วันเสาร์ที่ 26 กรกฏาคม พ.ศ. 2557

ปชป.สับ 2 ล้านล้านรมต.ท้าใครโกหก-ลาออก

เฉ่งกี่ชาติใช้หนี้หมดฉะรถไฟเพื่อคนรวย 3 รมต.โต้-ทำได้จริง

ถก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ยังเดือด “ฝ่ายค้าน” เรียงหน้าถล่มไม่ยั้ง ร่าง พ.ร.บ.โคตรหนี้ ฉะตายกี่ชาติถึงใช้หมด “กษิต” ฉะยับ “พ.ร.บ.โสโครก” สร้างผลร้ายชาติ ซัดไร้ความโปร่งใส เปิดช่องทุจริตคอรัปชั่น ขณะที่ “ส.ส.ปชป.” จวกยับโครงการรถไฟความเร็วสูงเพื่อคนรวย ซัดค่าโดยสารแพงหูฉี่ คนจนไม่มีปัญญาขึ้น ซัดไม่แก้ปัญหาความเลื่อมล้ำในสังคม ด้าน “ส.ส.ภท.” อัดแค่โครงการฝันเฟื่อง เชื่อมีสายเดียว กทม.-เชียงใหม่ ที่เป็นไปได้ ส่วน “ชูวิทย์” ขนลุกกู้ 2 ล้านล้าน ให้ รฟท.บริหารมีแต่เจ๊ง ชี้กว่าจะคืนทุนต้องรอแสนปี-ไดโนเสาร์กลับชาติมาเกิด ขณะที่ “3 รมต. คค.” เรียงหน้าแจง ยันทุกเส้นทางทำได้ โวเพื่อไทยนั่งรัฐบาลอีกสมัย สายหนองคายเสร็จทันพร้อมเชียงใหม่แน่ ยอมรับค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงแพง อ้างมีรถไฟรางคู่ถูกกว่าเป็นทางเลือก พร้อมการันตี รฟท.บริหารจัดการได้ ด้าน “นายกฯ ปู” โผล่แจงผ่านเฟซบุ๊ค โต้รถไฟเร็วสูงใช้ขนผัก อ้างเรื่องปกติ ต่างประเทศก็ทำ ฉะบิดเบือนโยงการเมือง ดูถูกเกษตรกร ย้ำลดเหลื่อมล้ำ ตกเย็นป่วนประท้วงกันวุ่น “รังสิมา” โต้เดือด “ปรีชา” ท้าเดิมพันตำแหน่งใครโกหกลาออก

ถก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้าน ยังเดือด

วันที่ 29 มี.ค. เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรวาระพิเศษ เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. .. ที่ ครม.เป็นผู้เสนอ จำนวน 2 ล้านล้านบาท วันที่ 2 โดยมีนายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาคนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ทั้งนี้ นายกนก วงศ์ตระหง่าน ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอภิปรายว่า ตนได้นำประเด็นที่พรรคประชาธิปัตย์ได้อภิปรายไปมาทำเป็นตัวเลข และวิเคราะห์การลงทุนในกรณีโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ซึ่งในเอกสารประกอบระบุว่าจะต้องใช้เงินลงทุน 387,821 ล้านบาท และต้องชำระคืนในเวลา 50 ปี ทั้งนี้จากข้อมูลของผู้เชี่ยวชาญทางด้านรถไฟสมมุติฐานโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จะมีผู้โดยสารใช้บริการ 49,600 คนต่อวัน ระยะทางประมาณ 700 กิโลเมตร โดยให้วิ่ง 365 วัน คำถามก็คือ ค่าโดยสารในการเดินทางเท่าไหร่ ในตัวเลขที่กล่าวไปนั้น ราคาของกระทรวงคมนาคมอยู่ที่ 1.3-3.5 บาทต่อกิโลเมตร ซึ่งหากนำตัวเลขตรงมาหักค่าใช้จ่ายการเดินและค่าบำรุงรักษาทั้งหมดออก แล้วหารด้วยระยะทาง 700 กิโลเมตร ค่าโดยสารจะอยู่ที่ 2.58 บาทต่อกิโลเมตร หรือ 1,800 ต่อเที่ยว เทียบกับสายการบินราคาถูกแล้ว ก็คงไม่มีใครขึ้น ซึ่งตรงนี้คือความเสี่ยง เพราะหากผู้โดยสารไม่ถึง 49,600 คนต่อวัน ใน 365 วัน ตัวเลขตรงนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะจะต้องต่ำกว่านี้ นอกจากนี้หากอัตราดอกเบี้ยที่รัฐบาลกู้สูงกว่า 2-3 % ต้นทุนก็จะเพิ่มขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นจากการคำนวณพฤติกรรมในการเดินทางของผู้โดยสารต่อราคา พบว่าถ้าค่าโดยสารเกินกว่า 1.4 บาทต่อกิโลเมตร ผู้โดยสารจะไม่ขึ้น หรือเรียกได้ว่าหากค่าโดยสารเกิน 1,000 บาท ผู้โดยสารจะเลือกขึ้นรถไฟอย่างอื่นหรือรถทัวร์แทนการโดยสารด้วยรถไฟความเร็วสูง

จวกยับรถไฟความเร็วสูง

นายกนก กล่าวต่อว่า หากค่าโดยสารกำหนดไว้ที่ 1,800 บาท ผู้โดยสารส่วนใหญ่จะเป็นระดับนักธุรกิจ ซึ่งคนจนจะไม่ได้ขึ้น และการลงทุน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาล ประโยชน์ที่ได้รับจะตกอยู่กับนักธุรกิจและคนร่ำรวย แต่คนจนจะไม่ได้ประโยชน์ แล้วที่รัฐบาลบอกว่าคนจนจะได้ประโยชน์ จากเศรษฐกิจที่โตขึ้น แต่เศรษฐกิจที่โตขึ้นก็ตกอยู่กับคนร่ำรวย วันนี้ประเทศประสบปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำทางด้านรายได้ ซึ่งในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา จีดีพีของประเทศโตขึ้น 4-5 เท่า เศรษฐกิจดีในภาพรวม แต่กลับมีคนจนเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคนในภาคอีสานและเหนือจนมากขึ้น ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ มันเป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยเศรษฐกิจจะดีขึ้นตามคำบอกเล่าของรัฐบาล แต่ความเหลื่อมล้ำจะมีมากขึ้น มีคนยากจนมากขึ้น เพราะฉะนั้นการตัดสินใจตรงนี้ ผมอยากจะเรียนท่าน รมต.อาจารย์ชัชชาติ ที่เป็นอาจารย์จุฬาฯ ด้วยกันว่า อาจารย์และรัฐบาลบอกว่า นี่คือความกล้าหาญในการตัดสินใจของรัฐบาลแต่ สำหรับตนไม่ใช่ความกล้าหาญ สำหรับตนคือความบ้าบิ่น เพราะฉะนั้นตรงนี้เราอย่าเอาประเทศชาติและประชาชนมาเสี่ยงกับความบ้าบิ่นของรัฐบาลได้ไหม เพราะตัวเลขมันฟ้องอยู่แล้วว่ามันไม่เป็นอย่างนั้นนอกจากนี้บทเรียนเรื่องบุคลากรจากกรณีแอร์พอร์ตลิงค์ที่ทุกวันนี้ก็ยังต้องใช้คนจากต่างประเทศอยู่ ตรงนี้รัฐบาลได้ศึกษาหรือไม่ คำถามก็คือจะเอาวิศวกรและช่างเทคนิคมาจากไหนในเวลา 7 ปี หรือจะต้องจ้างต่างชาติอีกเหมือนเดิม หากใช่ ก็ต้องเจอความเสี่ยงเช่นแอร์พอร์ตลิงค์ ไม่ทราบว่ารัฐบาลคิดตรงนี้หรือไม่

เย้ยรถไฟเร็วสูง 4 สาย แค่ฝันเฟื่อง

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย อภิปรายว่า ตนเห็นด้วยกับการพัฒนาระบบขนส่งและควรจะมีการพัฒนามาตั้งนานแล้ว แต่สิ่งที่น่ากลัวคือ สถานะทางการเงินการคลังที่อาจจะมีปัญหา อีกทั้งยังเห็นว่าประชาชนยังต้องการให้มีการพัฒนาด้านอื่นอีกหลายๆ ด้าน ดังนั้นจึงเห็นว่ารัฐบาลน่าจะมีแนวทางอื่นโดยที่ไม่ต้องกู้เงิน แต่มีการประกาศให้เอกชนมาร่วมทุนในไทย นอกจากนี้ในส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงของรัฐบาลจำนวน 4 สายคือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่, กรุงเทพฯ-หนองคาย, กรุงเทพฯ-ปะดังเบซา และ กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี นั้นตนเห็นว่ารัฐบาลสามารถดำเนินการได้เพียงสายเดียวคือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่ จึงเรื่องนี้ทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อประชาชนพื้นที่อื่นๆ โดยเฉพาะในภาคอีสาน นอกจากนี้ตนยังมีความเป็นห่วงว่า รัฐบาลมีการดำเนินการตามโครงการดังกล่าวจริง จะให้หน่วยงานใดมาดูแล ซึ่งหากเป็นการรถไฟแห่งประเทศไทยตนก็เชื่อว่าคงจะเจ๊า อย่างไรก็ตามตนหวังที่จะเห็นการดำเนินการแบบค่อยเป็นค่อยไปในการดำเนินการต่างๆ มากกว่าการกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทซึ่งภาระจะไปตกอยู่กับประชาชน วันนี้รัฐบาลจะมาอาศัยเสียงข้างมากในการลงมติในสภาอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะคนที่จะใช้หนี้ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ในสภาเท่านั้น แต่เป็นประชาชนจำนวน 60 ล้านคน ดังนั้นจึงควรมีการทำประชามติถามความเห็นจากประชาชนก่อนแล้วค่อยดำเนินการ

“กษิต” ประณาม “พ.ร.บ.โสโครก”

นายกษิต ภิรมย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายคัดค้านการออก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวมีวิธีการหาเงินมาลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมเพียงอย่างเดียว ทั้งๆ ที่ยังมีโครงสร้างพื้นฐานอีกหลายด้านที่ต้องมีการพัฒนา รัฐบาลไม่มีสิทธิ์สร้างภาระให้ประชาชน นอกจากนี้เนื้อหาร่าง พ.ร.บ.นั้น ก็ผิดหลักการในเรื่องความสมดุล ขอถามว่า เหตุใดรัฐบาลจึงเน้นเรื่องคมนามคมอย่างเดียวในเมื่อเราต้องพัฒนาเรื่องอื่นควบคู่กันไป เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย อีกทั้งโครงสร้างพื้นฐานคมนามคมนั้น หากมีความจำเป็นเร่งด่วนก็สามารถดึงออกมาบางเรื่องได้ รวมทั้งโครงการดังกล่าวยังไม่มีความสมดุลในตัวเอง มีการเลือกปฏิบัติ ดำเนินการไม่ทั่วถึงและไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำในสังคมได้ คุ้มค้าคุ้มทุนหรือไม่มี เพราะมีแต่กู้จ่ายอย่างเดียว ซึ่งเชื่อว่ารัฐบาลไม่สามารถแก้ปัญหาอนาคตได้ รัฐบาลอ้างว่า ต้องการให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการคมนามคมนั้น การเชื่อมโยงที่ปรากฏในเอกสารไม่ได้ สามารถทำให้ไทยเชื่อมโยง หรือเป็นศูนย์กลางการคมนาคมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เลย ดังนั้นจึงอยากขอให้รัฐบาลมีการทบทวนในเรื่องนี้ อีกทั้งยังมีความกังวลในเรื่องการบริหารจัดการ โดยเฉพาะมาตรา 6 ที่ให้กระทรวงการคลังสามารถนำเงินที่ได้จากการกู้ไปให้กู้ต่อแก่หน่วยงานของรัฐ เพื่อนำไปใช้จ่ายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้ามคมนาคมขนส่งของประเทศได้ ในมาตรา 9 นั้น มองว่าจะเป็นปัญหาธรรมมาภิบาล ความโปร่งใส ก่อให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่นได้ อีกทั้งเมื่อนำจับไปคู่กับกฎหมายร่วมทุนฯ เกรงว่าจะทำให้ปัญหาการทุจริตมากขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลทบทวน และกลับมาพูดคุยกันในสภาฯ พร้อมขอฝากไปยัง นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ รมว.คมนาคม ซึ่งมีคุณพ่อเป็นนายตำรวจ และครอบครัวก็ได้รับการนับถือในสังคม จึงไม่อยากให้เอาตัวพัวพันกับความไม่ชอบมาพากล เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็น พ.ร.บ.ที่โสโครกและเกิดผลร้ายต่อประเทศไทย

โต้ “กษิต” ไม่มีข้อมูล

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมช.คมนาคม อภิปรายว่า ขอบคุณในความห่วงใยและข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งเป็นการเติมเต็มข้อมูลและความคิดหลายเรื่องที่ยังคิดไม่ถึง ขอชี้แจงว่าหากสมาชิกสภาฯ ต้องการขอแก้ไขมาตรา 15 ก็สามารถทำได้ในช่วงแปรญัตติ ก่อนจะตอบโต้ข้อคิดเห็นของนายกษิต ภิรมย์ ซึ่งกล่าวว่า ไม่มีการพัฒนาในอีสานใต้ว่าไม่เป็นความจริง นายกษิตอาจจะไม่ได้เห็นข้อมูล เพราะมีรถไฟรางคู่ไปถึงอุบลราชธานี ส่วนที่ ส.ส. พรรคภูมิใจไทยมีความห่วงใยเกี่ยวกับทางหลวงชนบทนั้น กระทรวงคมนาคมได้ให้ กรมทางหลวงชนบทดูแลอยู่ และมีแผนสร้างทางด่วนเพิ่ม 5,000 กิโลเมตร ซึ่งกำลังดำเนินงาน จะแล้วเสร็จภายใน 2 ปี แต่ต้องขอเรียนให้ทราบว่า พ.ร.บ. เงินกู้ครั้งนี้จะใช้ในการลงทุนในระดับใหญ่ ส่วนถนนในระดับตำบท หมู่บ้านนั้นจะใช้งบประมาณประจำปีเหมือนปรกติ ส่วนที่นางอานิก อัมระนันทน์ ถามว่า รถไฟความเร็วสูงมีความเร็วเท่าไรนั้น นายประเสริฐตอบว่า 250 กม./ชม. ยืนยัน ที่ ส.ส.หลายท่านมีความห่วงใยว่าสาย กรุงเทพฯ –ปาดังเบซาร์ และสาย กรุงเทพฯ-หนองคาย จะได้ทำหรือไม่

ยันทุกเส้นทางมีแผนชัดเจน

จากนั้น พล.อ.พฤณท์ สุวรรณทัต รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ชี้แจงว่า ตนได้รับมอบหมายจาก รมว.คมนาคม ให้มาชี้แจง โดยเรื่องแรกที่ยังเป็นข้อกังวลสงสัย ขอย้ำให้สมาชิกทุกท่านรับทราบถึงความมั่นใจในการวางแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมเป็นผู้จัดทำแผนรถไฟความเร็วสูง 4 สายทาง แต่ยังมีข้อสงสัยใน 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพฯ-หนองคาย และกรุงเทพฯ -ปาดังฯ โดยทั้ง 2 สายทางเป็นไปตามแผนที่กำหนดเป็นตัวหนังสือทุกประการ เราได้หารือกันหลายครั้งว่า สายกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะแรกให้ไปถึงนครราชสีมา อันนี้ใช้ในงบประมาณ 2 ล้านล้านบาท ส่วนกรุงเทพฯ-ปาดัง ฯ ขั้นแรกขอให้ไปถึงหัวหิน เพราะในทางปฏิบัติต้องใช้เวลาถึง 7 ปี ก็คงจะต้องมีการวางแผนต่อไปในขั้นที่ 2 อย่างแน่นอน ในส่วนเส้นทางมอเตอร์เวย์ที่วางแผนไว้ที่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พาดผ่าน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ไปท่าม่วง ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี วางแผนไว้เรียบร้อย โดยงบประมาณ 2 ล้านล้านบาทนี้ ใช้วงเงินเข้ามาช่วยลงทุนในเรื่องการเวนคืนที่ดิน ส่วนงบประมาณลงทุน จะศึกษาว่าจะใช้รูปแบบการลงทุนในลักษณะใด สามารถปฏิบัติได้เสร็จสิ้นในปีงบประมาณ 2560 สำหรับมอเตอร์เวย์เส้นนี้ ส่วนภาคใต้ที่สมาชิกเป็นห่วงว่าเราไม่ได้ไปพัฒนา ขอยืนยันว่าเราได้วางแผนไว้อย่างสมบูรณ์ ในการเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน มีการวางแผนและวางงบประมาณไว้ในงบประมาณ 2 ล้านล้านบาทเรียบร้อยแล้ว และวางแผนต่อไปที่จะใช้งบปกติระหว่างด่านบ้านประกอบ-อ.จะนะ เป็น 4 ช่องจราจร ส่วนด่านสะเดา ได้ขยาย 4 ช่องจราจร นอกจากนี้ ในการพัฒนาทางหลวง พื้นที่ 3 จ.ภาคใต้หรือพื้นที่ภาคใต้ทั้งหมดโดยจะขยายเป็น 4 ช่องจราจรเกือบทุกเส้นทาง เช่น ภูเก็ต-พัทลุง ชุมพร-ระนอง ยะลา-เบตง ในรายละเอียดได้จัดทำแผนไว้มากมาย

โอ่เป็นรัฐบาลอีกสมัยเสร็จแน่

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม กล่าวชี้แจงว่า ประเด็นรถไฟรางคู่ กทม.-เชียงใหม่ กทม.-หนองคาย และ กทม.-ปะดังเบซา ซึ่งจากการคำนวณต้นทาง-ปลายทางต้องระบุชัดเจน และไม่ได้โกหก มีการคำนวณงบประมาณชัดเจน ว่าในงบประมาณเบื้องต้นทำตามนโยบายที่ได้แถลงต่อรัฐสภาไว้แล้ว กทม.-เชียงใหม่ กทม.-โคราช กทม.-ระยอง และ กทม.-หัวหิน ส่วนที่ขยายไปหนองคาย ขอให้ตั้งไข่ได้ก่อน เพราะการลงทุนเรื่องดังกล่าวมีความไม่แน่นอนสูงในระยะต้น การที่หาเอกชนมาร่วมลงทุนเลยจากโครงการเป็นศูนย์ เป็นความเสี่ยงที่เอกชนต้องไปคำนวณบวกเพิ่มเข้าไป แต่ถ้าสามารถตั้งไข่ตอนแรกได้ชัดเจน และมีผู้โดยสารเบื้องต้น การขยายต่อไม่ยากที่จะหาคนเข้ามาร่วมทุน ทั้งนี้ ยืนยันว่าถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลอีกหนึ่งสมัย กทม.-หนองคาย จะเสร็จพร้อมกับ กทม.-เชียงใหม่ อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้บ้าบิ่น รัฐบาลได้ทำในกรอบที่ทำได้ ส่วนเรื่องค่าโดยสารรถไฟความเร็วสูงแพงนั้น ชัดเจนว่าทุกคนเข้าใจ และมีกลุ่มลูกค้าแตกต่างกับกลุ่มรถไฟทางคู่ ก็เป็นสาเหตุที่รัฐบาลดำเนินการทำรถไฟทางคู่ก่อน ซึ่งเป็นโจทย์ชัดเจน เพราะรถไฟทางคู่มีระยะทางที่ยาวกว่ารถไฟความเร็วสูง ซึ่งต้องการเข้าไปดูแลประชาชนทั่วประเทศ สำหรับประเด็นความพร้อมของจำนวนคนนั้น ยืนยันว่ารถไฟได้เริ่มขบวนการแล้ว มีการทำข้อตกลงกับหลายประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และได้ส่งคน 100 คน จากการรถไฟไปอบรมที่ประเทศจีน ดังนั้น อย่าไปดูถูกการรถไฟมาก มีพนักงานดีๆ เยอะ ในจำนวนหมื่นกว่าคน เขาเป็นคนมีศักยภาพ ที่ผ่านมาผมคิดว่าเราก็เป็นปัญหาส่วนหนึ่งที่ภาครัฐเองไม่ส่งงบประมาณลงไปดูแลรถไฟ เขาก็อยู่ของเขาไป ระบบการบริหารจัดการยังมีคนดีๆ อยู่ เราเข้าไปดูแล คัดเลือกคน จัดองค์กร ส่วนหนึ่งผมเชื่อว่าจัดการบริหารได้ แต่ถ้าเป็นองค์กรใหม่ที่บริหารรถไฟความเร็วสูงอาจจะต้องแยกมาเป็นอีกบริษัทหนึ่ง ซึ่งเรากำลังดำเนินการอยู่

“ชูวิทย์” ขนลุก รฟท.บริหาร

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย อภิปรายว่าจะกู้เงินอะไร ธนาคารก็ต้องดูว่ามีความสามารถที่จะกู้หรือไม่ รัฐบาลเสนอแผนการลงทุนสร้างรถไฟฟ้าความเร็วสูง ทำแล้วจะนั่งไปกินข้าวซอยเชียงใหม่ กินหมูยอหนองคายได้ ตนดีใจที่ จะได้ไปกินข้าวซอย ส่วนผู้ดูแลโครงการอย่าง ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นั้น นายชูวิทย์ก็รู้ดีว่า นายชัชชาติเป็นอาจารย์วิศวะ มีความรู้ ตัวเองเถียงไม่ได้แน่ ส่วน นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลังนั้น นายชูวิทย์ก็รู้จักเป็นอย่างดี สมัยอยู่อเมริกาก็เคยแบ่งแฮมเบอร์เกอร์กันกินมาแล้ว ตนไว้ใจทั้งสองคน แต่ตนตั้งขอสังเกตว่า เพียงแค่สองคนจะแก้ไขปัญหาทั้งระบบที่หมักหมมมาได้เหรอ ยังไม่ทำอะไรในตอนนี้การรถไฟก็ขาดทุนสะสมไปแล้วกว่าแสนล้าน ตนเอารถไฟความเร็วสูง ประชาชนก็อยากได้ อยากกินข้าวซอยเชียงใหม่ หมูยอหนองคาย แต่ไม่ไว้ใจการบริหารของ รฟท. ประเทศไทยเคยลงทุน 2 หมื่นล้านกับแอร์พอร์ทลิงค์ สร้างมา 5 ปี สองหมื่นกว่าล้าน ขาดทุนทุกปี โล่งไม่มีคน ตนได้คำนวณแล้วว่า หากรายรับเป็นเช่นนี้ต้องใช้เวลาพันปีถึงจะคืนทุนได้ แบบนี้ถ้ากู้ 2 ล้านล้าน จะใช้เวลาคืนทุนแสนปีหรือไม่ เรียกได้ว่ารอไดโนเสาร์กลับชาติมาเกิดกันเลย รับรองในฐานะที่เป็นนักธุรกิจ ตนเห็นด้วยกับการกู้ แต่การดำเนินการนั้นไม่ไว้ใจ รฟท. แนะนำให้ตั้งกระทรวงใหม่ไปเลย เพราะถ้าให้การรถไฟทำเจ๊งแน่ๆ ดูจากการบริหารการจัดการแอร์พอร์ทลิงค์ที่ร้าง ไม่มีคนใช้ จะกู้เงินต้องดูผลงาน ดูหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ผลงานแบบนี้ ธนาคารที่ไหนจะให้กู้ ตนพูดในหลักการของนักธุรกิจ พรรครัฐบาลอาจจะบอกว่าผลตอบแทนอาจไม่ใช่ตัวเงิน เป็นความพึงพอใจ แต่ขอถามว่า จะยอมรับได้หรือไม่ หากต้องจ่ายแสนล้าน แล้วได้ความพึงพอใจ วันนี้ตนรู้ดีว่า พอสิ้นวันรัฐบาลจะได้กู้ 2 ล้านล้านแน่ เรื่องกู้ไม่กู้นี้ไม่ต้องเถียงกัน เพราะรัฐบาลไหนก็กู้หมด รัฐบาลที่แล้วก็กู้มาสร้างโรงพักได้แค่เสา คราวนี้กู้มาได้แต่หมอนรถไฟหรือเปล่า ไม่รู้ว่าต้องทุบรางรถไฟประท้วงอีกหรือไม่ อย่าพึ่งกู้ 2 ล้านๆ เลย ตนวอนว่าเอาไป 5 แสนล้าน แล้วดูผลงานกันก่อนว่าได้หรือไม่ หากรัฐบาลคิดจะอยู่ 4 สมัย อยู่ 16 ปี เอาไปสมัยละ 5 แสนก็ครบพอดี รฟท. ยิ่งขาดทุนอยู่ มั่นใจได้ยังไงว่าคราวนี้จะประสบความสำเร็จ และ 2 ล้านล้าน มากเกินไป ยังไงก็ให้ไม่ได้ หากเป็น 5 แสนล้านจะยอมให้ได้

ป่วนประท้วงกันวุ่น

ต่อมาในช่วงเย็น การประชุมเริ่มดุเดือดขึ้น เมื่อ น.ส.รังสิมา รอดรัศมี ส.ส.สมุทรสงคราม พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.กู้เงินฯ เพราะคนไทยเป็นหนี้ 5 ล้านล้านบาท ตายไปกี่ชาติก็ใช้ไม่หมด จ.สมุทรสงครามเล็กที่สุดในประเทศ เอาแบงก์พันมาปูทั้งจังหวัด กองท่วมหัว ส.ส.ทั้งจังหวัดดิฉันก็ยังไม่มิด ดิฉันเห็นด้วยกับนโยบายที่จะพัฒนา แต่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายที่จะกู้แล้วส่อว่าจะโกง แค่เฉพาะค่าจ้างที่ปรึกษาทุกโครงการประมาณ 6 หมื่นล้านบาท จ้างใครมาปรึกษานักหนา แค่โครงการรถไฟไปเชียงใหม่ ค่าจ้างที่ปรึกษาถึง 7 พันล้านบาท ขณะนี้งบยังไม่ผ่านสภาฯ แต่ รฟม.เตรียมดูงานที่สแกนดิเนเวียนั้น อยากรู้ว่างบส่วนนี้รวมใน 2.2 ล้านล้านบาทหรือไม่ จากนั้น น.ส.รังสิมาได้เปิดคลิปโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ จ.ร้อยเอ็ด เบิกงบประมาณไป 48 ล้านบาท แต่โครงการยังไม่เดินหน้า ทำให้ สส.พรรคเพื่อไทย อาทิ นางเปล่งมณี เร่งสมบูรณ์สุข ส.ส.เลย นางชมภู จันทราทอง สส.หนองคาย นายสุนัย จุลพงศธร สส.บัญชีรายชื่อ ลุกขึ้นประท้วง เพราะไม่เกี่ยวข้องกับร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท ทำให้นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานการประชุม วินิจฉัยขอให้ตั้งกระทู้ถามหรืออภิปรายไม่ไว้วางใจแทน และไม่อนุญาตให้ น.ส.รังสิมาพูดต่อ แต่ น.ส.รังสิมา ชี้แจงว่า ต้องการโยงให้เห็นว่าโครงการดังกล่าว เป็นการกู้ในงบประมาณ 1.2 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้เหมือนกัน ซึ่งแม้แต่ข้าวกล่องยังมีการกินกันขนาดนี้ แล้วงบประมาณ 2.2 ล้านล้านบาทจะกินกันขนาดไหน

โต้เดือด “รังสิมา-ปรีชา”

จากนั้น นายปรีชา ลุกขึ้นชี้แจงว่า “อย่าพูดมั่วๆ เสียใจที่ชาวสมุทรสงครามเลือกมา โครงการนี้เป็นงบผูกพันปี 55-57 ไม่ใช่งบจากเงินกู้ อย่าสักแต่พูดเอามัน เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น อย่าเป็นมือปืนรับจ้าง อย่าพูดลอยๆ มาเดิมพันกันหรือไม่ หากคุณพูดผิดจะลาออกจากตำแหน่ง ส.ส.หรือไม่ หากตนพูดไม่จริงจะลาออกจากการเป็นรัฐมนตรี” น.ส.รังสิมา ตอบโต้ว่า “ไม่ได้พูดปากเปล่า มีหลักฐาน ไม่ได้โกหก ใส่ร้าย แต่ทำหน้าที่เป็นผู้แทนรักษาผลประโยชน์ประเทศชาติ ไม่ได้รักษาผลประโยชน์ให้คนหนึ่งคนใดหรือตระกูลหนึ่งตระกูลใด ไม่ได้เอาดีใส่ตัว เอาชั่วใส่คนอื่น ดิฉันยินดีที่จะลาออก ถ้าไม่ดีจริงเขาไม่เลือกดิฉันมา 4 สมัยหรอกค่ะ” ท่ามกลางการประท้วงของ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ขณะที่ นายสมศักดิ์ได้พยายามวินิจฉัยให้ทั้งสองฝ่ายกลับเข้าประเด็นแต่ไม่อาจควบคุมได้ สภาจึงวุ่นวานไปด้วยการตอบโต้กันไปมาประมาณยี่สิบนาที

นายกฯ โพล่โพสต์เฟซบุ๊คแจง

ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้โพสต์เฟซบุ๊ค ชี้แจง เรื่องสร้างรถไฟความเร็วสูงเพื่อขนผักไม่ให้เน่าเสีย โดยระบุว่า ขอขยายความเข้าใจเพิ่มเติม เรื่องแนวคิดการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ในการนำประเด็นเรื่องการขนส่งสินค้าเกษตรทางรถไฟความเร็วสูง การขนส่งสินค้าโดยรถไฟความเร็วสูงเป็นส่วนหนึ่งในการทำให้เศรษฐกิจเติบโตรองรับอนาคตและความเจริญ นอกจากนั้นยังเป็นการต่อยอดเศรษฐกิจสำหรับสินค้าเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าที่ต้องการความรวดเร็วในการขนส่ง เพื่อให้สินค้ามีคุณภาพที่ดี สามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สูง และผู้บริโภคได้รับสินค้าสินค้าที่สดใหม่ ไม่เน่าเสีย ในต่างประเทศถือเป็นเรื่องปกติในการส่งสินค้าเกษตรโดยใช้การขนส่งที่รวดเร็ว ตัวอย่างเช่น การขนส่งดอกไม้ด้วยเครื่องบิน (ซึ่งประเทศไทยทำมานานแล้ว) และในยุโรปก็ได้พัฒนาโครงการ Euro Carex (ยูโร แคเร็กซ์) โดยใช้รถไฟความเร็วสูงสำหรับขนถ่ายสินค้าโดยเฉพาะ ดังนั้น จึงไม่ใช่เป็นการวาดฝัน แต่เป็นจริงในหลายๆประเทศแล้ว และทำให้เกษตรกรสามารถส่งออกสินค้าเกษตรที่ต้องการมาตรฐานสูง ไม่ว่าจะเป็น ผัก ผลไม้ ดอกไม้ ฯลฯ รถไฟความเร็วสูงเป็นการเชื่อมโยงแหล่งการผลิตระดับท้องถิ่นภายในประเทศสู่ภูมิภาคอาเซียน ทั้งยังเป็นการเพิ่มมูลค่าของสินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าทางการเกษตรในการส่งถึงตลาดและผู้บริโภค ตลอดจนเพื่อให้ผู้โดยสารโดยเฉพาะคนในต่างจังหวัดจะประหยัดเวลาในการเดินทางมาทำงาน จะได้มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น ดิฉันเห็นว่า การนำคำพูดของดิฉันไปบิดเบือนเพื่อใช้เป็นประเด็นทางการเมืองเหนือประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาชน เป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ เป็นการดูถูกเกษตรกรที่ควรจะได้ลืมตาอ้าปากเสียที รถไฟความเร็วสูงจึงเป็นเครื่องมือที่ทำให้คนไทยมีโอกาสอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำอย่างแท้จริง

“ปธ.วิปรัฐ” มั่นใจ 310 เสียงหนุน

นายอำนวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ พ.ศ. … วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ในวันนี้ (29 มี.ค.) นั้นคาดว่าจะสามารถลงมติได้ในเวลา 22.00 น. พร้อมเชื่อว่า จะได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกทางฝั่งรัฐบาล รวมทั้งพรรคภูมิใจไทยบางส่วน ไม่ต่ำกว่า 310 เสียง ซึ่งหลังจากที่ร่าง พ.ร.บ.ผ่านการพิจารณาของสภาฯ ก็จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการจำนวน 36 คน แบ่งเป็นในส่วนของ ครม. 9 คน พรรคร่วมรัฐบาล 16 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 11 คน ส่วนข้อกังวลในเรื่องความโปร่งใสนั้นตนขอเรียนว่าเมื่อมีการเบิกจ่ายในเรื่องใดก็จะต้องมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมเป็นผู้พิจารณาอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามในส่วนกรณีที่กลุ่ม 40 สว. จะมีการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความนั้นตนเห็นว่าเป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้ แต่ตนก็เชื่อว่าเรื่องนี้รัฐบาลก็ได้มีการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่าไม่ขัดรัฐธรรมนูญ

วิป 3 ฝ่ายสรุปถกแก้ รธน. 1 เม.ย.

ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายอำนวย คลังผา ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า ในการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ที่จะมีขึ้นวันที่ 1- 3 เม.ย.นี้นั้น ที่ประชุมวิป 3 ฝ่าย เห็นตรงกันเรื่องการกำหนดเวลาการอภิปรายเรียบร้อยแล้ว แบ่งเป็นของ ส.ว. 8 ชม. รัฐบาล 15 ชม. และฝ่ายค้าน 11 ชม. รวม 34 ชม. ซึ่งในการประชุมวิป 3 ฝ่าย ดังกล่าว ตัวแทนจากฝ่ายต่างๆ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง มีเพียง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธานวิปรัฐบาล ไม่ได้เข้าร่วมแต่ก็มีตัวแทนจากพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายประเสริฐ พงษ์สุวรรณศิริ ส.ส.ยะลา มาร่วมประชุมกระทั่งได้ข้อสรุป โดยจะบอกว่าจะนำกลับไปหารือภายในพรรคก่อนไม่ได้ เพราะเป็นมติที่เห็นตรงกันแล้ว และสัดส่วนเวลาก็มีความเหมาะสม ซึ่งในอดีตก็มีการแบ่งเวลาลักษณะนี้ ทั้งนี้ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ จะต้องเดินหน้าพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามกำหนดเดิม ส่วนฝ่ายค้านจะยังเห็นต่างเรื่องของเวลาอย่างไรก็พูดคุยกันได้ ซึ่งอาจจะยืดหยุ่นเพื่อให้สภาเดินหน้าได้ราบรื่น

วันที่ 30/03/2556 เวลา 6:35 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘เจนี่’นิ่ง!สยบเตียงร้าว [20/07/2557]
มรสุมความรักถาโถมกระหน่ำรับฤดูหน้าฝนเทพอดิบพอดี “มาดามเจนี่ อัศวเหม” กับสามีนักการเมืองคนดัง “เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม”