วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

เชียงใหม่ เผยผลโครงการ “ไข่แลกยาเก่า”

สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ เผยผลโครงการ “ไข่แลกยาเก่า” จังหวัดเชียงใหม่พร้อมย้ำเตือนถึงการใช้ยาที่ถูกต้อง ณ เช้านี้ 5 ก.ค.55 มีผู้นำยามาแลกไข่แล้วประมาณ 1,000 คน ไข่ที่แลกไป 8,000 ฟอง ได้ยากลับคืนมาประมาณ 100,000 เม็ดแล้ว

เชียงใหม่/ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ได้ดำเนินการโครงการ “ไข่แลกยาเก่า” ตั้งแต่วันที่ 2-5 กรกฎาคม 2555 ตามประกาศของ รมว.สาธารณสุข มาแล้วนั้น ประชาชนได้ให้ความสนใจอย่างมากมาย จึงอยากเน้นย้ำถึงวัตถุประสงค์ของโครงการนี้ที่อยากให้ประชาชน ตระหนักถึงการใช้ยาที่ถูกต้อง และจัดให้มีการแจ้งผลการดำเนินงานภาพรวมตามโครงการนี้ ที่โรงพยาบาลนครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่

น.พ.ฟวัฒนา กาญจนกามล สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงสิ่งที่อยากจะเน้นย้ำถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ “ไข่แลกยาเก่า” ว่า เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนมีความตระหนักในการใช้ยา ให้เกิดประสิทธิภาพต่อการรักษาอาการเจ็บป่วย จากข้อมูลล่าสุด คนไทยใช้ยาเฉลี่ยปีละ 100,000 ล้านบาท โครงการนี้จะทำให้ทราบถึงขนาดปัญหาของการใช้ยาของคนไทย ว่ามียาเหลือใช้ตกค้างตามบ้านเรือนจำนวนเท่าใด เพื่อนำข้อมูลที่ได้มาปรับระบบบริหารจัดการยาให้มีประสิทธิภาพขึ้น โดยให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลให้ความรู้เรื่องยา และปรับแก้พฤติกรรมการกินยาของประชาชน เพิ่มระบบการปรึกษาการใช้ยา และมอบให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเป็นหมอประจำครอบครัวดูแลคนละ 300 ครัวเรือน ร่วมกับอาสาสมัครสาธารณสุขติดตามดูแลเรื่องการใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้เพิ่มความคุ้มค่าในการใช้ยายิ่งขึ้น

ส่วนการดำเนินการตามโครงการ “ไข่แลกยาเก่า” ของจังหวัดเชียงใหม่ ว่า เนื่องจากจังหวัดเชียงใหม่ เป็นจังหวัดใหญ่ ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณในการซื้อไข่ 100,000 บาทเท่ากันทั้งประเทศ จึงได้กำหนดกติกาการแลกไข่ของจังหวัดเชียงใหม่ทีแจกไปคือ ครอบครัวนำยามา 3 ประเภทแรก ได้ไข่ 5 ฟอง ขนาดต่อไป เพิ่มให้ไข่ 1 ฟองต่อยา 1 ประเภท แต่ให้ครอบครัวละไม่เกิน 10 ฟอง โดยให้โรงพยาบาลนครพิงค์ โรงพยาบาลอำเภอทั้ง 24 แห่ง และโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอีก 266 แห่ง ดำเนินการจักสรรงบประมาณเพื่อนำไปซื้อไข่ให้ประชาชนในพื้นที่ได้นำยาเก่าที่ได้จากสถานบริการของรัฐ และเอกชน ยกเว้นยาสมุนไพรมาแลกไข่ ซึ่งพบว่ายาที่นำมาแลกจำนวนมากที่สุดได้แก่ ยาประเภทที่ใช้ลดไขมันในเลือด ยาลดความดันโลหิตสูง และยาบรรเทาปวดลดไข้ ตามลำดับ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นยาที่ใช้รักษาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่ต้องไปรับยาอย่างต่อเนื่องนานๆ สอดคล้องกับสาเหตุที่ประเมินมาก่อนหน้านี้คือ

สาเหตุที่มียาเก่าเหลือตกค้างตามบ้านเรือน มาจากหลายสาเหตุ ได้แก่ 1.การซื้อยากินเอง กินแล้วอาการไม่หาย 2.นำยาของคนอื่นที่มีอาการป่วยคล้ายกันมาใช้แทน 3.เก็บยาไม่ถูกต้องทำให้ยาเสื่อมสภาพ 4.ประชาชนไม่ดูวันหมดอายุยา 5.ลืมกินยา 6.รักษาหลายโรงพยาบาลทำให้รับยาหลายขนานซ้ำซ้อน และ 7.ประชาชนพึ่งยามากกว่าพึ่งตนเองเพราะเชื่อว่าหากป่วยแล้วมียารักษา ดังนั้นโครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อเน้นย้ำให้ประชาชนตระหนักถึงปัญหาการใช้ยาเหล่านี้ รวมทั้งเป็นการสำรวจข้อมูลยาเหลือใช้ทั้งหมดไปด้วย

อย่างไรก็ตาม อยากให้ประชาชนชาวเชียงใหม่ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมสุขภาพ โดยใช้หลัก 3 อ. อาหารที่ครบถ้วนไม่ล้นเกิน และละเลิกสิ่งเสพติด อ.ออกกำลังกาย ซึ่งเป็นยาวิเศษที่ใครทำสม่ำเสมอจะปลอดโรค และ อ.อารมณ์ ไม่เครียด จัดการอารมณ์ได้ และทำสมาธิ หากทำได้เป็นการพึ่งตนเองก่อนจะใช้ยาอย่างพร่ำเพรื่อ และยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคของประเทศชาติอีกด้วย นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่กล่าวในที่สุด

 

วันที่ 10/07/2555 เวลา 8:04 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



‘ชมพู่’ เซ็กซี่เปล่งปลั่งสุดๆ [19/05/2556]
นาทีนี้เอ่ยถึงดาราสาวที่ฮอตตลอดศก เพอร์เฟกต์เพียบพร้อมไปด้วย “ความสำเร็จ” ในทุกๆ ด้าน คงไม่พ้น “ชมพู่-อารยา เอฮาร์เก็ต” เธอเริ่มฉายแววจากเวทีประกวด “มิสมอเตอร์โชว์” ปี 2541