วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2557

คุณชายโฮขอ4ปี ชิงผู้ว่าฯ “จูดี้”ลุยขอโอกาส

“เอแบค”ผวาหน้าแหก! เลิกเอ็กซิท-เอ็นทรีโพล

โค้งสุดท้ายศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ระอุ ปชป.โวย จัด จนท.ประจำหน่วยเลือกตั้งหน้าใหม่ ไม่เคยผ่านงาน หวั่นมีปัญหา แนะสลับ จนท.แต่ละหน่วย จี้ กกต.ลงมาช่วยดู เพื่อความโปร่งใส ด้าน พท.บุกตรวจสอบบ้านย่านบางแค พบสวมสิทธิ์หลังเดียว 6 ราย บี้ กกต.กทม.สอบ ชี้ผิด ม.43 พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น ขณะที่ กกต.ยันผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งต้องอยู่ กทม.1 ปี ขู่ใครสวมสิทธิ์มีโทษจำคุก 10 ปี ส่วน “บิ๊กแจ๊ด” ย้ำ จ่าย 1 แสน ตร.จับทุจริตเลือกตั้ง ทางด้านผู้สมัครฯ งัดทุกสารพัดวิธี หวังดึงคะแนนเสียง “คุณชาย” ดราม่า น้ำตาซึมขอโอกาสสานงานต่อ ด้าน “จูดี้” ลุยหาเสียงย่านจตุจักร ตรวจรายชื่อผู้มีสิทธิฯ ใบ้เลขสวยอยู่ลำดับที่ 19 ส่วน “สุหฤท” มาแหวกแนว วางถังขยะเบอร์ 17 หาเสียงโค้งสุดท้าย เชิญชวนคนกรุงแห่เลือกตั้ง 3 มี.ค.นี้ ขณะที่เอแบคโพลกลัวหน้าแหก ประกาศงดทำ “เอ็กซิทโพล-เอ็นทรีโพล” อ้างถูกสกัดกั้นทุกรูปแบบ ทั้งจาก จนท.รัฐ-กลุ่มการเมือง ทำ นศ.ผวารู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

“คุณชาย” น้ำตาซึมขอโอกาสสานงานต่อ

เมื่อเวลา 09.45 น. วันที่ 28 ก.พ.56 ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) หมายเลข 16 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงเปิดใจที่พรรคประชาธิปัตย์ก่อนการเลือกตั้งในวันที่ 3 มี.ค.นี้ โดยมีแกนนำพรรค สส. สก. ร่วมงานอย่างคึกคัก ว่าตนได้เชิญทุกคนมาในวันนี้เพื่อเปิดอกว่าใจตนหล่อแค่ไหน และอยากพูดความในใจบางเรื่องให้ประชาชนประกอบการพิจารณา ขอขอบคุณประชาชนที่ให้โอกาสทำงานในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. 4 ปีที่ผ่านมา และขอบคุณพรรคประชาธิปัตย์ ที่ให้โอกาสได้ลงสมัครผู้ว่าฯ กทม. ตนจะทำงานให้ดีที่สุด หากมีโอกาสอีก 4 ปีข้างหน้า ที่ผ่านมา งานที่ทำมา 4 ปีที่เป็นความฝันอันสูงสุด ถ้าจะหยุดหายใจนาทีนี้ คิดว่าชีวิตของตนก็คุ้มค่าที่ได้ทำงานรับใช้คนกรุงเทพฯ ซึ่งตนได้ทำงานอย่างทุ่มเทเสียสละ ซื่อตรง และไม่ย่อท้อกับอุปสรรค ส่วนจะทำงานเข้าตาใครหรือไม่เป็นอีกเรื่อง แต่ตนทำงานเกินร้อยในช่วง 4 ปี ขณะเดียวกัน ต้องขออภัยประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ หากได้ทำอะไรบกพร่องและไม่ถูกใจใคร รวมถึงไม่ได้ประสัมพันธ์เรื่องต่างๆ แต่ตนก็ดีใจในระดับหนึ่ง นโยบายที่สัญญาไว้ในปี 2552 ได้ทำไปหมดแล้ว ทั้งเรื่องคอมพิวเตอร์ โรงพยาบาลผู้สูงอายุที่บางขุนเทียน อีกทั้งยังมีการเติมนโยบายอีกหลายเรื่อง อาทิ สนามหลวง หลักสูตรโตไปไม่โกง อาหารเช้าเด็กนักเรียน หรือเอาช้างออกจากกรุงเทพฯ แต่ที่ไม่ได้ประชาสัมพันธ์ เพราะตนไม่ชอบพูด ชอบทำ ถ้าให้เลือกเดิน 10 กิโลเมตร กับเดิน 10 นาที ขอเลือกเดินดีกว่า

“ไม่ชอบพูดก็จะพูด ถึงเวลาเปิดตัวแล้ว วันที่ 3 มีนาคม ประชาชนต้องตัดสินใจว่าจะเลือกใคร การเมืองภาพรวมมีความสำคัญ สมการเป็นอย่างไร ถ้าประชาชนมองเป็นเรื่องสำคัญก็ถูกต้อง แต่ที่สุดแล้ว สิ่งที่ประชาชนพิจารณาจะเลือกคนที่ดูแลปกป้องผลประโยชน์ท้องถิ่น ไม่ให้คนอื่นมาครอบงำ มาบังคับให้ท้องถิ่น ทำในสิ่งที่ไม่ต้องการ ประชาชนจะเลือกคนที่ทำงานได้ ตั้งใจ และไม่เคยทิ้งประชาชน ผมคิดว่า 4 ปีที่ผ่านมา ผมได้พิสูจน์แล้ว ว่าผมทำงานได้ ผมปกป้องผลประโยชน์คนกรุงเทพฯแม้แต่ครั้งเดียว” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลา 15.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ เตรียมลงพื้นที่หาเสียงที่ห้างฟูดแลนด์ รามอินทรา กม. 4 เขตบางเขน จากนั้นจะแสดงวิสัยทัศน์ “กรุงเทพฯ (เรา) ออกแบบได้” ที่ลานพาร์คพารากอน เขตปทุมวัน

“อภิสิทธิ์” นำทีมช่วยหาเสียงบางบอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรค พ.ต.อ.นพ.สามารถ ม่วงศิริ นายสากล ม่วงศิริ ส.ส.กทม.ของพรรค ได้ลงพื้นที่ตลาดสดตอนเช้าย่านบางบอน ตลาดสดหมู่บ้านดีเค ย่านถนนพระราม 2 เพื่อหาเสียง ให้กับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ โดยมีประชาชนให้การต้อนรับตลอดเส้นทาง มีการมอบดอกไม้ พวงมาลัย ขนมของฝากให้นายอภิสิทธิ์ และคณะ ขณะเดียวกันนายอภิสิทธิ์ได้ตักบาตรพระสงฆ์ที่มาบินฑบาตบริเวณหมู่บ้านดีเคด้วย ทั้งนี้ หลังจากที่ตนได้ส่งจดหมายเปิดผนึกแล้วก็ได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี เห็นได้ชัดเจนว่ามีส่วนช่วยกระตุ้นให้คน กทม.ตื่นตัวออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง และจากการลงพื้นที่วันนี้พบว่าคน กทม.ต้องการเห็นความเป็นธรรม ความถูกต้องใน กทม. จึงย้ำกับตนว่า พรรคประชาธิปัตย์ต้องสู้ต่อ อย่ายอมแพ้ เพื่อให้ช่วยกันนำพา กทม.เดินหน้าต่อไปได้ จากนั้น นายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปหาเสียงต่อที่ศูนย์เยาวชนบางขุนเทียน โดยปราศรัยกับประชาชนที่รอต้อนรับตอนหนึ่งว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรมเพื่อจะได้คนที่พร้อมทำงาน รวมทั้งพร้อมรับใช้คน กทม. จึงถือเป็นหน้าที่สำคัญของประชาชนต้องออกมาแสดงพลังในวันที่ 3 มี.ค.นี้

ปชป.ร้องเปลี่ยน จนท.คุมหน่วย ลต.

นายณัฐ บรรทัดฐาน รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงความไม่ชอบมาพากลในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ที่ให้สิทธิ์หัวหน้าหน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วย เลือกเจ้าหน้าที่คุมการลงคะแนนเอง จากเดิมที่ต้องส่งให้ผู้อำนวยการระดับเขตเป็นผู้เลือก ซึ่งส่วนใหญ่ผู้ที่ทำหน้าที่ควบคุมการเลือกตั้งจะเป็นข้าราชการในพื้นที่และมีความรู้ความเข้าใจในการควบคุมการเลือกตั้ง แต่ในครั้งนี้บุคคลที่เคยทำหน้าที่ส่วนใหญ่ไม่ได้รับเลือก แต่กลับเป็นบุคคลทั่วไปโดยส่วนใหญ่ ที่คัดสรรมาจากหัวหน้าหน่วยเลือกตั้งแต่ละหน่วย จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจตรวจสอบในเรื่องนี้

“พงศพัศ” ใบ้เลขสวยลำดับ 19

เมื่อเวลา 07.00 น. พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 9 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่หาเสียงเขตจตุจักร เริ่มที่ตลาดนัดกองบัญชาการศึกษา ถ.วิภาวดี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นครอบครัวของข้าราชการตำรวจ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ได้รับความสนใจจากพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของได้ขอถ่ายรูป มอบดอกไม้ จากนั้น พล.ต.อ.พงศพัศ ได้ขึ้นรถแห่เข้ามาในกองบัญชาการศึกษา วิทยาลัยการตำรวจ โดยได้ร่วมเข้าแถวพร้อมทักทาย นายตำรวจที่มาเรียนหลักสูตรผู้กำกับ รุ่นที่ 92, 93 โดยกล่าวปราศรัยว่า รถสายตรวจของกองบัญชาการตำรวจนครบาล เป็นหน้าที่ของผู้ว่าคนใหม่ ส่วนจะเลือกใครอยู่ที่ดุลพินิจ แต่ถ้าไม่มีใครในใจ เข้าคูหากาเบอร์ 9 จากนั้นได้เดินมาตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งของตัวเอง ซึ่งเป็นหน่วยเลือกตั้งภายในกองบัญชาการศึกษา โดยชื่อ พล.ต.อ.พงศพัศ อยู่หน่วยเลือกตั้งที่ 26 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร ในบ้านมีผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวน 3 คน ลำดับ 17-19 โดยอยู่บ้านเลขที่ 19 ลำดับที่ 19 ซึ่งได้สร้างความฮือฮากับทีมงานและผู้สื่อข่าว ที่บังเอิญตรงกัน ต่อมา พล.ต.อ.พงศพัศ ได้ขึ้นรถแห่หาเสียงไปตามถนนกำแพงเพชร มายังตลาด กม.11 บ้านพักรถไฟ แฟลตตำรวจภูธรภาค 1 แฟลตตำรวจ 191 และแห่มาหาเสียงต่อที่ตลาดประชานิเวศน์1 โดยมีพ่อค้า แม่ค้า ประชาชน มารอให้การต้อนรับ มอบดอกไม้ ขอถ่ายภาพ มอบอาหารคาวหวานให้อย่างคึกคัก โดย พล.ต.อ.พงศพัศ ได้แวะชิมไก่ย่าง และลงมือทำขนมถ้วยจำนวน 9 ถ้วย ก่อนขึ้นรถแห่หาเสียงต่อที่ตลาดเอื้ออมรพันธ์ แยกเกษตร ซึ่งได้เดินทักทายประชาชน พ่อค้า แม่ค้า อย่างคึกคัก ไหว้ศาลประจำตลาด ก่อนแวะดูแผงขายลอตเตอรี่ พร้อมกับดูซองใบ้หวย ซึ่งเป็นงวดวันที่ 16 ก.พ. ซึ่งมีเลข 09 พร้อมบอกว่าแม่นมาก จากนั้นขึ้นรถหาเสียงต่อที่ตลาดบางเขน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักเช่นกัน จากนั้นได้ขอแยกตัวก่อนลงพื้นที่หาเสียงอีกครั้งช่วงเย็นเวลา 15.00 น. ที่ซอยลือชา หรือพหลโยธินซอย 1 ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และจะไปแสดงวิสัยทัศน์ที่สยามพารากอน ในหัวข้อห้อ “กรุงเทพฯ (เรา) ออกแบบได้” ในเวลา 19.00 น.

พท.เจอสวมสิทธิ์หลังเดียว 6 ราย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น.วันเดียวกัน ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต รองโฆษกพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยนายธนสิทธิ์ เอื้อพิพัฒนากูล กรรมาธิการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 545 หมู่บ้านเศรษฐกิจ เขตบางแค หลังจากมีผู้ร้องเรียนว่ามีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งเกินความเป็นจริง ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมี นายชาญชัย ยวงพาณิชย์ อายุ 48 ปี เป็นเจ้าบ้าน โดยนายชาญชัย เปิดเผยว่า ได้รับจดหมายส่งมาให้ไปใช้สิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.วันที่ 3 มี.ค. โดยพบว่ามีชื่อบุคคลอื่นเข้ามาอยู่ในทะเบียนบ้านถึง 7 คนรวมตนเองด้วย โดยที่ไม่รู้จัก 6 คนดังกล่าวเลยพร้อมยืนยันว่ามีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเพียงคนเดียว อีกทั้งการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งล่าสุดจดหมายเชิญเลือกตั้งก็มีชื่อตนเองเพียงคนเดียว

ร.ท.หญิงสุณิสา กล่าวว่า จากการที่มีผู้ต้องเรียนผ่านพรรคเพื่อไทยพบ 4 ลักษณะของบัญชีผีใน 3 เขต คือ บางแค ภาษีเจริญ และวังทองหลาง โดยลักษณะแรกอันตรายที่สุด คือกรณีของนายชาญชัย เนื่องจากบ้านมีการเปลี่ยนแปลงหลายเลขทะเบียน จากบ้านเลขที่ 122/1 เป็นบ้านเลขที่ 545 และได้แจ้งสำนักงานเขตแล้วว่าบ้านเลขที่บ้านเดิมเป็นโมฆะ แต่ครั้งนี้กลับถูกนำมาใส่รายชื่อแปลกปลอมเข้ามา ซึ่งนายชาญชัยไม่สามารถทราบเลยว่าใครมาใช้สิทธิ์บ้าง เพราะเป็นการกำหนดคนละหน่วยเลือกตั้ง ลักษณะที่สองเลขที่บ้านเดียวกันแต่ส่งชื่อมา 2 ชุด กำหนดต่างหน่วยเลือกตั้ง และสามมีรายชื่อบุคคลแปลกปลอมเข้ามาในบ้าน โดยเจ้าบ้านไม่รู้จัก ซึ่งขณะนี้หมดเวลาแจ้งสำนักงานเขตแก้ไขแล้วตั้งแต่วันที่ 20 ก.พ. แต่กรณีของนายชาญชัยมาพบจดหมายหลังวันที่ 20 ก.พ. ดังนั้น กกต.กทม.ต้องมาตรวจสอบว่าจะเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 43 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่นฯ ปี 2545 ที่ห้ามมิให้ผู้ใดดำเนินการย้ายบุคคลเข้ามาในทะเบียนบ้าน เพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งโดยมิชอบหรือไม่ พรรคเพื่อไทยจะแสวงหาความจริงให้ปรากฏว่า มีการสวมสิทธิมากน้อยเพียงใด

“สุหฤท” วางถังขยะเบอร์ 17 หาเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุหฤท สยามวาลา ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.เเบบอิสระ ลงพื้นที่นำป้ายหาเสียงรูปแบบถังขยะมาวาง บริเวณองค์การตลาดเพื่อการเกษตร (ตลาด อตก.) โดยนายสุหฤท ได้นำป้ายหาเสียงรูปแบบถังขยะสีเขียว มีสติ๊กเกอร์ข้อความว่า “ป้ายหาเสียง สุหฤท สยามวาลา เบอร์ 17” มาวางทั้งหมด 5 จุด จุดละ 5 ถัง โดยเริ่มวางจุดแรกที่บริเวณด้านหน้าตลาด อตก. ซึ่งภายหลังที่วางเสร็จก็ได้เดินทักทายพูดคุยกับพ่อค้า แม่ค้าที่ขายของอยู่ภายในตลาด และในเวลาต่อมาก็ไปวางจุด 2 ที่ สถานีรถไฟฟ้าใต้ดินจตุจักร ทางออก 1 จุดที่ 3 แยกเกษตร จุดที่ 4 ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ตรงประตู ท่าพระจันทร์ และจุดสุดท้าย ม.ศิลปากร ท่าพระจันทร์ ตรงประตูทางเข้า ฝั่งตรงข้ามวัดพระแก้ว

นายสุหฤท กล่าวว่า มาวางป้ายหาเสียงรูปแบบถังขยะ แต่ไม่ใช่ถังขยะ แค่หน้าตาเหมือนถังขยะ ตามเส้นทางที่ตนได้เดิน 1 ล้านก้าว ซึ่งก็ทำให้เห็นปัญหาเลยเป็นแนวคิดที่จะทำป้ายหาเสียงนี้ อย่างไรก็ตาม ตนอยากเชิญชวนประชาชน 2 ล้านคน ออกมาสร้างความรู้สึกใหม่ด้วยมือของตัวเอง ซึ่งหวังว่าครั้งนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ที่มีประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งเยอะ ทั้งนี้ป้ายหาเสียงรูปแบบถังขยะตนได้เตรียมไว้ทั้งหมด จำนวน 50 ถัง ซึ่งนำมาตั้งไว้เฉยๆ ไม่ได้ให้ทิ้งขยะ เนื่องจากจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง โดยตนได้นำสติ๊กเกอร์นโยบายปิดช่องทิ้งขยะทุกด้าน และหลังวันที่ 3 มี.ค.56 จะกลับมาดูอีกครั้งว่าอยู่หรือไม่ เพราะกลัวหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังที่นายสุหฤท ได้วางป้ายหาเสียงรูปแบบถังขยะเรียบร้อยแล้ว ประชาชนที่เดินผ่านไป-มา ต่างมีสีหน้าที่มึนงง และแปลกใจ แต่ท้ายสุดก็เดินอมยิ้มไป

กกต.ขู่สวมสิทธิ์โทษคุก 10 ปี

นายวิสุทธิ์ โพธิแท่น กรรมการการเลือกตั้ง กล่าวถึงกรณีที่ มีการนำรายชื่อผู้เสียชีวิตและผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตอื่นมาสวมสิทธิ์ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. นี้ว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 3 มีนาคมนี้ จะต้องมีรายชื่อในภูมิลำเนา เป็นเวลา 1 ปีขึ้นไป ซึ่งการย้ายชื่อเข้าทะเบียนบ้าน 3-4 เดือน แต่ไม่ถึง 1 ปี ก็ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง โดยขอให้ประชาชนดูแลสิทธิ์ของตนเองโดยการสามารถแจ้งหรือทักท้วงต่อเจ้าหน้าที่ได้ ส่วนกรณีผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว หากพบว่ามีการโอนรายชื่อเข้าบ้าและแจ้งตำรวจให้จับกุมได้เพราะเป็นความผิดซึ่งหน้า ขณะเดียวกันขอเตือนไปยังผู้ที่คิดกระทำผิดว่าอย่าทำจะดีกว่าเพราะไม่คุ้มค่าอาจจะมีสิทธิ์ติดคุกสูงสุด 10 ปี สูญเสียเสรีภาพได้ ขณะเดียวกัน กกต.เรื่องดังกล่าวมีการระมัดระวังตลอดเวลา เพราะ กกต.มีการกำกับดูแลการเลือกตั้งท้องถิ่นทั่วประเทศ ซึ่งกรุงเทพมหานครเป็นท้องถิ่นที่ใหญ่มากจึงมีประชาชนสนใจเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม ในวันเลือกตั้ง 3 มี.ค. หากประชาชนพบการทุจริต สามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยได้ และสามารถส่งตัวแทนเข้าไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งในหน่วยต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้ผู้ที่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปในหน่วยเลือกตั้งโดยเด็ดขาด

“บิ๊กแจ๊ส” ย้ำจ่ายแสนจับทุจริต ลต.

พล.ต.ต.อดุลย์ ณรงค์ศักดิ์ รอง ผบช.น. ในฐานะโฆษก บช.น. แถลงความพร้อมการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ว่า พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. เน้นย้ำว่าหากตำรวจที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือชุดอื่นๆ สามารถจับการทุจริตในวันเลือกตั้งได้ จะเดินทางไปมอบเงินรางวัลให้ 1 แสนบาทที่จุดเกิดเหตุทันที นอกจากนี้ ค่าตอบแทนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้รับจากภารกิจนี้ จะจ่ายเต็มโดยไม่มีการหักค่าใช้จ่ายใดๆ โดยเฉพาะอาหารมื้อเที่ยงได้มอบหมายให้ ผบก.น.1-9 แจ้งให้ สน. ในสังกัดให้การสนับสนุนและนำส่งให้ถึงสถานที่ปฏิบัติงาน อย่างไรก็ตามทาง พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ขอให้ตำรวจวางตัวเป็นกลางและปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาโดยเคร่งครัด กำชับให้ระมัดระวังการทำผิดเลือกตั้ง คือการซื้อสิทธิ์ ขายเสียง การทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุด เสียหาย หรือทำให้บัตรเลือกตั้งที่เสียเป็นบัตรที่ใช้ได้ การจำหน่ายสุราในเวลาห้าม การพนันขันต่อเกี่ยวกับผลของการเลือกตั้ง และการย้ายบุคคลเข้ามาในทะเบียนบ้านเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งโดยมิชอบ

“ในขณะนี้ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้ประเมินสถานการณ์การเลือกตั้งยังอยู่ในความเรียบร้อย ซึ่งที่ผ่านมา สน.ทุ่งสองห้อง ได้มีการตรวจสอบพบเหตุผิดปกติในเขตหลักสี่ โดยสงสัยว่าอาจมีการย้ายบุคคลเข้ามาในทะเบียนบ้านเพื่อประโยชน์ในการเลือกตั้งโดยมิชอบ จำนวน 6 คน รายละเอียดอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและจะแถลงให้ทราบในวันที่ 1 มี.ค.56 เวลา 10.30 น. แต่ในส่วนอื่นๆ สถานการณ์ยังเป็นปกติ” โฆษก บช.น. กล่าว

เอแบคงดทำเอ็กซิทโพล-เอ็นทรีโพล

ขณะที่สำนักวิจัยเอแบคโพล ได้ส่งข้อมูลโดยผ่านอีเมลไปยังสื่อมวลชนสำนักต่างๆ ว่า ในวันเลือกตั้ง โดยเอแบคโพลจะไม่ทำทั้งเอ็กซิทโพล และเอ็นทรีโพล เนื่องจากที่ผ่านมานักศึกษาถูกสกัดกั้นจากเจ้าหน้าที่รัฐบางคนและจากกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองบางกลุ่มอย่างรุนแรง เช่น กักขังหน่วงเหนี่ยว กดดันสารพัดรูปแบบ ฉกชิงคำตอบของประชาชนจากนักศึกษาที่หน่วยเลือกตั้ง จนนักศึกษาจำนวนมากรู้สึกไม่ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ยิ่งไปกว่านั้น นักศึกษาถูกเจ้าหน้าที่ผู้ดูแลการเลือกตั้งผลักดันให้ออกไปที่ปากซอยทำให้เก็บข้อมูลจากคนที่มีฐานะขับรถมาใช้สิทธิเลือกตั้งไม่ได้ แต่กลับปล่อยให้กลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองเข้าไปในบริเวณหน่วยเลือกตั้งได้ นี่ “ไม่ใช่แค่เรื่องผิดปกติ” ในสังคมประชาธิปไตย แต่สะท้อนให้เห็นจิตสำนึกของผู้ใหญ่ในสังคม ซึ่งเหตุการณ์ที่กล่าวมาข้างต้นไม่น่าเกิดขึ้นในเขตกรุงเทพมหานครกับนักศึกษาและเยาวชนที่หวังทำงานหารายได้ค่าหน่วยกิตอย่างสุจริต แต่กลับถูกสกัดกั้นกดดันสารพัดรูปแบบจากผู้ใหญ่จนเด็กและเยาวชนเหล่านั้นบอกว่า ผู้ใหญ่ในสังคมไทยเป็นอะไรกันไป เด็กๆ มั่วสุมก็จับกุม เด็กๆ ทำงานก็สกัดกั้น และจะให้พวกเขาทำอะไรในสังคมนี้

ดังนั้น ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้ สำนักวิจัยเอแบคโพลจึงหันมาทำสำรวจโพลที่เรียกว่า โพลก่อนวันเลือกตั้ง (Pre-Election Poll) แทน โดยสุ่มตัวอย่างประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในระดับครัวเรือนเพื่อทดสอบทฤษฎีด้านระเบียบวิธีวิจัยและการพัฒนางานทางวิชาการควบคู่ไปกับการให้โอกาสนักศึกษาจากทุกสถาบันเรียนรู้โลกแห่งความเป็นจริงและได้ค่าเบี้ยเลี้ยงเป็นค่าหน่วยกิตของพวกเขา โดยสำนักวิจัยฯ จะส่งนักศึกษาลงพื้นที่กว่า 30 เขตการปกครอง โดยอาศัยหลักสถิติในการเลือกตัวอย่างที่มีความเป็นตัวแทนของประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ระดับครัวเรือนจำนวนประมาณ 5,000 คนเท่านั้น หรือประมาณร้อยละ 0.0012 ของจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด และจะเปิดเผยผลสำรวจทันทีหลังปิดหีบเลือกตั้งเวลา 15.00 น.ทางสื่อมวลชนทุกแขนง ก็ขอฝากถึงผู้ใหญ่ในสังคมว่า การทำโพลเป็นการพัฒนาเรียนรู้ทางวิชาการประยุกต์ที่ต้องมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงปรับปรุงต่อไปไม่มีสิ้นสุดในสังคมประชาธิปไตย จึงขอให้ผู้ใหญ่ทุกฝ่ายได้สนับสนุนเกื้อกูลคณะวิจัยและนักศึกษาจากทุกสถาบัน

 

วันที่ 1/03/2556 เวลา 6:48 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘อะตอม’ตูมต่อเนื่องเปลี่ยนชื่อดวงพุ่งงานเข้า-เซ็กซี่กว่าเดิม [25/10/2557]
“อะตอม-ภัคจิรา วิศววิสุทธิ์” ที่เข้าวงการแรกๆ ได้ฉายา “อั้ม พัชราภา2” มาแล้ว เพราะใบหน้า ทรงผมคลับคล้ายคลับคลาไม่น้อย แต่พอเข้าวงการมาหลายปี คนเริ่มทักน้อยลง เหตุที่เธอมีบุคลิกเฉพาะตัวเป็นของตัวเอง