สุกำพล กร้าวจี้รัฐ เด็ดขาด ลงมติรธน.วาระ3เผยประยุทธ์ไม่ปฏิวัติยืนยันโทร.เคลียร์แล้ว
“สุกำพล” กร้าวให้รัฐบาลเด็ดขาดเปิดสภาฯ ลงมติแก้รัฐธรรมนูญให้จบเผย “พล.อ.ประยุทธ” โทร.เคลียร์ข่าวลือปฏิวัติ เชื่อไม่ทำแน่ “มาร์ค” ย้ำ ปชป.ไม่ร่วมลงมติแก้ รธน.วาระ 3 ชี้ขัดคำสั่งศาล จี้รัฐเร่งออก พ.ร.ฎ.ปิดสมัยประชุมสภาฯ เตือนรัฐเร่งช่วยชาวบ้านลงไปดูน้ำท่วมก่อน ถามรัฐบาลแจงขนคนป่าไม้-อุทยานร่วมม็อบแดง “พันธมิตร” รอฟังสัญญาณเคลื่อนไหวหากเสื้อแดงออกมาล้มล้างศาลรัฐธรรมนูญพร้อมยกระดับไล่ “ยิ่งลักษณ์” พ้นเก้าอี้ “เทพไท” จวก “โอ๊ค” ด่า “มาร์ค” เหน็บหากอยากเล่นการเมืองควรขอ “ทักษิณ” “จาตุรนต์-ดิเรก” ประสานเสียงหนุนที่ประชุมสภาฯ ลงมติร่างแก้ รธน.วาระ 3 พท.ประชุม 11 มิ.ย. ถกโหวตแก้ไขร่าง รธน.วาระ 3 หรือไม่
“สุกำพล” จี้ รบ.เด็ดขาดแก้ รธน.
พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. ถึงการแก้ไขปัญหาสถานการณ์บ้านเมืองหลังจากที่มีกลุ่มคนเสื้อแดงและเสื้อเหลืองออกเคลื่อนไหวทางการเมืองว่า ถ้าเราจะทำอะไรแล้วมานั่งกลัว มานั่งหวาดระแวงก็คงไปไม่รอด ดังนั้นจะต้องตัดสินใจ หรือถ้าเราคิดว่าทำสิ่งนี้แล้วถูกต้อง เพื่อไปสู่จุดเป้าหมาย ทำแล้วประเทศเกิดความสว่างและสดใส หรือทำในสิ่งที่ดี ก็ต้องเอาเลย และต้องเดินหน้าอย่างเต็มที่อย่าไปกลัว นั่นคือสิ่งที่เป็นขวากหนาม ถ้ามาเป็นอยู่แบบนี้ก็คงไม่ไหวกัน โหรก็ทำนายแบบนั้น คนก็มองมาแบบนี้ ซึ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับคนที่มอง แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะมองอย่างไร ทั้งนี้ เราจะต้องดำเนินการเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้จบลงก่อน ส่วนเรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง แต่เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับรัฐบาล กองทัพเพียงติดตามสถานการณ์ความมั่นคง แต่เรื่องการเมืองกองทัพไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว
เผย “ประยุทธ” โทร.เคลียร์ปฏิวัติ
เมื่อถามว่า ณ เวลานี้มั่นใจหรือไม่ว่า จะยังสามารถควบคุมกองทัพได้ 100 เปอร์เซ็นต์หรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องการปฏิวัติ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า เรื่องปฏิวัติตนอยากถามว่าใครอยากปฏิวัติ เพราะมันทำกันไม่ได้ง่ายๆ “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกได้โทรศัพท์มาพูดคุย และบอกว่าพี่ (พล.อ.อ.สุกำพล) ตอนนี้มีข่าวลือเยอะเหลือเกิน ว่าทหารจะปฏิวัติ หรือเตรียมการที่จะทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ในใจผม (พล.อ.ประยุทธ์) ไม่มีอย่างข่าวที่ลือกัน” เมื่อถามว่า ได้มีการเสนออะไรกับพรรคเพื่อไทยกับสถานการณ์ตอนนี้ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยเขารู้หมดสถานการณ์จะเป็นอย่างไร เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังระแวงกับเหตุการณ์ปฏิวัติอยู่หรือไม่ พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่ไกล ข้อมูลที่จะรับรู้เรื่องปฏิวัติน้อยมาก พ.ต.ท.ทักษิณต้องฟังข้อมูลจากทางนี้ เมื่อเราให้ความมั่นใจทาง พ.ต.ท.ทักษิณก็สบายใจ ทั้งนี้ตนยอมรับว่าได้มีการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณบ้าง เพราะเขาก็ไม่สบายใจกับสถานการณ์บ้านเมือง
ปชป.ย้ำไม่ร่วมลงมติแก้ รธน.
เมื่อเช้าวันที่ 10 มิ.ย. ที่อาคารบางกอกทาวเวอร์ ถ.เพชรบุรี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ระหว่างร่วมงานเปิดสถานีบลูสกาย ถึงกรณีที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา อาจจะให้มีการลงมติวาระ 3 ในร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญในการประชุมรัฐสภาสัปดาห์หน้าว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับเอกสารจากรัฐสภา แต่มีการนัดประชุมเพื่อพิจารณาต่อเนื่องจากวันศุกร์ที่แล้ว ในข้อตกลงระหว่างประเทศ มาตรา 190 ขณะนี้สมาชิกรัฐสภารับทราบคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ตนคิดว่าหากไม่ต้องการให้เกิดความขัดแย้งในบ้านเมืองและไม่ให้เกิดการเผชิญหน้า ก็ให้เดินหน้ามาตรา 190 ตนยืนยันว่านายกรัฐมนตรีและ ครม. ต้องเร่งตราพระราชกฤษฎีกาปิดสมัยประชุมสภา และเมื่อเปิดสมัยประชุมสภาครั้งหน้าศาลรัฐธรรมนูญก็ว่าจะพิจารณาเรื่องนี้เรียบร้อยแล้วจะได้ไม่ต้องมีการเผชิญหน้ากัน “การประชุมรัฐสภาครั้งที่ผ่านมาเห็นได้ว่า การปิดประชุมไม่ราบรื่น ประธานรัฐสภาถูกกดดันจากพรรคเพื่อไทยบางส่วนที่จะให้ลงมติอย่างใดอย่างหนึ่ง ซึ่งน่าจะมีปัญหา เพราะวาระในการพิจารณาเป็นเพียงแค่การรับทราบเท่านั้นว่า รัฐสภามีอำนาจอะไรในการลงมติ ว่าเห็นด้วยหรือไม่ จะทำตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ อย่างไรก็ตามหากการประชุมรัฐสภาครั้งหน้า มีการดึงดันให้มีการลงมติร่างรัฐธรรมนูญวาระ 3 พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอยืนยันว่าจะไม่ร่วมลงมติ เพราะถือว่าคำสั่งศาลยังมีอยู่ ส่วนจะเกิดความรุนแรงกลางสภารอบที่ 3 หรือไม่ ก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะปล่อยให้เกิดขึ้น”
จี้รัฐแจงขนป่าไม้ร่วมม็อบแดง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังกล่าวถึงการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ขณะนี้ยังไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีการพิจารณาเมื่อใด แต่ยืนยันว่าไม่ควรมี เพราะยังไม่มีความจำเป็น อยากให้รัฐบาลและสภา ไปตั้งหลักอะไรที่มีความจำเป็นเร่งด่วนกับการบริหารงาน ก็ควรนำเข้ามาพิจารณาก่อนเช่น กฎหมายฟอกเงิน นอกจากนี้ ในหลายพื้นที่เริ่มประสบภัยพิบัติน้ำท่วม ควรปิดสมัยประชุมสภา เพื่อให้ ส.ส. ได้ลงพื้นที่ เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวการระดมเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานฯ เข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งมีคำสั่งออกมาถือเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องชี้แจง ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทย เดินเกมจะยื่นยุบพรรคประชาธิปัตย์ ในข้อหาปลุกระดมมวลชน นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย ไม่เห็นด้วยกับบทบัญญัติเรื่องการยุบพรรค แต่กลับเป็นกลุ่มที่ยื่นยุบพรรคบ่อยที่สุด พรรคเพื่อไทยจะใช้วิธีการอย่างนี้ในการพยายามทำให้เกิดเรื่องการคดี แต่เมื่อเรื่องไม่มีมูลก็จะโวยวายว่าสองมาตรฐาน ถือว่าเป็นกลยุทธ์ของเขาตลอด
“สุเทพ” โต้ข่าวล้มรัฐบาล
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ พรรคประชาธิปัตย์คัดค้านร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือ พ.ร.บ.ปรองดอง ว่าเนื้อหาของ พ.ร.บ.ปรองดอง ที่แท้จริงมันไม่ได้นำมาซึ่งการปรองดอง และกลายเป็น พ.ร.บ.ล้มล้างความผิดให้กับคนโกง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีเป้าหมายโจมตีหรือต้องการล้มรัฐบาลเพื่อไทย แต่กฎหมายดังกล่าวมันจะมีผลกระทบต่อชีวิตของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ขณะที่กรณีที่เกรงกันว่า รัฐบาลจะมีการลักไก่นำร่างกฎหมายแก้ไข รธน.เข้าลงมติในสภา ภายในอาทิตย์หน้านั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ยอมรับก็มีความกังวลใจ จากนี้ไปพรรค ปชป.จะจับตากรณีดังกล่าวตลอดเวลา เพื่อไม่ให้เกิดการลักไก่ ในสภาผู้แทนราษฎร ขึ้นได้ และเรียกร้องให้ประธานรัฐสภา อย่าง นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ได้ทบทวนการกระทำ และให้ดำเนินการพิจารณากฎหมายอื่นที่เร่งด่วนกว่า อาทิ รธน.มาตรา 190 หรือ พ.ร.บ.ฟอกเงิน จะเป็นการดีกว่า เสร็จแล้วค่อยดำเนินการให้มีการออก พ.ร.ฎ.ปิดสมัยประชุมสภาตามขั้นตอนกฎหมาย เพราะหากยังดึงดันลงมติวาระ 3 อยู่ต่อไป ก็เชื่อว่าประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศคงไม่อาจยอมรับได้
พธม.พร้อมยกระดับไล่นายกฯ
วันเดียวกันที่จังหวัดกระบี่ นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) ได้ปราศรัยว่า สถานการณ์บ้านเมืองในเวลานี้น่าหนักใจ ตนเห็นเอกสารของกองทัพประชาชนใหม่หรือเสื้อแดง คือ ตั้งหมู่บ้านแดง 3 หมื่นหมู่บ้าน ซึ่งการตั้งหมู่บ้านเสื้อแดงในพื้นที่ภาคใต้ถูกไล่ทั้งหมด เป็นการแสดงพลังให้เห็นว่า เราไม่ต้องการหมู่บ้านเสื้อแดง เราต้องทำลายกองทัพเสื้อแดงให้หมด กองทัพเสื้อแดงมีการฝึกกองกำลังติดอาวุธ 5,000 คน กองและกำลังเชี่ยวชาญอีก 3000 คน หากทำได้ครบ เขาเอาจริงแล้ว นายจาตุรนต์ ฉายแสง ได้รวบรวมสหายคอมมิวนิสต์ รวมทั้งไม่เคารพคำสั่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะลุกขึ้นสู้กับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งทาง พธม.จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับกลุ่มที่ต่อต้านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทันทีที่มีการเคลื่อนไหว ขอให้พี่น้องรอฟังแถลงการณ์ของพันธมิตรฯ ที่จะเป่านกหวีดในการออกมาเคลื่อนไหว ทางด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นกล่าวปราศรัยว่า สาเหตุที่ต้องปฏิรูปประเทศไทย ก็เนื่องจากมีคนบางกลุ่มที่ต้องการล้มสถาบัน บัดนี้ ประเทศไทยเราเสื่อมถอยทุกเรื่อง อยู่ในระบบเผด็จการระบบรัฐสภา ถ้าเขาทำสำเร็จ ทั้งเรื่องฉีกรัฐธรรมนูญ ม.291 และ พ.ร.บ.ปรองดอง บ้านเมืองจะเสียหายอย่างหนัก หากไม่มีการปฏิรูปบ้านเมือง พวกเราจะต้องมาต่อสู้กันอีกนานแค่ไหน อาจจะมีการยกระดับไล่ นายกรัฐมนตรี ให้ออกจากตำแหน่ง
จี้ “โอ๊ค” รับผิดชอบโจมตี “มาร์ค”
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ( ปชป.) แถลงถึงกรณีที่ นายพานทองแท้ ชินวัตร โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊คโจมตี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้า ปชป.อยู่เป็นระยะว่า หลายคนใน ปชป.ไม่อยากตอบโต้นายพานทองแท้ เพราะเห็นว่าไร้สาระ แต่ตนจำเป็นต้องชี้แจงข้อกล่าวหาต่างๆ โดยมีข้อสังเกต 2 ประการ 1.นายพานทองแท้โพสต์เองไหม หรือมีผู้อยู่เบื้อคอยโพสต์ให้ 2.นายพานทองแท้ โพสต์ในฐานะอะไร เพราะถ้าอยากมาเล่นการเมืองก็ควรจะขออนุญาตจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ลงมาเล่นการเมืองแทนที่คุณอา น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ทั้งนี้จากการที่เรียกร้องให้นายอภิสิทธิ์ ขอโทษกรณี ส.ส.ปชป.ไปลากเก้าอี้และปาเอกสารในสภาผู้แทนราษฎร ความจริงเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องส่วนตัวที่กระทำเชิงสัญลักษณ์และ ส.ส.ปชป.คนนั้นๆ ก็ขอโทษไปแล้ว จึงอยากจะถามกลับไปว่าเมื่อมีกระแสข่าวนายพานทองแท้ลอกข้อสอบที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงแล้วถูกจับได้ พ.ต.ท.ทักษิณเคยมาขอโทษแทนนายพานทองแท้หรือไม่ ที่บอกว่าการที่นายอภิสิทธิ์เลียนเสียง จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย (พท.) เป็นเรื่องน่าขำ แล้วที่ พ.ต.ท.ทักษิณ พูดจาคล้ายคนเมาพร้อมร้องเพลง Let it Be หรือช่างแม่งมัน เป็นเรื่องน่าขำหรือไม่ นอกจากนี้ ขอเรียกร้องให้คนที่อยู่เบื้องหลังการโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊คของนายพานทองแท้ออกมาแสดงตัว หรือหากนายพานทองแท้โพสต์เอง ก็ให้ออกมายืนยันว่าโพสต์ข้อความเอง เพื่อแสดงความรับผิดชอบหากการโพสต์ดังกล่าวทำให้เกิดความเสียหาย
จี้ พท.เปิดชื่อคนต้าน รธน.
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทย หาว่าพรรคประชาธิปัตย์ร้อนตัวกรณีขอให้เปิดเผยชื่อจริงจากตัวย่อ ของชื่อบุคคลที่ พท.ระบุว่าอยู่เบื้องหลังการต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า ที่ ปชป.เรียกร้องให้ พท.เปิดเผยชื่อ เพราะไม่อยากเห็นการเล่นการเมืองเป็นเกมโชว์ คอยใบ้คำรายวันไปเรื่อยๆ ถ้า พท.มีข้อมูลจริงก็ควรจะบอกชื่อจริงออกมา เพื่อให้สังคมได้ตรวจสอบว่าบุคคลเหล่านั้นมีพฤติกรรมอย่างที่ พท.กล่าวหาหรือไม่ ส่วนข่าวลือเรื่องการรัฐประหาร ตนเห็นว่ามีแต่ พท.ที่ออกมาพูดเรื่องนี้ เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของพวกตนเท่านั้น ทั้งนี้ ยืนยันว่า ปชป.ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร เพราะเป็นวงจรอุบาทว์ทางการเมือง
จี้ “ค้อนปลอม” อย่าลักไก่แก้ รธน.
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในสัปดาห์หน้าทางนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กำหนดประชุมสภาจำนวน 3 วัน โดยในวันที่ 12 มิ.ย.จะเป็นการประชุมร่วมรัฐสภา และในวันที่ 13-14 มิ.ย. จะเป็นการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทราบมาว่าจะมีการพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับการฟอกเงิน ทั้งนี้มีรายงานข่าวแจ้งว่าในวันที่ 12 มิ.ย. จะมีการผลักดันให้ที่ประชุมร่วมรัฐสภาลงมติโหวตร่างแก้ไข รธน.วาระ 3 เนื่องจากขณะนี้มีการเคลื่อนไหวในกลุ่มของสมาชิกวุฒิสภาที่เดินทางไปต่างประเทศ กำลังทยอยเดินทางกลับมายังประเทศไทยเพื่อให้ทันวันที่ 12 มิ.ย. จึงมีแนวโน้มและความเป็นไปได้สูงว่า ในวันที่ 12 มิ.ย.จะมีการพิจารณาโหวตลงมติในร่างแก้ไข รธน.ในวาระ 3 และในวันที่ 13-14 มิ.ย.ก็มีความเป็นไปได้ที่จะนำร่าง พ.ร.บ.ปรองดองขึ้นมาพิจารณาในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง แม้ว่าจะมี ส.ส.ของพรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่า จะไม่ลักไก่โหวตลงมติร่างแก้ไข รธน.วาระ 3 และพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปรองดองก็ตาม “ตนคิดว่าสถานการณ์วางใจไม่ได้ เพราะดูได้จากการเคลื่อนไหวของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่ถูกห้ามออกนอกประเทศและลงพื้นที่ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องไปนายสมศักดิ์ ประธานสภา ให้กำหนดวาระการประชุมให้ชัดเจนว่าจะพิจารณาในเรื่องใด อย่าใช้วิธีการลักไก่เด็ดขาด รวมทั้งควรจะดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใส”
“อ๋อย” หนุนสภาฯ แก้ รธน.วาระ 3
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ในฐานะประธานสถาบันการศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย แถลงว่า ขณะนี้สถานการณ์ทางการเมือง ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้รัฐสภาชะลอการลงมติร่างแก้รัฐธรรมนูญวาระ 3 อยู่ระหว่างทางสองแพร่ง คือการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เดินหน้าต่อไปมีการลงมติวาระ 3 เลือกตั้ง สสร. และมีการลงประชามติ ส่วนอีกทางหนึ่งคือ การล้มรัฐธรรมนูญ โดยศาลรัฐธรรมนูญจะเดินหน้าพิจารณาคำร้องต่อไป และวินิจฉัยว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้เป็นการล้มล้างระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมทั้งให้ยุติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากผลออกมาเป็นทางที่สองก็จะทำให้ประเทศย้ำอยู่กับที่ ไม่เป็นประชาธิปไตยและไม่ยุติธรรม ร้ายไปกว่านั้นประเทศจะอยู่ภายใต้การปกครองที่ศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจสูงสุด โดยที่ประชาชนไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้อีกต่อไป ถือเป็นการละเมิดรัฐสภาที่มีอำนาจสูงสุด ซึ่งจะนำไปสู่ปัญหาอีกมาก เช่น การยุบพรรคการเมือง การถอดถอนคณะรัฐมนตรี เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนทั้งประเทศต้องตัดสินใจ สมาชิกรัฐสภาต้องร่วมกันตัดสินใจในการหาทางออก ส่วนตัวเห็นว่ารัฐสภาควรเดินหน้าต่อไปในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีความจำเป็นที่รัฐสภาจะต้องเดินหน้า ถ้าหากการประชุมสภาฯ ในวันที่ 12 มิ.ย.นี้ กลับไปพิจารณาเรื่องอื่นก่อนที่จะลงมติวาระ 3 นั้น แสดงว่ารัฐสภาได้ชะลอการลงมติตามคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งถือเป็นบรรทัดฐานของรัฐสภาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ชี้รัฐบาลรบกับศาลโดยตรง
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน กล่าวถึงความขัดแย้งระหว่างสภาฯ โดยพรรคเพื่อไทยกับศาลรัฐธรรมนูญในขณะนี้ถือเป็นประเด็นอ่อนไหวมากเป็นพิเศษ เพราะพรรคเพื่อไทยพยายามใช้เสียงข้างมากในสภาฯ ทำทุกวิถีทางในการสถาปนาอำนาจเดี่ยวอีกครั้งหนึ่ง จึงพยายามที่จะขัดขืนคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ให้ชะลอการลงมติ ในวาระ 3 ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญไว้ก่อน นอกจากนี้พรรคเพื่อไทยยังใช้มวลชนเสื้อแดงซึ่งเป็นมวลชนของพรรคทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญสารพัดวิธี มีประเด็นที่น่าตั้งข้อสังเกตในขณะนี้คือ การปลุกกระแสไม่รับคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญของพรรคเพื่อไทยและ นปช.ลุกลามไปถึงขั้นการท้าทายอำนาจตุลาการทั้งระบบ โดยพยายามสร้างและให้ความหมายที่บิดเบือนของคำว่าตุลาการภิวัฒน์ ว่าเป็นเพียงเครื่องมือของอำมาตย์กลั่นแกล้งเล่นงาน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร การปลุกกระแสคนเสื้อแดงเผชิญหน้ากับอำนาจตุลาการครั้งนี้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์จะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะรัฐมนตรีร่วมคณะรัฐบาล อย่างนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ข้าราชการการเมืองของพรรค และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย หลายคนไปขึ้นเวทีปราศรัยโจมตีศาลรัฐธรรมนูญอย่างเปิดเผย จึงเท่ากับว่าฝ่ายบริหารโดยรัฐบาลยิ่งลักษณ์กำลังเผชิญหน้ากับฝ่ายตุลาการโดยตรง
เพื่อไทยถกแก้ รธน.วาระ 3
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย วันที่ 11 มิ.ย. เวลา 14.30 น. จะมีการหารือเรื่องการส่งหนังสือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญถึงประธานสภาในการชะลอวาระ 3 และการโหวดลงมติในวาระ 3 รวมถึง กม. อื่นๆ เช่น พ.ร.บ.ก่อการร้าย และพ.ร.บ.การเงิน โดยวิปรัฐบาลจะมีการหารือในเวลา 10.00 น. ก่อนจากนั้นจะนำความเห็นของวิปเข้าสู่ที่ประชุมพรรคเพื่อไทย ส่วนกรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ออกมาเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรี เร่งปิดสมัยประชุมสภานิติบัญญัติถือเป็นการพูดที่เอาเกมการเมืองในสภามาลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล การผลักดันร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง เป็นเรื่องของฝ่ายนิติบัญญัติที่ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล ส่วนกรณีนายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และอดีต สสร. 50 ที่ออกมาระบุว่า การดำเนินการของตุลาการไม่ได้แทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ เห็นว่าเป็นการสร้างวาทกรรมทางการเมืองที่พยายามเลี่ยงบาลี ซึ่งการมีหนังสือคำสั่งไปถึงประธานสภาซึ่งเป็นประมุขฝ่านนิติบัญญัติ ก็เท่ากับว่าเป็นการสั่งอำนาจฝ่ายนิติบัญญัติเช่นกัน ซึ่งไม่มีประเทศไหนที่จะแทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ พร้อมเรียกร้องให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทบทวนการดำเนินการดังกล่าว และหากผิดจริงก็สามารถแก้ไขได้
“ดิเรก” หนุนสภาคว่ำคำสั่งศาล
นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภาวันที่ 12 มิ.ย.นี้ คงไม่มีการลงมติในวาระ 3 ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยแก้ไขเพิ่มเติม แต่อาจมีการขอความเห็นชอบจากที่ประชุมต่อการพิจารณาคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญที่ให้รัฐสภาชะลอการลงมติวาระ 3 ออกไปก่อน ว่าที่ประชุมจะเห็นเป็นอย่างไร ถึงแม้พรรคประชาธิปัตย์จะวอล์คเอาท์ก็ไม่มีปัญหา เรื่องนี้เป็นเรื่องระบบรัฐสภา ถามต่อว่า ขณะนี้ดูเหมือนมีลักษณะสุญญากาศอำนาจระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายตุลาการ การลงมติวาระ 3 ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยก่อนหรือไม่ นายดิเรก กล่าวว่า การลงมติวาระ 3 เป็นอำนาจของประธานฯ ที่ต้องใช้ดุลพินิจวิเคราะห์เอง แต่วันนี้หลายฝ่ายก็ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งกลุ่มนักกฎหมายหรือแม้แต่ศาลด้วยกันเองก็ไม่เห็นด้วย เท่าที่ดูวันนี้มีคนเห็นด้วยกับศาลรัฐธรรมนูญน้อยกว่าคนไม่เห็นด้วย ซึ่งตนเห็นด้วยว่าทางออกที่ดีที่สุดคือ ศาลรัฐธรรมนูญต้องเร่งวินิจฉัยให้เร็วที่สุด ไม่อยากให้ช้า อย่าทำให้คลุมเครือ และอย่าไปตีความออกนอกกฎหมาย ถ้ากฎหมายให้อำนาจไว้อย่างไรก็ควรตีความไปตามนั้น
กมธ.ตำรวจตามบี้ ตร.คุมม็อบ
นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงคำสั่งโยกย้าย พล.ต.ท.วินัย ทองสอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบช.น. และ พ.ต.อ.จิรภัทร โพธิ์ชนะพันธุ์ ผกก.สน.สำราญราษฎร์ และ พ.ต.อ.สินมนูญ์ พุทธิกุล ผกก.สน.ธรรมศาลา ให้มาช่วยราชการเป็นระยะเวลา 30 วันนั้น คณะกรรมาธิการการตำรวจกำลังติดตามดู หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าเป็นผลมาจากการที่นายตำรวจทั้ง 4 นาย ไม่สามารถควบคุมม็อบคัดค้านพ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติได้เพราะอาจจะเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบธรรม นอกจากนั้นคณะกรรมาธิการการตำรวจ ยังติดตามการทำงานของ พล.ต.ต.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง รรท.ผบช.น. ที่โยกย้ายมาดูแลพื้นที่ บชน. ที่มักมีการชุมนุมของฝ่ายต่างๆ อยู่บ่อยครั้ง จะสร้างความชอบธรรมหรือความเท่าเทียมกันในการบังคับใช้กฎหมายได้อย่างไร เพราะลักษณะของการทำงานที่ผ่านมาดูเหมือนว่า จะเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มคนเสื้อแดงเป็นอย่างมาก จนสามารถบุกเข้าไปยังสภาผู้แทนราษฎรได้อย่างสะดวกสบาย ต่างกับกลุ่มคนเสื้อเหลือง ที่มีคำสั่งให้ปิดกั้น รวมทั้งพยายามนำกฎหมายออกมาบังคับใช้อย่างรุนแรง ถือเป็นการกระทำที่แสดงให้เห็นถึงความเป็น 2 มาตรฐาน ทั้งนี้ ในการกำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไม่ว่าจะเป็นในระดับใด หากพบว่า มีพฤติกรรมที่ไม่ชอบมาพากล และส่อไปในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง ทางคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ก็จะเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาสอบถามข้อมูลโดยทันที
“ยื่งลักษณ์” เก็บตัวเงียบ
ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในวันที่ 10 พ.ค.ว่านายกรัฐมนตรี ใช้เวลาในวันหยุดพักผ่อนเป็นการส่วนตัวกับ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย โดยทีมงานใกล้ชิดนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ วันนี้นายกรัฐมนตรีจะขอพักผ่อนกับครอบครัว และเตรียมความพร้อมสำหรับภารกิจทัวร์ลุ่มน้ำหรือทัวร์นกขมิ้น เพื่อติดตามความคืบหน้าของการเตรียมการป้องกันอุทกภัยในพื้นที่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งติดตามการจ่ายเงินเยียวยาให้ประชาชน ในระหว่างวันที่ 11-14 มิ.ย.นี้
วันที่ 11/06/2555 เวลา 6:25 น.
[20/05/2556]ทำน้ำด้วยใจทำลายด้วยปาก
[19/05/2556]คอรัปชั่นที่รัฐบาลต้องจัดการ
[19/05/2556]ล้มกระดานครั้งใหม่
[19/05/2556]จับตาเเม้วสไกป์ปลุกสาวก
[18/05/2556]งบน้ำ3.5แสนสะดุด
[18/05/2556]เอ็นจีโอประกาศไล่ปลอดประสพ
[18/05/2556]ส่อง 3.5 แสนล้านผ่านแว่นวิชาการ
[17/05/2556]บิ๊คจิ๋วฟันธงไฟใต้ต้องแก้
[17/05/2556]มาร์คยันปชป.ไม่ขัดแย้ง
[17/05/2556]อภิสิทธิ์ยันคำสั่งรมว.กลาโหม
[9:18 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[6:34 น.]กรุงเทพฯมีฝนร้อยละ60
[0:36 น.]ปลาทูชนะนัดแรก
[6:17 น.]กรุงเทพฯมีเมฆเป็นส่วนมาก
[9:28 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[5:46 น.]กรุงเทพมีฝนร้อยละ30
[17:53 น.]ปิดตลาดหุ้นมูลค่าซื้อขาย
[14:49 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:38 น.]คลังปลื้มโกยรายได้
[13:50 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ

‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541




