วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ย้อนรอยอวตาร


ย่ำแดนมังกร ย้อนรอยอวตาร กับ รถปิกอัพ อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด ระยะทาง 1,700 กิโลเมตร ของสื่อมวลชนกลุ่ม 2 ในเส้นทาง จางเจียเจี้ย-คุนหมิง

คาราวานสื่อมวลชนกลุ่ม 2 ที่จะไปผลัดเปลี่ยนมือกับ ลุ่มแรก ที่ออกเดินทางไปก่อนหน้า 2 วัน แต่จุดหมายของกลุ่ม 2 ไม่ใช่เมืองคุนหมิง แต่เป็นเมืองจางเจียเจี้ย เมื่อคณะมาพร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ โหลดกระเป๋าสัมภาระต่างจนหมด ก็ขึ้นเครื่องของสายการบินไทย เข้าไปนั่งประจำที่ระบุไว้ นั่งได้สักพัก ก็เห็นแขกไม่รู้สัญชาติไหนได้มาแย่งที่นั่งของคนไทยที่ระบุเลขที่นั่งไว้แล้ว พอเจ้าของที่มา ก็ไล่ไปแขกก็ขยับมานั่งที่คนอื่นอีกที่ติดกับเพื่อนแขกด้วยกัน จนเจ้าของที่นั่งต้องยอมเปลี่ยนที่นั่งให้ เห็นแล้วก็ให้คิดถึงคำที่มีคนพูดกันว่า เจองูกับเจอแขก ต้องตีหัวแขกก่อนแล้วค่อยมาตีงูทีหลังนั้นน่าจะเป็นเรื่องจริงซะด้วย ขณะที่สจ๊วตเดินผ่านก็เปรยขึ้นมาเบาๆ ให้แอร์ได้ยินว่าเที่ยวนี้กลิ่นแรงมาก

คณะคาราวานใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงในการนั่งเครื่องบินมาสนามบินกวางเจา แต่ก็ช้ากว่ากำหนดเพราะดีเลย์จากสุวรรณภูมิก็ 15 นาที แล้วกว่าจะลงจอดที่กวางเจาก็ช้าอีกเพราะกัปตันบอกว่า การจราจรที่สนามบินกวางเจาหนาแน่น ต้องบินวนรอบๆ อยู่เกือบ 15 นาที กว่าจะลงจอดได้ ออกจากเกรตเข้าด่านตรวจคนเข้าเมือง ก็มาเจอกับอุปสรรคอีกที่ชาวนิโกรที่มาถึงก่อนหน้าตรวจพาสปอร์ตไม่ผ่าน เจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมปล่อย จนเจ้าหน้าที่ซึ่งยืนข้างหลัง มาเรียกชาวนิโกรไปตรวจที่ห้องกันอย่างละเอียดยิบ

ออกจากด่านตรวจคนเข้าเมือง ก่อนที่จะต้องเดินขนสัมภาระต่างๆ และกระเป๋า ย้ายจากฝั่งสนามบินนานาชาติ มายังฝั่งสนามบินภายในประเทศ ซึ่งก่อนจะได้ขึ้นเครื่องต้องผ่านด่านตรวจสแกนกระเป๋าก่อนขึ้นเครื่องกันอย่างละเอียดมาก มากกว่าสนามบินสุวรรณภูมิซะอีก โดยเฉพาะ ช่างภาพทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ ที่ต้องแบกกระเป๋ากล้องเอาไว้กับตัว เจอเจ้าหน้าที่ตรวจสแกนกระเป๋ากันอยู่หลายรอบจนบางคนต้องรื้อกระเป๋าเอากล้องออกเข้าสแกนกันใหม่อีกหลายรอบกว่าจะผ่านได้

เครื่องบินบินออกจากสนามบินกวางเจามุ่งสู่สนามบิน Dayong เมืองจางเจียเจี้ย มณฑลหูหนาน ใช้เวลาอีกชั่วโมงกว่าๆ โดยเข้าพักกันที่โรงแรมพลูแมน หรือ PULLMAN HOTELS AMD RESONSORTS, ZHANGJIAJLE ซึ่งถามชื่อโรงแรมนี้กับชาวจีน คงไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เพราะชาวจีนไม่ค่อยพูดภาษาอังกฤษ แต่ลองถามว่าโรงแรมผัวใหม่ หรือผัวอะม่า ละก็ชาวจีนบอกกันถูกเลยว่าอยู่ที่ไหน

เช้าวันที่ 2 ออกจากโรงแรมที่พัก ก็ยกขบวนกันไปที่อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยกันตั้งแต่เช้าด้วยรถบัส มาถึงด่านประตูหน้า เปลี่ยนจากรถบัสก็ต้องมาแย่งที่กับชาวจีนที่แห่มาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก มาขึ้นรถบัสของอุทยานไปยังที่ทำการข้างใน เพื่อรอขึ้นลิฟต์แก้ว ขึ้นไปชั้นบน ก็ต้องมาแย่งกับชาวจีนกันอีกเห็นข้างหน้าว่างไม่ได้เดินแทรกเข้ามาทันที ขนาดคนตัวใหญ่ยืนบล็อกกั้นเอาไว้ 2 คนยังเอาไม่อยู่ ซึ่งวันที่ไปนอกจากกลุ่มคาราวานของไทย ก็ยังมีกลุ่มคณะทัวร์ของชาวจีน ที่ใช้วันหยุดวันเสาร์มาเที่ยวกันเป็นจำนวนมาก กว่าจะได้ขึ้นลิฟต์แก้วก็ยืนเบียดกับพรรคพวกกันเองและคอยกันชาวจีนที่เดินหน้ามองหาที่ว่างเตรียมคอยแทรกอยู่ตลอดเวลา ก็ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมง

เมื่อออกจากลิฟต์แก้วที่มีความสูงถึง 326 เมตร ก็ได้สัมผัสทิวทัศน์มุมสูงของอุทยานจางเจียเจี้ย อย่างใกล้ชิดมากขึ้น ซึ่งความงดงามอลังการของแท่งหินควอร์ตไซต์และยอดเขาสูงชันกว่า 3,000 ลูกเรียงรายกันอย่างน่าอัศจรรย์ แบบนี้นี้เองที่ เจมส์ คาเมรอน เลือกเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง “อวตาร” จนทำให้ชื่อของ “จางเจียเจี้ย” ดังกระฉ่อนไปทั่วโลกและทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมหาศาลหลั่งไหลมาชม แต่น่าเสียดายที่ไม่ได้มาในช่วงที่มีสายหมอกด้วยไม่งั้นน่าจะสวยงามกว่านี้แน่

อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของจีนมาตั้งแต่ปี 1992 มีเนื้อที่กว่า 9,500 ตารางกิโลเมตร เต็มไปด้วยแท่งภูเขาหินทราย สูงขึ้นฟ้ามากกว่า 3,000 ยอด มีสะพานหินตามธรรมชาติ น้ำตก ถ้ำใหญ่น้อยกว่า 40 แห่ง การเดินท่องเที่ยวดูธรรมชาติในอุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ยใช้เวลาไปเกือบครึ่งวัน กว่าจะฝ่าดงชาวจีน ที่แย่งกันเที่ยวแย่งกันถ่ายภาพแย่งกันเดินแย่งกันขึ้นรถขึ้นกระเช้า กว่าจะออกมาจากอุทยานฯ ได้ก็บ่ายโมงกว่า กลุ่ม 2 ก็นั่งรถบัสออกมาทานอาหารกลางวัน ก็มาพบกับคาราวานอีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด กลุ่มแรกที่เดินทางมาถึงจางเจียเจี้ย กำลังอิ่มหน่ำกับอาหารกลางวันกันอย่างออกรส เมื่อกลุ่ม 2 กำลังทานกันอย่างเอร็ดอร่อย กลุ่มแรกก็ออกเดินทางไป อุทยานแห่งชาติจางเจียเจี้ย ต่างก็คิดว่ากลุ่มแรกจะกลับถึงโรงแรมที่พัก ก็ 2 ทุ่มแน่กว่าจะเดินกันทั่ว

ออกจากร้านอาหาร ก็เปลี่ยนโปรแกรมจากไปชมธารน้ำแส้ทองหรือจินเปียน มาเที่ยวเมืองจางเจียเจี้ย เข้าร้านนวดแผนจีน เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ หลังจากที่เดินมาอย่างหนักทั้งวัน และไปเดินห้างสรรพสินค้าหาซื้อของใช้ของกิน ที่ราคาก็พอๆ กับเมืองไทย ก่อนจะเข้าโรงแรมที่พัก 6 โมงเย็น สมาชิกคาราวานทั้ง 2 กลุ่มก็มาพร้อมกันที่ห้องอาหาร ทานอาหารร่วมกัน และเลี้ยงฉลองให้กับกลุ่ม 1 ที่เดินทางมาถึงด้วยสวัสดิภาพ และเลี้ยงกลุ่ม 2 ที่จะมารับช่วงต่อในการขับ อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด จากจางเจียเจี้ย กลับไป คุนหมิง นอกจากอาหารก็ยังมีการแสดงโชว์ของกลุ่มชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในจางเจียเจี้ย และโชว์กำลังภายในที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี ด้วยการแสดงฟันหินด้วยมือเปล่าที่มือไม่เป็นอะไรเลย

แต่กลับมีปัญหากับเจ้าหน้าที่ของโรงแรม ต้องคุยกันนานเพราะแกดันเอาโต๊ะไม้ของโรงแรมมาใช้ในการแสดง ถึงไม่พังแต่ก็เป็นรอยแน่นอน

ก่อนจะเข้าห้องพักผ่อนสมาชิกกลุ่ม 2 ก็มาเข้าห้องร่วมฟังบรรยายเส้นทาง โดยมีนายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองผู้อำนวยการสายงานกลุ่มขาย และกลุ่มธุรกิจบริการหลังการขาย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำในการเดินทางครั้งนี้ พร้อมกับ “น้าเดช” นายพัฒนเดช อาสาพรรพกิจ มาบรรยายถึงเส้นทางที่จะใช้ อุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นได้ และแบ่งคนไปประจำรถของแต่ละคัน

เช้าวันที่ 3 ตื่นขึ้นมามองไปทางด้านนอกก็เห็นสายหมอกที่ปกคลุมอุทยานจางเจียเจี้ย ก็คิดว่าน่าเสียดาย ถ้าวันนี้ได้ขึ้นไปดูคงมีสายหมอกลอยอยู่บนเทือกเขาอวตารน่าจะสวยดี แต่สักพักฝนก็ตกลงมา ก่อนที่สมาชิกคาราวานทั้งหมดจะออกเดินทางไปชมเทียนเหมินซาน หรือประตูสวรรค์ โดยนั่งรถบัสไปลงที่สถานีในเมือง แล้วขึ้นกระเช้ากอนโดล่าที่มีความยาว 7.5 กิโลเมตร ขึ้นไปชมความงามของภูผานับพันยอด ก่อนที่จะ มาถึงสถานีจงจ้าน ก็เห็นขบวนรถปิกอัพ อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด จากประเทศไทย กำลังไต่เขาผ่านโค้งเขาอันสูงชัน รวมถึง 99 โค้ง เพื่อไปจอดหน้าทางขึ้นประตูสวรรค์ ซึ่งคณะคาราวานของอีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด จากประเทศไทย ได้รับสิทธิพิเศษในการนำเข้าวิ่งบนถนนในอุทยานเป็นครั้งแรก ซึ่งปกติไม่อนุญาตให้นำรถขึ้นไปเองอย่างเด็ดขาดเพราะเส้นทางที่ค่อนข้างอันตราย

คณะคาราวานลงมาที่สถานีจงจ้านเพื่อนั่งรถของการท่องเที่ยวท้องถิ่นเดินทางสู่ทางขึ้นประตูสวรรค์ ถึงทางขึ้นจุดธูปใหญ่ไหว้ฟ้าขอพรเทพสวรรค์ โดยมีขึ้นบันได 999 ขั้น เพื่อถึงช่องเขาประตูสวรรค์เทียนเหมินซาน ซึ่งชาวจีนเชื่อว่ากันเป็นประตูที่เปิดรับพลังเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต ดังนั้นคณะคาราวานทุกคน และรถปิกอัพ อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด ก็ได้รับพลังจากประตูสวรรค์ โชคดีเป็นสิริมงคลกันทุกคนและทุกคัน

ลงมาจากเขาเทียนเหมินซาน คณะคาราวานก็แยกเป็น 2 กลุ่มเหมือนเดิม โดยกลุ่มแรกไปซื้อของฝาก ของพื้นเมือง ติดไม้ติดมือกลับบ้านกัน และนวดเท้าผ่อนคลายแบบจีนหลังจากการเดินทางไกลมาหลายวัน ส่วนกลุ่ม 2 ก็เริ่มภารกิจ…ย่ำแดนมังกร ย้อนรอยอวตาร เดินทางย้อนเส้นทางเดิม เพื่อกลับสู่คุนหมิง ออกจากเมืองจางเจียเจี้ย กันตอนประมาณบ่าย 2 โมง มุ่งหน้าสู่เมืองฉางซา ซึ่งขบวนคาราวานก็ต้องเจอกับฝนที่ตกโปรยปรายลงมา หลังจากที่ออกจากตัวเมืองได้เล็กน้อย แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคเท่าไรนัก เพราะยังวิ่งกันบนถนนซูเปอร์ไฮเวย์กันตลอด ไม่เหมือนกับกลุ่มแรกที่ต้องลงไปวิ่งในตัวเมืองข้างล่างเพราะถนนปิด คณะมาถึงที่พัก LONGCHAMP GARDEN HOSPITALITY (โรงแรมนี้ชื่อเหมือนกระเป๋าแบรนด์เนมดังเลย) เมืองฉางซา กันประมาณ 6 โมงเย็น ใช้ระยะทางประมาณ 345 กิโลเมตร

เช้าวันที่ 4 ตื่นกันตั้งแต่ 6 โมงเช้า เพราะวันนี้จะต้องเดินทางไกลซึ่งฝนก็ตกกันตั้งแต่เช้า คณะคาราวานก็ลุยฝนออกจากเมืองฉางซากันตอน 8 โมงกว่า ไปยังเมืองไขหลี่ มณฑลกุ้ยโจว วิ่งกันบนถนนซูเปอร์ไฮเวย์ ที่ฝนตกกันเกือบตลอดเส้นทาง โดยแวะรับประทานอาหารกลางวัน ที่ร้านอาหารในบริเวณของปั๊มน้ำมัน กับไก่ตุ๋นอาหารขึ้นของทางร้านนี้ที่ สมาชิกในคาราวานบางคนเรียกว่าไก่อ่าง เพราะเสริฟ์มาในชามอ่างขนาดใหญ่ แต่เมื่อดูขั้นตอนการทำน่าจะเรียกว่าไก่โอ่งมากว่านะ เพราะเค้าเอาไก่ใส่ไหใบเล็กๆ แล้วเอาวางซ้อนกันตุ๋นในโอ่งขนาดใหญ่ เหมือนโอ่งมังกร ราชบุรีของไทย แต่ที่จีนนี้เป็นโอ่งตราไก่

อิ่มหนำกันเสร็จ ขบวนคาราวานก็ออกเดินทางกันต่อ มุ่งหน้าสู่เมืองไขหลี่ ผ่านเมืองที่มีตึกสูงซึ่งรัฐบาลจีนได้ก่อสร้างเพื่อให้ชาวภูเขามาอาศัย แทนการก่อสร้างสาธารณูปโภค ที่มีค่าใช้จ่ายมากว่า ขับรถมาเรื่อยก็ต้องเอะใจเห็นปล้องไฟขนาดใหญ่คล้ายกับปล้องนิวเคลียร์ อยู่ติดกับบ้านเรือนของประชาชน แต่ไม่มีนิวเคลียร์ กับเป็นโรงงานปูนซีเมนต์ ขณะคาราวานแวะเติมพลังในกับรถทุกคัน ก่อนวิ่งเข้าตัวเมือง ผ่านรูปปั้นม้าเหยียบนกแอ่นบนลูกโลก จนมาถึงที่พัก CROWN PLAZA HOTEL ประมาณบ่าย 4 โมงครึ่ง วันนี้ใช้เส้นทางวิ่งกันโดยประมาณ 658 กิโลเมตร

วันที่ 5 คณะคาราวานอีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด ตื่นกันเช้าอีกวัน ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนออกจากเมืองไขหลี่กันเวลา 8 โมงกว่าๆ มุ่งหน้าสู่เมืองคุนหมิง มณฑลยูนนาน ซึ่งการเดินทางวันนี้เจอฝนน้อยกว่าทุกวันที่ผ่านมา กว่าจะถึงเมืองคุนหมิง ก็เห็นรถคอนวอยย์ขนาดใหญ่ที่บรรทุกของมาเต็มตู้คอนเทรนเนอร์ ชนเข้ากับเกาะกลางถนน มีชาวจีนกำลังช่วยกันย้ายของจากตู้คอนเทรนเนอร์มาใส่รถบรรทุก ซึ่งน่าจะเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของการเดินทางกลุ่มแรก ที่โดนปิดถนนซูเปอร์ไฮเวย์ให้ลงไปใช้ถนนที่วิ่งผ่าเมืองแทน คณะคาราวานอีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด เข้ามาถึงที่พัก EMPARK GRAND HOTEL ประมาณ 5 โมงเย็น ด้วยระยะทางประมาณ 685 กิโลเมตร

ตอนเย็น อีซูซุ ก็ได้ประกาศผู้ชนะจากการขับอีซูซุดีแมคซ์ รุ่นใหม่หมด โดยเช็คจาก “อีซูซุ อินไซท์” ซึ่งบันทึกพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ใช้รถและประเมินผลทักษะการขับขี่ รวมทั้งประมวลผลออกมาเป็นรายงานการขับขี่ ในรูปแบบกราฟใยแมงมุมเพื่อให้เข้าใจง่าย โดยวิเคราะห์พฤติกรรมการขับ 5 ด้าน ทั้งด้านความเร็วและอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง, ช่วงรอบเดินเบา, รอบเครื่องยนต์, การใช้เบรก และการเหยียบคันเร่ง ทำให้ทุกคนได้ทราบถึงพฤติกรรมการขับของตนเองในสภาพการใช้งานจริง พร้อมคำแนะนำเพื่อให้ขับรถได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ประหยัดน้ำมันมากขึ้นและปลอดภัยยิ่งขึ้นอีกด้วย

วันที่ 6 ตื่นกันได้สายหน่อยละวันนี้ เพราะไม่ต้องรีบร้อนที่จะเดินทางไกล ก่อนจะแพ็กกระเป๋าลงมาเช็คเอาท์ แล้วนั่งรถบัสไปกันย่านศูนย์การค้าของคุนหมิง เดินดูสินค้ากันอย่างเดียว ทั้งแบรนด์จีนและแบรนด์หรู ซึ่งเทียบราคาแล้วแพงกว่าเมืองไทยซะอีก ก่อนจะมาขึ้นเครื่องบินกลับประเทศไทยกันที่สนามบินคุนหมิง

ก้องเกียรติ ศรีทับทิม….รายงาน

 

วันที่ 16/06/2555 เวลา 7:24 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541