วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

สถาบันพลังงาน มช. สร้างต้นแบบ

ผลิต CBG จากมูลวัว ทดแทนก๊าซ NGV และน้ำมัน


รศ.ประเสริฐ ฤกษ์เกรียงไกร ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันความต้องการในการใช้ยานพาหนะทั้งในการเดินทาง ขนส่ง มีสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะที่เชื้อเพลิงน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ มีราคาเพิ่มขึ้นตามสภาพความผันแปรของเศรษฐกิจโลก และมีการคาดการณ์ว่าพลังงานที่เกิดจากธรรมชาติจะขาดแคลน และหมดลงในอนาคตอันใกล้ ดังนั้น พลังงานทดแทนหมุนเวียนสำหรับนำมาใช้กับเครื่องยนต์ยานพาหนะ จึงเป็นเรื่องที่ถูกนำมาศึกษาค้นคว้าและสามารถนำมาใช้ได้จริงอย่างแพร่หลาย อาทิ น้ำมันเอทานอล น้ำมันไบโอดีเซล ซึ่งเป็นรูปแบบของน้ำมัน ส่วนในรูปแบบของก๊าซ มีหลายประเภทที่กำลังทำการศึกษาวิจัย เช่น ไบโอแก๊สจากพืชพลังงานต่างๆ เช่น ข้าวโพด มันสำปะหลัง และหญ้าเลี้ยงสัตว์ชนิดต่างๆ

และที่มีการใช้จริงแล้วหลายประเทศในแถบยุโรป นั่นก็คือ ก๊าซไบโอมีเทนอัด หรือ Compressed Biomethane Gas หรือเรียกชื่อย่อว่า ก๊าซซีบีจี (CBG) คือ ก๊าซที่เกิดจากการนำก๊าซชีวภาพมาปรับปรุงคุณภาพโดยการลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ก๊าซไฮโดรเจนซัลไฟด์ (H2S) และความชื้นออกจนมีปริมาณก๊าซมีเทน (CH4) เพิ่มขึ้น โดยมีคุณสมบัติเทียบเท่าก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ ที่เรียกว่า ก๊าซเอ็นจีวี หรือก๊าซซีเอ็นจี (NGV/CNG) ที่มีระบบผลิตไบโอแก๊สแล้วอัดลงถังที่แรงดัน 200 บาร์เกจ เพื่อเป็นเชื้อเพลิงสำหรับรถยนต์

ในปี 2552-2553 สถาบันวิจัยและพัฒนาพลังงานนครพิงค์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ในการทำการวิจัยการผลิตไบโอมีเทนด้วยวิธีดูดซึมด้วยน้ำ หรือเรียกว่า วอเตอร์ สครับบริ้ง (Water Scrubbing) จนเป็นผลสำเร็จ โดยมีกำลังการผลิต 20 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เทียบเท่าการผลิตก๊าซเอ็นจีวี หรือก๊าซซีเอ็นจี NGV/CNG จำนวน 16 ถังต่อวัน (15 กก.ต่อถัง) และในปี 2554-2556 ทางสถาบันฯ จึงได้ริเริ่มที่จะต่อยอดจากงานวิจัยดังกล่าว โดยได้ดำเนินการวิจัยร่วมกับ บริษัท เชียงใหม่เฟรชมิลค์ฟาร์ม จำกัด โดยการนำก๊าซชีวภาพที่ผลิตได้จากมูลวัวภายในฟาร์มจำนวนประมาณ 3,500 ตัว มาผลิตเป็น CBG ด้วยวิธีการนำเทคนิคการผลิตไบโอมีเทนที่ได้จากโครงการแรกมาอัดเป็น ก๊าซซีบีจี (CBG ) เพื่อใช้ประโยชน์เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานยนต์ โดยได้มีการทดสอบใช้งานจากรถยนต์จริง

ปัจจุบันได้จัดสร้างอาคารศูนย์สาธิตต้นแบบผลิตก๊าซไบโอมีเทนอัดสำหรับยานยนต์ ณ บริษัท เชียงใหม่เฟรชมิลค์ฟาร์ม จำกัด อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เป็นแบบโครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก พื้นที่ใช้สอย 69 ตารางเมตร โดยมีการเดินระบบท่อส่งก๊าซต่อเชื่อมจากบ่อ ระบบผลิตก๊าซชีวภาพซีเอ็มยู-ซีดี (CMU-CD) จำนวน 2 บ่อ ปริมาตรบ่อหมักรวม 4,000 ลูกบาศก์เมตร สามารถผลิตก๊าซได้ประมาณวันละ 1,700-2,000 ลูกบาศก์เมตร ระบบผลิตก๊าซไบโอมีเทนอัดสำหรับยานยนต์ ประกอบไปด้วย ระบบผลิตไบโอมีเทนด้วยระบบวิธีดูดซึมด้วยน้ำ, ระบบเพิ่มแรงดัน และระบบเติมเข้ารถยนต์ โดยระบบผลิตก๊าซซีบีจี CBG สำหรับเครื่องยนต์ เป็นระบบที่ไม่ซับซ้อนมาก สามารถผลิตได้ในทุกที่ที่มีระบบก๊าซชีวภาพ เป็นพลังงานทดแทนที่สามารถผลิตได้ภายในประเทศ และที่สำคัญคือ ก๊าซซีบีจี CBG เป็นพลังงานที่ไม่มีวันหมด สามารถผลิตได้เรื่อยๆ เป็นพลังงานหมุนเวียนที่หาแหล่งกำเนิดได้ง่าย ใช้ต้นทุนไม่สูงเหมือนการขุดเจาะก๊าซธรรมชาติ ดังนั้น หากภาครัฐสนับสนุนโครงการนี้อย่างต่อเนื่องและจริงจัง ปัญหาเรื่องพลังงานราคาสูงจากการนำเข้า และการขาดแคลนหรือหมดไปของพลังงานก็จะกลายเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นในประเทศไทยอย่างแน่นอน ที่สำคัญการส่งเสริมการใช้ CBG ยังมีส่วนช่วยในการลดมลภาวะที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อนอีกด้วย

ระบบผลิตก๊าซชีวภาพ (Biogas) เริ่มใช้งานมาตั้งแต่วันที่ 2 เมษายน 2553 ถึงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 คิดเป็นจำนวนวันเท่ากับ 692 วัน ผลิตก๊าซชีวภาพจากน้ำเสียได้แล้ว 875,594 ลูกบาศก์เมตร นำก๊าซชีวภาพ (มีเทน : CH4) มาผลิตกระแสไฟฟ้าได้แล้ว 1,225,831 หน่วย (KWh) สามารถลดก๊าซเรือนกระจกได้ 8,140,000 กิโลกรัม CO2 หรือเทียบเท่า ระบบ Biogas

วันที่ 19/06/2555 เวลา 9:53 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541