วันพุธที่ 01 ตุลาคม พ.ศ. 2557

รถไฟความเร็วสูง

ไทยกับพม่า ใครจะเร็วกว่ากัน ?…

ข่าวประเทศไทยจะมีโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง (High Speed Railway) ถือว่าเป็นข่าวใหม่ในระบบการขนส่งมวลชนของประเทศไทย ที่ประเทศไทยไม่เคยก่อสร้างทางรถไฟในระบบใหม่นับแต่สมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้นมา เพิ่งจะมามีข่าวในยุคสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งอยู่ในช่วงของรัฐบาลปัจจุบันที่ ฯพณฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี

ผมขอพักข่าวเรื่องรถไฟความเร็วสูงในประเทศไทยเอาไว้ก่อน เพราะว่าเรายังไม่ได้เริ่มทำงานกันเลย เราเพียงแต่ได้มีการออกข่าวว่าประเทศไทยจะมีรถไฟความเร็วสูงให้ได้ยินกันเท่านั้น แต่จะช้าหรือเร็ว ขึ้นอยู่กับบรรยากาศทางการเมืองในประเทศไทยของเราเองเป็นตัวกำหนดที่แท้จริง

ณ โอกาสนี้ เรามีสกู๊ปข่าวพิเศษ จากประเทศเพื่อนบ้านที่มีลักษณะสังคมคล้ายคลึงกับประเทศไทย ทั้งในระบบการเมือง และวัฒนธรรม ได้แก่ข่าวรถไฟความเร็วสูงในประเทศพม่า ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อประเทศใหม่เมื่อไม่กี่ปีมานี้ เปลี่ยนเป็นประเทศสหภาพสาธารณรัฐเมียนมาร์ (Republic of the Union of Myanmar) โดยรัฐบาลทหารของประเทศนี้ ได้เริ่มหงายหน้าประเทศ ประกาศจะทำการพัฒนาขนานใหญ่อย่างไม่เคยมีมาก่อน ได้แก่การก่อสร้างเมืองขนาดใหญ่เมืองหนึ่ง เทียบเท่ากับนครย่างกุ้งให้เป็นเมืองแห่ง “ศูนย์กลางราชการ” อันจะเป็นเมืองหลวงใหม่ในอนาคต ได้แก่เมือง เนย์ปิดอว์ (Nay Pyi Taw) เอามาแทนนครย่างกุ้ง ทั้งนี้ได้มีข่าวจะก่อสร้างท่าเรือขนาดมหึมาที่ทวายอีกแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากจังหวัดกาญจนบุรีของประเทศไทย ที่ได้ตกเป็นข่าวดังกระฉ่อนโลก นำร่องอยู่แล้วในขณะนี้

แต่แล้วจู่ๆ ก็ได้มีข่าว “รถไฟความเร็วสูง” โผล่ขึ้นมาอย่างเงียบเชียบ ทำให้เกิดคำถามขึ้นมาในกลุ่มประเทศประชาคมอาเซียนว่า ไทยกับพม่า ใครจะมี “รถไฟความเร็วสูง” ได้ยิ่งใหญ่กว่ากัน? รวมทั้งจะมีคำถามว่า ไทยกับพม่า ใครจะได้ใช้รถไฟความเร็วสูงก่อนกัน?

หนังสือพิมพ์บ้านเมือง จึงขอเสนอสกู๊ปข่าวพิเศษเรื่องนี้ อันจะเป็นประโยชน์ต่อความเข้าใจของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในประเทศไทยเกี่ยวกับรถไฟความเร็วสูงว่า มิใช่แต่ประเทศไทยเท่านั้นที่กำลังตั้งใจจะก่อสร้างให้ได้ แท้ที่จริงยังมีประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายประเทศกำลังตั้งใจอย่างยิ่ง ที่จะมีการลงทุนนำรถไฟความเร็วสูงมาสู่ประเทศของตนให้ได้ ซึ่งมีข่าวในรายละเอียดจากประเทศพม่าเอามารายงานให้ทราบดังนี้

เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2556 (2013) กลุ่มบริษัท สปาร์โรว์ แอสเซ็ทส์ จากประเทศไทย (Sparrow Assets Corp Group) และกลุ่มบริษัทจากประเทศโปแลนด์ นำโดยบริษัท แฟร์ไมนด์ (Fair Mind) การเดินทางไปประชุมกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงการขนส่งทางรถไฟ ที่เมืองเนย์ปิดอว์ (Misnistry of Rail Transportation Myanmar Railway) ทั้งสองกลุ่ม เป็นกลุ่มนักลงทุนขนาดใหญ่ ซึ่งได้รวมตัวกันแสวงหาการลงทุนในประเทศประชาคมอาเซียนหลายประเทศ ขณะนี้กำลังมุ่งหน้าไปยังสหภาพพม่า ที่กำลังวางแผนจะพัฒนาประเทศอย่างเข้มข้นและจริงจัง

วันที่ 21 มีนาคม 2556 เวลา 11.00 น. ได้พบกับคณะบริการการถไฟพม่า ของท่าน U Win Naung ตำแหน่ง Head of Minister of Rail Transportation และ Col. Thurein Win (Rtd) รักษาการกรรมการผู้จัดการ (Acting Managing Director) ซึ่งได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นที่สำนักงานที่ทำการกระทรวงรถไฟในเมืองหลวงใหม่ Nay Pyi Taw (เมืองเนย์ปิดอว์)

คณะผู้ลงทุนโดยนายอันเดร (Mr. Andre Masek) กล่าวว่า ทางกลุ่มนักลงทุนจากประเทศโปแลนด์กับประเทศไทย ได้ประสานงานติดต่อกับประเทศสหภาพพม่ามาก่อนว่า รัฐบาลของ ฯพณฯ ประธานาธิบดี เต็ง เส่ง (H.E. U Thein Sein-President) ได้ทำการสำรวจเบื้องต้นไปแล้วว่าจะก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูงความยาวจากย่างกุ้งข้ามไปสู่มัณฑะเลย์ (Mandalay) และอาจมีความยาวถึงชายแดนจีน (หากเป็นไปได้) โดยจะมีความเร็วเทียบเท่ากับประเทศอื่นๆ ที่กำลังนิยมใช้รถไฟความเร็วสูง จึงได้เสนอ (Presentation) รูปแบบและคุณภาพหัวรถจักรจากประเทศโปแลนด์ให้คณะผู้บริหารกระทรวงการรถไฟของสหภาพม่าได้รับฟัง โดยได้ฉายขึ้นจอให้ดูถึงความยิ่งใหญ่ที่ประเทศโปแลนด์มีขีดความสามารถสูงเป็นอับดับสองของโลกต่อจากประเทศเยอรมนี ที่มีชื่อเสียงติดอันดับอยู่ในขณะนี้

ท่าน U Win Naung ถามว่า จะใช้พลังงานดีเซล หรือพลังงานกระแสไฟฟ้า? และจะใช้เวลาก่อสร้างกี่ปี? นายอันเดร ตอบว่า จะใช้พลังงานกระแสไฟฟ้า เพราะจะเป็นผลดีแก่อนาคต ซึ่งจะขาดแคลนพลังงานเชื้อเพลิงน้ำมันดีเซลอย่างไม่มีทางเลี่ยง ดังนั้นจึงจะต้องก่อสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าไปพร้อมๆ กับการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง จึงสรุปว่า เราจะมี 2 โครงการในเวลาเดียวกัน เชื่อว่าจะได้ใช้รถไฟความเร็วสูงภายในเวลาไม่เกิน 3 ปี นับแต่วันลงนามในสัญญารับสัมปทาน (BOT) จากรัฐบาลพม่า ซึ่งผู้ลงทุนทั้งสองกลุ่ม จะรับผิดชอบเงินลงทุนทั้งหมดภายใต้สัญญารับสัมปทานจากประเทศพม่า 30 ปี

รุ่งขึ้นอีกวัน (22 มีนาคม 2556) กลุ่มนักลงทุนได้ลงนามในหนังสือสัญญา (MOA) ต่อกันเอาไว้ว่าจะร่วมมือกันลงทุนในโครงการพัฒนารถไฟความเร็วสูงและการก่อสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งยังประมาณค่าใช้จ่ายที่แท้จริงไม่ได้ กะว่าจะเป็นเงินไม่น้อยกว่า 12,000 ล้านยูโร หรืออาจมากกว่า ทั้ง 2 กลุ่มมีทุนพร้อมอยู่แล้ว

ที่ประชุมได้อนุญาตให้เปิดเผยชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง กล่าวคือ ฝ่ายกลุ่มบริษัทจากประเทศไทยได้ แก่ น.ส.มณทกานต์ เขียววิชัย (Miss Montakarn Khiawwichai) เป็นตัวแทนของกลุ่มบริษัท สปาร์โรว์ โดยมีคณะทำงานร่วมกันเป็นพยานอีกหลายคน คือนายเศรษฐ์ธนา โสภากันต์ธีร์ นายหมอนแก้ว จิตตะราชย์ นายบุญทัน ธรรมวงศ์ นายสอาด จันทร์ดี และคุณไมค์ ส่วนฝ่ายประเทศโปแลนด์ ได้แก่ Mr.Jan Jungst ในฐานะประธานกลุ่ม และมีคณะทำงานเป็นสักขีพยานอีก 7 คน คือ Mr.Artur dybicki, Mr.Igor Gisterek PhD CE, Dr.Fillip Elzanowski, M.A.Teresa Wysocka, Slawomir Bukowaski, PhD., Cezary Meilczrek, Anna Makosa

ดังนั้น ภาพใหม่ของสังคมประเทศประชาคมอาเซียน คงจะพากันจับจ้องมองดูว่า ไทยกับพม่า ประเทศใดจะได้ใช้รถไฟความเร็วสูง ก่อนกัน ซึ่งเป็นข่าวที่ท้าทายฝีมือผู้นำของประเทศ?

สอาด จันทร์ดี…รายงาน

 

วันที่ 30/03/2556 เวลา 8:23 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘จ๊ะ อาร์สยาม’ เลิกเกาคบแฟนทอมชื่นมื่น [27/09/2557]
ฮอตเวอร์จากลีลาท่าเกาเฉพาะตัว “จ๊ะ อาร์สยาม” หรือ “จ๊ะ คันหู” ชื่อจริง “นงผณี มหาดไทย” วัย 23 ปี วันนี้เธอปรับลุคส์ใหม่ เลิกท่าเกาอันเป็นเอกลักษณ์ มาเน้นหนักขายเนื้อหาเพลง