ส่งออกสะดุดตอยูโรโซน
หอการค้าออกโรงวิเคราะห์ธุรกิจเจ๊งบ๊งสูญแสนล้าน
แบงก์ชาติ แอ่นอกรับพลาดปรับประมาณการเติบโตใหม่ แต่ยังใกล้เคียงระดับการเติบโตปีนี้ที่เดิมคาดไว้ 6% ด้านหอการค้า ระบุวิกฤติยุโรปถึงทางตันรอความช่วยเหลือเท่านั้น คาดไทยสูญส่งออกกว่า 1 แสนล้านเซ่นวิกฤติยูโรโซน
นายทรงธรรม ปิ่นโต ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหาภาค ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวยอมรับว่า ธปท.ได้มีการปรับประมาณการณ์การเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ใหม่ หลังมีการเสนอข้อมูลภาวะเศรษฐกิจให้คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) พิจารณาล่าสุดในการประชุม กนง.เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา เพียงแต่การคาดการณ์ใหม่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงจากเดิมอย่างมีนัยสำคัญ โดยยังคาด จีดีพี ปีนี้ใกล้เคียงจากเดิมที่ 6%
“เศรษฐกิจไทยช่วงที่ผ่านมา มีทั้งปัจจัยบวกและลบเข้ามาพร้อมๆ กัน แต่โดยรวมก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากจากที่ประเมินครั้งก่อนมากนัก แต่การที่ยุโรป กรีซ มีปัญหาก็กระทบส่งออกไทยพอสมควร เราจึงประเมินการเติบโตส่งออกปีนี้ใหม่ จากเดิมที่มองว่าจะโต 9.3% ลดลงเหลือ 8% และมองว่าเศรษฐกิจยุโรปน่าจะโตติดลบ 0.7% จากเดิมที่มองว่าจะติดลบ 0.5% ทำให้ต้องปรับคาดการณ์จีดีพีปีนี้เล็กน้อย แต่ไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะไม่ได้เปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญ” นายทรงธรรมกล่าว
ทั้งนี้ เมื่อ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา ธปท.คาดการณ์ว่า จีดีพีปีนี้จะโต 6% และปีหน้าโต 5.8% ภายใต้เงินเฟ้อพื้นฐานปีนี้ที่ 2.5% และเงินเฟ้อทั่วไปที่ 3.5%
ขณะที่ นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึงวิกฤติเศรษฐกิจยูโรโซนว่า จะถึงทางตัน เพราะไม่สามารถใช้เครื่องมือทางการเงินและการคลังในการแก้ปัญหาวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ในขณะนี้ เพราะภาระหนี้สินที่มีจำนวนมาก การลดค่าเงินก็ไม่สามารถทำได้เพราะเป็นเงินสกุลยูโรที่ใช้กันทั้งยูโรโซน จึงรอเพียงความช่วยเหลือทางการเงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศและมิตรประเทศที่จะช่วยเหลือเท่านั้น และหากยูโรโซนล่มสลายจะกระทบต่อเศรษฐกิจโลกให้ตกต่ำทั่วโลก ทั้งนี้ ไทยส่งออกไปยุโรปประมาณ 11% อาเซียนส่งออกไปยุโรป 24% จีนส่งออกไปยุโรป 24% เช่นกัน โดยยุโรปลงทุนโดยตรง (FDI) ในไทย 16% นักท่องเที่ยว 19% เกิดวิกฤติส่งผลให้ระยะสั้น FDI ไม่กระทบมากนัก แต่จำนวนนักท่องเที่ยวจะลดลง ขณะที่ตลาดทุนจะผันผวน นักลงทุนต้องระมัดระวัง ค่าเงินก็จะผันผวนด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ภาพรวมแล้ว เศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่งมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอยู่มาก หนี้สาธารณะมีสัดส่วนกว่า 40% ของจีดีพี หากจำเป็นสามารถอัดฉีดเศรษฐกิจของประเทศได้
ด้านนายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยหอการค้า กล่าวในการเปิดตัวศูนย์ AEC Strategy Center ว่า จากการที่กลุ่มประเทศ PIIGS ได้แก่ โปรตุเกส ไอซ์แลนด์ อิตาลี กรีซ และสเปน ประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ในกรณีที่เลวร้ายที่สุดอาจทำให้ไทยส่งออกสินค้าลดลงประมาณ 17% คิดเป็นมูลค่าประมาณ 150,000 ล้านบาท โดยสินค้าที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ ยางและผลิตภัณฑ์, เครื่องใช้ไฟฟ้า, อัญมณี และเสื้อผ้า นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจากยูโรโซนจะเข้ามาท่องเที่ยวในไทยลดน้อยลงด้วย ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไทยส่งออกไปยูโรโซน คิดเป็นมูลค่ารวม 7 แสนล้านบาท หรือคิดเป็น 10% ของการส่งออกทั้งหมด และเชื่อว่าปัญหาในยูโรโซนต้องใช้เวลาในการแก้ปัญหาประมาณ 3-5 ปี
อย่างไรก็ตาม ปัญหาวิกฤติยูโรโซน จำกัดอยู่ในกลุ่มและยังไม่ลุกลามออกมานอกเขต และหากวิกฤติยูโรโซนลุกลามมาไทย อาจกระทบกับจีดีพีของไทยเพียง 0.5% ทำให้จีดีพีของไทยยังอยู่ในกรอบที่ 5% จากคาดการณ์จีดีพีไทยที่อยู่ที่ 5-6% พร้อมมองว่าภาพรวมเศรษฐกิจไทยปีนี้จะขยายตัวจากใช้จ่ายภาครัฐ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น รถไฟ และการป้องกันอุทกภัย
คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ยังเสนอแนะทางออกลดผลกระทบจากวิกฤติยูโรโซน 2 วิธี การใช้กลยุทธ์ด้านราคาสินค้าที่ส่งออกไปอียูให้อยู่ในระดับราคาที่ต่ำกว่าคู่แข่ง เพื่อให้ประชากรในยุโรปสามารถจับจ่ายได้โดยง่าย รวมถึงการหาตลาดใหม่ในอาเซียนทดแทนตลาดเดิม นอกจากนี้ยังควรใช้สิทธิประโยชน์ตามข้อตกลงเขตการค้าเสรี หรือเอฟทีเอ อย่างเต็มศักยภาพ จากปัจจุบันที่ผู้ส่งออกไทยใช้สิทธิประโยชน์น้อยเกินไป ส่วนการเปิดประเทศของพม่า ไทยมีโอกาสเข้าไปตั้งโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานที่ใช้แรงงานจำนวนมาก เช่น อุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่ม เครื่องหนัง และอุตสาหกรรมเกษตร เนื่องจากพม่ามีทรัพยากรธรรมชาติจำนวนมาก, การตั้งโรงงานได้รับการยกเว้นภาษี, มีการย้ายเมืองหลวงใหม่และเมืองบริวาร รวมทั้งมีการพัฒนา 4 ท่าเรือสำคัญ นอกจากนี้ยังมองว่า พม่ามีความได้เปรียบด้านการทำการค้า เพราะอยู่ติดกับจีนและอินเดีย, มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเป็นจำนวนมาก และมีการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ กับไทย เช่น ท่าเรือน้ำลึกทวาย เป็นต้น นอกจากนี้ยังมองว่าหลังการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 จะส่งผลให้จีดีพีพม่าเติบโตประมาณ 8% และจีดีพีไทยจะโต 4.9% ในปี 2016-2020
วันที่ 20/06/2555 เวลา 8:29 น.
[18/05/2556]รถคันแรกดันรายได้รัฐพุ่ง
[18/05/2556]อ่วมไข่ไก่จ่อขึ้นราคาสัปดาห์หน้า
[18/05/2556]ขบ.เร่งควบคุมความเร็วรถโดยสาร
[18/05/2556]บาทแข็งฉุดดัชนีอุต เม.ย. วูบ
[18/05/2556]3 ค่ายยักษ์ยอมลดค่าโทร 15%
[18/05/2556]บีโอไอเคาะแผนลงทุนใหม่
[17/05/2556]เอวอน ปลื้มยอดขายกระฉูด
[17/05/2556]‘ทีวี ไดเร็ค’ ชูแกร่งโลจิสติกส์
[17/05/2556]เผือกร้อน กนง.แก้บาทแข็ง
[17/05/2556]เล็งขึ้นทะเบียนผู้ค้าก๊าซรายย่อย
[6:17 น.]กรุงเทพฯมีเมฆเป็นส่วนมาก
[9:28 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[5:46 น.]กรุงเทพมีฝนร้อยละ30
[17:53 น.]ปิดตลาดหุ้นมูลค่าซื้อขาย
[14:49 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:38 น.]คลังปลื้มโกยรายได้
[13:50 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[13:32 น.]มาร์คชี้ กม.ปรองดอง
[13:29 น.]มาร์คหวั่นโครงการจัดการน้ำ
[12:55 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ

‘เจนี่’ ฟิตเปรี้ยะฉลองโสด [12/05/2556]
ฮอตเวอร์ตลอดศก เห็นจะไม่มีใครเกิน “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” นางเอกสาวสไตล์ เริ่ด เชิด สวย เฉี่ยว แต่ไม่หยิ่ง เพราะประสบการณ์ในวงการ 16 ปี สอนให้เธอรู้ว่า ทำอย่างไรจะอยู่ทำงานในอาชีพนี้ได้ยืนยาว




