วันพุธที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

ผวาศุกร์13ตัดสินแก้รธน.วันนัดชี้ชะตาอย่าปลุกม็อบข่มขู่กดดันศาล

 

ผวาศุกร์ 13 วันชี้ชะตาแก้ รธน. ล้มการปกครอง “พท.” ขู่เกาะติดคำวินิจฉัย 3 ตุลาการรัฐธรรมนูญ “วสันต์-นุรักษ์-สุพจน์” อ้างไม่ถึงขั้นยุบพรรค แต่หวั่นโดนตัดสิทธิ์การเมืองยกยวง ขณะที่ “นายกฯ ปู” เชื่อศาล รธน. ให้ความเป็นธรรม ปัดเตรียมแผนรองรับคำวินิจฉัย อ้างผ่านขั้นตอนรัฐบาลไปแล้ว โยนหน้าที่รัฐสภา วอนอย่าคิดไกลถึงขั้นยุบพรรค ด้าน “ยงยุทธ” ยันรัฐบาลไม่เตรียมการรับผลตัดสิน เชื่อศาลมีความยุติธรรม วอนม็อบเคลื่อนไหวใต้กรอบกฎหมาย ส่วน “ขุนค้อน” ย้ำน้อมรับคำตัดสินทุกรูปแบบ ลั่นทำทุกวิถีทางไม่ให้คนไทยฆ่ากัน ขณะที่ “มาร์ค” วอนทุกฝ่ายยอมรับคำตัดสิน เชื่อมั่นตุลาการเที่ยงตรงตัดสินตามข้อเท็จจริง ไม่หวั่นไหวแรงกดดัน ด้าน “ปชป.” เตือน แดง-พท. อย่าปลุกม็อบกดดัน ทำลายความน่าเชื่อถือตุลาการ ส่วน “เทือก” ปลุกมวลชนลุกขึ้นสู้แก๊งแดง ลั่นอย่าปล่อยข่มขู่กดดันศาลรัฐธรรมนูญ จี้ทักษิณหยุดทำร้ายประเทศ

“นายกฯ ปู” รอลุ้นผลวินิจฉัยศาล รธน.

หลังจากศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนผู้ร้องคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และผู้ถูกร้องเสร็จสิ้น พร้อมนัดยื่นคำแถลงปิดคดีภายในวันพุธที่ 11 ก.ค. และวันศุกร์ที่ 13 ก.ค. นัดวินิจฉัยคดีนั้น วันที่ 7 ก.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ เราคงไปคอมเมนต์มากไม่ได้ เพราะไม่ต้องการก้าวล่วงอำนาจศาลในการที่จะพิจารณา แต่ที่ผ่านมาถือว่าทุกส่วนโดยเฉพาะรัฐบาลได้ให้ข้อมูลและชี้แจงอย่างเต็มที่แล้ว ดังนั้นคงต้องรอฟังผลการวินิจฉัยของศาลเพียงอย่างเดียว ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยออกมาว่าขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 รัฐบาลต้องหารือในข้อกฎหมาย และต้องรอดูผลวินิจฉัยก่อน อย่างที่ได้เรียนพี่น้องประชาชนไปแล้วว่า วันนี้ขั้นตอนต่างๆ ผ่านทางคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไปแล้วก็คงเป็นเรื่องที่รัฐสภาจะต้องพิจารณาอีกครั้ง ส่วนการนำไปสู่การยุบพรรคเพื่อไทย คงยังไม่คิดไปไกลขนาดนั้น ตอนนี้ขอรอฟังผลวินิจฉัยก่อน แล้วค่อยเอาผลวินิจฉัยนั้นมาดูดีกว่าเพราะพี่น้องประชาชนจะตกใจ วันนี้เราเองเราอาจจะคาดการณ์ล่วงหน้าเร็ว และไกลเกินไปจนทำให้ทุกคนมีความหวาดกลัว และมาระมัดระวังกันมากเกินไป เราน่าจะค่อยๆ ดูทีละขั้นดีกว่า แต่ถ้าสามารถผ่านการพิจารณาของศาลไปได้ ก็เป็นเรื่องของรัฐสภาเช่นกัน อย่างที่บอกว่าเรื่องนี้ผ่านขั้นตอนของ ครม.ไปแล้ว ต้องอยู่ที่รัฐสภาจะพิจารณากันอีกครั้ง ส่วนการปรับ ครม.ขึ้นอยู่กับเวลาและความเหมาะสมมากกว่า ซึ่งไม่ได้มาผูกพันกับเรื่องนี้ ถ้าจะปรับเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบ เพราะอย่างไร ครม.ก็อยู่ที่การทำงานต่างๆ มากกว่า และอยู่ที่เวลา และความเหมาะสม

“ยงยุทธ” เชื่อศาลมีความยุติธรรม

นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ตนได้ไปชี้แจงถึงข้อกล่าวหาที่มีอยู่และอธิบายให้ศาลได้ทราบว่าข้อกล่าวหาไม่ได้เป็นอย่างที่ถูกกล่าวหา ผู้สื่อข่าวถามว่า เชื่อมั่นว่าศาลจะไม่ตัดสินขัดต่อความคิดของคนส่วนใหญ่หรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าความคิดของคนส่วนใหญ่เป็นอย่างไร แต่คงจะมีคำตัดสินที่ยุติธรรม ซักต่อว่า พร้อมที่จะน้อมรับคำตัดสินของศาลหรือไม่ นายยงยุทธกล่าวสั้นๆ เพียงว่า ครับๆ เมื่อถามว่าได้มีการเตรียมพร้อมอย่างไรบ้าง ไม่ว่าคำตัดสินของศาลจะออกมาในมุมบวกหรือลบ รองนายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้คิดอะไรไปไกล คิดเป็นเรื่องๆ คิดเป็นครั้งๆ ไป แต่ตนก็ไม่ได้มั่นใจอะไร เพราะยืนยันไปแล้วว่าไม่ได้ไม่มั่นใจ หรือว่ามั่นใจ อะไรเกิดก็ค่อยว่ากันอีกที ซักว่าคำตัดสินของศาลจะส่งผลไปถึงขั้นการยุบพรรคหรือไม่ นายยงยุทธ กล่าวว่า ไม่ได้กังวลไปถึงขนาดนั้นเพราะศาลก็มีเหตุมีผล เมื่อถามว่า ไม่ว่าศาลตัดสินออกมาอย่างไร มีความกังวลหรือว่าจะเกิดมวลชนออกมาอีกครั้งหนึ่ง นายยงยุทธ กล่าวว่า อย่าสมมุติเลย เพราะตอบยาก และคิดว่าไม่ถึงขนาดที่ต้องออกมาปรามอะไร อย่างเช่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่เห็นมีอะไร เพียงแค่อย่าไปกังวล อย่าไปยั่วยุ อย่าไปสร้างควันขึ้นมา ถ้าจะเคลื่อนไหวอะไรก็ทำตามกฎหมายที่กำหนดและเจ้าที่ที่เกี่ยวข้องก็จะดำเนินการเอง

“ขุนค้อน” ยันไม่ให้คนไทยฆ่ากัน

นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า คำชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในคำร้องที่ของให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ขัดต่อมาตรา 68 หรือไม่ ในประเด็นการคงพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ไม่ได้ให้ความชัดเจน และอาจมีช่องทางที่ลดพระราชอำนาจที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญมาตราอื่น นอกจากหมวด 2 ได้ว่า เป็นการมองต่างมุมเท่านั้น อย่างไรก็ตามในฐานะที่ตนทำหน้าที่ประธานสภาฯ ยืนยันว่าตนมีธงที่จะทำทุกทางเพื่อไม่ให้คนไทย ไม่ว่าจะอยู่สีใดฆ่ากัน ซึ่งตนยอมรับว่าการเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้หากทำให้ถูกใจประชาชนนั้นทำได้ง่าย แต่ที่ผ่านมาตนยึดธงการทำงาน คือรักษาผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ตนพร้อมจะส่งเอกสารแถลงปิดคดีต่อศาลรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 11 ก.ค.นี้ ส่วนจะมีประเด็นใดเพิ่มเติมหรือไม่นั้น ขอหารือกับฝ่ายกฎหมายรัฐสภาก่อน สำหรับผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ตนเคยให้ความเห็นไปว่า ตนยอมถอย เพราะไม่อยากให้เป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง นำไปสู่เหตุการณ์ที่คนไทยฆ่ากันตาย มั่นใจว่าศาลฯ จะมีความคิดเห็นไม่แตกต่างจากตน ดังนั้นส่วนตัวมองว่ากรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินในแนวทางไหน ควรดูสถานการณ์เป็นหลักด้วย

พท.ไม่คาดหวังคำวินิจฉัย

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยได้ขอให้ ส.ส.ไปทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ว่า หากผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญออกมาเป็นอย่างไรจะยอมรับความจริงด้วยหลักการและเหตุผล โดยคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยได้วิเคราะห์พฤติกรรมการซักค้านของฝ่ายผู้ร้อง พบว่าเป็นเจตคติแบบมีธง บางคำถามไม่ใช่หลักวิชาการ หลักกฎหมาย เช่น นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ที่พยายามตั้งคำถามโยงไปถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งอาจเป็นคุณกับเราก็ได้ อย่างไรก็ตามเราไม่อยากคาดหวังผลว่าจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะที่ผ่านมาก็คาดผิดมาตลอด เพียงแต่หวังความเป็นธรรมจากศาลฯ เท่านั้น ส่วนที่นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ นายนุรักษ์ มาประณีต นายสุพจน์ ไข่มุกด์ ขอถอนตัวออกจากการเป็นองค์คณะในการพิจารณาคดี แต่องค์คณะไม่ยินยอมนั้น พรรคเพื่อไทยไม่ติดใจ แต่จะจดและจำสิ่งที่ทั้งสามคนพูดไว้ตอนเป็นคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญปี 50 โดยจะดูคำวินิจฉัยเป็นรายบุคคลว่า มีความเห็นอย่างไรต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 และขอเรียกร้องให้นักกฎหมายทั่วประเทศออกมาให้ความเห็นถึงการแก้ไขมาตรา 291 ว่ามีความชอบหรือไม่ชอบอย่างไร ส่วนคลิปเสียงนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่หลุดออกมานั้น แสดงให้เห็นว่าแม้พรรคเพื่อไทยมีเสียงข้างมาก แต่หนทางใดที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งน้อยที่สุดเราก็จะทำ ซึ่งการชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ และร่าง พ.ร.บ.ปรองดองก็น่าจะถูกใจพรรคประชาธิปัตย์แล้ว ไม่น่าจะออกมาโวยวายอะไรอีก ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า พรรคเพื่อไทยพยายามออกมาลิดรอนความน่าเชื่อถือของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น อยากทราบว่า นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ไปอยู่ไหน ให้นายสุเทพมาพูดแทนทุกวัน อยากให้นายสุเทพไปเคลียร์กับเลขาธิการพรรค อย่ามาเสี้ยม ขอให้นายสุเทพไปซื้อน้ำขิงกินเพื่อลดลมความอยากเป็นรัฐบาล

เรียก ส.ส.ถก 28-29 ก.ค.นี้

นายจิรายุ กล่าวต่อว่า พรรคเพื่อไทยจะเรียกประชุม ส.ส.ในวันที่ 28-29 ก.ค. แต่ยังไม่ได้กำหนดสถานที่ ทั้งนี้ เพื่อเตรียมพิจารณาแนวทางการทำงานในการเปิดประชุมสภาสามัญทั่วไปในวันที่ 1 ส.ค. รวมถึงแนวโน้มการทำงานของรัฐบาล ตลอดจนหารือเรื่องการถอนร่าง พ.ร.บ.ปรองดองฯ ซึ่งที่ผ่านมาได้คุยกับพรรคร่วมรัฐบาลและวิปรัฐบาลแล้วพบว่าการทำงานในภาวะที่ไม่เป็นปกติ แม้ทำให้ ส.ส.เหนื่อยล้าแต่จะไม่ท้อถอย หลังจากนี้จะเปิดเวทีปราศรัยทั่วประเทศ เพื่อทำความเข้าใจเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ประชาคมอาเซียน เพราะหากเรามัวขัดแย้งกันเอง จะทำให้ประเทศอื่นๆ ในอาเซียนมาดูถูกประเทศไทยได้

ผวาโดนศาลตัดสิทธิ์ทางการเมือง

แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ภายหลังที่พรรคได้ฟังศาลรัฐธรรมนูญไต่สวนระหว่างผู้ร้องและผู้ถูกร้องเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ทางพรรคไม่มีความเป็นห่วงอะไร เพราะคิดว่าพรรคได้ชี้แจงได้ชัดเจนว่าเราไม่มีเจตนาที่จะล้มล้างการปกครองหรือแก้ไขในหมวดพระมหากษัตริย์ ดังนั้นจึงคิดว่าการยุบพรรคไม่น่าจะเกิดขึ้น ส่วนการยกคำร้องก็อาจจะทำได้ยาก สิ่งที่ทางพรรคมีความหวั่นใจ คือเรื่องการตัดสิทธิ์ทางการเมืองมากกว่า ซึ่งพรรคไม่ทราบว่าจะโดนในรูปแบบไหน เพราะหากมีการยุบพรรคจริง ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็สามารถดำรงอยู่ได้ เพราะน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีตำแหน่งอะไรในพรรค ก็ยังสามารถบริหารประเทศต่อไปได้ และการยุบพรรคก็เป็นเรื่องเดิมที่ทำซ้ำมา 2 ครั้งแล้ว ครั้งนี้จึงไม่น่าจะทำ และอาจจะมีหนทางอื่นเช่นการตัดสิทธิ์ทางการเมือง แต่หากถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง สมาชิกพรรคก็หายไปเกือบครึ่ง การจะดำเนินการอะไรก็จะวุ่นวาย ต้องมาเลือกตั้งซ่อมกันใหม่อีก อย่างไรก็ตาม ไม่คิดว่าจะมีคนในพรรคย้ายพรรคหรือพรรคร่วมเปลี่ยนไปจับมือกับอีกฝ่าย เพราะจะเห็นจากการกระทำที่ผ่านมาว่า ภายหลังที่ย้ายพรรคไปอยู่พรรคภูมิใจไทย การได้รับเลือกกลับมาก็น้อย แทบจะไม่ประสบความสำเร็จในการย้ายพรรค แต่หากการตัดสินของศาลระบุให้ยุบพรรคทางพรรคก็มีการตั้งพรรคสำรองชื่อ พรรคเพื่อธรรม เตรียมไว้แล้ว แต่คิดว่าไม่น่าจะยุบพรรค เพราะยุบพรรคไปก็ไม่เกิดประโยชน์ เหมือนการตัดสิทธิ์ทางการเมืองที่จะทำให้พรรคเดือดร้อนมากกว่า

“ปลอด” โวเลข 13 เป็นเลขที่ดี

นายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า ตนเห็นตามความเห็นของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่ระบุว่า ศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องบอกวิธีว่าจะแก้รัฐธรรมนูญอย่างไรให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับเก่า และไม่เป็นเจตนาที่ล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้กันอยู่ นอกจากนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 เพื่อให้นำไปสู่รัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ภายใต้ระบบที่เป็นประชาธิปไตย คือ ใช้ระบบของรัฐสภา ผู้สื่อข่าวถามว่า ขณะนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดฟังคำพิจาณาวันศุกร์ที่ 13 ก.ค.นี้ มองว่าจะออกมาในทิศทางไหน นายปลอดประสพ กล่าวทีเล่นทีจริงพร้อมกับหัวเราะไปด้วยว่า “วันที่ 13 ถือเป็นวันที่ผมขึ้นเครื่องบิน เพราะเขาว่าเป็นวันดี อย่างที่อเมริกาเขาเรียกว่าเป็นวัน Black Friday สำหรับประเทศไทยก็ต้องถือว่าเป็นวันดี ผมจะบอกให้นะ ผมเกิดวันที่ 3 เดือน 3 บ้านเลขที่และเลขทะเบียนรถผมเป็นเลย 33 ดังนั้นเลข 3 เป็นเลขนำโชคของผม” ตนเชื่อว่าศาลต้องเคารพประชาชน ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศ อย่างไรก็ตามเท่าที่ตนสังเกตใบหน้าของศาล รู้สึกว่ามีสีหน้าเปล่งปลั่ง ดังนั้นเป็นไปได้ว่า ศาลจะตัดสินในคำร้องด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ เชื่อถือได้

“นพดล” ตอกเทือกฝ่ายค้านมืออาชีพ

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า ที่ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ กล่าวในวันคล้ายวันเกิด ฝากถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ว่าอยากให้หยุดทำร้ายประเทศนั้น เสียดายที่ คุณสุเทพ น่าจะพูดอะไรที่สร้างสรรค์ในวันเกิดของตัวเอง ตนไม่แปลกใจในท่าทีเช่นนี้ ที่พูดแบบแผ่นเสียงตกร่อง มาหลายปีแล้ว และเวลามีการเลือกตั้งทีไร ก็พยายามโจมตีใส่ร้าย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อย่างเอาเป็นเอาตาย แต่ประชาชนก็เลือกพรรคฝ่าย พ.ต.ท.ทักษิณ ทุกครั้ง เพราะเสนอนโยบายที่แก้ปัญหาของประเทศได้ ไม่แปลกใจที่ท่าทีคุณสุเทพ จะสวนทางกับคนส่วนใหญ่ของประเทศ เพราะเขาไม่คิดเหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ มิฉะนั้นประชาชนคงเลือกไปเป็นรัฐบาลแล้ว เราไม่โกรธและถือสาท่าทีของคุณสุเทพ และสามารถที่จะต่อสู้ทางการเมืองบนท่าทีที่แตกต่างกับพรรคประชาธิปัตย์กันต่อไป ประชาชนรู้เท่าทันและมีวิจารณญานตัดสินได้ว่า พรรคใดดีแต่พูด พรรคใดดีแต่ทำ ใครทำร้ายประเทศ ใครทำประโยชน์ พี่น้องประชาชนจะตัดสินเอง หมดเวลาที่จะมาป่าวร้องว่าพวกตัวดี คนอื่นชั่วไปหมด พวกนี้เปรียบเสมือนพวกแข่งเรียลลิตี้โชว์ ที่ประชาชนโหวตไม่ให้ไปต่อ แต่ฟูมฟายว่าตัวเองวิเศษกว่าคนอื่น และไม่ยอมรับคำตัดสินของมหาชน ในวันคล้ายวันเกิดนี้ ขอให้คุณสุเทพ ทำใจยอมรับหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างมืออาชีพเถอะครับ

“โอ๊ค” ชี้ศุกร์ 13 วันฝันหวาน

นายพานทองแท้ ชินวัตร ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊คส่วนตัว Oak Panthongtae Shinawatra ระบุว่า Friday the 13th. ฝรั่งเขาว่าเป็น badluck หรือ unlucky day โดยเขาจะไม่ทำการงานใดๆ ที่สำคัญกันในวันนี้ ตามโรงแรมต่างๆ ก็จะไม่มีชั้น 13 ครับ เพราะให้อยู่ฟรีๆ ยังแทบไม่มีคนนอนโดยเฉพาะถ้าเป็นศุกร์ 13 “แถมตังค์ให้เขายังไม่นอนกันเลย” ครับ เขาจึงต้องเปลี่ยนเป็นชั้น 12 A หรือบางที่ชั้น 12 แล้วก็ข้ามไปชั้น 14 เลยทีเดียว คนไทยเราฉลาดกว่าเยอะครับ อะไรไม่ดีเราก็มีการแก้เคล็ด เช่น ศุกร์ 13 ฝรั่งว่า เป็นวันอัปมงคล คนไทยเราก็บอกว่าเป็น “วันศุกร์ 13 ฝันหวาน” เป็นคำในลักษณะแก้เคล็ด คล้ายๆ กับที่คนไทยเราแก้เคล็ด โดยเรียกสัตว์ที่ไม่เป็นมงคลว่า “ตัวเงินตัวทอง” ให้มีความรู้สึกว่ามัน “ดูดี มีราคา” ขึ้นไงครับ สำหรับเพื่อไทยจะ “แก้เคล็ด” หรือ “เคล็ดขัดยอก” ศุกร์ 13 นี้รู้เรื่องครับ อย่างมากก็แค่เคล็ดขัดยอกมันไม่ถึงตายหรอกครับ “ยุบหนอ เดี๋ยวก็พองหนอ” อีก ยุบไทยรักไทย ก็พองเป็นพลังประชาชน ยุบพลังประชาชน ก็พองเป็นเพื่อไทย ยุบเพื่อไทย ก็พองเป็น…อุ๊บ…(ยังไม่พลาดครับ…ยังไม่พลาด) ตามรูปที่โพสต์นี้มาจากหนังฝรั่งครับ เรื่อง ศุกร์ 13 เป็นรูปของภาค 3 สอดคล้องกับการยุบพรรคเป็นครั้งที่ 3 เลยครับ พระเอกชื่อ “เจสัน” เป็นตัวร้ายครับ เราอย่าไปสนใจมันไม่รู้จักการแก้เคล็ดแบบไทยๆ เรา แบบไทยๆ เราต้อง “วสันต์” ครับ ท่านเป็นคนดี ท่านบอกว่ายิ่งยื้อต่อไปก็จะมีแต่เรื่องไม่เป็นมงคล จึงรีบสรุปให้เร็วที่สุด ต้องขอขอบคุณท่านและคิดว่าพี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ใจจดใจจ่อรอฟังข่าวดีจากท่านอยู่ ขอร้องเถอะครับใครที่คิดมาก เมื่อมันจำเป็นที่จะต้องมาตัดสินอะไรกันใน “วันศุกร์ที่ 13” เราก็ควรคิดอย่างไทยๆ ครับ อย่าไปหมกมุ่นเหมือนกับฝรั่ง ดูอย่างคุณพ่อผมซิครับ โดน “จัดเต็ม จัดหนัก” มาเกือบ 6 ปี เมื่อสงกรานต์ที่แล้ว ฉลอง “ปีใหม่ไทย” กับ “พี่น้องคนไทย” ร่วม 5 หมื่นคน “นอกผืนแผ่นดินไทย” ยังร้องเพลง Let it be ได้เลย แปลเป็นไทยชาวบ้านเข้าใจได้ง่ายๆ “ช่างแม่มัน” ครับ

“มาร์ค” วอนทุกฝ่ายยอมรับคำตัดสิน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กระบวนการไต่สวนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตนเห็นว่าเมื่อกำหนดวันแถลงปิดคำวินิจฉัย ก็ทำให้สบายใจได้ว่าทุกอย่างชัดเจน ก่อนเปิดสมัยประชุม ส่วนตุลาการจะวินิจฉัยอย่างไรนั้น ตนอยากให้มีการแจกแจงเหตุผลคำวินิจฉัยให้ละเอียด เพื่อเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ส่วนการที่ตุลาการได้แสดงเจตนาขอถอนตัวออกจากการวินิจฉัย ตนเข้าใจว่าเป็นการแสดงเจตนาที่บริสุทธิ์ เพราะมีการทักท้วงว่าอาจจะเกิดปัญหาตามมาได้ เห็นว่าตุลาการต้องมีความเที่ยงตรงในการวินิจฉัย และไม่หวั่นไหวต่อแรงกดดันเพราะท่านเป็นผู้ใหญ่ ทุกอย่างต้องตัดสินไปตามข้อเท็จจริง และมวลชนไม่ควรไปใช้วิธีการใดๆ เพื่อกดดันการพิจารณา เพราะเราควรเปิดโอกาสให้องค์กรต่างๆ ได้ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ถึงแม้ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ต้องยอมรับคำตัดสิน

ปชป.วอนแดง-พท.อย่าปลุกม็อบกดดัน

นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การไต่สวนของศาลรัฐธรรมนูญ เท่าที่ได้ฟังผู้ร้องร้องทั้งข้อกฎหมายต่างๆ มีความมั่นใจว่าผู้ร้องได้นำพยานหลักฐานเข้าไปไต่สวนได้ตรงตามประเด็นในมาตรา 291 ส่วนข้อเท็จจริงในการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์อันเป็นประมุข ตนได้ส่งซีดีเพิ่มเติมกรณีการเคลื่อนไหวของสมาชิกเสื้อแดง ส.ส.พรรคเพื่อไทยประกาศตัวบนเวทีเป็นแก้ว 3 ประการ ประกอบด้วย พรรคการเมือง กองกำลัง และมวลชน รวมถึงคำปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายก่อแก้ว พิกุลทอง ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำคนเสื้อแดง ซึ่งตรงนี้แสดงให้เห็นชัดว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นบริบทหนึ่งที่แยกกันเดินตามที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช.พูดเอาไว้ สำหรับผลของคดีจะออกมาอย่างไรตนรับได้ แต่อยากขอร้องเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยอย่าเกณฑ์คนมากดดัน หรือทำลายความน่าเชื่อถือของสถาบันตุลาการ การเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ซึ่งถือเป็นหนึ่งในแก้วสามประการ โดยการเคลื่อนไหวทุกครั้งขึ้นอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะถ้าไม่ปล่อยเงินมาล้อก็ไม่หมุน เมื่อไม่มีน้ำเลี้ยงไม่มีเงินเติมน้ำมันล้อก็หมุนไม่ได้ ก็หวังว่า พ.ต.ท.ทักษิณ คงไม่ปากว่าตาขยิบ ไม่เช่นนั้นเกิดความวุ่นวายได้ และอาจจะไม่สามารถควบคุมกลุ่มต่างๆ ได้ เพราะมีทั้งเสื้อแดง เสื้อเหลือง และกองทัพปลดแอกประชาชนก็ออกมาเคลื่อนไหวแล้ว “ถ้าวันที่ 13 ก.ค. ศาลวินิฉัยออกมาสั่งห้ามแก้รัฐธรรมนูญ จะทำให้ร่างรัฐธรรมนูญที่ยังไม่ผ่านการลงมติวาระ 3 ต้องตกไปทันที หากจะเริ่มกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ ตรงนี้ถ้าอยากจะแก้ในประเด็นไหน ก็ควรเขียนออกมาให้ชัดเจนเลยว่าจะแก้กี่เรื่องกี่ประเด็น อย่าให้คลุมเครือเหมือนที่ผ่านมา

“สุเทพ” จี้แม้วหยุดทำร้ายชาติ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ แกนนำพรรคประชาธิปัตย์และครอบครัว ทำบุญครบรอบวันคล้ายวันเกิด ปีที่ 63 ที่วัดชลประทานรังสฤษฏ์ จ.นนทบุรี โดยนายสุเทพ กล่าวว่า ของขวัญที่อยากได้ในวันเกิดปีนี้คือ การมีสุขภาพที่ดี เพื่อช่วยทำงานทางการเมืองให้ประเทศต่อไปได้ พร้อมยังหวังว่า ประเทศไทยจะมีความสงบสุขและเห็นทุกฝ่ายร่วมกันแก้ปัญหาพัฒนาบ้านเมือง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ทั้งนี้ ขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยุติการดำเนินการทุกเรื่องที่จะทำให้ประเทศเกิดความวุ่นวายด้วย เพราะจะทำให้ญาติพี่น้อง ทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับผลกระทบด้วย ส่วนการที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้ประกาศจะนำมวลชนกดดันศาลรัฐธรรมนูญ หากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไม่ลาออกนั้น เห็นว่า ทุกฝ่ายควรลุกขึ้นมาต่อสู้ไม่ควรยอมให้กระบวนการที่ไม่ชอบธรรม ออกมากดดันการทำหน้าที่ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกัน ยังไม่รู้สึกกังวลว่า คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ จะทำให้บ้านเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองขึ้น และทุกฝ่ายควรเคารพคำตัดสินของศาล ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่ไว้ใจให้ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าประธานสภาต่อไป แม้จะได้ชี้แจงว่า เรื่องคลิปเป็นเพียงการหารือกับคนใกล้ชิดเท่านั้น ส่วนการเปิดประชุมสภา ในวันที่ 1 สิงหาคม พรรคจะเดินหน้าทำหน้าที่ของสมาชิกให้เข้มแข็งต่อไป ขณะที่ นอกสภาฯ จะชี้แจงให้ประชาชนรับทราบถึงข้อเท็จจริงเรื่องต่างๆ เพื่อให้เท่าทันนักการเมือง

“เทพไท” จี้ขุนค้อนรับผิดชอบคลิปเสียง

นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ออกมายอมรับว่าเสียงในคลิปเปิดใจในงานวันเกิด เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. จ.เพชรบูรณ์ เป็นของตัวเองนั้น เป็นเรื่องที่ดีที่ออกมายอมรับความจริงด้วยตัวเอง การออกมายอมรับความจริงน่าจะเป็นเรื่องที่นายสมศักดิ์ จนตรอกด้วยข้อเท็จจริงจึงพยายามที่จะทำตัวใจดีสู้เสือ และออกมายืดอกภูมิใจว่า ข้อเท็จจริงในคลิปนี้ เป็นการแสดงจุดยืนในความเป็นกลางของตนเองนั้น ตนเห็นว่าคงเป็นการเข้าใจผิด และมีทัศนคติที่เข้าข้างตัวเองมากเกินไป รายละเอียดในคลิปลับฉบับนี้นายสมศักดิ์ จะต้องตอบคำถามกับสังคมในหลายภาคส่วน ซึ่งในขณะนี้ได้ตกเป็นจำเลยของสังคมไปแล้ว ขอเรียกร้องไปยังนายสมศักดิ์ 5 ข้อ คือ 1.นายสมศักดิ์ ต้องตอบคำถามกับสมาชิกรัฐสภาว่า ตัวเองยังมีความชอบธรรมที่จะนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่ประชุมรัฐสภาต่อไปได้อีกหรือไม่ และเชื่อว่าเปิดสมัยประชุมสามัญทั่วไป วันที่ 1 ส.ค.นี้ จะต้องมีการซักฟอกและอภิปรายไม่ไว้วางใจประธานที่ประชุมก่อนยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล 2.นายสมศักดิ์ ต้องตอบคำถามนี้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าเหตุใดจึงเอาความลับของเจ้านายที่เป็นผู้บงการพรรคเพื่อไทยอยู่เบื้องหลังมาเปิดเผยต่อสาธารณชน เปลือยกายล่อนจ้อน สร้างความเสียหายให้กับนายใหญ่อย่างมาก 3.นายสมศักดิ์ ตกเป็นจำเลยของสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่ได้กล่าวพาดพิงดูถูกเหยียดหยามสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ไม่มีน้ำยาพอที่จะเป็นรัฐมนตรีใน ครม.ชุดนี้ได้

เย้ยเป็นหมาหัวเน่า

นายเทพไท กล่าวอีกว่า 4.นายสมศักดิ์ จะถูกข่มจากเพื่อน ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่พยายามอวดอ้างว่าตัวเองเป็นคนเก่งเพียงคนเดียวที่จะสามารถสื่อสารกับนายใหญ่ได้ และการที่บอกว่า ยุทธศาสตร์พรรคทั้งหมดตัวเขาเองเป็นผู้กำหนดเพียงผู้เดียว เป็นการพูดเอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น เชื่อว่าสมาชิกส่วนใหญ่ในพรรคเพื่อไทยรับไม่ได้ และ 5.นายสมศักดิ์ จะต้องทำความเข้าใจกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่มีแนวความคิดต้องการผลักดันร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 และ พ.ร.บ.ปรองดองฯ ให้มีการลงมติ จนออกมาเป็นกฎหมายได้ แต่นายสมศักดิ์ กลับอวดอ้างว่าตัวเองเป็นบุคคลสำคัญ ที่ชะลอกฎหมายสองฉบับนี้ออกไป ทั้งนี้ตนรู้สึกเป็นห่วงชะตากรรมและสถานะของนายสมศักดิ์ ในฐานะที่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ว่าจะดำรงสถานะประธานที่ประชุมต่อไปได้อย่างไร เพราะสมาชิกทั้งสภาฯ ที่ได้รับฟังคลิปดังกล่าวก็รู้สึกไม่สบายใจ และมีความกระดากปากที่จะเอ่ยคำว่า “กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ” และที่น่าเป็นห่วงคือ นายสมศักดิ์ ก็จะตกอยู่ในสภาพหมาหัวเน่าในพรรคเพื่อไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ อยากเรียกร้องให้นายสมศักดิ์ เมื่อออกมายอมรับความจริงแล้ว ก็ต้องออกมาเคลียตัวเองกับสังคม ว่าจะมีความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้อย่างไร แต่ถ้าดูข้อกฎหมายแล้วก็ยังไม่เห็นช่องทางว่าจะนำไปสู่การยุบพรรคได้ เพราะนายสมศักดิ์ ไม่ได้อยู่ในสถานะที่เป็นกรรมการบริหารพรรค แต่ที่พูดไปอยู่ในสถานะของประธานสภาฯ ซึ่งจะต้องวางตัวเป็นกลางในประเด็นนี้สามารถที่จะนำไปรวม หรือเป็นข้อมูลในการถอดถอน นายสมศักดิ์ ออกจากตำแหน่งได้

 

วันที่ 8/07/2555 เวลา 8:21 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541