กลุ่มสตรีจักสานกระติบข้าวบ้านดอนกลอง
สร้างรายได้ให้ครอบครัวเดือนละหลายหมื่นบาท
จากสภาพภูมิประเทศและความเป็นอยู่ชาวบ้านดอนกลอง 221 ครอบครัว ที่ล้อมรอบไปด้วยทุ่งนาจึงทำให้ทราบว่าเป็นหมู่บ้านเกษตรกรรม และทำนาเป็นหลักในการประกอบอาชีพ แต่หลังจากฤดูกาลทำนาเสร็จแล้ว หมู่บ้านแห่งนี้ก็ว่างงานเพราะไม่มีพื้นที่จะทำไร่จึงทำให้ความเป็นอยู่อยากลำบาก แต่ชุมชนแห่งนี้ไม่ย่อท้อ โดยอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่นประกอบกับหัวไร่ปลายนาที่เป็นดอนได้ปลูกไม้ไผ่ จึงนำไม้ไผ่มาจักรสานเป็นกระติบข้าว (ที่ใส่ข้าวเหนียว) จำหน่ายจนปัจจุบัน ก่อตั้งเป็นกลุ่มสตรีจักสานกระติบข้าวบ้านดอนกลองขึ้น พร้อมทั้งสร้างรายได้เข้าครอบครัวเดือนละ 2-3 หมื่นบาท
นางบรรจง ศรีธรรม อายุ 59 ปี ประธานกลุ่มจักสานกระติบข้าวบ้านดอนกลอง หมู่ที่ 7 ตำบลหนองเรือ อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร กล่าวว่า หมู่บ้านดอนกลองเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่กลางท้องนาโดยบริเวณรอบหมู่บ้านจะเป็นทุ่งนาทั้งหมด เพราะพวกเราเป็นชาวนาทำนามาแต่บรรพบุรุษจนถึงปัจจุบัน แต่ก็ทำได้ปีละ 1 ครั้ง ตามฤดูกาลเท่านั้น เพราะไม่มีแหล่งน้ำไม่มีชลประทาน โดยที่ผ่านมาตนพร้อมกับชาวบ้านหลังจากฤดูกาลทำนาเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยเฉพาะที่เป็นผู้หญิง ก็ว่างงานอยู่กับบ้านหรือก็ออกไปเลี้ยงวัว-ควายตามท้องนาตามวิถีชีวิตชาวชนบท ส่วนผู้ชายที่เป็นพ่อบ้านหรือที่เป็นคนหนุ่มสาวก็เดินทางไปทำงานยังเมืองหลวงหรือเมืองใหญ่ๆ ที่มีการจ้างแรงงาน ปล่อยคนเฒ่าและผู้หญิงไว้เฝ้าบ้านจะเป็นอยู่อย่างนี้ตลอดมาปีแล้วปีเล่า แต่การที่อยู่เฝ้าบ้านนั้นก็ได้มีคนแก่คนเฒ่าได้นำเอาไม้ไผ่ที่ปลูกไว้ที่หัวไร่ปลายนามาจักสานกระติบข้าวไว้ใช้เองและจำหน่ายเมื่อมีคนมานต้องการซื้อเพื่อนำไปใส่ข้าวเหนียว ดังนั้นการสานกระติบข้าวเหนียวจึงได้ทำกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ที่มีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นจนถึงปัจจุบันนี้ เดิมทีการทำกระติบข้าวนั้นไม่มีขอบปากทำเป็นกระติบพับรุ่นเล็กๆ แต่ไม่พอใส่ข้าวเพราะครอบครัวใหญ่มีสมาชิกครอบครัวหลายคน
นางบรรจง ยังกล่าวอีกว่าจนเมื่อปี พ.ศ.2507 จึงได้มีการคิดค้นรูปแบบกระติบข้าวขึ้นมาใหม่ เป็นกระติบข้าวแบบมีขอบปากที่สามารถใช้งานได้ทนทานกว่าของเดิม พร้อมทั้งได้มีการพัฒนาปรับเปลี่ยนขาดซึ่งมีทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ตามความต้องการของผู้ที่จะใช้งาน โดยต่างตนต่างทำไม่มีการรวมกลุ่มกัน จนเมื่อปี 2535 จึงได้รวมกลุ่มกันโดยมีสมาชิกลงหุ้นกันในการตั้งกลุ่มครั้งแรกจำนวน 69 คน ซึ่งลงหุ้นกันเป็นลักษณะการออมคนละ 20 บาทต่อเดือน จนสามารถจัดตั้งกลุ่มสตรีจักสานกระติบข้าวบ้านดอนกลองสำเร็จ และมีเงินหมุนเวียนภายในกลุ่ม จำนวน 100,000 บาท และยังได้รับงบประมาณสนับสนุนกลุ่มจากสำนักงานพัฒนาชุมชน จำนวน 130,000 บาท องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเรือ จำนวน 60,000 บาท และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์อีก 10,000 บาท จนทางกลุ่มเราสามารถก่อสร้างศูนย์จำหน่ายกระติบข้าวประจำหมู่บ้านได้ ส่วนเงินที่เหลือจากการก่อสร้างศูนย์ เราก็นำมาเป็นเงินหมุนเวียนภายในกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันเรามีสมาชิกจำนวน 144 คน
ส่วนขั้นตอนการทำกระติบข้าวนั้น นางบรรจงบอกว่า เราต้องเตรียมอุปกรณ์ในการทำก่อนคือไม้ไผ่, ก้านตาล, เอ็นพลาสติก, กบเหลาตอก, กรรไกรเพื่อตัดเอ็นพลาสติก, มีดเหลาตอก, มีดโต้ผ่าตอก, เหล็กหมาด, เลี่อย และไม้เนื้อแข็งเพื่อทำหูจับ ส่วนการทำนั้นต้องเป็นไม้ไผ่บ้าน (ลำใหญ่ๆ) และต้องมีอายุ 1 ปีครึ่ง แล้วนำไม้ไผ่มาตัดออกให้เป็นท่อนๆ ตามความต้องการ จากนั้นนำไม้ไผ่ที่ตัดเป็นท่อนแล้วมาผ่าออกเป็นซี่ๆ (เรียกว่าตอก) เมื่อได้ตอกแล้วนำมาเหลาให้เป็นเส้นตอกบางๆ และที่สำคัญให้มีขนาดเท่ากันด้วยเพื่อความสวยงามและเรียบร้อย จากนั้นเราก็นำเอาตอกมาสานและทำให้เป็นวงกลมตามขนาดของกระติบข้าวที่เราต้องการ เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยในขั้นตอนการทำกล่องกระติบข้าว จากนั้นเราก็สานฝา (ที่ปิดด้านบน) ให้สานเหมือนกันเพียงแต่ว่าให้ขนาดใหญ่กว่ากระติบข้าว จากนั้นก็สานที่ปิดทางด้านล่าง (เรียกว่าก้นกระติบข้าว) เมื่อสานเสร็จแล้วก็นำมาตัดให้เป็นวงกลม เพื่อที่จะนำไปปิดทางด้านล่างของกระติบข้าว พร้อมกับเย็บเข้าด้วยกัน เมื่อเราประกอบทั้งฝาปิดด้านบนและด้านล่างแล้ว เราก็จะทำตีนและที่จับของกระติบข้าว ซึ่งการทำตีนกระติบข้าวนั้น ให้นำก้านตาลที่เราเตรียมไว้มาขูดเปลือกออกให้บาง จากนั้นก็ม้วนให้เป็นวงกลมเท่ากับกระติบข้าวแต่ละขนาดแล้วนำมาเย็บเข้าในส่วนที่เป็นก้นกระติบข้าว (ทางด้านล่าง) เท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยเหลือแต่ขั้นตอนการตกแต่งให้สวยงามตามความพอใจของผู้ผลิต จากนั้นเมื่อเราได้กระติบข้าวที่เสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์แล้ว เราก็นำมาอบและรมควันไฟเพื่อไล่ความชื้นและป้องกันมอดตลอดจนการป้องกันเชื้อรา เท่านี้เราก็สามารถนำออกจำหน่ายได้แล้ว
นางบรรจง ยังบอกอีกว่า ในปัจจุบันนี้ทางกลุ่มสตรีจักสานกระติบข้าวของเรา ไม่ได้ผลิตแต่กระติบข้าวเท่านั้น ยังทำหมวก โคมไฟ ฝาชี แจกัน ถาดใส่ผักและผลไม้ อีกทั้งมีการเน้นลวดลายให้สวยงามซึ่งผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะทำด้วยไม่ไผ่ทั้งสิ้น จนเราได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลระดับ 4 ดาว เมื่อปี 2547 ส่วนการตลาดนั้นเราจำหน่ายที่ศูนย์กลุ่มสตรีจักสานกระติบข้าวบ้านดอนกอง และที่ทางรัฐบาลได้จัดให้มีการจำหน่ายสินค้าโอทอปอย่างเช่น เมืองทองธานี เป็นต้น และในแต่ละจังหวัดที่จัดงานเราก็นำไปจำหน่ายด้วย ซึ่งเราจำหน่ายตามขนาดของกระติบข้าว คือขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 นิ้ว ราคา 200 บาท 14 นิ้ว ราคา 150 บาท 12 นิ้ว ราคา 130 บาท 8 นิ้วราคา 85 บาท และขนาด 4 และ 6 นิ้ว สำหรับเป็นของฝากเราจำหน่ายในราคา 180 บาท
ส่วนรายได้ของสมาชิกนั้น แม้ว่าเรามีสมาชิกเพียง 144 คน แต่ละคนจะมีครอบครัว และในครอบครัวหนึ่งนั้นก็มีสมาชิกในครอบครัวหลายคนและแต่ละคนก็ทำกระติบข้าวเป็นหมดคือเป็นตั้งแต่เด็ก แล้วจึงทำให้แต่ละครอบครัวสามารถจักสานกระติบข้าวได้มาก ซึ่งเราจ่ายตามความขยันคือใครทำได้มากก็ได้เงินมากและเฉลี่ยแล้วในแต่ละเดือนจะได้ครอบครัวละ 2-3 หมื่นบาท โดยเมื่อเขาเอากระติบข้าวมาส่งเราก็จ่ายเงินสดให้ทันที ส่วนเมื่อสินปีสมาชิกก็จะได้รับเงินปันผลอีก และในทางด้านสังคม ทางกลุ่มสตรีจักสานกระติบข้าวได้ตัดผลกำไร่ที่เข้ากลุ่ม 3 เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียนในหมู่บ้าน และทุกวันเด็กของทุกปี กลุ่มเราก็จะจัดเลี้ยงอาหารเด็กทุกคนในหมู่บ้านดอนกลองของเราจน ทุกวันนี้ชาวบ้านดอนกลองทั้ง 221 ครอบครัว 926 คน มีความสุขและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
สมหมาย พาลพล/ยโสธร
วันที่ 18/08/2555 เวลา 8:22 น.
[26/05/2556]อบจ.นนท์จัดการแข่งขันฟุตบอล
[26/05/2556]วปอ.รุ่นที่ 27ช่วยผู้ป่วยกาฬสินธุ์ยากไร้..
[26/05/2556]ชมรมคนรักถิ่นฐานสืบสานวัฒนธรรม
[26/05/2556]เที่ยวเมืองตรังชมโบราณสถานที่
[25/05/2556]เลี้ยงกบนาต้นทุนต่ำ
[25/05/2556]แม่บ้านหัตถกรรมทำด้วยมือ
[25/05/2556]พระเจ้าใหญ่องค์ตื้อ
[25/05/2556]ประชุมวิสาขโลก
[24/05/2556]3 จว.หนุนสร้างสนามบินเลิงนกทา
[24/05/2556]เชียงใหม่เตรียมสร้างสนามบินแห่งที่ 2
[7:01 น.]ภาคกลางมีฝนร้อยละ40
[13:12 น.]ปชป. อัดรัฐเลิกแถแพง
[9:28 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[6:32 น.]กรุงเทพฯมีฝนร้อยละ60
[5:23 น.]ตบสาวโค่นเปอร์โตริโก
[17:34 น.]ปิดตลาดหุ้นมูลค่าซื้อขาย
[16:23 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[16:11 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[15:47 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:28 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ

จียอน ดารากิมจิหัวใจไทย [26/05/2556]
ยี่ห้อสาวเกาหลี แดนกิมจิ แทบไม่ต้องบรรยายอะไรให้มากความ หนุ่มๆ ได้ยินแค่ชื่อก็ร้องซี้ด! กันเป็นแถว ก็ความน่ารักสไตล์หมวย สวยขาว โดนใจไปเต็มๆ ยิ่งอีกไม่นานก็จะเปิด AEC





