วันเสาร์ที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

รพ.ฟูด้า กวางเจา วิจัยพบไวรัสตัวใหม่

รักษามะเร็งระยะสุดท้ายโดยไม่มีผลข้างเคียง

วิจัยพบ “ไวรัสตัวใหม่ : Oncorine H101″ ออกฤทธิ์ฆ่าเซลมะเร็งชะงัก โดยไม่ส่งผลร้ายข้างเคียงเหมือนวิธีการรักษาอื่น เผยเป็นผลงานร่วมของ รฟ.ฟูด้ากับม.จี้หนาน แห่งกวางโจว ชี้วิธีใหม่นี้เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายมากสุด เผยยังมีระบบนาโนรักษามะเร็งเป็นอีกทางเลือกใหม่

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม 2556 โรงแรมโกลเด้นท์ ทิวลิป ถนนพระราม 9 ศาสตรจารย์ นายแพทย์มู่เฟิง ผู้อำนวยการรักษามะเร็งเฉพาะทางแห่งชาติ โรงพยาบาลฟูด้า (FUDA) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญในการรักษามะเร็งที่มีชื่อ เสียงชั้นนำของจีนและของโลก จากมณฑลกวางเจา ประเทศจีน ได้เป็นประธานเปิดงานสัมมนาและพบปะผู้ป่วยมะเร็งในประเทศไทย

ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนไข้ของโรงพยาบาลฟูด้า ศ.นพ.มู่เฟิง กล่าวว่า โรงพยาบาลฟูด้าได้รับความร่วมมือจากคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยจี้หนาน มณฑลกวางโจว ในการคิดค้น วิจัยและพัฒนาแนวทางใหม่ๆ ในการรักษาโรคมะเร็ง กระทั่งวิจัยค้นพบไวรัสชนิดใหม่ ชื่อ Oncorine H101 ซึ่งมีคุณสมบัติในการยับยั้งและทำลายเซลมะเร็งเป็นการเฉพาะ โดยไม่ส่งผลกระทบเชิงลบข้าง> เคียงเหมือนวิธีการรักษาอื่นๆ

“นับเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจสูงสุดของเราและของโลก ที่สามารถวิจัยจนค้นพบไวรัสชนิดใหม่นี้ ซึ่งจากการทดลองรักษาผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายจำนวนนับพันๆ คน ซึ่งทั้งหมดมิอาจจะใช้วิธีการรักษาใดๆ ได้อีกแล้ว ไม่ว่าเป็นการใช้ยารักษาหรือแม้แต่การฉายรังสี (คีโม) แต่ภายหลังจากการใช้ไวรัสชนิดดังกล่าว> ปรากฏว่าผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่เข้ารับการรักษาด้วยแนวทางใหม่นี้ กว่าร้อยละ 70 ยังคงมีชีวิตและใช้ชีวิตตามปกติสุขเหมือนคนทั่วไป” ศ.นพ.มู่เฟิง กล่าวอีกว่า กลุ่มผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่เหมาะจะเข้ารับการรักษาด้วยไวรัสชนิดใหม่นี้ ได้แก่ กลุ่มผู้ป่วยที่ไม่สามารถจะเข้ารับการผ่าตัดได้แล้ว และอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งตับ, มะเร็งปอด, มะเร็งเต้านม, มะเร็งไต และมะเร็งโพรงจมูก สำหรับข้อดีของไวรัสชนิดใหม่นี้ คือ การไม่ส่งผลกระทบเชิงลบข้างเคียง กล่าวคือ

ในการรักษาจะไม่เห็นอาการผมร่วง หรืออาการรุนแรงอื่นๆ อย่างมากก็แค่มีอาการข้างเคียงเพียงเล็ก น้อย เหมือนกับอาการแพ้อากาศเท่านั้น ทั้งนี้ นอกจากวิธีการรักษามะเร็งด้วยไวรัสชนิดใหม่แล้ว ทางโรงพยาบาลฟูด้ายังได้คิดค้นและพัฒนาการรักษามะเร็งผ่านระบบนาโนเทคโนโลยี

ซึ่งถือเป็นอีกวิธีการรักษาที่ล้ำสมัยและเป็นที่ยอมรับของผู้ป่วยจากทั่วโลกอีกด้วย

ทั้งนี้จากการสัมภาษณ์ผู้ป่วยรายหนึ่ง คือ นายสุเทพ ปิ่นนิล อาจารย์โรงเรียนราชวินิตบางแค ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งไขมันบริเวณขาข้างซ้ายมากว่า 10ปี ทราบว่า ก่อนหน้าจะเข้ารับการรักษากับทาง รพ.ฟูด้านั้น ตนเคยผ่านรักษากับทางรพ.ชั้นนำของไทยถึง 3 แห่งและหมอซึ่งมีดีกรีเป็นถึงศาสตรจารย์นายแพทย์พูดในทิศทางเดียวกันว่าจะต้องตัดขาเพียงอย่างเดียว จำเป็นที่ตนจะต้องหาทางอื่นเพื่อไม่ให้เสียขา กระทั่งมีเพื่อนที่ดูรายการสุขภาพทางช่อง3นำความเรื่องรพ.ฟูด้าที่มีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษามะเร็งเฉพาะทางมาบอก ทำให้ตนต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมจากอินเตอร์เน็ตนานถึง 2 เดือน จนได้เพื่อนชาวญี่ปุ่นที่เชี่ยวภาษอังกฤษมาช่วยในการประสานจนสามารถเดินทางไปรักษาถึง รพ.ฟูด้า กวางโจว

นายสุเทพกล่าวว่า ตนเดินทางไปรักษามะเร็งไขมันที่ขากับรพ.ฟูด้า เมื่อช่วงวันที่ 13 ม.ค.-4ก.พ.56ที่ผ่านมา โดยได้รับการรักษาดูแลจากคณะแพทย์และพยาบาลเป็นอย่างดี ทั้งนี้ตลอดเวลาของการเข้ารับการรักษาราว 3 สัปดาห์นั้น ตนไม่เคนเห็นคณะแพทย์คนใดของรพ.ฟูด้าจะมีสีหน้าเคร่งเครียดหรือพูดจาให้กระทบกระเทือนจิตใจของผู้ป่วยเหมือนที่ได้รับจาก

รพ.ในเมืองไทยเลย ทั้งนี้ ค่าใช้จ่ายที่ใช้ราว 2 แสนบาทนั้น สำหรับตนคิดว่ามันคุ้มค่าสุดๆ เพราะไม่ต้องสูญเสียไปข้่างหนึ่ง เหมือนเช่นที่แพทย์ไทยได้ให้การแนะนำให้ตัดขาทิ้งไป

“ไม่เฉพาะคนไทยที่เข้าไปรักษาที่นั่นมากมาย แต่ยังมีเพื่อนบ้านชาวอาเซียน จากยุโรป อเมริกา และผู้ป่วยจากตะวันออกกลาง ที่เข้าไปรับการรักษามะเร็งกับทาง รพ.ฟูด้าเยอะมาก ซึ่งที่นั่นมีล่ามช่วยแปลภาษาต่างๆ ให้กับผู้ป่วยจากทุกชาติเป็นจำนวนมากเช่นกัน” นายสุเทพ ย้ำ

สำหรับการสัมมนาในครั้งนี้ มีกลุ่มผู้ป่วยคนไทยกว่า 30 คนที่เคยเข้ารับการรักษามะเร็งจากโรงพยา บาลฟูด้ามาก่อนแล้ว ซึ่งทั้งหมดต่างพึงพอใจและรู้สึกประทับใจกับวิธีการรักษาแบบครบวงจรและการเอาใจใส่ดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ของโรงพยาบาลแห่งนี้ ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวในการรักษามะเร็งที่ได้ที่ www.fudacancerthailand.com หรือโทร.02-542-3638, 086-338-5363,092-006-2473.

 

วันที่ 16/03/2556 เวลา 16:22 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘อะตอม’ตูมต่อเนื่องเปลี่ยนชื่อดวงพุ่งงานเข้า-เซ็กซี่กว่าเดิม [25/10/2557]
“อะตอม-ภัคจิรา วิศววิสุทธิ์” ที่เข้าวงการแรกๆ ได้ฉายา “อั้ม พัชราภา2” มาแล้ว เพราะใบหน้า ทรงผมคลับคล้ายคลับคลาไม่น้อย แต่พอเข้าวงการมาหลายปี คนเริ่มทักน้อยลง เหตุที่เธอมีบุคลิกเฉพาะตัวเป็นของตัวเอง