ตั้ง10องครักษ์พิทักษ์ปู พท.รับซักฟอก ปชป.ขู่ประมาท-ตาย ระดม ตร.รับมือแดง
“นายกฯ ปู” มั่นใจเอาอยู่ศึกซักฟอก โวพร้อมชี้แจงด้วยตัวเอง อุบปรับ ครม.หลังเส็รจศึก ขณะที่ “พท.” ไม่ประมาทวาง 10 ขุนพลพิทักษ์นายกฯ ขู่ฝ่ายค้านนอกเรื่องเจอซักฟอกกลับแน่ ด้าน “เหลิม” หยันฝ่ายค้านไม่น่าตื่นเต้น ส่วน “บรรหาร” มั่นใจปูเอาตัวรอดศึกซักฟอกได้ หวานไม่มีทิ้งรัฐนาวาปู ยันจับมือไปด้วยกัน ด้าน “ปชป.” โอ่ข้อมูลซักฟอกแน่นปึ๊ก ฟุ้งหลักฐานเพียบ ตอกเหลิมสบประมาทอาจไปสู่ความตาย จับตาวันถอนประกัน “ตู่” ตร.ระดมกำลัง 3 กองร้อย คุมเข้มศาลอาญา 9 ส.ค.นี้ เตือนเสื้อแดงล้ำเส้นละเมิดข้อกำหนดศาล เจอคุก 6 เดือนแน่ ขณะที่ “เต้น” มั่นใจเสื้อแดงไม่ป่วน อ้างแค่อยากมาให้กำลังใจ
“ปู” พร้อมแจงซักฟอกด้วยตัวเอง
หลังจากที่ฝ่ายค้าน เตรียมยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจคณะรัฐมนตรีนั้น วันที่ 7 ส.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจตนพร้อมที่จะชี้แจงด้วยตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรที่เกี่ยวข้องกับนโยบายก็ยินดีให้ความร่วมมือในการชี้แจง ซึ่งจะได้ถือโอกาสนี้ชี้แจงประชาชนด้วย อย่างไรก็ตาม ตอนนี้เรายังไม่ทราบหัวข้อชัดเจนว่า เขาจะยื่นอภิปรายในเรื่องอะไรบ้าง ส่วนที่มีปัญหาในเรื่องของการทุจริตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยนั้น ก็ต้องมีการตรวจสอบ เพราะรัฐบาลเองก็ไม่ได้สนับสนุนให้มีเรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นอยู่แล้ว และที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ไปเป็นประธานตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่นอยู่แล้ว และถือเป็นนโยบายรัฐบาลที่ไม่อยากเห็นเรื่องนี้อยู่แล้ว ทั้งนี้คงไม่มีการตั้งทีมองครักษ์พิทักษ์นายกฯ ทุกอย่างก็ทำงานให้เป็นไปตามกลไกของระบอบรัฐสภา นอกจากนี้ ยังไม่ทราบ ภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจจะมีการปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ ต้องรอดูในช่วงนั้นก่อน แต่ตอนนี้ยังไม่มี ส่วนการกำหนดวันแถลงผลงานรัฐบาลครบรอบ 1 ปี ขณะนี้ขอรวบรวมข้อมูลให้ครบถ้วนก่อน แต่ยืนยันมีอยู่แล้ว แต่ยืนยันตั้งใจที่จะชี้แจงให้ทราบถึงผลงานรัฐบาลที่ได้ทำมา ซึ่งวันที่จะมีการชี้แจงจะแจ้งให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง ในส่วนของนโยบายรับจำนำข้าวยังเชื่อว่า นโยบายนี้เป็นนโยบายที่ดี สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ และเป็นการยกระดับชีวิตเกษตรกร แต่ยอมรับว่า อาจมีปัญหาในทางปฏิบัติ ซึ่งก็ต้องลงไปตรวจสอบว่าเป็นปัญหาขั้นตอนการปฏิบัติอย่างใด
“เฉลิม” ตอก ปชป.ระวังเข้าตัว
ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การยื่นญัตติไม่ไว้วางใจไม่ได้อยู่ที่ระยะเวลา อยู่ที่หลักฐานที่จะนำมาแสดง และอภิปรายในสภา ซึ่งโดยหลักการหากมีการยื่นอภิปรายเรื่องการบริหารก็ทำอะไรรัฐบาลไม่ได้ ถามมาก็ตอบไป โดยเฉพาะเรื่องภาคใต้พรรคประชาธิปัตย์จะเข้าตัว เข้าเนื้อ เพราะเคยหาเสียงไว้จะแก้ปัญหาภาคใต้ภายใน 99 วัน มีผู้แทนเต็มหมดทุกจังหวัด อยู่มา 2 ปี 8 เดือนกลับทำอะไรไม่ได้ แล้วจะเอาอะไรมาอภิปราย ส่วนประเด็นเรื่องรับจำนำข้าวเมื่อวันที่ 6 ส.ค.ที่ผ่านมา ตนได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 677 คน ใช้ 11 กองบัญชาการ ตามบัญชานายกฯ ซึ่งก็แสดงว่านายกฯ เอาจริง ส่วนประเด็นเรื่องงบเยียวยาน้ำท่วมที่ว่ามีการทุจริตก็แจ้งมาจะดำเนินคดีให้ ตนมองว่าไม่มีอะไรเลย เพื่อไทยไปเต้นบางคน เต้นทำไมอยู่เฉยๆ เห็นญัตติก่อนค่อยมาวิเคราะห์ ผมอยู่การเมืองมานาน มีทีเด็ดเขาไม่บอกก่อน ชีวิตผมเป็นฝ่ายค้านยาว ส.ป.ก.4-01 ผมอภิปรายจนประชาธิปัตย์ยุบสภาก็ไม่ได้บอกก่อน เงิน 258 ล้าน หรือฟิลลิป มอร์ริสผมก็ไม่ได้บอกก่อน เขาไม่บอกกันหรอกต้องเก็บเอาไว้ อย่างไรก็ตาม การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้จะนำไปสู่การปรับ ครม.ได้หรือไม่ ตนตอบไม่ได้ เรื่องนี้อยู่ที่นายกฯ ญัตติฝ่ายค้านยังไม่ทันเห็นเลย ซึ่งตนพูดมาโดยตลอดว่าถ้ารัฐบาลไม่ทุจริตอยู่ยาว และยิ่งนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และนายเทพไทย เสนพงศ์ออกมาบ่อยๆ ยิ่งเป็นการเติมแต้มให้รัฐบาล
“เต้น” เย้ยมาร์คซักฟอกเหลวจบเห่แน่
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ไม่ใช่เรื่องที่เราจะไปประมาท เพียงแต่ตนมั่นใจว่าตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี นั้นประชาชนเห็นความตั้งใจ ประชาชนเห็นความมุ่งมั่นและความมีสมาธิในการทำงาน ไม่ไปเปิดพื้นที่โต้แย้งทางการเมืองกับฝ่ายตรงข้าม ซึ่งก็ชัดเจนเหมือนกันว่าฝ่ายค้านพยายามตลอดเวลาที่จะดึงนายกรัฐมนตรีให้ไปสู่เกมที่พวกเขาถนัด คือเกมสาดโคลนป้ายสีทางการเมืองแต่ว่านายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยที่จะเดินเข้าไปสู่สนามของความขัดแย้งนั้น เห็นว่าเวลานี้ประชาชนเขาเอาใจช่วยนายกฯ ยิ่งลักษณ์ให้ทำงานให้สำเร็จ เหมือนกับคนไทยเชียร์น้องเมย์ (รัชนก อินทนนท์) ในสนามแบดมินตัน แม้ว่าเธออาจจะอายุยังน้อย เธออาจจะยังไม่มีประสบการณ์เท่าไหร่นัก แต่ว่าความมุ่งมั่นความทุ่มเทและความสามารถอันเป็นที่ประจักษ์ มันเอาชนะใจประชาชนได้ การที่ฝ่ายค้านจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น ตนเห็นว่าเป็นหน้าที่เป็นบทบาทปกติ และรัฐบาลก็คงไม่ต้องไปเตรียมการอะไรเพิ่มเติมก็ทำอย่างที่ทำอยู่ชี้แจงไปตามข้อเท็จจริง ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ว่าที่สังเกตดูคนในพรรคฝ่ายค้านดูยังคิดไม่ตรงกันอยู่ล่าสุดเห็นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านได้กล่าวว่าจะยังไม่รีบร้อนและรอดูไปก่อน ทั้งเรื่องงบประมาณและการแถลงผลงานของรัฐบาล และพวกที่ออกมาตีปี๊บโหมโรงตั้งแต่ต้นล้วนแล้วแต่เป็นพวกไม่ได้มีหน้าที่อภิปราย เช่น โฆษกพรรคบ้าง หรือ ส.ส.ที่ไม่ได้เป็นขุนพลนักอภิปรายบ้าง พวกนี้พูดเอามันเข้าว่าโดยไม่นึกเลยว่าตอนที่ตัวเองพูดขู่รัฐบาลนั้น ผู้นำฝ่ายค้านเป็นฝ่ายสะดุ้งเอง นายอภิสิทธิ์รู้ดีว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนี้จะเป็นเวทีสุดท้าย ถ้าหากว่าล้มเหลวเหมือนการคุมเกมในสภาจนลูกน้องสร้างความวุ่นวาย ล้มเหลวเหมือนการเปิดเวทีนอกสภาจนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเลียนแบบจ่าประสิทธิ์ เรื่องสวมเสื้อแดง ถ้าล้มเหลวในเวทีอภิปรายไม่ไว้วางใจอีก คุณอภิสิทธิ์ ก็คงจะไม่เหลือที่ยืนในบทบาททางการเมือง ฝากบอกพรรคประชาธิปัตย์ว่าให้คุยกันให้ดี ว่าพวกโฆษณาล่วงหน้าเป็นพวกที่ไม่ต้องแบกรับความกดดันอะไร แต่ตัวนายอภิสิทธิ์รู้ จึงบอกว่าเรื่องนี้ต้องรอก่อน
“พท.” เตรียมองครักษ์พิทักษ์ปู
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงภายหลังการประชุมพรรคเพื่อไทยว่า ที่ประชุมแจ้งต่อ ส.ส.เพื่อไทย ว่าในวันที่ 8 ส.ค.ที่ประชุมสภาฯ จะไม่มีการนำวาระร่าง พ.ร.บ.ปรองดองแห่งชาติมาหารือในสภาผู้แทนราษฎรแน่นอนโดยจะเป็นการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ต่างๆ ที่พิจารณาเสร็จแล้ว 10 ฉบับ โดยกำชับให้ ส.ส.ทุกคนเข้าประชุมถึงเวลา 21.00 น. ทั้งนี้ที่ประชุมได้ชื่นชม ส.ส.เพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลว่า ตั้งแต่เป็นรัฐบาลมา ไม่เคยมีเหตุการณ์สภาล่มเหมือนสมัยรัฐบาลอภิสิทธิ์ แสดงว่า ส.ส.ตั้งใจทำงาน อยู่ร่วมประชุมตลอด ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจนั้น พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมเสมอในการถูกอภิปราย และกำชับว่าการทำนโยบายต่างๆ ของรัฐบาลต้องไม่มีการทุจริต หากเกิดการทุจริตในหน่วยงานใด ต้องเอาผิดกับข้าราชการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทันที นอกจากนี้คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยยังเตรียมแผนเพื่อป้องกันเกมป่วนของฝ่ายค้าน หากมีการอภิปรายนอกเรื่อง ไม่เข้าประเด็น หรือโฟกัสไปที่นายกฯ โดยที่ไม่ใช่เรื่องการบริหารงาน ก็จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางจิตฝ่ายค้านกลับทันที โดยได้เตรียม ส.ส.กว่า 10 คน ไว้คอยตอบโต้อภิปรายไม่ไว้วางจิตในแต่ละเรื่องแล้ว เรื่องที่เตรียมไว้ อาทิ กรณีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ใส่เสื้อแดงขึ้นเวที การเลียนเสียง จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ ส.ส.สุรินทร์ พรรคเพื่อไทย การใช้เอกสารเท็จสมัครเข้ารับราชการทหาร กรณีนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ คัดค้านนาซาขอให้สนามบินอู่ตะเภาสำรวจชั้นบรรยากาศ กรณี ส.ส.ประชาธิปัตย์เช่น น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม นายธานี เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี แสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมในที่ประชุมสภาฯ หรือกรณีผลงานยอดแย่ของผู้ว่าฯ กทม.
พร้อมแถลงผลงานรัฐบาล 1 ปี
นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแถลงผลงานของรัฐบาลครบ 1 ปี ว่า ขณะนี้คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) รวบรวมผลงานเสร็จแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นแบบพรรณนาโวหาร แต่นายกรัฐมนตรีระบุว่าไม่ขอให้เป็นการรวบรวมผลงานแบบพรรณนาโวหาร แต่ให้เป็นการรวบรวมผลงานในเชิงวิเคราะห์ว่าผลงานนี้นโยบายนี้เป็นอย่างไร และเป็นในลักษณะที่เปรียบเทียบกับรัฐบาลชุดที่แล้ว และให้แต่ละหน่วยงานไปดึงไฮไลท์ของตัวเองออกมา เน้นให้ดูง่าย อธิบายความง่าย เข้าใจง่าย สรุปนโยบายให้ชัดเจน แล้วส่งกลับภายในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ซึ่งในวันที่ 23 ส.ค.ที่จะครบ 1 ปี ที่รัฐบาลบริหารราชการแผ่นดิน ทุกหน่วยงานจะต้องรวบรวมผลงานเป็นรูปเล่มแล้ว โดยจะมีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการสภาพัฒน์ เป็นผู้กำกับดูแล ส่วนวันและรูปแบบที่จะแถลงผลงานนั้น ขณะนี้ยังไม่ได้มีการกำหนด
“บรรหาร” มั่นใจปูเอาตัวรอดได้
นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า ที่ทางฝ่ายค้านระบุว่าจะพุ่งเป้าอภิปรายไม่ไว้วางใจไปที่ตัวนายกฯ นั้น นายกฯ มีลีลาในการตอบอยู่แล้ว บางคำถามนายกฯ อาจจะไม่ตอบ อาจโยนให้รัฐมนตรีเป็นคนตอบ เพราะเรื่องลึกๆ นายกฯ ก็ไม่สามารถตอบได้หมดหรอก อยู่ในระดับผิวเผินเท่านั้นเอง อย่างไรก็ตาม นายกฯ ก็รู้หมดทุกเรื่องจึงยังเชื่อว่านายกฯ จะเอาตัวรอดได้ถ้ามีการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ส่วนจะเอาตัวรอดได้ทั้งคณะหรือเปล่ายังตอบไม่ได้ เพราะยอมรับว่าฝีมือพรรคประชาธิปัตย์ในการซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจก็ไม่ธรรมดาเหมือนกัน สมัยตนเป็นรัฐบาลก็ถูกเล่นงานแทบแย่ ทั้งนี้พรรคชาติไทยพัฒนา ยืนยันว่า นายกฯ จะสอบผ่านและจะสนับสนุนรัฐบาลชุดนี้ต่อไป เราอยู่ด้วยกันก็ต้องไปด้วยกันอยู่แล้ว ส่วนที่รัฐบาลเตรียมแถลงผลงาน 1 ปีที่ผ่านมานั้น เท่าที่ดูผลงานรัฐบาลก็ถือว่าใช้ได้ มีโครงการมากมาย โดยเฉพาะการประชุม ครม.สัญจรตามจังหวัดต่างๆ โครงการรับจำนำข้าวก็ได้รับความพอใจจากประชาชน การแก้ปัญหาน้ำท่วมรัฐบาลก็ทุ่มงบประมาณมากพอสมควรในการขุดลอกคูคลอง นิคมอุตสาหกรรมต่างๆ ที่ถูกน้ำท่วมรัฐบาลก็ให้ความมั่นใจจนไม่มีการย้ายฐานการผลิต หรือด้านต่างประเทศนายกฯ ก็เดินสายหลายประเทศสร้างความสัมพันธ์ทั้งทางการค้า เศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม ต้องขึ้นอยู่กับว่าทางฝ่ายค้านจะมีการซักถามรัฐบาลอย่างไรเท่านั้นเอง
ฝ่ายค้านย้ำซักฟอกหลังถกงบ
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ เนื่องจากในสมัยประชุมนี้ยังมีเวลาจนถึงสิ้นเดือน พ.ย. อีกทั้งขณะนี้ยังมีเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องพิจารณาอยู่ 2 เรื่องคือ 1.ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2556 ซึ่งคาดว่า จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในประมาณวันที่ 15 ส.ค.นี้ และ 2.เรื่องการจัดทำรายงานและแถลงผลงานครบรอบ 1 ปีของรัฐบาล ซึ่งในประเด็นนี้รัฐบาลจะต้องอธิบายถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นตลอด 1 ปีของการบริหารราชการแผ่นดิน
โวข้อมูลแน่นปึ๊กพร้อมซักฟอก
นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเตรียมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทางพรรคมีทีมงานอยู่แล้วและเก็บรวมข้อมูล ตั้งแต่วันแรกที่รัฐบาลเข้ามาทำงาน ขอย้ำว่า เรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นเรื่องของกระบวนการรัฐสภา ไม่ใช่เรื่องการโจมตีทางการเมือง หากรัฐบาลไม่บริหารงานผิดพลาดก็ไม่ต้องกลัวฝ่ายค้านมาซักฟอกอย่าทำตัวเป็นวัวสันหลังหวะ เพราะฉะนั้นวันนี้อยากให้รัฐบาลบริหารประเทศไปและอย่ามัวแต่ตอบโต้ทางการเมือง ควรไปหาจุดที่คิดว่า บริหารงานผิดพลาดเพื่อมาตอบคำถามดีกว่า ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม ระบุว่า หากฝ่ายค้านอภิปรายไม่ดีระวังถูกสวนหมัดน็อกจากรัฐบาลได้นั้น ร.ต.อ.เฉลิม ก็พูดไปเรื่อยเปื่อย ตนขอเรียกร้องว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังทำให้การเมืองเข้าสู่ระบบ ไม่อยากให้รัฐบาลใช้น้ำลายเล่นการเมือง และผู้ใหญ่ในฝ่ายรัฐบาลควรจะมาช่วยกันสร้างสรรค์ทางการเมืองที่ดีมากกว่าการไปให้ท้ายและมาใช้คำพูด ข่มขู่ เพราะการกระทำเช่นนั้นมันหมดยุคไปแล้ว ส่วนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเน้นในเรื่องของการบริหารงานที่ผิดพลาดของรัฐบาล ซึ่งตนยืนยันว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ จะต้องรับผิดชอบหากพบข้อบกพร่องการทำงาน จึงไม่อยากให้ใช้ความเป็นผู้หญิงมาควบคู่กับการเป็นนายกรัฐมนตรีควรต้องแยกแยะให้ออกระหว่างการทำงานกับเพศ เมื่อถามว่ารัฐมนตรีที่อยู่ในข่ายการอภิปรายไม่ไว้วางใจมีกี่คน นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ก็ต้องดูใกล้ๆ วันอภิปราย แต่ที่ชัดเจนคือวันนี้นายกรัฐมนตรีไปทำการบ้านให้ดีแล้วกัน ส่วนที่มีกระแสข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า คงเป็นการฝันกลางวันของพรรคเพื่อไทยมากกว่า เพราะนายอภิสิทธิ์ต้องอยู่ครบวาระแน่นอน
เตือนเฉลิมประมาทนำไปสู่ความตาย
นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ ร.ต.อ.เฉลิม สบประมาทพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ไม่มีหลักฐานเด็ดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลสมาชิกพรรคเพื่อไทยไม่ต้องตื่นเต้นนั้น ขอเตือน ร.ต.อ.เฉลิม ว่า ความประมาทเป็นบ่อเกิดแห่งความตาย และไม่ควรสบประมาทพรรคประชาธิปัตย์ ตราบใดที่พรรคยังไม่ยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ฉะนั้นอย่าติเรือทั้งโกลน อย่าติเด็กในผ้าอ้อม เพราะพรรคพยายามทำหน้าที่ในการตรวจสอบตามฐานะพรรคฝ่ายค้านให้ดีที่สุด และที่ผ่านมาก็ทราบกันดีว่าในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรค มักทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเสมอ และรัฐบาลใดก็ตามที่มีพรรคประชาธิปัตย์ทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็ไม่เคยเห็นรัฐบาลนั้น จะบริหารประเทศอย่างราบรื่น เพราะสามารถจับเท็จ จับทุจริต จับโกงได้ตลอดเวลา ฉะนั้นเราไม่ได้อวดตัวเองว่ามีหลักฐานเด็ดหรือไม่อย่างไร แต่ยืนยันว่าเราทำหน้าที่ตรวจสอบเต็มที่และไม่มีการล้มมวยเด็ดขาด ทุกอย่างขึ้นอยู่ที่ข้อเท็จจริงที่สามารถรวบรวมได้ ทั้งจากที่ข้าราชการ ประชาชน นักธุรกิจที่ไม่พอใจการทำงานบริหารงานของรัฐบาลส่งข้อมูล หลักฐานมาให้ ขอเพียงรัฐบาลอย่าปิดกั้น จัดการกับแหล่งข่าวแหล่งข้อมูลที่จะให้กับพรรคฝ่ายค้าน
เตือน พท.หยุดปล่อยข่าวไร้สาระ
นายเทพไท กล่าวต่อว่า ขณะนี้มีการปล่อยข่าวเรื่องจะมีการเปลี่ยนแปลงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และจะมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อผู้แนบท้ายญัตติที่จะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ที่จริงว่าจะไม่ชี้แจงเพราะเป็นเรื่องไร้สาระ แต่คนที่ออกมาปล่อยข่าวซ้ำเพื่อดิสเครดิต และพยายามสร้างบ่อนทำลายพรรคจากภายนอก 2 คนที่พูดติดต่อมา 2 วัน คือนายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย และนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกรัฐบาล ซึ่งหากเป็นข่าวลือก็จะไม่ชี้แจงแต่กรณีนี้คนที่ออกมาพูดมีตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาลถึง 2 คน จึงต้องชี้แจงข้อเท็จจริง เพราะหากยังเล่นการเมืองเช่นนี้โดยไม่รับผิดชอบก็เสียหาย ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีใครคิดและดำเนินการเช่นนั้น เพราะพรรคเป็นสถาบันการเมือง ตำแหน่งหัวหน้าพรรคมีวาระ 4 ปี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นหัวหน้าพรรคก็ดำรงตำแหน่งครบ 4 ปี และไม่มีเหตุใดๆ ที่จะเปลี่ยนแปลงตัวหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรค ไม่เหมือนพรรคเพื่อไทย ที่เป็นพรรคเฉพาะกิจ มีเจ้าของคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่เจ้าของจะจิกหัวใครออกจากพรรค ออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค เมื่อหาคนมาเป็นหัวหน้าพรรคไม่ได้ก็เอากลับมาเป็นหัวหน้าพรรคอีกครั้ง พรรคประชาธิปัตย์ตำแหน่งคนที่จะเป็นหัวหน้าพรรคมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ยามเฝ้าพรรค ฉะนั้นในการยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลชื่อที่แนบท้ายในญัตติคือหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์โดยตำแหน่ง ไม่มีการเอาชื่อคนอื่น นอมินี ไม่มีแน่ จึงขอให้คนในพรรคเพื่อไทย ในรัฐบาลอย่าเอาเรื่องไร้สาระมาปล่อยข่าวสร้างความสับสนในสังคม หรือจะเป็นการทำเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ หวังดิสเครดิตฝ่ายค้าน ขอให้เล่นการเมืองในทางสร้างสรรค์ที่รับผิดชอบต่อสังคมให้มากกว่านี้ อย่าเอาเรื่องเท็จมาบิดเบือนใส่ร้ายกันเช่นนี้ บ้านเมืองจะได้พัฒนา
บช.น.เตรียมพร้อม รปภ.ศาลอาญา
ส่วนการเตรียมความพร้อมดูแลรักษาความปลอดภัย กรณีศาลอาญาเตรียมพิจารณาถอนประกันตัวนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. และพวก รวม 24 คน ในวันที่ 9 ส.ค.นั้น พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. กล่าวว่า บช.น.มีศูนย์ปฏิบัติการกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ศปก.น.) เพื่อรับมือและดูแลความเรียบร้อย อีกทั้ง ผบ.ตร.ได้เรียกประชุมตำรวจที่เกี่ยวข้องและสั่งการแล้ว โดย พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น.ได้ลงพื้นที่และประสานงานกับทางศาลไว้แล้ว ทั้งนี้การไต่สวนในวันที่ 9 ส.ค.นี้ น่าจะมีประชาชน ผู้สนใจ ผู้สนับสนุน และสื่อมวลชนมาศาลเป็นจำนวนมาก ศาลอาญาจึงอาศัยกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 30 ประกอบกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 158 ออกข้อกำหนดดังนี้ คือ ห้ามมิให้ผู้ใดประพฤติตนในทางที่ก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย ก่อความรำคาญในบริเวณศาล หรือกระทำการในลักษณะที่เป็นการยั่วยุสนับสนุนในบริเวณศาล ห้ามใช้เครื่องขยายเสียงส่งเสียงดัง อันเป็นการรบกวนการพิจารณาของศาล ห้ามวางสินค้ากีดขวางทางเข้า-ออกศาลอาญา ผู้ฝ่าฝืนมีความผิดฐานละเมิดอำนาจศาล ระวางโทษจำคุก 6 เดือน
วางกำลัง 3 กองร้อยคุมเข้ม
พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้จัดกำลังตำรวจ 3 กองร้อยดูแลความเรียบร้อย พร้อมเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนหญิง 1 กองร้อย โดยมี พล.ต.ต.ปริญญา จันสุริยา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ พล.ต.ต.เมธี กุศลสร้าง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลด้านการข่าว ซึ่งจะเริ่มเข้าพื้นที่ในเวลา 20.00 น. ของวันที่ 8 ส.ค. ขณะที่การข่าวของสันติบาลและตำรวจนครบาล มีการประเมินตรงกันว่า จะมีผู้เข้าร่วมชุมนุมจำนวน 3,000-3,500 คน โดยได้มีการจัดพื้นที่ให้ผู้ชุมนุมอยู่ในที่ที่มีการตกลงไว้ก่อนหน้านี้ ทั้งนี้เชื่อว่าจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น แต่หากมีเหตุการณ์รุนแรงสามารถเรียกกำลังได้ภายใน 2 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังได้มีการสั่งสันติบาลและฝ่ายสืบสวนบันทึกภาพเหตุการณ์การชุมนุม เพื่อติดตามความเคลื่อนไหว
เชื่อไร้เหตุรุนแรง
ด้าน พล.ต.ต.ปริญญา จันทร์สุริยา รอง ผบช.น. เชื่อว่าไม่น่ามีเหตุรุนแรง ตำรวจพร้อมทุกด้านแล้วทั้งดูแลเรื่องมือที่สาม รวมถึงการกระทบกระทั่งกัน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีกลุ่มมวลชนมาที่ศาลอาญาประมาณ 3,000 คน กลุ่มมวลชนต้องเคารพคำตัดสินของศาลไม่ว่าจะออกมาทางใดก็ตาม ส่วนตำรวจก็มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย ห้ามประชาชนเข้าไปกระทำการใดๆ ภายในศาล ที่อาจก่อให้เกิดการละเมิดศาล หากกลุ่มมวลชนไม่พอใจจะไปยื่นคำร้องอะไรต่างๆ ก็เป็นสิทธิ์ของเขา กลุ่มมวลชนห้ามใช้เครื่องขยายเสียงเด็ดขาด เพราะเป็นการรบกวนและกดดันศาล ส่วนการขายของสามารถทำได้เพียงบริเวณด้านหน้าเท่านั้น บริเวณพื้นที่สาธารณะ ซึ่งเป็นหน้าที่ของทาง กทม.ที่จะมาดูแล แต่พื้นที่ภายในศาลห้ามนำสินค้ามาวางขายเด็ดขาด
“เต้น” มั่นใจเสื้อแดงไม่ป่วน
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.เกษตรและสหกรณ์ เชื่อว่าพี่น้องประชาชนที่ติดตามข่าวสารเข้าใจและพร้อมให้ความร่วมมือกับทุกมาตราที่ศาลกำหนด เป็นแต่เพียงว่าต้องขอความเห็นใจให้กับประชาชนที่เขาจะมาด้วย แกนนำที่จะขึ้นรับการไต่สวนเป็นแกนนำที่ต่อสู้ด้วยกันมา ร่วมเป็นร่วมตายตลอด 5-6 ปี เขาเพียงต้องการมาอยู่ใกล้ๆ มาเอาใจช่วยให้กำลังใจเท่านั้น ไม่ใช่มาก่อความวุ่นวายหรือสร้างความหนักใจให้ศาล และศาลท่านมีมาตรการอย่างไรก็ว่าไปตามนั้น แล้วคำวินิจฉัยของศาลจะเป็นอย่างไร ตนและทุกคนพร้อมน้อมรับและเคารพคำวินิจฉัย คงไม่มีปัญหาอะไร เมื่อถามว่าคิดว่าคุมมวลชนอยู่หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ตนว่ามวลชนดูแลตัวเองได้ ตนมั่นใจในวุฒิภาวะของพี่น้องเสื้อแดงมาตลอด ถ้าหากไม่มั่นคงในการต่อสู้จริงชะตากรรมทั้งหลายที่ผ่านมาคงทำให้กระบวนการต่อสู้แตกพ่ายไปนานแล้ว วันที่ 9 ส.ค.จะเป็นการพิสูจน์วุฒิภาวะของคนเสื้อแดงอีกรอบหนึ่ง
วันที่ 8/08/2555 เวลา 1:32 น.
[19/05/2556]จับตาเเม้วสไกป์ปลุกสาวก
[18/05/2556]“เอ็นจีโอ” ประกาศไล่ “ปลอดประสพ”
[18/05/2556]ส่อง 3.5 แสนล้านผ่านแว่นวิชาการ
[17/05/2556]บิ๊คจิ๋วฟันธงไฟใต้ต้องแก้
[17/05/2556]มาร์คยันปชป.ไม่ขัดแย้ง
[17/05/2556]อภิสิทธิ์ยันคำสั่งรมว.กลาโหม
[17/05/2556]ยิ่งลักษณ์นั่งหัวโต๊ะประชุม
[17/05/2556]รองโฆษกรัฐฯโต้โหรมาร์ค
[17/05/2556]มาร์คงานเข้า มติ7-2 ปมถูกถอด
[17/05/2556]นับถอยหลัง “พลังพลเมือง”
[9:28 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[5:46 น.]กรุงเทพมีฝนร้อยละ30
[17:53 น.]ปิดตลาดหุ้นมูลค่าซื้อขาย
[14:49 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[14:38 น.]คลังปลื้มโกยรายได้
[13:50 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[13:32 น.]มาร์คชี้ กม.ปรองดอง
[13:29 น.]มาร์คหวั่นโครงการจัดการน้ำ
[12:55 น.]ราคาซื้อขายทองคำ ณ
[12:22 น.]ปิดตลาดภาคเช้าบวก

‘เจนี่’ ฟิตเปรี้ยะฉลองโสด [12/05/2556]
ฮอตเวอร์ตลอดศก เห็นจะไม่มีใครเกิน “เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ” นางเอกสาวสไตล์ เริ่ด เชิด สวย เฉี่ยว แต่ไม่หยิ่ง เพราะประสบการณ์ในวงการ 16 ปี สอนให้เธอรู้ว่า ทำอย่างไรจะอยู่ทำงานในอาชีพนี้ได้ยืนยาว




