วันอังคารที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2557

สหกรณ์ปลาสลิดแปดริ้วแปรรูปสินค้าพร้อมชิมสร้างจุดขาย

เสริมจุดแข็งก่อนก้าวเข้าสู่ AEC ควบคู่กับการอนุรักษ์

อาชีพพื้นถิ่นดั้งเดิมก่อนสูญสลาย

 

ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการเตรียมความพร้อม ต่อการเข้าร่วมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนของภาคเกษตรกรรม เพื่อความอยู่รอดของอาชีพประจำถิ่นดั้งเดิมในพื้นที่ จ.ฉะเชิงเทรา ว่า นายอาทร ผดุงเจริญ อายุ 53 ปี ที่ปรึกษาสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลาสลิด และสัตว์น้ำฉะเชิงเทรา (จำกัด) ตั้งอยู่เลขที่ 99/5 หมู่ 4 ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อม และพัฒนาอาชีพด้านประมงน้ำจืดของชาว อ.บางปะกง เพื่อก้าวเข้าสู่เวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เสริมเป็นจุดแข็งทางด้านการแข่งขันของสินค้าภาคเกษตร และเป็นช่องทางออกของอาชีพประมงน้ำจืดที่กำลังจะสูญสลายไป ให้คงอยู่เป็นเอกลักษณ์ประจำถิ่นต่อไป

นายอาทร กล่าวว่า เดิมทีอาชีพเพาะเลี้ยงปลาสลิดซึ่งเป็นปลาน้ำจืดประจำถิ่นนั้น เป็นอาชีพหลักของชาวคลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ แต่ได้มีเกษตรกรชาว อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ส่วนหนึ่งนั้นยึดเป็นอาชีพหลักร่วมกับชาวคลองด่านด้วย เนื่องจากเป็นพื้นที่ระหว่างรอยต่อของจังหวัดที่คาบเกี่ยวกัน จนมาถึงในปัจจุบันเกษตรกรในเขตพื้นที่ อ.บางบ่อ ได้มีจำนวนลดน้อยลงมาก จนเหลือพื้นที่การผลิตเพียงประมาณ 400-500 ไร่ เนื่องจากประสบปัญหาด้านการเพาะเลี้ยง ทั้งน้ำเค็มรุกเข้าพื้นที่ น้ำจืดในระบบชลประทานแห้งขอดหายไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งน้ำเสียจากภาคอุตสาหกรรม และด้านตลาดการจำหน่ายสินค้า จึงทำให้ยังคงเหลือเกษตรกรที่ประกอบอาชีพนี้อยู่เพียงไม่เกิน 50 ราย

ขณะที่ในเขตพื้นที่ อ.บางปะกงนั้น ได้เกิดความตื่นตัวในด้านการอนุรักษ์อาชีพพื้นถิ่นขึ้นมาก่อน ด้วยการตั้งเป็นสหกรณ์ผู้เลี้ยงปลาสลิด และสัตว์น้ำฉะเชิงเทรา โดยตั้งขึ้นมาตั้งแต่เมื่อ วันที่ 22 พ.ย.2552 หลังจากพบว่าเกษตรกรได้เริ่มละทิ้งอาชีพดั้งเดิม และหันไปประกอบอาชีพอย่างอื่นแทน จึงทำให้ขณะนี้ยังคงมีผู้ประกอบอาชีพเพาะเลี้ยงปลาสลิดอยู่ในพื้นที่ประมาณกว่า 1 พันราย และได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของสหกรณ์แล้วจำนวนกว่า 300 ราย บนเนื้อที่เพาะเลี้ยงกว่าสามหมื่นไร่

เพื่อร่วมกันหาทางรอดต่ออาชีพประจำถิ่นดั้งเดิมที่กำลังจะสูญสลายไป ด้วยการแปรรูปสินค้า จากเดิมที่เกษตรกรเคยขายปลาสลิดที่ตักขึ้นมาจากปากบ่อในราคา กก.ละ 45-50 บาท หรือทำปลาสลิดตากแห้งแล้วขายได้ในราคา กก.ละ 70 บาท มาเป็นการแปรรูปให้เป็นสินค้าพร้อมชิม หรือสินค้าปรุงสุกแล้วพร้อมเสิร์ฟบริโภคได้ทันที จึงทำให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นเฉลี่ย กก.ละ 350 บาท หรือหากส่งเข้าไปขายในตลาด กทม. จะขายได้ถึง กก.ละ 550-600 บาท ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ทางสหกรณ์พร้อมกลุ่มชาวบ้านร่วมกันแปรรูปขึ้นมานั้น ประกอบด้วยปลาสลิดทอดกรอบ ปลาสลิดแดดเดียว ไส้กรอกปลาสลิด น้ำพริกปลาสลิด ปลาสลิดอบสมุนไพร และผลิตภัณฑ์ที่กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา คือ การแปรรูปเป็นขนมขบเคี้ยว โดยจะมีการพัฒนาด้านการบรรจุภัณฑ์ให้มีแบรนด์ตราสินค้า และสร้างมาตรฐานของผลิตภัณฑ์ที่สามารถทวนตรวจสอบย้อนหลังกลับมาจนถึงฟาร์มผู้ผลิต หรือบ่อเพาะเลี้ยงได้ โดยใช้ระบบ RFID ด้วยการมีลาเบล และบาร์โค้ดติดอยู่ที่ซองบรรจุผลิตภัณฑ์ เพื่อให้เป็นสินค้าที่จะนำออกไปขายสู่นานาชาติได้

โดยเฉพาะเพื่อเป็นการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรก่อนที่ประเทศของเราจะก้าวเข้าสู่เวทีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี ที่กำลังจะมีขึ้นในอีกระยะ 2 ปีข้างหน้า ด้วยการพัฒนาระบบฟาร์มให้เป็นมาตรฐานแบบ “GAP” หรือการปฏิบัติด้านการเพาะเลี้ยงให้ถูกสุขลักษณะ และมาตรฐานการผลิตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และมีการควบคุมการแปรรูปให้ได้มาตรฐาน “GMP” หรือมีอาคารการผลิตที่มีมาตรฐานที่ถูกต้องตามมาตรฐานในขบวนการผลิต ซึ่งถือเป็นเงื่อนไขสำคัญทางด้านการส่งออกผลิตภัณฑ์ และถือเป็นกำแพงกีดกันด้านการผลิตสินค้าส่งออกจำพวกอาหารของภาคเกษตร ที่ผลิตโดยฝีมือชาวบ้านมานับตั้งแต่ในสมัยอดีต

ปัจจุบันนี้สหกรณ์ผู้เลี้ยงปลาสลิด และสัตว์น้ำฉะเชิงเทรานั้น ได้ผลิตสินค้าตามออร์เดอร์ หรือตามคำสั่งซื้อที่อาจจะยังไม่แพร่หลายกระจายออกไปไกลมากนัก ซึ่งต่อไปเราจะมีการพัฒนาทางด้านการทำตลาด ด้วยการผลิตเป็นสินค้าคีออส นำออกไปตั้งบูธวางจำหน่ายสินค้าตามแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัด เช่น วัดโสธร วัดสมาน ฯลฯ รวมทั้งตามห้างสรรพสินค้า ซึ่งจะมีเกิดขึ้นได้ในอนาคต หลังจากได้รับการตอบรับในตัวสินค้าจากทางห้างสรรพสินค้าบางแห่ง (แม็คโคร) กลับมาแล้ว

“สำหรับปัญหาที่เป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งในกระบวนการผลิตและแปรรูปสินค้าเพื่อให้เกิดความต่อเนื่องนั้น คือผลผลิตของเกษตรกรที่ในหนึ่งปีนั้นเกษตรกรจะสามารถจับปลาขึ้นมาขายได้เพียงช่วงระยะเวลาแค่เพียง 4 เดือน คือ ช่วงระหว่างปลายเดือน พ.ย. ถึงต้นเดือน มี.ค.เท่านั้น เนื่องจากปลาสลิดนั้น จะต้องใช้ระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงยาวนาน ระหว่าง 8-10 เดือน หรือเลี้ยงได้เพียงปีละ 1 ครั้งเท่านั้นจึงจะได้ผลผลิตที่ได้ขนาด ซึ่งปัญหาและอุปสรรคนี้เรากำลังอยู่ระหว่างการหาทางที่จะพัฒนาให้เกษตรกรใช้ระยะเวลาในการเพาะเลี้ยงสั้นลง ให้เหลือเพียงแค่ 6 เดือน หรือสามารถเพาะเลี้ยงได้ปีละ 2 ครั้งต่อ 1 บ่อ แต่ในขณะนี้เรายังสามารถที่จะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อนได้ ด้วยการนำปลาสลิดสดเข้าไปเก็บแช่แข็งในห้องเย็น” นายอาทร กล่าว

สนทะนาพร อินจันทร์/ฉะเชิงเทรา

 

 

วันที่ 18/01/2556 เวลา 10:26 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘จ๊ะ อาร์สยาม’ เลิกเกาคบแฟนทอมชื่นมื่น [27/09/2557]
ฮอตเวอร์จากลีลาท่าเกาเฉพาะตัว “จ๊ะ อาร์สยาม” หรือ “จ๊ะ คันหู” ชื่อจริง “นงผณี มหาดไทย” วัย 23 ปี วันนี้เธอปรับลุคส์ใหม่ เลิกท่าเกาอันเป็นเอกลักษณ์ มาเน้นหนักขายเนื้อหาเพลง