วันพุธที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2557

ครม.จัดทัพ9รมต.วอร์รูมเฝ้าม็อบ’เสธ.อ้าย’

‘เฉลิม’เปิดแผนน9ขั้นคุมตร.คาด-ผู้ชุมนุม5หมื่นปูด’แดงเทียม’4พันป่วนพท.แจ้งจับหัวหน้าม็อบข้อหานักกบฏ-ซ่องโจร

“รัฐบาล” เปิดวอร์รูม ตั้ง 9 รมต.จับตาม็อบเสธ.อ้าย “เฉลิม” ชงแผนแม่บท 9 ขั้นคุมเข้มม็อบ เล็งถ่ายสดการชุมนุม ย้ำห่วงมือที่สามป่วน ขณะที่ “พท.” บุกกองปราบแจ้งจับ “เสธ.อ้าย” ข้อหากบฏ-ซ่องโจร ปูดจ้างม็อบหัว 2 พันเข้ากรุง อ้างกลุ่มทุนรับเหมาสร้างถนนหนุนท่อน้ำเลี้ยง ด้าน “สันติบาล” คาดม็อบมา 5 หมื่น จับม็อบรับจ้างดาวกระจายป่วนสถานที่สำคัญ ส่วน “เลขาฯ สมช.” อ้างการข่าวระดมแดงเทียม 4 พันเตรียมป่วน ป้องเสื้อแดงจริงไม่ออกมาแน่ อ้างคุยกันรู้เรื่อง ขณะที่ “อพส.” โวยรัฐกุสารพัดข่าวดิสเครดิสม็อบ เย้ยข่าวแดงเทียมป่วน โยนบาปรัฐ แค่ยุทธวิธีเก่า ยันไม่ทำแน่ โต้จ้างหัว 2 พันร่วมม็อบ เฉ่งบ้าหรือเปล่า ฉะแม้ว ยุแดงประกาศสงคราม ด้าน “ปชป.” จวกรัฐงัดสารพัดวิชามารสกัดม็อบ เตือนปล่อยแดงเทียมป่วนต้องรับผิดชอบ วอนหยุดเพิ่มความตึงเครียด อัดเลขาฯ สมช. ทาสรับใช้นักการเมือง ไล่เป็นโฆษกแดง

“เฉลิม” ย้ำห่วงมือที่สามป่วนม็อบ

การเตรียมความพร้อมในการรับมือกับการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ที่นำโดย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ นั้น วันที่ 20 พ.ย. ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุม ครม. จะนำเรื่องสถานการณ์ความไม่มั่นคงจากการชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย. มาเล่าให้ ครม.ฟัง เพราะ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ตนรับผิดชอบ และขณะนี้ยังไม่มีการใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร หากสถานการณ์เป็นไปในเชิงลบจึงจะประชุมอีกครั้ง เพราะขณะนี้มีกฎหมายเพียงพอในการดูแลผู้ชุมนุม และย้ำอีกครั้งว่า รัฐบาลและตำรวจไม่ใช้ความรุนแรง ส่วนคนเสื้อแดงไม่เข้ามาแน่นอน แต่ทั้งนี้จะต้องระวังมือที่สามที่จะสร้างสถานการณ์ให้รัฐบาลเสียหาย ส่วนมือที่สามจะถึงสามพันคนหรือไม่นั้น คงไม่ใช่ เพราะเพียงแค่ 2-3 คนก็เป็นมือที่สามได้ อีกทั้งยังขอวิงวอนพรรคการ เมืองบางพรรคเมื่อแพ้การเลือกตั้งแล้วไปขนคนมาทำไม มาเติมฟืนเติมไฟให้บ้านเมืองไม่ปกติไม่ดีหรอก ส่วนกรณีมือที่มองไม่เห็นนั้นตนไม่ทราบ ส่วนที่กระแสข่าวว่ามีการเพิ่มค่าหัวผู้ชุมนุมจาก 500 บาท เป็น 1,500-2,000 บาทนั้น ตนได้รับรายงานจากฝ่ายปกครองแล้วว่า มีนักการเมืองไปขนมา และการประเมินจำนวนผู้ชุมนุมจะเท่าครั้งที่แล้วหรือไม่ ไม่ขอเปิดเผย กลัวพลาด เพราะม็อบที่มาชุมนุมครั้งนี้นั้นไม่ใช่ม็อบที่มาจากธรรมชาติ และไม่รู้ว่าจะจบภายกี่วันตนก็กังวลทั้งนั้น และขอพูดในทางทฤษฎีว่า ม็อบหากจะประสบผลสำเร็จได้นั้นจะต้องก่อความรุนแรง แต่ไม่ว่าจะรุนแรงอย่างไรรัฐบาลจะใช้หลักสากลในการดูแล

รัฐบาลวางแผน 9 ขั้นคุมม็อบ

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กล่าวก่อนเริ่มการประชุมว่า ไม่ได้ทะเลาะกับนักข่าวช่อง 7 (น.ส.สมจิตต์ นวเครือสุนทร) หลังมีกระแสข่าวออกมา โดย ร.ต.อ.เฉลิม บอกว่า ตอบคำถามนักข่าวตามความเป็นจริงและทำตามหน้าที่ นอกจากนี้ ยังพูดถึงการชุมนุมของ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ แกนนำกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ว่า มีคนมาร่วมชุมนุมค่อนข้างมาก โดยมีการขนคนมาร่วมชุมนุมเป็นส่วนใหญ่ โดยเฉพาะ จ.ราชบุรี จ.บุรีรัมย์ จ.ศรีษะเกษ เป็นต้น ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม จะแถลงการณ์เกี่ยวกับการควบคุมฝูงชนอีกครั้งและจะมีการถ่ายทอดสดในวันชุมนุม 24 พ.ย.เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบถึงมาตรการการดูแลของเจ้าหน้าที่และทันต่อเหตุการณ์ โดย ร.ต.อ.เฉลิม ย้ำว่า ตำรวจจะใช้ความนุ่มนวล โดยจะใช้กำลังทั้งหมด 5-8 พันคน อีกทั้ง มีการเขียนแผนแม่บท 9 ขั้นตอน ซึ่งจะให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เข้ามาศึกษาและบูรณาการแผนแม่บทดังกล่าวเพื่อดูแลตามสถานที่ต่างๆ ในการดำเนินงาน จะขอความร่วมมือรัฐมนตรี 9 คน ประกอบด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ, พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม, พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รมช.คมนาคม, นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล รองนายกฯ, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกฯ, นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย, นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย, นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และกฤษฎีกามาร่วมพิจารณากรอบกฎหมายอีกด้วย

สันติบาลคาดม็อบ เสธ.อ้าย 5 หมื่น

พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ทางการข่าวจากตำรวจสันติบาลยืนยันว่าในการชุมนุมจะมีผู้มาร่วมชุมนุมมากว่า 50,000 คน โดยสวนหนึ่งมีการจ้างชุมนุม ระยะใกล้จ่ายหัวละ 300 บาท หากระยะทางไกลจะจ่ายหัวละ 1,000-1,500 ไม่รวมค่าเดินทาง และจะมีการจัดรถรับ-ส่งเป็นรถตู้ รถโดยสารขนาดใหญ่ นอกจากนั้นพบข้อมูลมีการจัดเตรียมอุปกรณ์บางอย่าง เช่น ร่มด้ามแข็งพับได้ น้ำส้มสายชู แว่นกันสารเคมี หรือแว่นตาว่ายน้ำ จัดเตรียมอาหารดำรงชีพได้ 2-3 วัน ผ้าขนหนู ขวดน้ำเกลือ เสื้อผ้าติดตัว วางระบบการเดินทางไว้อย่างดีมีจุดนัดพบ จุดรวมพล จุดนัดหมายเมื่อมีเหตุฉุกเฉิน การปฏิบัติตัวหากมีเหตุฉุกเฉินว่าต้องปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเกิดเหตุไม่สงบ การชุมนุมอาจอยู่กับที่แต่พร้อมยกระดับเคลื่อนไหวดาวกระจาย อาจมีการสร้างสถานการณ์ให้เกิดกระทบกระทั่ง สร้างสถานการณ์ให้แตกตื่นเช่นการจุดประทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ได้สั่งทุกหน่วยให้เตรียมการเข้าไปรอบแรกใช้ตำรวจ 112 กองร้อย จำนวน 16,800 นาย ซึ่งคิดว่าเพียงพอในสถานการณ์ที่ประเมินไว้ตอนนี้ นอกจากนั้นได้เตรียมอาสาสมัคร ตร.ประจำมีทุกสถานีตำรวจอยู่ในที่ตั้ง 192 กองร้อย หรือ 23,000 กว่าคน โดยเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมที่ลานพระรูปทรงม้า และกลุ่มรอบนอก กทม.ที่นัดรวมตัวกันต่อต้านการชุมนุมของ เสธ.อ้าย เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการทำงานและวิเคราะห์สถานการณ์ นาทีต่อนาที วันต่อวัน โดยมอบหมายให้ พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อุดม รักศีลธรรม ผช.ผบ.ตร. เป็นหัวหน้าทีมวิเคราะห์สถานการณ์ หากพบสถานการณ์ไม่ปกติก็จะเสนอใช้กฎหมายที่สูงขึ้น จาก พ.ร.บ.มั่นคงฯ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กฎอัยการศึกตามลำดับขั้นตามสถานการณ์ ตำรวจทุกคนพร้อมทำหน้าที่อย่างเต็มที่

เลขาฯ สมช. อ้างแดงเทียมเตรียมป่วน

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า จากการประชุม สมช. เมื่อวันที่ 19 พ.ย.ได้มีการประเมินจำนวนผู้ชุมนุมว่าจะอยู่ที่ประมานหลักหมื่นหรือประมาณ 40,000 คนขึ้นไป ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี เองก็ได้กำชับในเรื่องของการป้องกันการสร้างสถานการณ์ของมือที่สามด้วย ส่วนที่มีข่าวว่ามีการจ้างคนเสื้อแดงมาป่วนการชุมนุมนั้น เราก็ได้มีการสื่อสารไปยังแกนนำคนเสื้อแดงเพื่อเป็นมาตรการป้องกันไว้ก่อน และเชื่อมั่นว่าน่าจะพูดจาควบคุมกันได้ ขณะที่กระแสข่าวการเตรียมเสื้อแดงไว้จำนวน 5,000 ตัว เพื่อจะใช้ในการสร้างความวุ่นวายนั้น ข้อเท็จจริงมีอยู่ว่า มีการเตรียมเสื้อแดงไว้ แต่จำนวนที่ผู้ใช้จะปฏิบัติการนั้นก็อยู่ในการสืบสัมภาษณ์อยู่ แต่ปริมาณเสื้อที่ผลิตไว้ก็น่าจะอยู่ราวๆ ประมาณ 3,000-4,000 ตัว โดยน่าจะเป็นกลุ่มคนที่อยู่ตรงข้ามรัฐบาลที่มีความเห็นไม่ตรงกัน ส่วนพื้นที่ที่จะใช้ในการสร้างสถานการณ์ตอนนี้ยังอยู่ในบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะที่ในต่างจังหวัดตอนนี้ก็มีเข้ามา เพราะการจัดมวลชนเข้ามามีเกือบทุกภาค แต่ส่วนใหญ่แล้วน้ำหนักยังอยู่ที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล อย่างไรก็ตาม เราเองก็มาตรการป้องกันที่เข้มข้นในการตรวจค้นผู้ที่จะเข้ามาร่วมชุมนุม และขอให้เข้าใจว่าเป็นการระวังป้องกันท่านเองด้วย รวมถึงไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น ส่วนการแยกคนเสื้อแดงจริงกับคนเสื้อแดงเทียมนั้น เราจะแยกแยะได้เมื่อเราสื่อถึงแกนนำคนเสื้อแดงแล้ว และเป็นหลักได้เลยว่า หากเข้ามาแสดงว่าเป็นคนเสื้อแดงเทียม เนื่องจากมีการทำความเข้าใจกันไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม ข่าวทั้งหมดที่ สมช.ได้มานั้นยืนยันได้ เพราะการประชุมมีหน่วยข่าวครบทั้งพลเรือน ตำรวจ และทหาร ทั้งนี้ ปกติลานพระบรมรูปทรงม้าจะจุคนได้ประมาณ 37,000 คน หากเกินนั้นก็จะลามออกมา ส่วนจะลามออกไปทางสะพานมัฆวานรังสรรค์หรือทางรัฐสภาก็ต้องดูตามสถานการณ์ ทั้งนี้ ในส่วนของบริเวณหน้ารัฐสภานั้น ในตอนนี้เราจะเปิดเป็นพื้นที่ให้ แต่เราจะมีมาตรการในการตรวจค้น ส่วนรายงานข่าวเกี่ยวกับการใช้อาวุธหนักอย่างเอ็ม 79 นั้น ต้องจับตาอย่างเข้มข้น ซึ่งข่าวสารในชั้นต้นมันมี แต่พอพิสูจน์ทราบแล้วน้ำหนักยังไปไม่ถึง อย่างไรก็ตาม ข่าวพวกนี้น่าจะถูกปล่อยออกมาจากพวกหัวรุนแรง

แฉกลุ่มทุนรับเหมาสร้างถนนหนุน

นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยได้ติดตามความเคลื่อนไหวการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ในวันที่ 24 พ.ย.นี้ แต่ไม่ได้สกัดกั้นหรือห้ามประชาชนที่จะมาร่วม โดยได้ประสานผู้นำท้องถิ่น นายอำเภอ และผู้ว่าราชการจังหวัดให้ทำความเข้าใจกับประชาชนและให้เขาสามารถติดต่อข่าวสารจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งนี้การประเมินจำนวนผู้ที่จะมาชุมนุมเป็นหน้าที่ของตำรวจสันติบาลและหน่วยความมั่นคง ที่ครั้งแรกก็ 3-6 หมื่นคน แต่เมื่อประชาชนเข้าใจเรื่องการแช่แข็งการปิดประเทศ 5 ปี ตัวเลขก็ลดลง เราก็ได้ข้อมูลภาคสนามว่ามีการใช้เงินจ่ายค่าหัว จากหัวละ 500 บาท ก็เป็น 1,500-2,000 บาท จ่ายโดยกลุ่มนายทุนที่เกี่ยวกับวัสดุการก่อสร้างถนนรายใหญ่และหลายฝ่ายลงขันกัน ส่วนจะมีพรรคการเมืองหรือไม่นั้นสังคมก็ทราบดี นอกจากนี้ยังมีการเหมารถ เราก็ประสานไปยังขนส่งจังหวัดให้ตรวจตรารถที่จะเข้ามา ให้ดูระบบเบรก ความปลอดภัย ใครเป็นคนขับเข้ามา จะได้ติดตามได้ว่ารถเข้า-ออกนอกเขตยังไง และการสกัดกั้นก็คงไม่ใช่การตั้งด่าน แต่เป็นการทำความเข้าใจที่มี พล.ต.ท.ชัจจ์ กุลดิลก รมช.มหาดไทย เป็นประธานวอร์รูมใหญ่ในเรื่องนี้ การทำความเข้าใจกับประชาชนที่ได้ผล

อัพราคาจ้างหัว 2 พัน

นายประชา กล่าวอีกว่า ประชาชนที่จะมีคนเข้ามามากคือพื้นที่ภาคใต้ลงไป ภาคกลาง และปริมณฑลของ กทม. ส่วนภาคอีสาน ประชาชนมีความเข้าใจว่าการมาชุมนุมไม่มีเหตุผลเพียงพอ ซึ่งกลุ่มที่จะมาชุมนุมเป็นกลุ่มเดิมๆ เป็นลูกค้าเก่าๆ ที่มีการจัดตั้งมา ส่วนลูกค้าใหม่ก็มีการโน้มน้าวมาที่พบว่ามีการใช้รถกระจายเสียงเชิญชวนให้มาชุมนุมด้วย ส่วนการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดรายงานความเคลื่อนไหวเข้ามาก็เป็นมาตรการของวอร์รูมอยู่แล้วเพราะรัฐบาลจะได้เตรียมคน เจ้าหน้าที่ รถพยาบาล น้ำ การจราจร ให้สอดรับกัน ซึ่งรัฐบาลห่วงเรื่องกลุ่มคนที่จะมาฉกฉวยเข้ามาทำสถานการณ์ให้รุนแรงและยั่วยุ ก็มีการติดตามและปล่อยข่าวว่าจะมีคนใส่เสื้อสีแดงมาใส่ที่มีพฤติการณ์ให้เห็น เพราะกลุ่มผู้ชุมนุมมีเป้าหมายสูงสุดคือหยุดเกมให้ได้ภายในวันนั้นวันนี้ ทำให้คนที่อยู่ในเกมการเมืองที่ใช้กลไกการเลือกตั้งแล้วไม่ประสบผล ดังนั้นมหาดไทยไม่ประมาทก็เป็นเรื่องดี แต่มหาดไทยเชื่อว่าการชุมนุมจะอยู่ในกรอบ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้นำชุมนุมที่เป็นแกนนำต้องรับผิดชอบ ซึ่งตนไม่เห็น เสธ.อ้าย บอกมาตรการการดูแลความปลอดภัยผู้ชุมนุมว่าจะมีหน่วยรถพยาบาลหรือไม่ แล้วถ้าเกิดเหตุชุลมุนจะทำยังไง จะดูแลยังไง ไม่มีมาตรการดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุม โยนภาระทั้งหมดภาระมาให้รัฐบาลนี่

“เต้น” หวั่นมือมองไม่เห็น

นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะแกนนำ นปช. เชื่อว่า การชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม คงมีประชาชนจำนวนไม่น้อยที่จะเข้าร่วมชุมนุม แต่คงไม่มากถึงขนาดยาวไปถึงสะพานผ่านฟ้าตามที่ พล.อ.บุญเลิศ บอกไว้ ทั้งนี้สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่จำนวนคนว่าจะมามากหรือไม่ แต่อยู่ที่ว่า เมื่อมีการชุมนุมแล้วสถานการณ์จะเป็นอย่างไร และคงเป็นไปไม่ได้ที่จะล้มรัฐบาลให้ได้ภายใน 1 วัน ตามที่ พล.อ.บุญเลิศ บอก แต่ถ้าจะเป็นอย่างนั้นจริงในวันชุมนุมและสถานการณ์พิเศษที่ว่าจะมี ก็คงจะมีจากผู้ชุมนุมและผู้ชักใยอยู่เบื้องหลังได้เตรียมการไว้ ตรงนี้แหละที่ตนเป็นห่วง เวลานี้มือที่สอง มือที่สาม ผมว่าไม่น่ากังวล แต่ที่ต้องจับตามองคือบรรดามือที่มองไม่เห็นทั้งหลาย ที่เตรียมการวางแผนแช่แข็งและปิดประเทศแบบไหนอย่างไร ซึ่งมือที่มองไม่เห็นนี้ก็ล้วนแต่เป็นคนกลุ่มเดิมที่เคยเคลื่อนไหวโค่นล้มขับไล่รัฐบาลตั้งแต่ พ.ต.ท.ทักษิณ นายสมัคร และนายสมชาย ซึ่งปัจจุบันก็ยังอยู่กันครบถ้วน ที่ประกอบไปด้วยนักเคลื่อนไหว นักวิชาการ ข้าราชการเกษียณอายุ และพรรคการเมือง ส่วนที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป เข้ามาร่วมกับม็อบ พล.อ.บุญเลิศ ด้วยนั้น เป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้ว เพราะ พล.ร.อ.พะจุณณ์ ก็อยู่ร่วมในขบวนการเดิมในการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งก็ดีที่ พล.ร.อ.พะจุณณ์ พูดชัดเจน ตรงไปตรงมาว่าอยู่ในครั้งที่แล้วและจะมาร่วมในครั้งนี้ และตนคิดว่ายังมีอีกหลายคนที่ยังซ่อนตัวอยู่ในเงามืด และเชื่อว่าวันที่ 24 พ.ย.นี้ก็จะเห็นหน้าตาของผู้คนหลากหลายมากขึ้น

ลั่นแช่แข็งประเทศเจอเสื้อแดงแน่

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ส่วนเรื่องแดงเทียมที่อาจจะเข้ามาป่วนคือสิ่งที่เราต้องจับตามอง เพราะหากคนมา 5 หมื่นหรือแสนคน ไม่สามารถล้มรัฐบาลได้ นอกจากมีสถานการณ์พิเศษ และถ้าจะมีสถานการณ์พิเศษได้ก็ต้องมีคนสร้าง และคนที่จะสร้างสถานการณ์พิเศษนี้ได้ก็คือคนจัดการชุมนุมและชักใยการเคลื่อนไหวนั่นเอง เมื่อถามว่า ถึงวันนี้เริ่มมีสัญญาณพิเศษบ้างหรือยัง นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ได้มีการตรวจสอบข้อมูลว่าจะมีการจัดการประชาชนกลุ่มหนึ่งแสดงตัวเป็นคนเสื้อแดงมายั่วยุ มาร่วมชุมนุมหรือเข้ามาใกล้กลุ่มผู้ชุมนุมของ อพส. ซึ่งตรงนี้ประชาชนส่วนใหญ่รู้เท่าทัน เพราะฉะนั้นก็ขอบอกเลยว่า หากเกิดเหตุกรณีดังกล่าวขึ้น ไม่ใช่คนเสื้อแดงแน่นอน แต่เกิดจากขบวนการเดียวกันที่จัดการกันมา สำหรับคนเสื้อแดงส่วนใหญ่ในวันดังกล่าวก็จะอยู่ในที่ตั้ง จะไม่มาอยู่บริเวณกลุ่มผู้ชุมนุมกลุ่ม เสธ.อ้าย เด็ดขาด เพราะเรารู้ดีว่าเรื่องนี้เขาต้องการจะชงเองกินเองอยู่แล้ว ดังนั้นเราไม่หลงกล ไปเป็นช้อนคอยคนแก้วให้เขามีความกลมกล่อมมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากเลยเถิดถึงขนาดแช่แข็งประเทศไทยจึงจะถึงเวลาของประชาชน เพราะจะให้ตนอยู่ในประเทศอย่างที่ เสธ.อ้าย พูด ตนคงอยู่ไม่ได้ อย่างไรก็ตามในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่คิดว่าเขามีลำดับขั้นตอนในการดำเนินการอยู่แล้ว โดยในขั้นนี้คิดว่าการใช้กฎหมายปกติน่าจะรับมือได้ ก็คงดำเนินการเช่นนี้ไปก่อน แต่หากมีสถานการณ์ฉุกเฉินจำเป็นการยกระดับ หรือการเลือกใช้กฎหมายก็คงเป็นมาตรการที่เจ้าหน้าที่เตรียมการเอาไว้

พท.แจ้งจับ “เสธ.อ้าย” ข้อหากบฏ

วันเดียวกัน นายสิงห์ทอง บัวชุม สมาชิกพรรคเพื่อไทย พร้อมทนายความ เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ประสพโชค พร้อมมูล รองผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับ พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ ประธานกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม น.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ น.พ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และ ดร.เสรี วงษ์มณฑา ในข้อหากบฏ และซ่องโจร กรณีนำกลุ่มผู้ชุมนุมร่วมกันชุมนุมปราศรัย ที่สนามม้านางเลิ้ง เมื่อวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยการชุมนุมดังกล่าวเป็นการปราศรัยลักษณะล้มล้างและขับไล่รัฐบาล ซึ่งการปราศรัยดังกล่าว เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามความในมาตรา 68 และเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 113 (2) ล้มล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหารหรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ นายสิงห์ทอง กล่าวว่า ต้องการให้พนักงานสอบสวน เร่งดำเนินการเพื่อให้ยุติการชุมนุมในวันที่ 24 พ.ย.นี้ เนื่องจากอาจจะมีการสร้างกลุ่มแนวร่วม นปช.ปลอม มาปะปนกับกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อให้เกิดการปะทะกัน และอาจจะเป็นการสร้างสถานการณ์ความไม่สงบได้

“บรรหาร” ห่วง เสธ.อ้ายคุมม็อบไม่อยู่

นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า เท่าที่ติดตามการชุมนุมครั้งแรกจัดที่สนามม้านางเลิ้ง ไม่ไปไหน ทุกคนก็ดีใจ แต่ครั้งที่ 2 ย้ายไปชุมนุมกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้า เพราะอาจจะมีคนเข้ามาร่วมมาก อยากฝากข้อสังเกตว่า คนจำนวนมากนั้น มาโดยธรรมชาติหรือไม่ ถ้ามาตามธรรมชาติไม่เป็นไร แต่ถ้ามาจากบางกลุ่มบางฝ่ายที่สมทบเข้ามา ถ้ามาเป็นหมื่นคน ก็ต้องถาม เสธ.อ้ายว่าจะคุมได้หรือไม่ เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้มาเพราะท่านชักจูงมา ปัญหาอยู่ตรงนี้ สถานที่ชุมนุมก็อยู่ใกล้รัฐสภา และเขตพระราชฐาน ขณะนี้บ้านเมืองดีอยู่แล้ว ผู้นำต่างๆ ก็เดินทางมาประเทศไทย ทั้งประธานาธิบดีบารัค โอบามา หรือนายกรัฐมนตรีเหวิน เจียเป่า ซึ่งเขามองเห็นความสำคัญของประเทศไทย ในการประสานร่วมทุนทางด้านเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต ตนจึงเป็นห่วงตรงนี้ อีกทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์​ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ก็มีภารกิจมาก ถ้าเป็นศีรษะก็เป็นลูกข่างไปแล้ว หมุนกลับไม่ทัน งานนายกฯ เยอะ ก็เห็นใจ เพราะฉะนั้นขอภาวนาว่า วันที่ 24 พ.ย.นี้ ขอให้ถ้าชุมนุมเสร็จก็เลิก ไม่ควรจะมีอะไร ต้องคุมให้อยู่ด้วย ตนคิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจก็คงวางแผนป้องกันอย่างเต็มที่ คงไม่บานปลาย ตนกลัวอย่างเดียว ถ้าชุมนุมมากๆ แล้วกินเหล้าเมายา จะยุ่ง คนมากอาจจะคุมไม่ได้

โอดบ้านเมืองกำลังไปได้ดี

นายบรรหาร กล่าวต่อว่า บ้านเมืองขณะนี้ดีอยู่แล้ว อย่างอังกฤษ สหรัฐอเมริกา ก็มี 2 พรรค การเมืองก็ไม่ได้ยุ่งเหมือนบ้านเรา ไม่มีการเดินขบวนชุมนุม ต่างฝ่ายต่างถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน เมื่อเลือกตั้งชนะก็จับมือแสดงความยินดี แต่บ้านเรา บ้านเมืองเป็นคนละฝักคนละฝ่าย ตนเป็นห่วง ซึ่งตนและพรรคชาติไทยพัฒนา ก็พยายามตั้งธงทำการปรองดองให้ได้ ตราบใดที่ยังทำเรื่องการปรองดองไม่ได้ ประเทศชาติจะเดินหน้าต่อไปก็มีปัญหา ตนเกรงว่าในอนาคต 5 ปี 10 ปี เวียดนาม พม่า จะไปไกลกว่าเราได้ เพราะการเมืองเขานิ่ง อย่างบ้านเราการเมืองไม่นิ่งก็มีปัญหาเกิดขึ้น ลืมๆ กันบ้างดีหรือไม่ หลับสักตื่น แล้วลืมซะบ้าง น่าจะดี อยากบอกว่า ไม่ควรไปสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด คนวางตัวเป็นกลาง ถ้ามีอะไรที่จะทักท้วงก็ควรช่วยกันในทางที่ถูกต้อง ผู้สื่อข่าวก็มีความสำคัญอย่างยิ่ง ทั้งหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ เป็นแกนนำที่จะประคองการเมืองไปให้รอด การเสนอข่าวควรรู้ว่าอะไรควรเสนอไม่ควรเสนอ ต้องพิจารณาให้ดี ถ้าส่งเสริมด้านใดด้านหนึ่งก็อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้น ตอนนี้ตนพยายามดูให้บ้านเมืองไปให้ตลอดรอดฝั่ง ไม่อยากให้เกิดเรื่องขึ้นตนหนักใจ มองว่าในอนาคตจะปรองดองได้อย่างไร หนักใจว่าจะทำอย่างไร มองไม่เห็นอนาคตที่จะปรองดองได้เลย การชุมนุมวันที่ 24 พ.ย.นี้ ก็หน้าเก่าๆ ทั้งนั้น บางคนตนก็ให้ความเคารพนับถือ แต่ความคิดเห็นอาจจะแตกต่างกัน

“ส.ว.ชุมพร” ค้านม็อบ เสธ.อ้าย

พล.ต.กลชัย สุวรรณบูรณ์ ส.ว.ชุมพร ประธานคณะกรรมาธิการการทหาร วุฒิสภา กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ที่มี พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ เป็นแกนนำ ที่ออกมาปลุกระดมล้มล้างรัฐบาล เพราะ 3 ประเด็นที่จุดขึ้นมาเป็นสิ่งที่รัฐบาลกำลังทำอยู่ โดยเฉพาะเรื่องสถาบันเป็นสิ่งที่กองทัพไทยยอมไม่ได้ ซึ่งทหารทุกคนเรื่องสถาบันอยู่ในสายเลือดอยู่แล้ว จะต้องปกป้องและยึดมั่นอยู่ในจิตสำนึก อย่าลืมว่าตอนนี้เป็นยุคโลกาภิวัตน์ หากมีเว็บไซต์หรือสถานีวิทยุใดจาบจ้วงก็ไปไล่ปิดกัน ส่วนเรื่องทุจริตหากมีหลักฐานก็ฟ้องร้องไป มีองค์กรอิสระต่างๆ ต้องปล่อยให้เขาตรวจสอบไป แต่อย่านำมาเป็นสาเหตุการจัดม็อบชุมนุมทำให้ประเทศชาติหยุดชะงัก ที่บอกว่าจะกำจัดระบบนักการเมืองให้สิ้นไปนั้น นักการเมืองมาจากรัฐธรรมนูญปี 50 ประชาชนเขาเลือกมา ต้องปล่อยให้ระบอบประชาธิปไตยเขาขับเคลื่อนและคัดกรองกันไปเรื่อยๆ ไม่เช่นนั้นก็จะได้แต่นักการเมืองหน้าเดิมๆ ไม่เปลี่ยน ยืนยันว่าทหารไม่คิดจะปฏิวัติอีกแน่นอน เพราะการเปลี่ยนแปลงเร็วด้วยวิธีปฏิวัติ ย่อมมีการต่อต้านหนัก จึงเชื่อว่าการปฏิวัติ ปี 2549 จะเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ เพราะเชื่อว่าทหารมีบทเรียนอยู่แล้ว ดังนั้นกลุ่มคนที่อยู่รอบตัว พล.อ.บุญเลิศ หากคิดจะเล่นการเมืองก็อยากให้เข้ามาสู่ระบบเลือกตั้ง ไม่ใช่ว่ามาจากไหนก็มาอ้างประชาชน เพราะคุณไม่ได้รับฉันทามติจากประชาชนจริง เกิดปัญหาร้าวลึกทุกวันนี้เพราะมีคนแอบอ้างกันมากในเรื่องสถาบัน ทั้งที่เราทุกคนเทิดทูนกราบไหว้บูชา ดังนั้นอย่านำสถาบันมาชนกับประชาชน หรือชนกับระบอบประชาธิปไตย อย่าทำให้ประเทศมีปัจจัยแทรกซ้อน ดึงให้ทหารออกมาปฏิวัติอีก เราต้องอดทนกันซักนิด

อพส.โวยรัฐกุข่าวแดงเทียมป่วน

ด้าน พล.อ.ท.วัชระ ฤทธาคนี โฆษกองค์การพิทักษ์สยาม กล่าวว่า กระแสข่าวการว่าจ้างให้คนใส่สีเสื้อแดงเข้ามาก่อความวุ่นวายระหว่างการชุมนุมนั้น น่าสังเกตว่าฝ่ายรัฐบาลพยายามออกมาแสดงความคิดเห็นสอดคล้องกับกระแสข่าวดังกล่าวเสมือนมีมูลความจริง แต่ทางองค์การพิทักษ์สยามมองว่าเป็นวิธีการที่เก่า และเราไม่มีแนวคิดเช่นนี้ หากมีการกระทำเช่นนั้นเกิดขึ้นจึงไม่ใช่เป็นการกระทำขององค์การพิทักษ์สยามอย่างแน่นอน เพราะได้ประกาศไปแล้วว่าไม่ต้องการใช้ความรุนแรง สร้างความวุ่นวายเพื่อเป็นอำนาจต่อรองกับรัฐบาล ขณะนี้องค์การพิทักษ์สยามกำลังเผชิญกับสงครามการสื่อสารที่มีการกุข่าวขึ้นมาให้ประชาชนเกิดความสับสนในข้อมูล และวิธีการดังกล่าวจะไม่ทำให้ประชาชนที่จะเข้าร่วมการชุมนุมกับเรามีความหวั่นไหวอย่างแน่นอน ขณะนี้ได้รับรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลได้เข้าไปกดดันและปิดกั้นชุมชนต่างๆ ในพื้นที่ กทม. เพื่อไม่ให้เข้าร่วมชุมนุมกับองค์การพิทักษ์สยามนั้น เป็นสิ่งที่ขัดกับรัฐธรรมนูญมาตรา 74 ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยให้กับประชาชนที่ดำเนินการรักษาผลประโยชน์ในส่วนร่วม และต้องมีความเป็นกลางไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ส่วนที่รัฐบาลยังไม่ประกาศใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ.2551 (พ.ร.บ.ความมั่นคง) มาควบคุมการชุมนุม ถือเป็นสิ่งที่ดีและแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลก็รู้อยู่แก่ใจว่าการชุมนุมเป็นการชุมนุมตามสิทธิ์ของรัฐธรรมนูญ

ฉะแม้วยุแดงประกาศสงคราม

พล.อ.ท.วัชระ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินมายังที่ชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 18 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อพาดพิงว่า การชุมนุมขององค์การพิทักษ์สยามจะทำให้ประเทศไทยล้าหลังเช่นประเทศพม่านั้น คำพูดดังกล่าวเหมือนเป็นการดูแคลนประเทศพม่า และขณะนี้ประเทศพม่าถือเป็นประเทศที่เสมอภาคกับประเทศไทย การกระทำดังกล่าวอาจจะกระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดถึงระบบประชาธิปไตยนั้น การที่พรรคไทยรักไทย และพรรคพลังประชาชน ถูกตัดสินยุบพรรคจากการกระทำผิดเกี่ยวกับการจ้างพรรคเล็ก และซื้อเสียง อย่างนี้ถือเป็นประชาธิปไตยหรือไม่ พร้อมทั้งมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการยั่วยุโทสะให้กลุ่มคนเสื้อแดง เป็นเหมือนการประกาศสงครามกับองค์การพิทักษ์สยามที่เป็นองค์การบริสุทธิ์ และ พล.อ.บุญเลิศ ก็ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวต่อ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ต่อต้านระบอบทักษิณเท่านั้น

“อภิสิทธิ์” เย้ยรัฐกลัวม็อบ เสธ.อ้าย

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า กระแสข่าวการเตรียมเสื้อแดง 5 พันตัวเพื่อสร้างสถานการณ์ในการชุมนุนั้น หากมีข่าวว่ามีมือที่ 3 จริงก็ควรเร่งจับกุม ไม่ว่าจะเป็นคนใส่เสื้อแดงหรือไม่ก็ตาม เพื่อป้องกันก่อนจะเกิดเหตุการณ์ร้ายแรง เพราะรัฐบาลก็มีหน้าที่ในการดูแลความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และเมื่อรัฐบาลมีข้อมูลของมือที่ 3 หมดแล้ว ถ้ายังมีเหตุการณ์ปั่นป่วนก็ถือว่า เป็นความบกพร่อง หรือรัฐบาลยอมให้มีเหตุการณ์ปั่นป่วน รัฐบาลจึงไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ รัฐบาลมีความกลัวการชุมนุมครั้งนี้ เนื่องจากครั้งที่แล้วประเมินจำนวนผู้ชุมนุมไว้ต่ำมาก อีกทั้งการโฟนอินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ก็แสดงถึงการเตรียมเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง ส่วนตัวทราบว่าจะมีการรวมพล ซึ่งเชื่อว่าเป็นความพยายามที่จะสร้างเงื่อนไขในการปลุกระดมมวลชน

ฉะรัฐขมขู่คุกคาม ปชช.

นายชวนนท์อินทร โกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขณะนี้ รัฐบาลมีกลยุทธ์ในการบริหารประเทศ แบบคุกคาม ขมขู่ ไม่เปิดโอกาสให้คนเห็นต่างได้แสดงออก ไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตยหรือสิ่งที่รัฐบาลพยายามจะกล่าวอ้างในการให้ผู้ชุมนุมได้เข้ามาร่วมในการแก้ไขปัญหา 1.มีความพยายามสกัดกั้นมวลชนที่จะมาร่วมชุมนุม กับกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) 2.คือเรื่องการปล่อยข่าวผ่าน ส.ส.เพื่อไทย หรือ รมต.บางคนว่าประชาชนที่มาชุมนุมมีการว่าจ้างมาในราคาตั้งแต่ 1-3 พันบาท เพื่อที่จะดิสเครดิตประชาชน และการที่ สมช.ออกมาพูดว่า จะมีแดงเทียมออกมาปะปน 5 พันคนนั้น เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงวุฒิภาวะของเลขาฯ สมช. และหากพูดเช่นนี้ เลขาฯ สมช.ควรไปเป็น เลขา นปช.มากกว่า แทนที่จะป้องกันกลับให้ท้าย และป้องกันแกนนำคนเสื้อแดงให้หลุดพ้นจากความผิด หากมีความสูญเสีย และถ้าเกิดเหตุอะไรขึ้นรัฐบาลไม่สามารถปัดความรับผิดชอบได้ เพราะขณะนี้การข่าวของสันติบาลที่อ้างว่ามีการใช้เอ็ม 79 และถ้ามีการทำร้ายประชาชนรัฐบาลต้องรับผิดชอบ เพราะรัฐบาลเป็นคนปล่อยข่าวเองทั้งหมด แต่กลับไม่มีการยืนยันหรือป้องกันให้ประชาชนชุมนุมโดยสงบได้อย่างไร

อัดเลขาฯ สมช. ทำตัวโฆษก นปช.

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ประธาน ส.ส.ภาค กทม. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมารัฐบาลใช้กลยุทธ์ 2 ด้านในการดำเนินการ 1.พยายามลดความสนใจในการอภิปราย 2.พยายามลดกระแสการรวมตัวในการชุมนุม โดยรัฐบาลใช้วิธีโหมกระพือข่าว ว่าจะมีความรุนแรง เช่น เรื่องมือที่ 3 มีแดงเทียมเข้ามาปะปน ก่อให้เกิดความรุนแรง ซ่องสุ่มอาวุธสงคราม และผู้คนจำนวนมาก ลักษณะการกระพือข่าวมุ่งหวังที่จะดำเนินการ เพื่อที่จะเบี่ยงเบนความสนใจในช่วงนั้นและทำให้จำนวนผู้ชุมนุมลดลงให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ถือว่าเป็นกลยุทธ์ทำลายการอภิปรายไม่ไว้วางใจและการเข้าร่วมชุมนุมของประชาชนตามสิทธิ์ที่สามารถชุมนุมได้โดยสันติปราศจากอาวุธ การที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาฯ สมช. ออกมากล่าวว่าจะมีการระดมคนประมาณ 5 พันคน มาเป็นแดงเทียม มีการเตรียมเสื้อแดงเอาไว้ใส่ป่วนม็อบวันที่ 24-25 พ.ย.นี้ ตนเห็นว่าการออกมาให้สัมภาษณ์ในการทำหน้าที่ผู้องค์กรสูงสุด ที่เรียกว่า สมช. หรือทำหน้าที่เป็นโฆษก นปช.กันแน่ เพราะถ้ารู้ว่ามีการเคลื่อนไหวที่นำไปสู่ความสุ่มเสี่ยง เพราะไม่ว่าแดงเทียม จะดำเนินการโดยใครก็ตาม ตรงนี้ถือเป็นภาระหน้าที่ของ สมช.ในการประสานงานเพื่อยุติการดำเนินการ และการที่ เลขา สมช.บอกจะมีการระดมคน 5 พันคน ออกมากก่อความรุนแรง และถ้าไม่ดำเนินการยุติ เพียงออกมากุข่าวนั้น คิดว่า สมช.กำลังทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดความรุนแรงทำลายความมั่นคงของประเทศ จากวันนี้จนถึงวันที่จะมีการชุมนุม ตนขอเรียกร้องให้ สมช.รักษาเกียรติยศ เกียรติภูมิของตัวเอง อย่าลดตัวเองไปเป็นทาสรับใช้นักการเมืองในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง

 

 

วันที่ 21/11/2555 เวลา 9:50 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘ตาล กัญญา’เต็มสาวโชว์หวิวเยอะขึ้น [13/09/2557]
ดาราสาวหน้าหวาน “ตาล-กัญญา รัตนเพชร์” วัย 24 ปี นาทีนี้เธอเลิกเหนียม สลัดฉายา “เซ็กซี่เบบี๋” ทิ้งไปเรียบร้อย