ชาวนาเฮ! เปิดจำนำข้าว 1 ต.ค.
พณ.จี้คณะทำงานวางกรอบดันยอดส่งออก
กขช.ทบทวนวิธีรับจำนำข้าวนาปีรอบใหม่ หวังสร้างความเป็นธรรมแก่เกษตรกร ระบุเปิดรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 55/56 1 ต.ค.นี้ ในราคารับจำนำเดิม 1.5 หมื่นบาท/ตัน พณ.จี้คณะทำงานดูแล เพิ่มยอดส่งออก พร้อมทั้งวางกรอบการทำงานผลักดันส่งออกทุกด้าน แม่บ้านเฮ หมูลดวูบ 4-13 บาท/กก.
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เพื่อทบทวนและประเมินสถานการณ์เกี่ยวกับการเตรียมเปิดโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปีในฤดูการผลิต 2555/2556 ทั้งนี้ยังมีมติตามข้อเสนอของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ขอให้ขยายการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ปี 2555 เพื่อให้ผลผลิตข้าวนาปรังรอบที่ 2 ในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคกลาง ซึ่งเกิดปัญหาผลผลิตล่าช้า จากปัญหาน้ำท่วมให้เข้าร่วมโครงการได้ โดยคาดว่าจะมีปริมาณข้าวนาปรังรอบนี้ไม่เกิน 2 ล้านตันข้าวเปลือก จากปัจจุบันที่มีข้าวเปลือกเข้าร่วมโครงการแล้ว 9 ล้านตัน ซึ่งน่าจะใช้เม็ดเงินไม่เกิน 20,000 ล้านบาทที่ยังอยู่ภายใต้กรอบวงเงินที่รัฐบาลวางไว้ 2.6 แสนล้านบาท
ส่วนการเปิดรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ภายใต้โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2555/2556 จะเริ่มในวันที่ 1 ต.ค.55 เบื้องต้นจะคงใช้ระดับราคารับจำนำเท่าเดิมทุกชนิด อาทิ ข้าวเปลือกหอมมะลิ 20,000 บาท/ตัน ข้าวเปลือกเจ้า 15,000/บาท/ตัน ข้าวหอมมะลิจังหวัดตันละ 19,000 บาท ข้าวเหนียวตันละ 16,000 บาท เป็นตัน
สำหรับนโยบายยังคงรับจำนำทุกเม็ด เพียงแต่อาจจะปรับหลักเกณฑ์และวิธีการ โดยจำกัดสิทธิ์การจำนำให้เกษตรกรแต่ละรายให้เหลือเพียง 500,000 บาทต่อราย หรืออาจจะให้ใช้หลักเกณฑ์อื่นๆ เช่น ปริมาณต่อคน หรือพื้นที่ ซึ่งก็ต้องหารือกันก่อน สาเหตุที่ต้องปรับ เพราะต้องการจะกระจายการให้ความช่วยเหลือไปยังเกษตรกรรายย่อยให้มากขึ้น
นายบุญทรง กล่าวต่อว่า กรณีที่สมาคมโรงสีคัดค้านการปรับการรับจำนำข้าวเปลือกหอมมะลิจังหวัดให้เป็นข้าวเปลือกหอมมะลิภาคกลาง เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรตามที่กระทรวงเกษตรฯ ได้เสนอนั้น เห็นว่ายังควรใช้ชื่อเดิมคือการรับจำนำข้าวหอมมะลิจังหวัด เพื่อไม่ให้ตลาดสับสน เพราะระบบตลาดในต่างประเทศต่างมีการรับรู้ว่าข้าวหอมมะลิไทย มีผลผลิตออกมาในช่วงไหน หากมีการปรับชื่อก็อาจจะกระทบได้
ด้านนายชาญชัย รักษ์ธนานนท์ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า ปริมาณข้าวนาปรังรอบ 2 ที่จะเข้าร่วมโครงการน่าจะไม่เกิน 3 ล้านตัน โดยเป็นข้าวในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคกลางรวม 20 จังหวัด เช่น จ.สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก กำแพงเพชร กรุงเทพฯ ปทุมธานี อยุธยา และฉะเชิงเทรา เป็นต้น
นายบุญทรง กล่าวถึงผลการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาอุปสรรคและผลักดันการส่งออกของไทยว่า ในที่ประชุมได้มีมติตั้งคณะทำงานย่อยขึ้นมา 2 คณะ ภายใต้คณะทำงานแก้ไขและผลักดันการส่งออกไปตลาดศักยภาพอื่นๆ เพื่อช่วยในการผลักดันส่งออกสินค้า โดยเน้นวิเคราะห์ และศึกษาตลาดเป็นหลัก ซึ่งคณะทำงานทั้ง 2 ที่ตั้งขึ้นมา ได้มอบหมายให้ฝ้าติดตามตลาดศักยภาพสูง และตลาดใหม่ เพื่อช่วยในการหาตลาด และเพิ่มช่องทางในการส่งออกด้วย โดยได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาอีก 4 คณะ ภายใต้คณะทำงานแก้ไขปัญหาและผลักดันการส่งออกรายสินค้า เพื่อช่วยในการดูแลอุตสาหกรรมให้เป็นแบบเจาะลึก โดยแต่ละคณะจะดูแลอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมอัญมณี และอุตสาหกรรมสิ่งทอ เพื่อให้มีการขับเคลื่อนของภาคอุตสาหกรรมในการส่งออก
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ ได้ตั้งคณะทำงานแก้ไขปัญหาขึ้นมา 4 คณะ 1.คณะทำงานแก้ไขปัญหาอุปสรรคด้านการค้าและกฎระเบียบด้านภาษี โดยมีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน 2.คณะทำงานติดตามสถานการณ์และขับเคลื่อนการส่งออกไปตลาดในภูมิภาคยุโรป โดยได้มอบหมายให้กรมส่งเสริมการส่งออกดูแลคณะนี้ 3.คณะทำงานส่งเสริมการสร้างรากฐานการผลิตในประเทศเพื่อนบ้านและการค้าชายแดน กรมการค้าต่างประเทศเป็นผู้ดูแล 4.คณะทำงานแก้ไขปัญหาอุปสรรคและผลักดันการส่งออกรายสินค้า กรมส่งเสริมการส่งออกดูแล โดย 3 คณะสุดท้าย จะอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงพาณิชย์
นางวัชรี วิมุกตายน อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการได้ออกประกาศราคาแนะนำเนื้อหมูประจำวันที่ 26 ก.ค.-1 ส.ค.55 ใหม่ ซึ่งราคาปรับลดราคาลงจากสัปดาห์ที่แล้ว กก.ละ 4-13 บาท หลังจากมีปริมาณหมูออกสู่ตลาดสูงกว่าความต้องการบริโภค โดยราคาจำหน่ายปลีกหมูเนื้อแดง เฉพาะเนื้อแดง (เนื้อสะโพก เนื้อไหล่) กรุงเทพฯ ภาคกลาง และภาคตะวันตก ให้ขายไม่เกิน กก.ละ 106 บาท ลดจากสัปดาห์ก่อน 114 บาท ภาคตะวันออก ขายไม่เกิน กก.ละ 110 บาท ลดจาก 114 บาท ภาคใต้ ไม่เกิน กก.ละ 111 บาท ลดจากเดิม 124 บาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือไม่เกิน กก.ละ 114 บาท ลดจาก 119 บาท และภาคเหนือ ไม่เกิน กก.ละ 115 บาท ลดจาก 119 บาท ยกเว้นเนื้อสุกรชนิดที่มีคุณภาพพิเศษ เช่น เนื้อสุกรอนามัย เนื้อสุกรไร้สาร ที่มีการรับรองจากหน่วยงานราชการ ให้สามารถขายเกินราคาได้
วันที่ 28/07/2555 เวลา 3:03 น.
[19/06/2556]รัฐบาล“เจ๊ปู”สอบตกเปิดโพลให้คะแนน
[19/06/2556]เดินหน้าตรวจภาษี บ.นำเข้ารถหรู
[19/06/2556]“สุทัศน์” ฝากบิ๊ก กฟผ.คนใหม่สานงาน
[19/06/2556]ผุดถนนภูเก็ตเพิ่มบูมท่องเที่ยว
[19/06/2556]สางปัญหาวิทยุชุมชน
[19/06/2556]นกแอร์พร้อมแล้ว 20 มิ.ย.
[19/06/2556]สสว.เก๊กซิมส่งออก SMEs วูบ
[19/06/2556]เล็งลงนาม 3 ฝ่ายดูคดีนักท่องเที่ยว
[19/06/2556]ชาวนาอู้ฟู้ 2 ปีฝากทะลุ 6 หมื่น ล.
[18/06/2556]บัวหลวงหนุนพัฒนาความรู้สื่อมวลชน
[15:10 น.]เคาะสุนชัยนั่งบิ๊กกฟผ.
[13:57 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[12:34 น.]ปิดตลาดภาคเช้าบวก
[12:09 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[10:09 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[9:30 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[6:36 น.]กรุงเทพมีฝนร้อยละ60
[0:32 น.]“แทมมี่” ลิ่งรอบ 2 คัดหวดวิมเบิลดัน
[18:00 น.]พศ.เตือนพระปฏิบัติตามระเบียบ
[17:39 น.]กรรมการ มส.ปรามพุทธพาณิชย์

เอาไม่อยู่! ‘นาตาลี’ เครียดจัด [16/06/2556]
“รักกับผู้ชายเจ้าเสน่ห์ ต้องทำใจเป็นธรรมดา” นาทีนี้ดารา-นางแบบสาวที่น่าเห็นใจสุดๆ ไม่พ้น “นาตาลี เจียรวนนท์” วัย 33 ปี ทายาทเจ้าของธุรกิจซีพีอันลือลั่น ที่เพิ่งเจอข่าวไม่แฮปปี้หัวใจ เมื่อแฟนหนุ่ม “ฟลุค เกริกพล” ยังไม่สิ้นลายคาสโนวา อย่างที่คิดๆ กัน




