วันพุธที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2557

นักวิชาการเลอะศุกร์หยุดราชการ’บิ๊กตู่’จวกสื่ออีก

ปัญหาไฟใต้ยิ่งแก้ ยิ่งเลอะ นักวิชาการเสนอให้วันศุกร์เป็นวันหยุดราชการ อ้างลดแรงกดดันแต่เข้าทางโจร “บิ๊กตู่” ฉะสื่อหยุดลงข่าวเสนอผลงานของโจรใต้ แนะหันมาช่วยเหลือประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐเอาชนะโจรใต้ดีกว่า ด้าน ตชด.นำกำลังบุกทลายแก๊งลักรถสงขลา รวบ 4 แนวร่วมโจรใต้พร้อมของกลางอื้อ ขณะที่ ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ตั้งรางวัล 3 หมื่น ให้ผู้ชี้เบาะแสรถกระบะโตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์ ที่ใช้ก่อเหตุไล่ถล่ม อส.รักษาดินแดนที่ อ.ยะหริ่ง ดับ 3 ศพ พร้อมหมายหัวพวกตำรวจสันหลังยาว ไม่ใส่ใจจะติดตามไล่ล่าคนร้าย ขู่จะจัดการเด็ด

ทลายแก๊งลักรถสงขลา

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ไฟใต้ว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 9 ต.ค. พล.ต.ต.ลิขิต สุทธะพินทุ ผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 4 พ.ต.ท.วัฒนา เพ็งแก้ว ผบ.ฉก.ตชด.43 พ.ต.ต.สุเทพ สังวรกิตติวุฒิ รอง ผบ.ฉก.ตชด.43 นำกำลังชุดสืบสวนหน่วยเฉพาะกิจ ตชด.ที่ 43 เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 22/2 หมู่ 6 บ้านเกษมรัตน์ หมู่ 6 ต.สะพานไม้แก่น อ.จะนะ จ.สงขลา ซึ่งเป็นสถานที่ชำแหละและดัดแปลงรถจักรยานยนต์ที่ถูกขโมยมาโดยตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 4 คน มี 1.นายอาซือมิง หะ อายุ 30 ปี 2.นายสุกกรี หะ อายุ 27 ปี เป็นพี่น้องกัน อยู่บ้านเลขที่ 83 หมู่ 7 ต.บุดี อ.เมือง จ.ยะลา 3.นายอารีสมัน หะหมะ อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 หมู่ 8 ต.สะพานไม้แก่น 4.นายสรนันท์ เพ็งแก้ว อายุ 21 ปี อยู่บ้านเลขที่ 8/4 หมู่ 1 ต.สะพานไม้แก่น อ.จะนะ จ.สงขลา จากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายอาซือมิงเป็นหนึ่งแนวร่วมก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดยะลาด้วย

รวบตัว 4 แนวร่วมโจรใต้

ผลจากการตรวจค้นภายในบ้านและรอบๆ บริเวณบ้านพบรถจักรยานยนต์ที่กำลังถูกดัดแปลงสภาพ 13 คัน และชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์อีกจำนวนมาก อุปกรณ์ช่างสำหรับดัดแปลงรถจักรยานยนต์ อาวุธปืนพกสั้นแบบไทยประดิษฐ์ 2 กระบอก กระสุน 9 มม. 5 นัด ยาบ้า 9 เม็ด และยาไอซ์ 3 กรัม พร้อมอุปกรณ์การเสพยา เงินสด 3,500 บาท ที่เจ้าหน้าที่ใช้ล่อซื้อ และบัญชีลูกค้ายาเสพติด ต่อมาเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวนางสุบะ แก้วช่วย อายุ 36 ปี ได้ที่บ้านเช่าภายในซอยวัชรกร เขตเทศบาลตำบลบ้านนา อ.จะนะ พร้อมยาไอซ์อีก 5 กรัม ขณะกำลังหลบหนี รับสารภาพว่าเป็นเครือข่ายค้ายาเสพติดทีมเดียวกับทั้ง 4 คน จากการสอบสวนขยายผลพบว่า ทั้ง 4 คนเป็นแนวร่วมโจรก่อการร้ายที่ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วย

ปัตตานีฆ่าเหยื่อ 3 ศพ

พ.ต.ท.จำลอง สุวลักษณ์ สารวัตร สภ.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตบนถนนภายในหมู่บ้านกล้วย หมู่ 2 ต.นาประดู่ นำกำลังไปที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิต 2 ราย ทราบชื่อ คือนายผล อายุ 65 ปี และนางนิตย์ เพชรซ้อน อายุ 65 ปี 2 สามี-ภรรยา อยู่บ้านเลขที่ 313/2 หมู่ 2 บ.กล้วย ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนอาก้า และ 11 มม. เข้าศีรษะและลำตัวหลายนัด ใกล้กันพบรถ จยย.ยี่ห้อ ซูซูกิ คริสตรัส สีน้ำตาล ทะเบียน ข 2836 ยะลา และพบปลอกกระสุนทั้ง 2 ชนิดตกเกลื่อนถนนจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน สอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุทั้ง 2 คนเดินทางออกจากบ้านเพื่อไปกรีดยางในสวน ขณะที่เดินทางห่างจากบ้านพักประมาณ 1 กิโลเมตร ได้มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนซุ่มอยู่ข้างทางใช้อาวุธปืนสงครามกราดยิงจนทั้ง 2 เสียชีวิตทันที และคนร้ายยังได้ขโมยอาวุธปืนขนาด .38 ของผู้ตายก่อนหลบหนีไปด้วย

ซัดมั่วเด็กปั๊มก็ไม่เว้น

ต่อมาเมื่อเวลา 11.15 น. วันเดียวกันนี้ พ.ต.อ.สุชาติ อัศวจินดารัตน์ ผกก.สภ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับแจ้งเหตุยิงกันภายในปั๊มน้ำมันของสหกรณ์การเกษตรโคกโพธิ์ ตั้งอยู่ริมถนนสายหนองจิก-โคกโพธิ์ หมู่ 1 ต.นาเกตุ จึงรีบนำกำลังไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิ์วัฒนชัย ผบก.ภ.จว.ปัตตานี ไปถึงพบผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดใกล้กับหัวจ่ายน้ำมัน ทราบชื่อ น.ส.ประภาพร สุวรรณโณ อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26/1 หมู่ 7 ต.มะกูรด อ.โคกโพธิ์ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 9 มม.ที่ศีรษะ 3 นัด และมีผู้บาดเจ็บถูกนำส่ง รพ.โคกโพธิ์ชื่อ น.ส.ลีลาวดี บุญเลิศ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 192 หมู่ 4 ต.โคกโพธิ์ ถูกยิงเข้าที่ลำตัว 4 นัดอาการสาหัส แพทย์ต้องรีบนำส่ง รพ.ปัตตานี ในที่เกิดเหตุพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม. จำนวน 8 ปลอกจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุทั้ง 2 คน เป็นพนักงานของปั๊ม ขณะที่นั่งอยู่ที่โต๊ะใกล้หัวจ่ายน้ำมัน ระหว่างนั้นได้มีคนร้าย 2 คน ขับรถ จยย.ทำทีมาจอดเพื่อเติมน้ำมันและลงจากรถ ผู้ตายจึงเดินไปเพื่อหยิบหัวจ่ายเพื่อเติมน้ำมัน ปรากฏว่าคนร้ายที่เป็นคนขับชักอาวุธปืนจ่อยิง 3 นัดทันทีอย่างโหดเหี้ยมจนล้มฟุบกับพื้นเสียชีวิตทันที ขณะที่คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายอีกคนได้วิ่งเข้าไปยิง น.ส.ลีลาวดีอีกหลายนัดจนล้มกองกับพื้น ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นรถเร่งเครื่องหลบหนีไปอย่างลอยนวล ซึ่งไม่มีตำรวจเฝ้าระวังเหตุร้ายดูแลชาวบ้านเลยแม้แต่คนเดียว หลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก. ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดก่อนระดมกำลัง 3 ฝ่ายเข้าไล่ล่าคนร้ายตามที่พยานแจ้งเบาะแส แต่ไม่เจอแม้แต่เงา

ยิง อสม.หญิงเจาะไอร้อง

รายต่อมา ร.ต.ท.กวีพัฒน์ ไกรเพิ่ม ร้อยเวร สภ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส รับแจ้งเหตุคนถูกยิงบนถนนจารุเสถียร สายสุไหงปาดี-เจาะไอร้อง ช่วงบริเวณบ้านซอมอง หมู่ 11 ต.มะรือโบออก จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.ประยงค์ โคตรสาขา ผกก.สภ.เจาะไอร้อง พ.ต.ท.กระจ่าง รักษ์ณรงค์ หน.กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส ร.ต.ต.แชน วรงคไพสิฐ หน.ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส รวมทั้งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบ พบกองเลือดจำนวนหนึ่งอยู่บนถนน พร้อมปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ตกอยู่จำนวน 5 ปลอก ส่วนผู้เสียชีวิตพลเมืองดีได้นำตัวส่งรักษาโรงพยาบาลเจาะไอร้องไปก่อนหน้าแล้ว ทราบชื่อคือนางสือน๊ะ เซ็ง อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 263/6 หมู่ 8 ต.จวบ อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส ซึ่งเป็นอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านไอปาแย หมู่ 8 ต.จวบ

ระดมตัดหญ้าข้างถนน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 9 ต.ค. ณ ที่สนามหน้าที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลยะลา อ.เมือง จ.ยะลา นายเสรี พาณิชย์กุล นายอำเภอเมืองยะลา พร้อมด้วย พล.ต.ปราการ ชลยุทธ ผบ.ฉก.ยะลา, นายก อบต.ยะลา, กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน ต.ยะลา จำนวนกว่า 150 คน ได้ร่วมกันออกมาพัฒนาตัดหญ้าและต้นไม้บริเวณริมเส้นทางสายยะหา-บ้านเนียง ช่วงระหว่าง หมู่ 1 บ.ยะลา ต.ยะลา อ.เมือง จ.ยะลา เพื่อเป็นการป้องกันกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงนำระเบิดมาวางไว้ริมถนนเส้นทางดังกล่าว เนื่องจากที่ผ่านมาบนถนนสายดังกล่าว คนร้ายได้ลอบวางระเบิดรถยนต์ของเจ้าหน้าที่มาแล้วถึง 2 ครั้ง ล่าสุดลอบวางระเบิดรถยนต์ของ จนท.ตร.สภ.ปะแต อ.ยะหา จ.ยะลา ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ 2 นาย ผู้ต้องหา 1 คน ขณะเดินทางไปส่งตัวผู้ต้องหาเพื่อฝากขัง

สำหรับการเตรียมความพร้อมในการป้องกันการตอบโต้ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหลังจากที่ได้จับกุมตัวแกนนำได้ โดยการสั่งการให้ฐานปฏิบัติการทุกพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ล่อแหลมให้เพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น และขอความร่วมมือประชาชนในการที่จะช่วยกันสอดส่องดูแลอีกทางหนึ่งด้วย

คนหน้าเดิมป่วนซ้ำซาก

จากกรณีกลุ่มคนร้ายไม่ทราบจำนวนพร้อมอาวุธสงครามครบมือตามยิงถล่มรถกระบะที่มีเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดนอำเภอยะหริ่ง จำนวน 3 นาย กำลังเดินทางกลับจากประชุม เป็นเหตุให้ทั้ง 3 นายเสียชีวิตทันที คนร้ายยังได้ขโมยอาวุธปืนไปรวม 4 กระบอก เหตุเกิดในพื้นที่ ต.ราตาปันยัง อ.ยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา สำหรับความคืบหน้าของคดีนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปัตตานี เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุได้มีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่อยู่บริเวณปากทางเข้าออกที่เกิดเหตุ ปรากฏว่าพบคนร้ายซึ่งใช้รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้แค็บ สีบรอนซ์ โดยมีคนร้ายอยู่ด้านหลังกระบะ 3 คนขับเข้ามาทาง ต.ราตาปันยัง และเมื่อก่อเหตุจึงขับหลบหนีออกทาง ต.ตาลีอาย ซึ่งเมื่อได้ทำการตรวจสอบรถยนต์ที่คนร้ายนำมาก่อเหตุพบว่าเป็นรถคันเดียวกับที่ใช้ก่อเหตุลอบยิงทหารเสียชีวิต 4 นายพื้นที่ อ.มายอ เมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

ล่าสุดนำมาก่อเหตุยิงร้านทองและลอบวางระเบิดคาร์บอมบ์ตลาดตะลุบัน อ.สายบุรี เมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมา ส่วนกลุ่มคนร้ายน่าจะยังเป็นชุดเดิม โดยมีแนวร่วมในพื้นที่เป็นผู้ชี้เป้าแต่ยังไม่สามารถระบุได้ ขณะนี้กำลังเร่งสืบสวนพยานในที่เกิดเหตุเชื่อว่าน่าจะมีคนเห็นตัวคนร้าย

รับ 3 หมื่นผู้แจ้งเบาะแส

ขณะที่ พล.ต.ต.เอกภพ ประสิทธิวัฒนชัย ผบก.ภ.จว.ปัตตานี เปิดเผยว่า ได้มีการกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 15 แห่งสนธิกำลังร่วม 3 ฝ่ายบุกเข้าปิดล้อมตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายทุกอำเภอล่ารถยนต์คันก่อเหตุให้ได้ พร้อมจับกุมคนร้ายและคุมตัวผู้ต้องสงสัยโดยไม่ละเว้นและหากตำรวจนายใดละเว้นหรือเกรงใจใครจะลงโทษอย่างเด็ดขาด พร้อมกับให้รางวัลนำจับ 30,000 บาทกับผู้ที่ชี้เบาะแสนำไปสู่การตรวจยึดรถยนต์คันดังกล่าว ส่วนกลุ่มคนร้ายที่ก่อเหตุนั้นยังไม่ขอเปิดเผยเพื่อให้ชุดสืบสวนหาพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อนเพื่อออกหมายจับ ขณะนี้ได้ส่งปลอกกระสุนปืนของคนร้ายไปตรวจสอบเปรียบเทียบคดีว่าอาวุธปืนเคยนำไปก่อเหตุที่ใดมาบ้าง ขอยืนยันว่าจะเร่งไล่ล่ากลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้ให้ได้

“บิ๊กตู่” ฉะสื่อลงข่าวให้โจร

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในภาคใต้ว่า สถานการณ์ก็เป็นอย่างนี้มาตลอด ขึ้นลงตามกระแสของสื่อด้วย สำหรับเหตุการณ์ที่มีการข่มขู่พี่น้องประชาชนไม่ให้ออกมาขายของทุกวันศุกร์ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 แล้ว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวควรบอกกล่าวให้กับประชาชนในพื้นที่ออกมาใช้ชีวิตตามปกติ และให้เกิดความมั่นใจ โดยสื่อต้องเป็นตัวช่วยให้ประชาชนมีความเชื่อมั่น และเจ้าหน้าที่จะเป็นคนดูแลให้ประชาชนออกมารวมพลังคนจำนวนมาก โจรจำนวนน้อย ทำไมเราไม่ออกมาสู้เขา เราจะให้พวกโจรมาชี้นำเราได้อย่างไร เมื่อท่านจน ไม่มีอาชีพแล้วจะเอารายได้ที่ไหนไปเลี้ยงลูกเมีย สื่อจะไปโฆษณาให้กับโจรทำไม ไม่เข้าใจ แล้วสื่อก็หันกลับมาเล่นงานเจ้าหน้าที่ ในเวลาที่เจ้าหน้าที่เดินลาดตระเวนถ้ามีคนออกมาพูดว่า ประชาชนออกมาแล้วถูกทำร้าย แล้วจะทำอย่างไรไม่ให้มี เพราะในตอนนี้เจ้าหน้าที่ได้ทุ่มกำลังเข้าไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เคยบอกไว้ว่า ถ้าให้ประกาศพื้นที่กฎอัยการศึก สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เจ้าหน้าที่ได้ทั้งหมดหรือไม่ จะห้ามคนเข้า คนออกก็ไม่ได้ ทำได้กันหรือไม่ ถ้ายังทำไม่ได้ ไม่ต้องมาเรียกร้องกับเจ้าหน้าที่

วันศุกร์วันหยุดราชการ

วันเดียวกันนี้ (9 ต.ค.) นายนิมุ มะกาเจ ผู้ทรงคุณวุฒิจังหวัดยะลา เปิดเผยว่า จากปัญหาการปิดร้านในวันศุกร์ด้วยเหตุผลต่างๆ นานาที่เกิดขึ้นตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา จนกลายเป็นปัญหาลุกลามที่นำไปสู่การลดและสร้างความเชื่อมั่นในสังคม ทั้งนี้โดยส่วนตัวเห็นด้วยกับนักวิชาการอีกหลายท่านที่เสนอให้รัฐบาลพิจารณาประกาศให้วันศุกร์เป็นวันหยุดราชการในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ และลดเงื่อนไขการข่มขู่ของกลุ่มผู้ไม่หวังดีที่ออกมากดดันให้ปิดร้านค้าในวันศุกร์

เนื่องจากการหยุดในวันศุกร์สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว เช่น โรงเรียนตาดีกา โรงเรียนเปาเนาะ และโรงเรียนเอกชนสอนศาสนา แม้กระทั่งหน่วยงานราชการหลายแห่งที่อนุโลมให้พนักงานสามารถหยุดงานวันศุกร์ได้ และให้ชดเชยในวันอื่นๆ ดังนั้นหากรัฐบาลสามารถพิจารณาให้วันศุกร์ของทุกสัปดาห์เป็นวันหยุดราชการได้จะเป็นผลดีมาก เพราะเป็นการสะท้อนนโยบายที่สามารถเข้าใจในอัตลักษณ์ของประชาชนในระดับพื้นที่ได้เป็นอย่างดี และเชื่อว่าประชาชนในพื้นที่เห็นด้วยในแนวทางดังกล่าว

“วันนี้สังคมต้องแยกประเด็นให้ออกระหว่างการปิดร้าน หรือหยุดการค้าขายในวันศุกร์ ซึ่งไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าเป็นการปล่อยข่าวลือจากใครแ ละมีเป้าหมายอะไร แต่สิ่งที่ยืนยันได้คือ หลักศาสนาและจากประกาศสำนักจุฬาราชมนตรีระบุว่า การทำธุรกิจในวันศุกร์ไม่ผิด ไม่เป็นบาป และไม่มีคำสั่งห้ามทางศาสนาอิสลาม ส่วนการเสนอให้วันศุกร์เป็นวันหยุดราชการนั้น เป็นเรื่องของการปรับรูปแบบราชการให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพี่น้องมุสลิม ซึ่งให้ความสำคัญในการประกอบศาสนกิจในวันศุกร์ เพื่อลดเงื่อนไขข่าวลือไปด้วยในตัว” นายนิมุ กล่าว

 

วันที่ 10/10/2555 เวลา 7:33 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘ปู ไปรยา’ สุดสะพรั่งว่าที่สะใภ้หมื่นล้าน [18/10/2557]
สวยสะพรั่ง โดดเด่น ราศีจับระยิบ แถมคว้ารางวัลผู้หญิงเซ็กซี่แห่งปี จากนิตยสาร FHM 3 ปีซ้อน จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเธอคนนี้ “ปู-ไปรยา สวนดอกไม้” วัยเบญจเพส 25 ปีเต็มๆ ชีวิตวันนี้ช่างสุขสมบูรณ์ไปทุกอย่าง เส้นทางชีวิตเธอโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ทั้งเรื่องครอบครัว ชีวิตคู่ และหน้าที่การงาน แทบหาจุดอ่อนไม่ได้