วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

อาหารแพงดันเงินเฟ้อพุ่ง

พณ.ลั่นไม่เสียแชมป์ส่งออกข้าวในเออีซี

 

อาหารแพงดันเงินเฟ้อ พ.ค.เพิ่ม 2.53% ส่งผล 5 ด.เงินเฟ้อขยับแล้ว 3.03% ระบุจับตาเงินเฟ้อครึ่งปีหลังพุ่งแรง เหตุสินค้าและน้ำมันส่อขึ้นราคาขึ้น พาณิชย์มั่นใจไทยไม่เสียแชมป์ส่งออกข้าวในเออีซี เล็งถก “เกษตร” ทำแผนจัดโซนนิ่งพื้นที่ปลูกข้าวสัปดาห์หน้า

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ พ.ค.2555 เท่ากับ 115.23 สูงขึ้น 2.53% เทียบกับ พ.ค.54 สูงขึ้น 0.39% เทียบกับ เม.ย.55 ส่งผลให้เงินเฟ้อเฉลี่ย 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) สูงขึ้นแล้ว 3.03% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น เป็นผลมาจากดัชนีราคาหมวดอาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 5.18% สินค้าที่ราคาแพงขึ้น เช่น ข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง 2.57% ผักและผลไม้ 8.90% เครื่องประกอบอาหาร 5.12% อาหารบริโภคภายในบ้าน 6.94% อาหารบริโภคนอกบ้าน 3.74% ส่วนหมวดอื่นๆ ไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่ม เพิ่มขึ้น 0.83% สินค้าราคาแพงขึ้น เช่น ค่าเช่าบ้าน 1.77% ค่าโดยสารสาธารณะ 0.99%

เมื่อแยกเป็นรายการสินค้า พบว่า สินค้าที่มีราคาแพงกว่าเดือน พ.ค.ปีก่อน ได้แก่ ข้าวสารบรรจุถุง ราคาแพงขึ้น 3.99% ผักสด เพิ่ม 18.04% เช่น ผักคะน้า ถั่วฝักยาว กะหล่ำปลี ผลไม้สดราคาแพงขึ้น 18.28% เช่น ส้มเขียวหวาน ส้มโอ แตงโม ส่วนอาหารสำเร็จรูป ราคาแพงขึ้น 5.53% โดยราคาเฉลี่ยของอาหารสำเร็จรูปทั่วประเทศ เช่น ข้าวผัด เดือน พ.ค.ปีนี้อยู่ที่ 34.07 บาท/จาน เพิ่มจาก เม.ย.ปีเดียวกัน อยู่ที่ 33.89 บาท/จาน และเพิ่มจาก พ.ค.ปีก่อนอยู่ที่ 31.48 บาท/จาน ข้าวราดแกง ราคา พ.ค.ปีนี้ อยู่ที่ 31.16 บาท/จาน เพิ่มจาก เม.ย.ปีเดียวกัน 30.43 บาท/จาน และเพิ่มจาก พ.ค.ปีก่อน 30 บาท/จาน

ทั้งนี้ ยังพบว่าเครื่องประกอบการอาหาร มีราคาเพิ่มขึ้นจาก พ.ค.ปีก่อน 5.12% โดยราคาเฉลี่ยเครื่องประกอบอาหารตลาดทั่วไป เช่น น้ำมันพืช ราคา พ.ค.ปีนี้อยู่ที่ 49.40 บาท/ขวด เพิ่มจาก เม.ย. ปีเดียวกัน 49.36 บาท/ขวด และเพิ่มจาก พ.ค.ปีก่อน 41.25 บาท/ขวด ซีอิ้ว (700 ซีซี.) ราคา พ.ค.ปีนี้อยู่ที่ 39.31 บาท/ขวด เพิ่มจาก เม.ย.ปีเดียวกัน 39.73 บาท/ขวด และเพิ่มจาก พ.ค.ปีก่อน 39.38 บาท/ขวด ส่วนสินค้าประเภทอาหารที่ราคาลดลงเทียบกับปีก่อน ได้แก่ เนื้อหมู ราคาลดลง 4.82% ไข่ไก่ ลด 11.66 %

สำหรับหมวดของใช้ประเภทส่วนบุคคล มีราคาสูงขึ้น 1.34% เทียบกับ พ.ค.ปีก่อน สินค้าราคาแพงขึ้น เช่น แชมพู กระดาษชำระ แป้งทาผิวกาย ผ้าอนามัย ลิปสติก และกระเป๋านักเรียน ส่วนค่าไฟฟ้าราคาแพงขึ้น 9.26% ค่าน้ำประปาแพงขึ้น 5.69% แต่การปรับขึ้นค่าโดยสารสาธารณะประเภทรถเมล์เล็กและรถสองแถว ส่งผลต่อเงินเฟ้อปีนี้เพียง 0.06% หรือเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเท่านั้น

“แนวโน้มอัตราเงินเฟ้อเดือน มิ.ย.คาดว่า จะสูงขึ้น 2.8-2.9% ใกล้เคียงกับเดือนนี้ ทำให้อัตราเงินเฟ้อไตรมาส 2 ไม่น่าจะเกินกรอบ 3.2% ส่วนแนวโน้มเงินเฟ้อครึ่งปีหลัง คาดว่าอาจขยายตัวสูงขึ้นกว่าช่วงครึ่งปีแรก มาจากปัจจัยเสี่ยงราคาน้ำมันที่จะปรับตัวสูงขึ้น ตามราคาน้ำมันดิบตลาดโลกที่จะเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ซึ่งเป็นช่วงหน้าหนาว ที่มีความต้องการในการใช้น้ำมันมาก และผลผลิตสินค้าเกษตรอาจมีปัญหาจากอุทกภัย แต่ยืนยันว่าเงินเฟ้อทั้งปีจะเป็นไปตามกรอบ 3.2-3.8%” นายยรรยง กล่าว

นายยรรยง กล่าวว่า ในหัวข้อ “นโยบายข้าวไทยภายใต้ภาวะกดดัน : ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ” ว่า การเกิดขึ้นของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ประเทศไทยจะไม่เสียแชมป์ในการส่งออกข้าวไทย การเป็นเออีซีกระทรวงพาณิชย์มองว่า ไม่ใช่การแข่งขันแต่เป็นการบูรณาการการร่วมมือการเป็นพันธมิตรระหว่างกันมากกว่า ขณะที่ตลาดมีขนาดใหญ่ขึ้น ประเทศผู้ส่งออกข้าวสามารถทำตลาดร่วมกัน สามารถเสริมความแข็งแกร่งร่วมกันได้ โดยแต่ละประเทศส่งออกข้าวคนละเกรดกัน โดยประเทศไทยส่งออกข้าวคุณภาพสำหรับตลาดบน ซึ่งไทยมีจุดแข็ง เพราะเป็นแหล่งผลิตข้าวคุณภาพปีละ 9-10 ล้านตันต่อปี เป็นแชมป์ส่งออกข้าวโลก และเมื่อรวมกับเวียดนามที่ผลิตได้ปีละประมาณ 5-6 ล้านตันแล้ว จะมีปริมาณข้าวที่ผลิตมากถึง 2 ใน 3 ของการค้าโลก ซึ่งมีปริมาณข้าวรวมกันเกือบ 20 ล้านตัน ในขณะประเทศผู้นำเข้าข้าว ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซียและบรูไน

รัฐบาลไทยประสบความสำเร็จในการยกระดับราคาข้าวเป็นอย่างดี เห็นได้จากราคาข้าวเดือน พ.ค.ปีนี้เทียบกับช่วงเดียวกันปีที่ผ่านมา ปรับเพิ่มขึ้นตันละประมาณ 2,000 บาท เช่น ข้าวเปลือกเจ้า 5 เปอร์เซ็นต์ ราคาอยู่ที่ 8,500-9,000 บาทต่อตัน และราคาขณะนี้อยู่ที่ 11,000-12,000 บาทต่อตัน ข้าวหอมมะลิระดับราคาเพิ่มจาก 13,000-14,000 บาทต่อตัน ขณะนี้เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15,000-16,000 บาทต่อตัน

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า การเกิดขึ้นของเออีซี ในอีกประมาณ 3 ปีข้างหน้า สิ่งที่ต้องเผชิญมี 3 เรื่อง คือ ภาษีไม่เป็น 0% แน่นอน การลดภาษีของกลุ่มสินค้ามีการลดที่แตกต่างกันออกไปตามความพร้อมของแต่ละประเทศในแต่ละสินค้า เช่น อินโดนีเซีย ยังคงคิดภาษีนำเข้าข้าวสูง โดยลดจาก 30% เหลือ 20% ซึ่งยังมีปัญหาเรื่องถิ่นกำหนดของสินค้า และเรื่องมาตรฐานสินค้า ซึ่งถือเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่มาตรการภาษี

 

 

วันที่ 2/06/2555 เวลา 9:32 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



จียอน ดารากิมจิหัวใจไทย [26/05/2556]
ยี่ห้อสาวเกาหลี แดนกิมจิ แทบไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากความ หนุ่มๆ ได้ยินแค่ชื่อก็ร้องซี้ด! กันเป็นแถว ก็ความน่ารักสไตล์หมวย สวยขาว โดนใจไปเต็มๆ ยิ่งอีกไม่นานก็จะเปิด AEC