็บ เรื่องนี้ได้เร่งรัดให้ พล.ต.ท.สันติ เพ็ญสูตร ผบช.ภ.8 สืบสวนจับตัวให้ได้คนร้ายโดยเร็ว และ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.ปานศิริ ลงพื้นที่ควบคุมคดีด้วยตนเอง เพราะเรื่องนี้สำคัญมากและรัฐบาลเน้นย้ำให้ดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว จากนี้ไปจะเข้มข้นยิ่งขึ้นเป็นพิเศษ ทั้งนี้ ตนได้เน้นใช้หลักรัฐศาสตร์นำนิติศาสตร์บูรณาการทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ ผู้ว่าฯ ทหาร กรมเจ้าท่า กรมขนส่ง ทำงานเป็นระบบ เพื่อจัดระเบียบการท่องเที่ยวใหม่ ตามบัญชาของท่านนายกรัฐมนตรี

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาไม่มีการบูรณาการ ต่างคนต่างทำ แต่ต่อไปต้องไม่มี เราได้ทำรายละเอียดที่ต้องแก้ไขแต่ละพื้นที่อยู่แล้ว ปัญหาที่ภูเก็ตมีแท็กซี่ป้ายดำ นักเลงท้องถิ่น เจ็ตสกี ที่ตั้ง เตียงผ้าใบ ส่วนมาเฟียต้องไม่มี หรืออาจจะไม่หมดไป แต่ต้องอยู่ในกรอบ ตนให้นโยบายใช้หลักรัฐศาสตร์นำนิติศาสตร์ มีการคุยเจรจากันก่อน หากไม่เชี่อก็จะใช้ไม้แข็ง ตำรวจท้องที่ต้องรับผิดชอบ ต้องรู้รายละเอียด รู้พื้นที่ ต้องคุยกับใคร นักการเมืองท้องถิ่นเป็นอย่างไร จากนี้ต่อไป 90 วันต้องดีขึ้น แก้ไม่ยาก เพราะที่ผ่านมาไม่ได้รวมกันคิด รัฐบาลยังไม่ได้เอาจริง และรัฐบาลชุดที่แล้วก็ยังไม่ได้คิดเรื่องนี้ จากนี้ไปเราได้บูรณาการกัน และนายกรัฐมนตรีเอาจริง ดังนั้นจากนี้ไปต้องเจรจาก่อน ใครไม่เชื่อค่อยทำบัญชีลิสต์รายชื่อ ถ้าท้องที่เจรจาไม่ได้ ตนไปเอง ถ้าเจรจาไม่เป็นผลก็ต้องจับกุม ตำรวจท่องเที่ยวที่ว่ามีน้อยไป ก็ให้ ผบก.ทท.ทำบันทึกเสนอมาให้รัฐบาลพิจารณา

ขณะที่ พล.ต.ต.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวว่า ได้เสนอ ร.ต.อ.เฉลิม กรณีที่ตำรวจท่องเที่ยวมีบุคลากรไม่เพียงพอกับการดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทยกว่า 19 ล้านคน ซึ่งปัจจุบันตำรวจท่องเที่ยวทำงานเกินกว่ากำลังที่มีอยู่ถึง 3 เท่า คือ มีอัตรากำลังเพียง 900 กว่าคน ต่ำกว่าโครงสร้างอัตรากำลังที่กำหนดไว้ปี 39 ว่า ควรมี 1,700 คน และในช่วงนั้นเพิ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเพียง 7 ล้านกว่าคนเท่านั้น ซึ่ง ร.ต.อ.เฉลิม ก็ให้เสนอเรื่องเพิ่มอัตรากำลังเข้ามาให้พิจารณา เพราะเห็นด้วยที่จำนวนตำรวจท่องเที่ยวมีน้อยเกินไป โดยตำรวจท่องเที่ยวคาดว่าจะทำหนังสือถึง ร.ต.อ.เฉลิมเสร็จภายในสัปดาห์หน้า คาดว่าหากเพิ่มอัตรากำลังได้ 500 กว่าคน ก็จะทำให้ตำรวจท่องเที่ยวดูแลนักท่องเที่ยวได้ทั่วถึงขึ้น หากตำรวจในท้องถิ่นที่มีนักท่องเที่ยวมาก ก็ต้องเพิ่มอัตรากำลังด้วยเช่นกัน

 

วันที่ 23/06/2555 เวลา 3:05 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



เอาไม่อยู่! ‘นาตาลี’ เครียดจัด [16/06/2556]
“รักกับผู้ชายเจ้าเสน่ห์ ต้องทำใจเป็นธรรมดา” นาทีนี้ดารา-นางแบบสาวที่น่าเห็นใจสุดๆ ไม่พ้น “นาตาลี เจียรวนนท์” วัย 33 ปี ทายาทเจ้าของธุรกิจซีพีอันลือลั่น ที่เพิ่งเจอข่าวไม่แฮปปี้หัวใจ เมื่อแฟนหนุ่ม “ฟลุค เกริกพล” ยังไม่สิ้นลายคาสโนวา อย่างที่คิดๆ กัน