วันอาทิตย์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฟื้นฟูสภาพป่า

ตามแนวพระราชดำริฯ การพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมบนที่สูง


สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) จัดตั้งขึ้นเนื่องจากรัฐบาลมีนโยบายที่จะสนับสนุนงานของมูลนิธิโครงการหลวงและโครงการขยายผลงานโครงการหลวงในการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและสิ่งแวดล้อมบนที่สูงของประเทศไทย โดยมีพระราชกฤษฎีกาตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม 2548 ซึ่งมีบทบาทในการนำความรู้และผลสำเร็จจากมูลนิธิโครงการหลวงไปถ่ายทอดให้แก่เกษตรกรทำการศึกษาและวิจัยในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานบนที่สูงเพื่อเสริมสร้างและสนับสนุนภูมิปัญญาท้องถิ่น เสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนตลอดจนการมีส่วนร่วมในการฟื้นฟูป่าต้นน้ำลำธาร รวมถึงบทบาทอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่สูง

โครงการเพิ่มศักยภาพการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตชุมชนบนที่สูงเป็นโครงการหนึ่งของสถาบันวิจัยฯ ที่ดำเนินงานในพื้นที่มูลนิธิโครงการหลวงและพื้นที่ขยายผลโครงการหลวงทีมงานนักวิชาการประจำพื้นที่ลุ่มน้ำต่างๆ ประกอบด้วย นายพินิจ ศรลัมพ์ นายอานนท์ ยอดญาติไทย น.ส.สุชาดา ศรวัฒนา และนายปกครอง ธรรมสรางกูร เข้าไปปฏิบัติงานเพื่อฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำที่เสื่อมโทรมให้อุดมสมบูรณ์ขึ้น เพื่อก่อให้เกิดความชัดเจนของแนวเขตที่ทำกินและเขตแนวป่า โดยมีขั้นตอนการดำเนินงาน คือหน่วยงานราชการและเกษตรกรในชุมชนที่มีส่วนร่วมกันคิดร่วมกำหนด และร่วมสร้างแผนที่จำลองเพื่อใช้ในการกำหนดแนวเขตการใช้ประโยชน์ที่ดิน จึงจัดทำแนวเขตกันชนระหว่างพื้นที่ทำกินและพื้นที่ป่าให้ชัดเจน และให้การยอมรับจัดกิจกรรมเพื่อการพัฒนาฟื้นฟูต้นน้ำลำธารโดยการให้ความรู้

สร้างความเข้าใจ การสนับสนุนกล้าไม้ จัดกิจกรรมวันรณรงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกในการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมพื้นที่ป่าชุมชน พื้นที่ป่า และพื้นที่ทำกิน สนับสนุนการสร้างฝายต้นน้ำเพื่อชะลอการไหลของน้ำ และเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ดินดำเนินการจัดตั้งกลุ่มอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อร่วมกันกำหนดกฎเกณฑ์การดูแลรักษาป่าบริเวณโดยรอบชุมชน เช่นการสร้างกฎระเบียบชุมชน จัดทำแปลงขยายพันธุ์หญ้าแฝก การเพาะชำกล้าไม้ การปลูกป่าเป็นแนวกันชน การปลูกป่าเปียก การปลูกป่าพื้นบ้านอาหารชุมชน และการปลูกป่าในพื้นที่ทำกิน

สถาบันวิจัยฯ ดำเนินการเพิ่มศักยภาพในการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และเสริมสร้างคุณภาพชีวิตชุมชนบนพื้นที่สูงโดยยึดแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่างได้ดำเนินการปลูกป่าตามแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงวางแนวทางเพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ และแก้ปัญหาการบุกรุกทำลายป่าโดยมีพระราชดำริปลูกป่า 3 ชนิดที่แตกต่างกัน คือ ไม้ผล ไม้โตเร็ว และไม้เศรษฐกิจ เพื่อจะทำให้เกิดป่าไม้แบบผสมผสาน และสร้างความสมดุลแก่ธรรมชาติอย่างยั่งยืน

“การปลูกป่า 3 อย่าง แต่ให้ประโยชน์ 4 อย่าง ซึ่งได้แก่ ไม้ผล ไม้สร้างบ้าน และไม้ฟืนนั้น สามารถให้ประโยชน์ได้ถึง 4 อย่าง คือนอกจากประโยชน์ตามชื่อแล้ว ยังสามารถใช้ประโยชน์อันที่ 4 ซึ่งเป็นข้อสำคัญคือ สามารถช่วยอนุรักษ์ดินและต้นน้ำลำธารด้วย”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชาธิบายถึงประโยชน์ในการปลูกป่าตามพระราชดำริ เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2524 ณ สำนักงานเกษตรภาคเหนือ จ.เชียงใหม่

การปลูกป่าทดแทน ป่าที่ปลูกทดแทนจะต้องรักษาหน้าดินเอาไว้ จึงต้องปลูกต้นไม้ที่มีชั้นหรือขนาดความสูงต่างระดับกันทั้งไม้ยืนต้นที่มีความสูง และไม้ชั้นล่างหรือไม้คลุมดินเพื่อรักษาความชุ่มชื้น การปลูกต้นไม้ชนิดโตเร็วเพื่อเป็นไม้เบิกนำและเริ่มปลูกในบริเวณใกล้แหล่งเก็บน้ำและพื้นที่ชุ่มชื้นก่อนการปลูกป่าทดแทน เพื่อคืนธรรมชาติสู่แผ่นดินด้วยวิถีทางแบบผสมผสานกันในเชิงปฏิบัติ

“การปลูกป่าทดแทนจะต้องทำอย่างมีแผนโดยการดำเนินการไปพร้อมกับการพัฒนาชาวเขา ในการนี้เจ้าหน้าที่ป่าไม้ชลประทาน และฝ่ายเกษตร จะต้องร่วมมือกันสำรวจต้นน้ำในบริเวณพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อวางแผนปรับปรุงต้นน้ำและพัฒนาอาชีพได้อย่างถูกต้อง”

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในคราวเสด็จพระราชดำเนินโครงการหลวงพัฒนาต้นน้ำ ที่ปางหินฝน ต.บ้านทับ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2520 หญ้าแฝก พืชพื้นบ้านที่ทำหน้าที่เสมือนกำแพงธรรมชาติที่มีชีวิตจะช่วยชะลอการไหลของน้ำและแรงปะทะของลม พร้อมคอยกักกั้นตะกอนดินไม่ให้หน้าดินพังทลาย อีกทั้งยังเป็นแนวกันไฟซึ่งเกษตรกรสามารถนำมาปลูกโดยไม่ต้องดูแลมากนัก โครงการพระราชดำริเรื่อง “หญ้าแฝก” ดำเนินงานมาตั้งแต่ปี 2534 ได้พลิกฟื้นคืนชีวิตให้กับแผ่นดิน ซึ่งนำมาด้วยความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์อีกครั้ง ผลสำเร็จของวันนี้หญ้าแฝกจึงมิได้เป็นเพียงต้นหญ้าที่ไร้ค่า แต่เป็นต้นหญ้ามหัศจรรย์ที่มีคุณอเนกอนันต์ต่อผืนแผ่นดินไทย ซึ่งฝายชะลอน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นปัญหาสำคัญที่เป็นตัวแปรแห่งความอยู่รอดของป่าไม้นั้นคือ น้ำซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้โดยแท้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแนะนำให้ใช้ฝายกั้นน้ำอุปกรณ์อันเป็นเครื่องมือที่จะใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่าไม้ โดยการสร้างกั้นห้วยขนาดเล็กบริเวณพื้นที่ต้นน้ำหรือพื้นที่ที่มีความลาดชันสูง หากช่วงที่มีน้ำไหลแรงก็สามารถช่วยชะลอการไหลของน้ำให้ช้าลง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชาธิบายว่า

“จะต้องสร้างฝายเล็กเพื่อหนุนน้ำส่งไปตามเหมืองเพื่อไปใช้ในพื้นที่เพาะปลูกทั้งสองด้าน ซึ่งจะทำให้น้ำค่อยๆ แผ่ขยายออกไปทำความชุ่มชื้นในบริเวณนั้นด้วย” พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว วันที่ 24 มกราคม 2520 ณ โครงการหลวงพัฒนาต้นน้ำ ที่ปางหินฝน ต.บ้านทับ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ป่าเปียกแนวป้องกันไฟ ยามที่เกิดไฟป่าผู้คนส่วนใหญ่มักระดมกำลังกันดับไฟ จึงต้องมีแนวทางป้องกันไฟป่าระยะยาว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริ “ป่าเปียก” เพื่อป้องกันไฟป่าโดยการปลูกต้นไม้โตเร็วคลุมแนวร่องน้ำ และปลูกต้นกล้วยเพื่อเป็นแนวปะทะ ซึ่งต้นกล้วยสามารถอุ้มน้ำไว้ได้มากกว่าพืชอื่น ทำให้ความชุ่มชื้นค่อยๆ ทวีขึ้นและแผ่ขยายออกไปทั้งสองร่องน้ำ จะทำให้ต้นไม้สามารถเจริญงอกงาม ป่าเขียวสดตลอดเวลา และมีส่วนช่วยป้องกันไฟป่า เพราะไฟป่าเกิดขึ้นง่ายหากขาดความชุ่มชื้น

นายเดชธพล กล่อมจอหอ ผู้ช่วยผู้จัดการพื้นที่ลุ่มน้ำสาละวิน กล่าวเพิ่มเติมว่า พื้นที่ลุ่มน้ำสาละวิน ประกอบด้วยโครงการขยายผลโครงการหลวงแม่สอง อ.แม่สอง จ.ตาก โครงการขยายผลโครงการหลวงสบเมย โครงการฯ แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน โครงการขยายผลโครงการหลวงสบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ได้ร่วมกับนายอานนท์ ยอดญาติไทย นักวิชาการลุ่มน้ำสาละวิน ดำเนินกิจกรรมตามนโยบาย นายศิริพงศ์ หังสพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันฯ สนับสนุนการปลูกป่าชุมชนและปลูกต้นไม้เป็นแนวกันชนระหว่างพื้นที่ป่าและพื้นที่ทำกิน เช่น ไผ่ หวาย จันทร์ทองเทศ หว้า มะไฟ ยางนา ฯลฯ จำนวน 17,600 ต้น ปลูกป่าในพื้นที่ทำกิน เป็นไม้ผล เช่น กาแฟ อะโวกาโด ไผ่หวาน มะม่วง มะนาว มะกรูด ส้มโอ ขนุน เนียง ฯลฯ จำนวน 6,000 ต้น

ศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ จังหวัดตาก มอบหมายให้ นายสุเชษฐ อินเจือจันทร์ นักวิชาการเกษตรชำนาญการเข้าไปทำงานในพื้นที่และสนับสนุนต้นกล้าหม่อนรับประทานผลสด จำนวน 15,000 ต้น ปลูกป่าเปียก เป็นไม้ชุ่มน้ำ เช่น กล้วย หวาย ขิง ข่า ขมิ้น และพืชสมุนไพรชนิดต่างๆ จำนวน 4,500 ต้น ได้รับการสนับสนุนกล้าและปลูกหญ้าแฝกจากสำนักงานพัฒนาที่ดิน จ.ตาก จำนวน 20,000 กล้า หญ้าแฝกที่ขยายพันธุ์เอง จำนวน 288,000 ต้น สร้างฝายชะลอน้ำ จำนวน 40 แห่ง เป็นที่คาดหมายว่าชุมชนได้มีส่วนร่วมกับทางราชการดำเนินการตามแนวพระราชดำริฯ ทำให้ป่าไม้แหล่งต้นน้ำลำธารได้รับการฟื้นฟูพื้นที่ทำกินมีแหล่งอาหารเพื่อบริโภคพื้นที่ป่าชุมชนและพื้นที่ทำกินแบ่งแนวเขตที่ชัดเจนและเป็นที่ยอมรับในชุมชนเสริมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

นิวัตร ธาตุอินจันทร์ เรื่อง/ธงชัย พุ่มพวง ภาพ/เชียงใหม่

วันที่ 19/08/2555 เวลา 3:49 น.



เที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ที่ไหนกันดี ?

View Results

Loading ... Loading ...



‘เจนี่’ ฟิตเปรี้ยะฉลองโสด [12/05/2556]
ฮอตเวอร์ตลอดศก เห็นจะไม่มีใครเกิน “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” นางเอกสาวสไตล์ เริ่ด เชิด สวย เฉี่ยว แต่ไม่หยิ่ง เพราะประสบการณ์ในวงการ 16 ปี สอนให้เธอรู้ว่า ทำอย่างไรจะอยู่ทำงานในอาชีพนี้ได้ยืนยาว