วันศุกร์ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2557

มติ 3 ต่อ 1 ไม่รับรอง ‘สุขุมพันธุ์’

มีเรื่องร้องเรียงขอสอบ15วัน

‘จูดี้’ เหนียมเป็นเเม่ทัพสีกากี

“พงศพัศ” ไม่เข็ดการเมือง ลั่นอีก 4 ปีข้างหน้าขอลงสู้ศึกผู้ว่าฯ อีกรอบ รอคุยนายกฯ กลับเป็นตำรวจ ก่อนทำเหนียมเก้าอี้ ผบ.ตร. ทางด้าน ปชป.คิดหนักวางตัวทีมรองผู้ว่าฯ หลังมีผู้เสนอตัวเพียบ “มาร์ค” แย้มต้องมี 1 หญิงเป็นรองผู้ว่าฯ แน่นอน ส่วน “องอาจ” ปฏิเสธร่วมทีมรองผู้ว่าฯ ทางด้าน กกต.มีมติ 3 ต่อ 1 ไม่รับรอง “คุณชาย” เป็นผู้ว่าฯ กทม. เหตุมีเรื่องร้องเรียน 3 เรื่อง ขอเวลาสอบสวน 15 วัน อย่างช้าประกาศรับรองได้วันที่ 2 เม.ย.

“พงศพัศ” เหนียมรับเก้าอี้ ผบ.ตร.

เมื่อวันที่ 6 มี.ค.56 พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตผู้สมัครผู้ว่าราชการ กทม. พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า หลังจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กลับถึงประเทศไทยในวันที่ 7 มี.ค.นี้ ตนจะขอเข้าพบเพื่อแจ้งให้ทราบเรื่องการขอกลับเข้ารับราชการตำรวจ โดยไม่ขอรับตำแหน่งใดๆ ทางการเมือง รวมถึงตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะเป็นวิธีที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนได้ดีที่สุด ซึ่งการกลับมารับราชการไม่ได้คาดหวังว่าต้องได้เป็น ผบ.ตร. แม้จะเหลืออายุราชการอีก 3 ปี เพราะตลอดเวลาของการเป็นตำรวจ และ 48 วันของการหาเสียงพบประชาชนก็เห็นปัญหาใน กทม.มากขึ้น แต่ก็ยอมรับว่า การขอกลับเข้ารับราชการตำรวจอีกครั้งย่อมมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์แน่นอน ตนมองว่าเป็นเรื่องปกติ เพราะส่วนตัวยืนยันตลอดว่า ต้องการทำงานในตำแหน่งที่ทำประโยชน์ให้ประชาชนที่สุด และการรับราชการตำรวจสามารถแก้ปัญหาให้คน กทม.ได้ เช่น ยาเสพติด อาชญากรรม

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวต่อว่า การลงสมัครในครั้งนี้ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง โดยเริ่มจากตนเคยทำงานร่วมกับนายกฯ สมัยเป็นโฆษก ศปภ. ทำให้เห็นปัญหาของคน กทม. แล้วก็ห่างหายกันไป แต่พอมีการสมัครก็ได้คุยกับนายกฯ อีกครั้ง และนายกฯ ก็ได้หารือถึงปัญหาต่างๆ จึงมีแนวคิดอยากทำงานแบบไร้รอยต่อ จึงตัดสินใจขอลงสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ด้วยความเต็มใจ

“ยืนยันว่าจะไม่มีทางแปรเปลี่ยน 1 ล้านคะแนนของคน กทม. เพื่อมารับตำแหน่งทางการเมือง หรือนำมาหาประโยชน์ใส่ตัวเพราะชีวิตถึงขณะนี้มีความสุขดีแล้ว ครอบครัวสุขสบายไม่ได้เดือดร้อน มีเพียงความต้องการกลับมารับราชการตำรวจ เพื่อเข้ามาดูแลทุกข์สุขประชาชน อย่างไรก็ตามหากในอีก 4 ปีข้างหน้า กทม. ยังไม่ได้รับการเปลี่ยนแปลงก็จะขออาสาสมัครอีกครั้ง” พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าว

“เฉลิม” ปิดปาก “จูดี้” หวน ตร.

เมื่อเวลา 11.00 น. ภายหลังการหารือกับผู้นำศาสนาใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ห้องประชุม 301 ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ก็ยังถูกผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ อดีตผู้สมัครชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.ของพรรคเพื่อไทย ขอกลับไปดำรงตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอีกครั้ง โดยรองนายกฯ ยิ้มแต่ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น และกล่าวเพียงว่า “งดสัมภาษณ์ 7 วัน” และเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามถามประเด็นนี้อีกครั้ง ร.ต.อ.เฉลิม ก็ได้รีบเดินหนีทันที

“มาร์ค” คิดหนักวางตัวรองผู้ว่าฯ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการพิจารณาตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. ว่า มีความคืบหน้าไปมาก คาดว่าจะเสร็จในช่วงต้นสัปดาห์หน้า โดยจะพยายามทำให้เสร็จในทุกตำแหน่งทั้งรองผู้ว่าฯ กทม. 4 ตำแหน่ง ที่ปรึกษา 9 ตำแหน่ง เลขาฯ และผู้ช่วยเลขาฯ 4 ตำแหน่ง รวมถึงหน่วยงานของ กทม.ที่ต้องเข้าไปบริหาร โดยทีมงานจะต้องสร้างความกระฉับกระเฉงเพราะประชาชนคาดหวังที่จะเห็นการปรับปรุงหลายอย่าง โดยพยายามที่จะพิจารณาบุคคลภายนอกด้วย ก็อยู่ระหว่างการพูดคุยกันอยู่ และควรมีผู้หญิงร่วมเป็นรองผู้ว่าฯ กทม. อย่างน้อย 1 คน

ต่อข้อถามว่า ในที่ประชุม ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ มีการสะท้อนว่าอยากให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ว่าที่ผู้ว่าฯ กทม. ทำงานเชื่อมต่อกับ ส.ส.ของพรรคมากขึ้น ควรมีการปรับปรุงอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อยู่ที่การวางระบบให้เชื่อมต่อกันให้ง่ายขึ้น แต่ต้องยอมรับว่าในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา มีเหตุการณ์ต่างๆ เกิดขึ้นมาก ทำให้เกิดช่องว่างขึ้น แต่ก็ถือว่าเป็นบทเรียน ทุกฝ่ายก็ทราบปัญหาดี และจะมาแก้ไขกัน

“ผมได้คุยกับ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์แล้ว ท่านก็พร้อมแก้ปัญหา ลดช่องว่างต่างๆ โดยเราอยากให้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์เข้าพรรคมากขึ้น แต่ก็เห็นใจ เพราะคนที่ทำงานก็มีภารกิจมาก แม้กระทั่งคนที่เคยเป็นรัฐมนตรีช่วงนั้นก็ถูกต่อว่า แต่ก็ต้องพยายาม เพราะความสำเร็จของงานขึ้นอยู่กับการขับเคลื่อนทางการเมืองด้วย บางทีคนที่ทำงานก็มองข้ามไป หากขาดการรวมพลังขับเคลื่อนทางการเมือง นโยบายและงานต่างๆ ก็ออกมาได้ยาก และเป็นที่รับรู้ของคนทั่วไปได้ยาก”

“องอาจ” ปฏิเสธนั่งรองผู้ว่าฯ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. พรรคประชาธิปัตย์ แถลงขอบคุณประชาชนที่เลือก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าฯ กทม.อีกสมัย ซึ่งเป็นกำลังใจที่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ มีพลังที่จะทำงานเพื่อประชาชน โดยมีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่ประชาชนออกมาเลือกพรรคประชาธิปัตย์มากเป็นประวัติการณ์ว่า ไม่ได้เกิดจากความกลัวตามที่พรรคเพื่อไทยออกมาระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์สร้างบรรยากาศแห่งความกลัว แต่เป็นเพราะความกล้าของประชาชนที่ปฏิเสธการใช้อำนาจของรัฐบาลในทางที่ไม่ถูกต้อง แต่เป็นเหตุผล 6 ประการคือ 1. ประชาชนชื่นชอบในนโยบายของผู้ว่าฯ กทม. 4 ปีที่ผ่านมา 2.เพราะตัวผู้สมัครซื่อสัตย์ ไม่โกง 3.เป็นความเชื่อมั่นศรัทธาต่อพรรคประชาธิปัตย์ 4.เกิดจากความรัก ศรัทธาตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ 5.ไม่ยอมรับอำนาจ พฤติกรรมอำนาจนิยมของรัฐบาลและ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ 6.ความนิยมรัฐบาลลดลง

พร้อมกันนี้นายองอาจปฏิเสธ ไม่ขอรับตำแหน่งรองผู้ว่าฯ กทม. แม้ถูกทาบทามจากผู้ใหญ่ ก่อนและหลังการเลือกตั้ง ซึ่งก็ขอขอบคุณผู้ใหญ่ในพรรคที่สนับสนุน แต่ขณะนี้ยังอยากทำหน้าที่ ส.ส.ต่อไป และพรรคยังมีบุคคลที่เหมาะสม ที่จะมาทำหน้าที่รองผู้ว่าฯ กทม. หลายคน ส่วนรายชื่อที่มีการพูดถึง เช่น นายจุมพล สำเภาพล รองปลัด กทม. นางผุสดี ตามไท ส.ส.บัญชีรายชื่อ นายกนก วงศ์ตระหง่าน และนายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ยังเป็นเพียงคาดการณ์ ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน

กกต.เลื่อนรับรอง “สุขุมพันธุ์”

วันเดียวกัน นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง แถลงภายหลังการประชุม กกต.ว่าที่ประชุม กกต. 4 คนมีมติ 3 ต่อ 1 เห็นควรยังไม่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ได้รับเลือกตั้ง ตามที่ กกต.กทม.เสนอ โดยเป็นไปตามมาตรา 95 ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น ประกอบประกาศคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ฉบับที่ 32 ที่ให้ กกต.สามารถสืบสวนสอบสวนกรณีผู้ได้รับเลือกตั้งมีเรื่องร้องคัดค้านให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน หากไม่แล้วเสร็จให้ กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปก่อน โดยกำหนดระยะเวลา 30 วัน จะครบในวันที่ 2 เม.ย.นี้ ทั้งนี้ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ถูกร้องเรียนใน 3 เรื่อง แยกเป็นอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ กกต.กทม. 2 เรื่อง และฝ่ายสืบสวนสอบสวนของ กกต.กลาง 1 เรื่อง โดยทั้งหมดเป็นคำร้องที่กล่าวหาว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กระทำผิดฐานปราศรัยใส่ร้าย หลอกลวง จูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยม ตามมาตรา 57 (5) ของ พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งเบื้องต้นทาง กกต.กทม.ขอเวลาในการสืบสวน 15 วันก่อนที่จะเสนอมายัง กกต.กลางพิจารณา อย่างไรก็ตามหากการสอบสวนแล้วเสร็จก่อนระยะเวลา 30 วัน กกต.ก็อาจพิจารณาเรื่องประกาศรับรองผลก่อนระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดได้

เร่งสอบ 3 เรื่องร้องเรียน “ชายหมู”

รายงานข่าวแจ้งว่า สำหรับการประชุม กกต.วันนี้ นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวน ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ซึ่งเมื่อเข้าสู่วาระการพิจารณาเรื่องดังกล่าวที่ประชุมไม่ได้มีการหารือว่าจะต้องรอนายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. กลับมาจากการดูงานที่ต่างประเทศก่อน โดยด้านบริหารงานเลือกตั้งได้รายงานผลคะแนนเลือกตั้ง และแจ้งว่า ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์มีเรื่องถูกร้องเรียนรวม 3 เรื่อง รวมถึง กกต.กทม. เสนอความเห็นว่ายังไม่ควรประกาศรับรองผล จากนั้นที่ประชุมได้มีการพิจารณาก่อนที่กรรมการแต่ละคนจะนำใบลงคะแนนไปลงคะแนนที่ห้องทำงานของตน และส่งให้ฝ่ายการประชุมนำไปรวมคะแนน ซึ่งทั้งหมดใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง ก่อนที่จะมีการแถลงข่าว โดยเสียงข้างน้อย 1 เสียงที่เห็นว่าควรประกาศรับรองผล คือ นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง ที่มองว่า พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ.2528 มาตรา 48 กำหนดให้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต้องเข้าปฏิบัติหน้าที่ภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้ง แต่เสียงส่วนใหญ่เห็นว่า พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น และประกาศ คปค.ที่กำหนดให้ กกต.สืบสวนสอบสวนกรณีมีเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายใน 30 วันเป็นกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่า พ.ร.บ.องค์กรปกครองท้องถิ่นอื่นๆ ประกอบกับ กกต.กทม.ก็ยืนยันว่าจะใช้เวลาในการสอบสวนตามคำร้องให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวปลัดกรุงเทพมหานครก็ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ในฐานะรักษาการผู้ว่าฯ กทม.ได้

วันที่ 6/03/2556 เวลา 22:42 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘ปู ไปรยา’ สุดสะพรั่งว่าที่สะใภ้หมื่นล้าน [18/10/2557]
สวยสะพรั่ง โดดเด่น ราศีจับระยิบ แถมคว้ารางวัลผู้หญิงเซ็กซี่แห่งปี จากนิตยสาร FHM 3 ปีซ้อน จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเธอคนนี้ “ปู-ไปรยา สวนดอกไม้” วัยเบญจเพส 25 ปีเต็มๆ ชีวิตวันนี้ช่างสุขสมบูรณ์ไปทุกอย่าง เส้นทางชีวิตเธอโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ทั้งเรื่องครอบครัว ชีวิตคู่ และหน้าที่การงาน แทบหาจุดอ่อนไม่ได้