วันอังคารที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2557

ทหารตบเท้าบุก น.ส.พ.ผู้จัดการ

ศึก “บิ๊กตู่-ผู้จัดการ” ร้อนระอุ ทหาร 50 นายบุก นสพ.ผู้จัดการ โวยเขียนข่าวด่า ผบ.ทบ. อ้างบั่นทอนกำลังใจทหาร ยก ผบ.ทบ. เป็นพ่อคนที่ 2 ใครด่าก็ต้องแค้น ขณะที่ “ลูกบิ๊กจ๊อด” อัดสื่อ ผจก.ย่ำยีศักดิ์แม่ทัพบก จวกยับถ่อยสถุล ส่วน “ลูกสุรยุทธ์” สังเกตการณ์ข้างม็อบทหาร ขณะที่ 2 คนไทยติดคุกเขมรเตรียมเฮ “ราตรี” ได้อิสระภาพพ้นคุก 1 ก.พ.นี้แล้ว ส่วน “วีระ” สะพัดเตรียมปล่อยตัวกลับมานอนคุกเมืองไทย ด้าน “นายกฯ ปู” เข้าสักการะสมเด็จเกี่ยว ครบรอบ 85 ปี ให้พรนายกฯ ทำอะไรสำเร็จ-ได้ชัยชนะ-บริหารประเทศสำเร็จลุล่วง ทำเจ้าตัวยิ้มแก้มปริ ก่อนหยอกสื่อไม่กลัวโดนเขย่าเก้าอี้ โวแข็งแรง-แน่นปึก แต่บ่นน้อยใจโดนวิจารณ์ทำงานไม่เป็น

“ปึ้ง” ยัน “ราตรี” พ้นคุกเขมร 1 ก.พ.

ความคืบหน้ากรณีกัมพูชาเตรียมพระราชทานอภัยโทษ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ และลดหย่อนโทษนายวีระ สมความคิด เป็นเวลา 6 เดือนนั้น วันที่ 11 ม.ค. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ล่าสุดได้รับแจ้งว่า สมเด็จพระบรมนาถ นโรดม สีหมุนี กษัตริย์แห่งกัมพูชา ทรงพระราชทานอภัยโทษให้แก่ น.ส.ราตรี แล้ว โดยมีผลวันที่ 1 ก.พ.นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนสอบถามไปยังครอบครัวของ น.ส.ราตรี เพื่อทราบจำนวนผู้จะเดินทางไปรับตัว และตนได้มอบหมายให้สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงพนมเปญ ประสานต่อทางการกัมพูชาต่อไป ส่วนนายวีระ ซึ่งได้รับการลดหย่อนโทษเป็นเวลา 6 เดือนนั้น คาดว่าทางการกัมพูชาจะประกาศอย่างเป็นทางการได้ในวันนี้ ทั้งนี้ ตนขอขอบคุณสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และนายฮอร์นัมฮง รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณกับคนไทยทั้งสองด้วย ส่วนกระแสข่าวเรื่องการโอนตัวนายวีระกลับมาดำเนินคดีต่อในประเทศไทยนั้น ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้ โดยการโอนตัวนั้น ฐานความผิดต้องอยู่ในระดับเดียวกัน แต่ฝ่ายเราจะไม่ละความพยายาม ได้ติดตามสอบถามมาตลอด ไม่นิ่งนอนใจ โดยเมื่อนายวีระได้รับการลดหย่อนโทษแล้ว ก็จะหาทางช่วยเหลือต่อไป

ลั่นสู้เต็มที่คดีเขาพระวิหาร

นายสุรพงษ์ กล่าวว่า ข้อวิจารณ์ของฝ่ายกัมพูชา ในกรณีที่รัฐบาลไทยออกมาให้ข่าวถึงแนวโน้มผลคำตัดสินของศาลโลกนั้น ยืนยันว่า เป็นการให้ข่าวกับผู้สื่อข่าวในช่วงปีใหม่ ซึ่งรัฐบาลให้อิสระกับทีมทนายความอย่างเต็มที่ในการต่อสู้คดี ซึ่งก็สู้เต็มที่ ตนมั่นใจในทีมทนายความฝ่ายไทย อย่างไรก็ตามระหว่างนี้ ประมาณ 10 เดือน พอมีเวลาที่รัฐบาลจะฟังความเห็นของประชาชน และในเวทีต่างๆ ทั้งนักวิชาการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ ยื่นเงื่อนไข 7 ข้อต่อรัฐบาล อาทิ การขอให้รัฐบาลไม่ยอมรับคำตัดสินของศาลโลกนั้น ไทยยังคงเป็นสมาชิกในสหประชาชาติ หากเราไม่รับจะอยู่อย่างไร นอกจากนี้ กรณีที่กลุ่มพันธมิตรขอให้รัฐบาลสร้างสัมพันธ์กับประเทศอาเซียน ที่เป็นสมาชิกผู้แทนถาวรแห่งสหประชาชาตินั้น เราทำอยู่แล้ว โดยปีนี้ ทั้งตนและนายกฯ จะเดินทางไปเยือนรัสเซีย ขณะที่ปีนี้ จะมีผู้นำฝรั่งเศส อังกฤษ และรัสเซีย เดินทางมาเยือนประเทศไทยด้วยเช่นกัน

พท.กราบขอบคุณ “ฮุน เซน”

นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ในการประชุม กมธ.วันที่ 16 ม.ค.จะเชิญนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ เพื่อชี้แจงกรณีที่รัฐบาลกัมพูชาแถลงข่าวจะปล่อยตัว น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูลย์ ในวันที่ 1 ก.พ. ส่วนกรณีนายวีระ สมความคิด ยังมีความสับสนว่าจะการลดโทษให้ 6 เดือน เป็นการลดเหลือ 6 เดือน หรือลดให้ 6 เดือน ถ้าเป็นกรณีหลัง โทษจะคงเหลืออีก 5 ปี อย่างไรก็ตาม ก็ต้องกราบขอขอบคุณรัฐบาลสมเด็จฮุน เซน ซึ่งเราได้ติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด คณะกรรมาธิการได้เคยยกคณะไปเยี่ยมที่คุกเปรซอร์ และอีกประเด็นคือกรณีปราสาทพระวิหาร โดยศึกษาในประเด็นการดำเนินการของรัฐบาลไทยในเรื่องปราสาทพระวิหาร ซึ่งในเรื่องนี้ กมธ.เห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญมากและได้ทำหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎรให้ถ่ายทอดสดผ่านทางโทรทัศน์ เพื่อประชาชนจะได้ติดตามและเข้าใจ

“มาร์ค” ชี้ข่าวดีเขมรปล่อยตัวราตรี

นายอภิสิทธิ์ เวชชาสชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่กัมพูชา มีการลดโทษให้นายวีระ และอภัยโทษให้ น.ส.ราตรี ต้องถือเป็นข่าวดี คิดว่าการที่ทั้ง 2 ท่านได้รับการลดโทษ แล้วก็อภัยโทษนั้นก็เป็นเรื่องที่ผมว่าคนไทยทุกคนก็ต้องการจะเห็น แล้วก็ในกรณีของคุณวีระ ทางรัฐบาลก็คงต้องเป็นการร้องขอกับทางกัมพูชากันต่อไป ส่วนจะมีนัยหรือไม่ คิดว่าเราอย่าเพิ่งไปสรุปอย่างนั้นเพราะว่าการดำเนินการมันก็มาพร้อมๆ กับเรื่องของโอกาสสำคัญ ซึ่งก็เป็นธรรมเนียม เป็นวาระสำคัญของทางกัมพูชา ก็จึงเป็นเหตุผลในการที่จะมีการเสนอเรื่องของอภัยโทษ แต่ว่าจะมีอะไรตามมาหรือไม่ ไปเกี่ยวข้องอะไรหรือไม่ที่บางคนกังวลหรืออะไรกัน ก็ไม่เป็นไรก็มาติดตามตรวจสอบกันอีกทีหนึ่ง

ทหารบุกผู้จัดการโวยเขียนด่า “บิ๊กตู่”

ขณะเดียวกัน เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ที่บ้านพระอาทิตย์ ถนนพระอาทิตย์ ย่านบางลำภู เขตพระนคร ได้มีกลุ่มนายทหารชั้นประทวนจากกองทัพภาคที่ 1 และมณฑลทหารบกที่ 11 จำนวนกว่า 50 นายเดินทางมาเพื่อแสดงความไม่พอใจต่อบทบรรณาธิการของ หนังสือพิมพ์เอเอสทีวีผู้จัดการ ที่เขียนตอบโต้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก หลังระบุว่า สื่อผู้จัดการเขียนข่าวห่วย โดยทหารกลุ่มดังกล่าว ระบุว่า การเดินทางมาในวันนี้เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการเขียนบทความดังกล่าว ที่เห็นว่าทำไมต้องโจมตีบั่นทอนกำลังใจทหาร แทนที่จะให้กำลังใจกัน ทั้งๆ ที่เมื่อเช้าทหารก็เพิ่งสูญเสียจากเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปอีก 2 นายโดยยืนยันว่าทหารทำเพื่อชาติ และต้องการช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ถ้าจะให้ไปบุกกัมพูชากรณีปราสาทพระวิหารก็สามารถทำได้ภายใน 2 วัน แต่ขอให้เข้าใจว่าทุกอย่างต้องเป็นไปตามกฎหมาย ทั้งนี้พวกตนก็รู้สึกน้อยใจ พล.อ.ประยุทธ์ ทำงานเต็มที่ ถ้าสื่อไม่แหย่ปัญหามันก็ไม่เกิด ถ้าทหารส่วนใหญ่น้อยใจกันหมดแล้วใครจะช่วยเหลือประชาชน ซึ่งการที่พวกตนมาก็เพื่ออยากให้ทางหนังสือพิมพ์รับรู้ว่ารู้สึกถูกบั่นทอนกำลังใจและอยากให้เข้าใจ การเขียนอย่างนี้มันยุให้รำตำให้รั่ว มันร้าวไปหมด พวกตนมาในนามส่วนตัว ผู้บัญชาการทหารบกก็เปรียบเสมือนพ่อแม่คนที่ 2 ถ้ามีคนมาต่อว่าพ่อแม่คุณบ้างจะรู้สึกอย่างไร พวกตนห่วงนายรักนายและพวกตนเชื่อว่าการที่มาแสดงตัวในครั้งนี้จะไม่เป็นการกระทำที่ผิดต่อวินัยแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อีกฟากถนนยังมี นายทหารอีก 2 นายซึ่งหนึ่งในนั้น คือ ร.อ.นนท์ จุลานนท์ บุตรชายของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตผู้บัญชาการสถานบกในเครื่องแบบลายพรางสีเขียวยืนสังเกตการณ์อยู่ด้วย

“ลูกบิ๊กจ๊อด” ฉุนหมิ่นศักดิ์ศรี ผบ.ทบ.

ขณะที่ ทวิตเตอร์ @WassanaNanuam ของน.ส.วาสนา นาน่วม ผู้สื่อข่าวสายทหาร หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์ ได้เผยแพร่ข้อความ ระบุว่า พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ผบ.ร.11 รอ.) ได้แสดงความไม่พอใจที่ นสพ.ลงข่าวตอบโต้ ผบ.ทบ.เช่นกัน โดยระบุว่า “พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.พล.ร.11 ฮึ่มด่า “ผู้จัดการ” ถ่อย สถุน ด่า ผบ.ทบ. ทหารทนไม่ได้ หมิ่นศักดิ์ศรี ผบ.ทบ. ปัดส่งสัญญาณให้ทหารตบเท้า บิ๊กตู่ไม่รู้เห็น ทำส่วนตัว หน่วยไหนจะปกป้องก็เป็นสิทธิ์” ทั้งนี้ พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ หรือ “ผู้การแดง” เป็นบุตรชายคนโตของ “บิ๊กจ๊อด” พล.อ.สุนทร คงสมพงษ์ อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุดและหัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) โดย พล.ต.อภิรัชต์ มีภรรยาคือ ดร.กฤษติกา คงสมพงษ์ อดีตพิธีกรรายการเกมโชว์กำจัดจุดอ่อน ทางช่อง 3

“นายกฯ ปู” สักการะสมเด็จเกี่ยว

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 09.30 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ แกนนำพรรคเพื่อไทยรวมทั้ง พ.อ.อภิวันท์ เลิศวิริยชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เดินทางไปยังตำหนักสมเด็จ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร ถวายเครื่องสักการะแด่สมเด็จพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ) ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เนื่องในวันคล้ายวันเกิด 11 ม.ค.56 ครบรอบ 85 ปี โดยระหว่างรอถวายเครื่องสักการะ นายกฯ ได้พูดคุยกับสื่อว่า ปีนี้ไม่ได้มีของขวัญวันเด็กให้กับ ด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร หรือน้องไปป์ บุตรชาย เพราะน้องไปป์ต้องทำงานร่วมกิจกรรมวันเด็กที่ทำเนียบรัฐบาลพร้อมกับตน และน้องไปป์ก็จะมีเซอร์ไพรส์ ขณะที่ตนได้เตรียมกระเป๋า “แห่งการเรียนรู้” เป็นที่ระลึกให้กับเด็กๆ ที่มาทำเนียบ ขณะที่พระสงฆ์ในตำหนักสมเด็จ ได้สนทนากล่าวชื่นชมนายกฯ นำรูปถ่ายมาขอให้นายกฯ เซ็นให้เป็นที่ระลึก พร้อมกับบอกว่าเพิ่งได้เจอนายกฯ ครั้งแรก แอบยินดีนิดๆ และขอให้กำลังใจนายกฯ ทำงานต่อไป ซึ่งก็เห็นว่านายกฯ ทำงานหนัก ขณะที่นายกฯ บอกว่า มาเป็นนายกฯ มีโอกาสเดินสายทำบุญมาก ตนเองทำงานหนักมาตั้งแต่เด็กๆ แม้เป็นลูกคนเล็กแต่ก็โดนพี่ๆ ใช้งานเยอะ ตนเองเป็นลูกคนเล็กตอนเกิดมาแม่อายุมาก เพราะเป็นลูกหลง นึกว่าไม่มีลูกแล้ว เลยยกเสื้อผ้าพี่ๆ ให้คนอื่นหมด เลยได้ใช้ของใหม่ ทั้งนี้ ก่อนมาเป็นนายกฯ ทำงานบริษัทก็ทำงานหนัก เป็นคนชอบทำงาน อยู่นิ่งไม่ได้ มาเป็นนายกฯ ก็ทำงานทุกวัน สื่อยังเขียนวิจารณ์ว่าไม่ทำงาน ทั้งๆ ที่สื่อก็เห็นไม่เคยหยุด ไม่เคยเห็นอวยพรกันบ้างเลย ขณะที่สื่อบอกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ พูดที่ต่างประเทศว่า นายกฯ ยิ่งลักษณ์ เหมือนกับเขาที่เป็นคนบ้างาน

ขณะที่นายกฯ กล่าวว่า ใช่เป็นอย่างนั้นจริงๆ ผู้สื่อข่าวถามว่า ตกลงนายกฯ งอนสื่อเหรอ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ได้งอน แค่เป็นความรู้สึกของคนทำงาน และสัญชาตญาณคนเป็นนายกฯ ต้องปฏิบัติหน้าที่ตลอด จะถอดหมวกไม่ได้ จากนั้นนายกฯ ได้หันมาคุยกับสื่อด้วยอารมณ์ดี ว่า เดี๋ยวจะลงพื้นที่ให้เยอะขึ้น ถือโอกาสลดน้ำหนัก และจะเอาสื่อไปด้วย วันนี้น้องไปป์จะมาหาตนหลังเลิกเรียน ก็จะให้น้องไปป์พูดกับสื่อเรื่องวันเด็กแล้วกัน และยินดีให้สื่อนั่งเก้าอี้นายกฯ ด้วย ขณะที่สื่อถามว่า กลัวสื่อเขย่าขาเก้าอี้ไหม นายกฯ กล่าวว่า สื่อเขย่าอยู่ทุกวัน แต่ไม่กลัวหรอก เพราะขาเก้าอี้แข็งแรง แน่นปึก น้ำหนักตัวเองเยอะ

“สมเด็จเกี่ยว” ขอให้ทำอะไรก็สำเร็จ

จากนั้นนายกฯ ได้ถวายเครื่องสักการะ ธูปเทียนแพ พานดอกไม้ และเครื่องไทยธรรมแล้ว สมเด็จเกี่ยว ได้กล่าวให้พรนายกฯ ตอนหนึ่งว่า ขออนุโมทนาท่านนายกฯ ซึ่งเป็นนายกฯ คนแรกของเมืองไทยที่เป็นผู้หญิง ก็ขอให้สามารถปฏิบัติงานลุล่วงไปด้วยดีทุกประการตามที่ต้องการ และขออย่าพบข้อขัดข้อง สิ่งใดที่จะเป็นภัยเป็นโทษก็ให้หมดสิ้นไป ขอให้มีความก้าวหน้าทั้งในชีวิต และการงาน โดยเฉพาะงานบริหารบ้านเมือง ซึ่งก็ทราบอยู่แล้วว่ามีภาระที่หนักหน่วงที่จะต้องทำ แต่ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านนายกฯ ซึ่งยึดถือพระพุทธศาสนาเป็นที่พึ่ง คงจะได้อาศัยพระพุทธศาสนาเป็นกำลังสนับสนุนอีกทางหนึ่ง ขอให้ทุกอย่างสำเร็จตามความคิดตามความปรารถนาตราบที่นายกฯ ต้องการทุกประการ ต้องการสิ่งใดก็ให้สำเร็จตามปรารถนาทุกประการ” จากนั้นสมเด็จเกี่ยว ได้สนทนาธรรมกับนายกฯ โดยนายกฯ ได้กล่าวว่า ดีใจที่พระคุณเจ้า มีหน้าตาสดใสแข็งแรงขึ้น ขณะที่สมเด็จเกี่ยว ได้กล่าวกับนายกฯ ว่า ขอให้นายกฯ ซึ่งเป็นผู้หญิงคนแรกของประเทศอดทน ซึ่งนายกฯ ได้ตอบว่า “คะ เพราะเป็นผู้หญิงก็เลยต้องอดทนเป็นพิเศษ” จากนั้นนายกฯ ได้เชิญนายสมชาย และนางเยาวภา เข้าถวายเครื่องสักการะในลำดับถัดไป โดยสมเด็จเกี่ยว ได้กล่าวกับทั้ง 2 คนว่า ดีใจ และขอบคุณที่ไม่เคยลืมเลย ซึ่งนายสมชาย ได้ถือโอกาสกล่าวกับสมเด็จเกี่ยว ว่า ได้เรียนให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ทราบว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของพระคุณเจ้า ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ ได้ฝากกราบนมัสการ โดยฝากให้น้องสาวมาทำหน้าที่แทน เพราะตัวเองยังมาไม่ได้ ทั้งนี้สมเด็จเกี่ยว ได้กล่าวตอบว่า ขอให้ทำอะไรก็สำเร็จ และได้รับชัยชนะ และขอให้บริหารประเทศได้สำเร็จลุล่วง ทำให้นายกฯ นายสมชาย และนางเยาวภา หัวเราะชอบใจ จากนั้นสมเด็จเกี่ยว ได้อนุญาตให้ นายกรัฐมนตรีพร้อม นายสมชาย และนางเยาวภา รวมทั้งแกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึก

ปชป.เปิดศูนย์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

เมื่อเวลา 10.29 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร อดีตผู้ว่า กทม.และว่าที่ผู้สมัครผู้ว่า กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมกันเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่า กทม.ที่พรรคประชาธิปัตย์ โดยนายอภิสิทธิ์ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ผอ.เลือกตั้งผู้ว่า กทม.พร้อมคณะได้สักการะพระแม่ธรณีบีบมวยผม สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำพรรคประชาธิปัตย์ ก่อนที่จะร่วมกันแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน ท่ามกลางการให้กำลังใจจากกลุ่มผู้สนับสนุนพรรคเต็มลานพระแม่ธรณี โดยการเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.อย่างเป็นทางการของพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีการนำแคมเปญรณรงค์หาเสียงของหม่อมราชวงศ์สุขุมพันธุ์ ข้อความว่า “รักกรุงเทพร่วมกันสร้างกรุงเทพฯ” เลือก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร พรรคประชาธิปัตย์ และ “รักกรุงเทพฯ ร่วมสร้างกรุงเทพฯ มั่นใจร่วมกันพากรุงเทพฯ ก้าวหน้า โดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ ร่วมสร้างกรุงเทพให้เป็นมหานครของทุกคน”

เล็งใช้โซเชียลมีเดียดึงคนรุ่นใหม่

นายองอาจ กล่าวว่า มีความมั่นใจว่า พรรคประชาธิปัตย์จะได้รับความไว้วางใจจากคน กทม.สนับสนุนให้ หม่อมราชวงศ์สุขุมพันธ์ได้บริหารสานต่องานให้เกิดประโยชน์สูงสุดของชาว กทม.เป็นวาระที่ 3 หลังจากที่พรรคได้รับความไว้วางใจให้ นายอภิรักษ์ เป็นผู้ว่าฯ กทม.ติดต่อกัน 2 สมัยจนมาถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ซึ่งในการชิงชัยศึกผู้ว่าฯ กทม.ครั้งนี้ก็ยังเชื่อว่าพรรคจะได้รับความไว้วางใจจากชาว กทม.ในอีก 4 ปีข้างหน้า ซึ่งพรรคได้กำหนดยุทธศาสตร์และแนวนโยบาย เพื่อตอบสนองทุกชีวิตในกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะเป็นคนจากภาคไหนก็ตามหากเข้ามาอยู่ใน กทม. เราดูแลทั้งชีวิต และจะมีการเชื่อมประสานเครือข่ายทุกองค์กรเพื่อสร้างกรุงเทพฯ ร่วมกับทุกคน นำช่องทางการสื่อสารทุกรูปแบบทั้งตามปกติและสื่ออิเล็กทรอนิก โดยเฉพาะโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ค ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม เพื่อส่งผ่านนโยบายและแนวคิดของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ไปสู่คนทั้งประเทศ อีกทั้งจะรวมพลังทุกภาคส่วนที่รัก กทม.พร้อมสร้าง กทม. ให้เป็นมหานครแห่งความสุขร่วมกัน เป็น 4 ภารกิจของศูนย์อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

ชู “สุขุมพันธุ์” ผลงานเด่น

ด้านนายอภิสิทธิ์ กล่าวกับผู้สนับสนุนในตอนหนึ่งว่า ตามที่นายองอาจกล่าวไปเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งคือโอกาสของการเปิดศูนย์อำนวยการเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ กทม.ที่กำลังจะมีขึ้น ตนใช้คำว่าก้าวสำคัญก้าวหนึ่งเพราะถือว่า ปชป.และพี่น้องคนกรุงเทพฯ ร่วมเดินทางมาเป็นระยะเวลา 8 ปี ซึ่งต้องขอบคุณชาวกรุงเทพฯ ที่ให้ความไว้วางใจในช่วงเวลาดังกล่าวให้พรรคได้บริหาร กทม. การร่วมเดินทางที่ผ่านมาถือว่าเราเดินทางมาไกลภายใต้การบริหารงานของ นายอภิรักษ์ และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ทำให้ได้รับการจัดอันดับ กทม.เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวของโลกหลายปีติดต่อกัน ทำให้องค์การระหว่างประเทศยอมรับในเรื่องการบริหารจัดการในหลายสถานการณ์ ทั้งในเรื่องสาธารณสุข การบรรเทาผลกระทบในเรื่องภัยพิบัติ เป็นความก้าวหน้าที่ขอเชิญชวนให้คน กทม.ร่วมกับพรรคเดินต่อไปโดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ การเดินทาง 8 ปีที่ผ่านมา และต่อจากนี้ที่จะร่วมกันเดินต่อไปนั้น เป็นการเดินทางบนพื้นฐานความรักของมหานครกรุงเทพ 4 ปีของผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ คน กทม.ต้องผ่านวิกฤติหลายอย่าง ทั้งการเมือง ภัยพิบัติ และเรื่องอื่นๆ ซึ่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้แสดงออกชัดเจนว่าวิกฤติที่สุดของ กทม. การเคลื่อนไหวของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ อยู่บนพื้นฐานเดียวคือ ความรักในกรุงเทพมหานคร โดยไม่ได้คำนึงถึงพรรคหรือพวกเท่ากับการให้ความสำคัญกับคนกรุงเทพฯ จึงขอเชิญชวนให้ชาว กทม.ร่วมเดินทางกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เพื่อให้ร่วมกันเดินทางสร้างกรุงเทพฯ เป็นมหานครของทุกคนภายใต้ปรัชญาประชาชนต้องมาก่อน และก้าวไปสู่การเป็นมหานครของอาเซียนและมหานครแห่งความสุขด้วย และยืนยันความพร้อมของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ และนโยบายของพรรคที่จะผลักดันให้ กทม.เป็นมหานครแห่งความสุข ปชป. และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ พร้อมแล้ว ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้รับการยอมรับเป็นประธานนายกเทศมนตรีของโลกด้วย

“สุขุมพันธุ์” ซึ้งน้ำตาคลอ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ จะแถลงข่าวแสดงความพร้อมในการสมัครผู้ว่าฯ กทม. ได้มีการเปิดคลิปวีดีโอรวบรวมผลงาน ในขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ร่วมกับคณะ โดยส่วนใหญ่เป็นการประมวลภาพการทำงานในช่วงที่เกิดวิกฤติ ไม่ว่าจะเป็น ไฟไหม้ อุทกภัย รวมไปถึงการดูแลคุณภาพชีวิตคน กทม.ตั้งแต่เกิดจนตาย พร้อมกับสะท้อนถึงความสำคัญของ กทม.ที่มีต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศด้วย ทั้งนี้ในระหว่างที่มีการฉายวีดิทัศน์ดังกล่าว ปรากฏว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ มีความรู้สึกร่วมกับภาพดังกล่าวเป็นอย่างมากถึงขนาดน้ำตาคลอเบ้า โดยเฉพาะช่วงสุดท้ายที่มีการประกาศว่าจะทุ่มเททำงานทุกอย่างเพื่อคนกรุงเทพมหานคร จากนั้น ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า ในช่วงเวลา 4 ปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ ชาว กทม.และผู้ที่พักอาศัยใน กทม. ประสบกับปัญหานานัปการซึ่งเป็นวิกฤติทั้งสิ้น ตั้งแต่การเมือง มหาอุทกภัย แต่ กทม.ก็ผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นมาได้ด้วยดี และฟื้นคืนกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว กระทั่งได้รับการคัดเลือกยกย่องให้เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวที่สุดในโลกติดต่อกัน 3 ปีซ้อน พร้อมกล่าวขอบคุณหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคที่ให้การสนับสนุนการบริหารงาน กทม.ที่ผ่านมา และขอบคุณประชาชนที่ให้ความร่วมมือในการดูแล กทม.กลับสู่ภาวะปกติและสร้างความเจริญก้าวหน้าให้ กทม. บางทีเราไม่ทราบว่าเรามีความรู้สึกอย่างไรต่อบ้านเมืองจนกระทั่งเกิดวิกฤติ แต่ทุกครั้งที่เกิดวิกฤติในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ที่เราฟื้นเร็วเพราะประชาชนทุกคนรักกรุงเทพฯ ด้วยใจ หลังเกิดวิกฤติปี 53 เพียง 2 วันประชาชนเรือนหมื่นออกมาแสดงความสะอาดสี่แยกราชประสงค์และในจำนวนนั้นมีคนรุ่นใหม่จำนวนมากที่ออกมาด้วยความรักและห่วงใยต่อ กทม. ในช่วงที่เกิดมหาอุทกภัยมีคน กทม.จำนวนมากแสดงความเอื้ออาทรต่อกันในการแสดงจิตอาสาเพื่อช่วยรักษา กทม. เป็นปรากฏการณ์ที่เราไม่ได้เห็นในสภาพปกติ ทำให้เรารู้ว่าในวิกฤตมีโอกาสที่ทำให้เรารู้ว่าทุกคนรักกรุงเทพฯ แค่ไหน

อ้อนขอโอกาสรับใช้อีกครั้ง

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวด้วยว่า จุดแข็งของพรรคคือการมีบุคลากรที่เป็นเลิศ ซึ่งพร้อมจะเป็นผู้ว่าฯ กทม.ได้หลายคน จึงเป็นพรรคที่ร่ำรวยคนที่มีคุณภาพและน้ำใจในการดูแลทุกข์สุขของประชาชน จึงรู้สึกเป็นเกียรติที่พรรคให้โอกาสตนลงสมัครอีกครั้งหนึ่ง ทำให้มีโอกาสได้รับใช้คน กทม.อีกครั้ง เพราะตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคนใดคนหนึ่ง เพราะเป็นตำแหน่งที่ประชาชนฝากความคาดหวังให้ดูแลทุกข์สุขตลอดเวลา 4 ปี ซึ่งไม่ใช่ภารกิจที่ง่ายแต่เป็นตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่ เพราะทำประโยชน์ให้ประชาชนได้โดยตรง จึงรู้สึกเป็นเกียรติที่จะมีโอกาสได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้ตนเป็นคนพูดไม่เก่งและไม่ชอบพูด แต่เป็นคนชอบทำงานเพราะตนรักกรุงเทพฯ สุดขั้วหัวใจ 4 ปีที่ผ่านมาตนยืนหยัดเคียงข้างประชาชนมาโดยตลอด ในการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นไม่ทราบว่าอะไรจะเกิดขึ้นรู้เพียง 2 อย่างคือ อยากให้การเลือกตั้งเหมือน 4 ปีที่แล้วคือ เป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ผู้สมัครไม่มีการร้องเรียนซึ่งกันและกันแม้แต่กรณีเดียว เพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองที่ดี การเมืองที่สร้างสรรค์ให้ กทม.มีเวลาหายใจอีกครั้งหลังผ่านวิกฤติมา 4 ปีแล้ว ตนทราบด้วยว่า ไม่ว่าจะแพ้หรือชนะตนเป็นคนให้เกียรติคู่แข่ง เคารพทุกคนไม่มีวันบอกว่า คนนี้ส่งเสาไฟฟ้าลงก็ชนะ เพราะการให้เกียรติคู่แข่งคือการให้เกียรติพี่น้องประชาชน คนที่ไม่ให้เกียรติคู่แข่งคือคนที่เหยียดหยามชาว กทม.และไม่รัก กทม. แต่ผมให้เกียรติคู่แข่งเพราะผมรัก กทม.

ฟุ้งทำงานดีกว่าเดิมแน่

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า หากได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ว่าอีกครั้งตนมั่นใจว่าจะปฏิบัติหน้าที่ได้ดีกว่าเดิม เพราะมีทุนสำคัญใน 3 เรื่องคือ งานเมืองเป็นงานต่อเนื่องที่จะต้องทำข้ามวาระ ข้ามเวลา ไม่สามารถเสร็จในวาระเดียวของผู้ว่า กทม. ความต่อเนื่องจึงเป็นเรื่องสำคัญ สิ่งที่เป็นทุนสำหรับตนเพราะโชคดีที่ 1 มีแรงสนับสนุนจากพรรคประชาธิปัตย์ 2 แม้งานเมืองจะเป็นงานที่ยากสลับซับซ้อนแต่ตนมีประสบการณ์มาแล้ว 4 ปี จึงจำเป็นต้องได้คนที่คุ้นเคยในเรื่องงานและคนเข้ามาบริหาร กทม. ซึ่งตนได้ทำงานร่วมกับสมาชิกสภา กทม.ทั้งสองพรรคอย่างใกล้ชิดมาเป็นเวลา 4 ปี โดยยึดผลประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก โดยไม่แบ่งพรรคแบ่งพวก เห็นชัดเจนจากเรื่องเงินเยียวยาที่รัฐบาลยังไม่ชัดเจนเรื่องเงินเยียวยา กทม.กับสภา กทม.ก็หารือและออกข้อบัญญัติให้ ผู้ว่า กทม.จ่ายเงินเยียวยาได้ในระหว่างที่เงินจากรัฐบาลยังไม่มา 3 ตนมีต้นทุนจากการทำงานร่วมกับข้าราชการทุกคนจึงรู้ว่าตนเองทำได้บนความรักที่มีต่อ กทม.เพื่อผลักดันให้ทุกอย่างประสบความสำเร็จไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม และจะเน้นในเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในเรื่องความปลอดภัย ยาเสพติด การดูแลผู้สูงอายุ เยาวชน การบริหารจักการ กทม.ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยให้ประชาชนทุกคนเข้ามาร่วมสร้าง กทม.ด้วยกัน เชื่อภายใน 4 ปีต่อจากนี้จะนำกรุงเทพฯ สู่มหานครแห่งอาเซียนได้

รัฐบาลถก กกต. หาแนวทางแก้ รธน.

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 15.20 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล คณะทำงานศึกษาข้อกฎหมายและการออกเสียงประชามติแก้รัฐธรรมนูญ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษา กล่าวว่า การประชุมคณะทำงานครั้งนี้เป็นการประชุมครั้งที่สองภายหลังคณะรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตั้งคณะทำงาน โดยในครั้งนี้ได้เชิญคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มาร่วมหารือถึงการเตรียมทำประชามติ โดยเลขาธิการ กกต.แจ้งในที่ประชุมว่าระเบียบการทำประชามติขณะนี้อยู่ในระหว่างยกร่างระเบียบที่อย่างช้าไม่เกินเดือน ก.พ.จะแล้วเสร็จหรืออย่างเร็วภายในปลายเดือนมกราคมนี้ ทั้งนี้คณะทำงานฯ ได้ถาม กกต.ว่าการทำประชามติสามารถใช้หลายหน่วยงานดำเนินการได้หรือไม่ เนื่องจากมีมุมมองทางกฎหมายที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ กกต.ยังระบุว่ามีกฎหมายที่ยังเป็นอุปสรรคต่อการออกเสียงประชามติในเรื่องของการตีความที่ยังไม่ชัดเจน เช่น ในต่างประเทศการลงประชามติต้องทำภายในวันเดียว นอกจากนี้ ได้ส่งประเด็นให้ กกต.พิจารณาว่าการออกเสียงประชามติเมื่อเทียบกับรัฐธรรมนูญมีข้อโต้แย้งหรือไม่ ซึ่งการออกเสียงประชามติมีสองแบบคือ เพื่อหาข้อยุติกับเพื่อให้คำปรึกษา ทั้งนี้เพื่อให้ กกต.กำหนดว่าแบบไหนจะมีปัญหาน้อยที่สุด โดยให้เลขาฯ กกต.นำเรื่องไปแจ้งต่อคณะกรรม กกต.ชุดใหญ่ที่หากมีผลสรุปอย่างไร กกต.อาจแจ้งกลับมายังคณะทำงานฯ หรือให้คณะทำงานฯ ไปหารือกับ กกต.

เล็งขอความเห็นสถาบันศึกษา

นายพงศ์เทพ กล่าวต่อว่า ทางที่ประชุมเสนอว่าจะขอหารือไปยังสถาบันการศึกษา 3 แห่งเพื่อให้มีความคิดเห็นที่หลากหลาย โดยแต่ละแห่งจะจัดทำและวิเคราะห์ศึกษาอย่างอิสระที่จะขอดูมุมทั้งในแง่ของนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์ โดยตนรับหน้าที่เป็นผู้ประสานที่กำหนดระยะเวลาการศึกษาประมาณ 60 วัน อย่างไรก็ตาม กกต.ชี้แจงว่าการทำประชามติกฎหมายระบุไว้ว่าต้องทำในวันและเวลาเดียวกัน ซึ่งในต่างประเทศก็ต้องทำในวันเดียวกันด้วย โดย กกต.ระบุว่าวันและเวลาเดียวกันในไทยกับต่างประเทศจะไม่ตรงกัน

 

วันที่ 12/01/2556 เวลา 4:43 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘ปู ไปรยา’ สุดสะพรั่งว่าที่สะใภ้หมื่นล้าน [18/10/2557]
สวยสะพรั่ง โดดเด่น ราศีจับระยิบ แถมคว้ารางวัลผู้หญิงเซ็กซี่แห่งปี จากนิตยสาร FHM 3 ปีซ้อน จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเธอคนนี้ “ปู-ไปรยา สวนดอกไม้” วัยเบญจเพส 25 ปีเต็มๆ ชีวิตวันนี้ช่างสุขสมบูรณ์ไปทุกอย่าง เส้นทางชีวิตเธอโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ทั้งเรื่องครอบครัว ชีวิตคู่ และหน้าที่การงาน แทบหาจุดอ่อนไม่ได้