วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เค้น 3 คนการทางยอบรับซัดทอด ‘มะเสาพี ‘หัวโจกสั่งการเผาวงจรปิด

พาสาบานร่วมขบวนการสมช.ตะเเบงถกอีอาร์เอ็นสะพัดตั้งมหานครปัตตานี

เค้นสอบ 3 จนท.แขวงการทางรับแล้ว ซัดทอดกันเอง หัวโจก “มะเสาพี” สั่งการเผากล้องวงจรปิดย่านตลาดเก่ายะลา 2 จุด พร้อมพาไปสาบานตนเพื่อเข้าร่วมขบวนการก่อการร้าย “เปอร์มูดอ บารู” ด้วย ขณะเดียวกัน ตร.ยะลารวบ 3 วัยรุ่นต้องสงสัยเค้นสอบใช้ปะทัดยักษ์บึ้มร้านทองกลางเมืองยะลากวาดทองไปหนัก 20 บาท คาดเชื่อมโยงกลุ่มก่อความไม่สงบ ทางด้าน สมช.ตะแบงถกกรอบ บีอาร์เอ็น โจ๊ก 28 มี.ค.นี้ เสนอต้องยุติก่อการร้ายเป็นอันดับแรก สะพัด “ทักษิณ” เสนอตั้งมหานครปัตตานี ด้าน “เฉลิม” เตรียมพบ “มหาเธร์” อดีตนายกรัฐมาเลเซีย คุยดับไฟใต้ ขณะที่ “มาร์ค” จี้ “ปู” ตอบกระทู้สดในสภาปมเหตุ ลงนามกับกลุ่มก่อความไม่สงบไม่เคลียร์ ด้าน “ถาวร” เสนอล้มโต๊ะคุยโจรใต้ ระบุยังก่อเหตุวางบึ้มไม่สิ้นสุด

จนท.แขวงการทางรับก่อเหตุป่วนใต้

กรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 สนธิกำลังตำรวจ สภ.เมืองยะลา ชุดสืบสวนสอบสวนคดีสำคัญ ศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เข้าตรวจค้นห้องพักเลขที่ 541/97 อาคารที่พักแขวงการทางจังหวัดยะลา ชั้น 3 อ.เมือง จ.ยะลา และได้ควบคุมตัวนายมะเสาพี ดอแม อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นลูกจ้างของแขวงการทางยะลา พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือจำนวนกว่า 10 เครื่อง ที่มีการถอดประกอบวงจรอีเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ได้จำนวนมาก ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น ความคืบหน้าคดีนี้ ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มี.ค.ที่ผ่านมา เวลา 09.30 น. จนท.ชุดสืบสวนสอบสวนกล่าวว่า สำหรับกรณีดังกล่าวได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยจำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายมะเสาพี ดอแม อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ 2 ต.สามัคคี อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส นายอาซูวัล กาเจ อายุ 29 ปี และนายอัสมาน กาเจ อายุ 24 ปี โดยนายมะเสาพี และนายอาซูวัล เจ้าหน้าที่ส่งตัวไปควบคุมตัวเพื่อซักถามอยู่ที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา ส่วนนายอัสมาน เจ้าหน้าที่ควบคุมตัวเพื่อซักถามอยู่ที่หน่วยเฉพาะกิจยะลาที่ 11 อ.เมือง จ.ยะลา

“สำหรับนายอัสมาน กาเจ ซึ่งควบคุมตัวเพื่อซักถามอยู่ที่ ฉก.ยะลา 11 นั้น ได้ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลอบวางเพลิงเผากล้องวงจรปิดจำนวน 2 จุด คือกล้องวงจรปิดหลังโรงเรียนเทศบาล 5 และโรงเรียนอิสลาฮียะห์ หรือปอเนาะฮียะห์ ย่านตลาดเก่า เมื่อวันที่ 19 ม.ค.ที่ผ่านมา นอกจากนั้นนายอัสมาน ได้ให้การอีกว่า นายมะเสาพี เป็นผู้สั่งการให้เผากล้องวงจรปิดดังกล่าว และยังเป็นผู้นำไปทำซุมเป๊าะ (สาบานตน) เพื่อเข้าร่วมขบวนการเปอร์มูดอ บารู และยังให้ข้อมูลว่า เคยเห็นนายมะเสาพี ประกอบวงจรเข้ากับโทรศัพท์มือถือคล้ายกับวงจรจุดชนวนอะไรบางอย่างด้วย แต่ยังไม่แน่ชัดว่าเป็นวงจรอะไร ส่วนนายมะเสาพี และนายอาซูวัล ขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการซักถามที่ ฉก.ทพ 41 ” จนท.ตร.ชุดสืบสวนคนดังกล่าว ระบุ

คุม 3 วัยรุ่นสอบเครียดคดีบึ้มร้านทอง

ส่วนความคืบหน้ากรณีคนร้ายนำประทัดยักษ์หรือลูกระเบิดปิงปอง ไปวางบนตู้กระจกภายในร้านทองซังเต้ง 2 เลขที่ 4 ถนนรถไฟ เขตเทศบาลนครยะลา แล้วเกิดระเบิดขึ้น ก่อนคนร้ายจะเข้าไปพยายามหยิบทองคำภายในตู้หลบหนีไป เหตุเกิดเมื่อเวลา 15.20 น. ของวันที่ 5 มีนาคม 2556 ที่ผ่านมา ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 6 มี.ค. ที่ผ่านมานั้น พล.ต.ต.พีระ บุญเลี้ยง ผู้บังคับการตำรวจภูธรเมืองยะลา เปิดเผยภายหลังการประชุมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องว่า จากตรวจสอบในเบื้องต้น พบว่าคนร้ายน่าจะได้ทองคำไปไม่ต่ำกว่า 20 บาท ซึ่งจากการสืบสวนพยาน และกล้องวงจรปิด ก็เชื่อว่าภายใน 2 วันนี้ก็จะมีความชัดเจนในเรื่องของคนร้าย แต่ข้อสังเกตในการก่อเหตุคนร้ายในครั้งนี้ พบว่าคนร้ายได้นำระเบิดจุดชนวนแล้วนำไปวางที่ตู้ทอง รอให้ระเบิด แล้ววิ่งกลับเข้าไปหยิบทอง โดยระเบิดที่พบคล้ายกับของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงที่ใช้ก่อเหตุที่ผ่านมา จึงมีข้อสังเกตว่าคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงหรือไม่ ส่วนยานพาหนะที่คนร้ายใช้ก่อเหตุก็กำลังตรวจสอบ ในเบื้องต้นก็ให้น้ำหนักของการก่อเหตุในครั้งนี้เป็นเรื่องของการชิงทรัพย์ แต่แผนประทุษกรรมของคนร้ายไปคล้ายคลึงกับผู้ก่อเหตุรุนแรง จึงต้องมีการตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้ง ส่วนทางด้านผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุระเบิด ตำรวจภูธรจังหวัดยะลา ให้ข้อมูลว่า กรณีที่ร้านทองซังเต้ง 2 นั้น พบว่าคนร้ายได้นำท่อพีวีซีขนาด 1.2 นิ้ว ยาวประมาณ 6 นิ้ว โดยภายในท่อมีกระดาษโพยพนันฟุตบอล ดินประสิว (ดินดำ) รวมทั้งตะปูขนาด 1 นิ้ว ประกอบอยู่ภายใน ส่วนการจุดชนวน เป็นการจุดด้วยสายชนวน ที่เป็นสายชนวนประทัด โดยคนร้ายใช้ไฟแช็ก จุดสายชนวน ก่อนนำไปวางบนตู้กระจกภายในร้านทอง แล้วเกิดระเบิดขึ้นดังกล่าว ซึ่งอานุภาพของระเบิดก็คล้ายประทัดยักษ์นั่นเอง ล่าสุดได้คุม 3 วัยรุ่นต้องสงสัยสอบแล้ว

สมช.ตะแบงวางกรอบถกบีอาร์เอ็น

วันเดียวกัน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ได้กล่าวถึงกรณีการเจรจากับผู้ที่จะอำนวยความสะดวกในการเจรจา อดีตหัวหน้าหน่วยข่าวมาเลเซีย ดาโต๊ะซัม ซามีน ในการพบปะสื่อสารข้อมูล และมีการพูดคุยกรอบการทำงานระหว่าง 2 กลุ่ม ซึ่งครั้งหน้าในวันที่ 28 มี.ค.นี้ โดยประเด็นที่สำคัญที่สุดของเราควรหยิบยกเรื่องการลดความรุนแรงขึ้นมาพูด และก่อนหน้านี้เราก็ได้สื่อว่าหากสถานการณ์ลดลงได้ก็จะเป็นเรื่องดี ซึ่งนายฮัสซัน ตอยิบ ที่กำลังเจรจาด้วยนั้น ถูกฝาถูกตัว เพราะรายงานจากหน่วยข่าวของทั้งสองประเทศตรงกัน เขาเป็นองค์กรนำทางความคิด ซึ่งหากเชื่อมได้ก็จะไปถึงกองกำลังเอง และอนาคตก็จะไปถึงนายสแปอิง บาซอ หรือนายมะแซ อุเซ็ง สำหรับกลุ่มเปอร์มูตอ บารู หรือกลุ่มแนวร่วมรุ่นใหม่ คงไม่ได้มีอะไรผิดปกติ เป็นกลุ่มอาร์เคเค นั่นเองที่แยกตัวออกมาเพื่อก่อการเยอะขึ้นและโดดเด่นขึ้น ก็เปลี่ยนชื่อกันไป แต่ยังไงก็ยังเชื่อมโยงอยู่กับองค์กรนำ

จี้ “ปู” ตอบกระทู้ ปมลงนามกับบีอาร์เอ็น

ขณะที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวภายหลังหารือกับนายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ถึงจุดยืนการเสนอแนวทางการแก้ปัญหาไฟใต้ไปยังรัฐบาลว่า รัฐบาลควรจะชี้แจงให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการที่ไปพูดคุยสันติภาพ ให้สภาได้รับทราบก่อนว่ามีแนวทางอย่างไร โดยในส่วนของพรรคพร้อมที่จะเสนอข้อมูลในพื้นที่เพื่อให้ประกอบการตัดสินใจในการแก้ปัญหา และจะปรึกษากับนายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรค ที่ลงพื้นที่ไปว่ารูปแบบควรเป็นอย่างไร โดยไม่ขัดข้องที่จะร่วมกับวุฒิสภาเพื่อเสนอให้รัฐบาลชี้แจงต่อรัฐสภา ในเบื้องต้นพรรคจะตั้งกระทู้สดถามรัฐบาลและดูท่าทีของรัฐบาลก่อนว่ารัฐบาลจะทำอย่างไร ซึ่งนายกรัฐมนตรีควรจะมาตอบด้วยตนเอง แทน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบ เพราะ ร.ต.อ.เฉลิม บอกกับตนว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง และไม่ทราบรายละเอียดการไปลงนาม ซึ่งหากนายกรัฐมนตรี ติดภารกิจก็พร้อมที่จะเลื่อนกระทู้ออกไป

ชี้อาร์เคเค. ปฏิเสธการลงนามกับบีอาร์เอ็น

นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า หลังนายกรัฐมนตรีไปลงนามกับกลุ่มบีอาร์เอ็น ทำให้สถานการณ์ในพื้นที่รุนแรงมากขึ้น แสดงให้เห็นว่าในพื้นที่ปฏิเสธ หรือหากกลุ่มบีอาร์เอ็น สื่อสารไปยังกลุ่มแล้วเหตุใดจึงมีการก่อเหตุรุนแรงรายวัน ซึ่งจะเป็นบททดสอบแรก อย่างไรก็ตาม เห็นว่าหากการเดินหน้าดังกล่าวเป็นการพูดคุยกับคนที่ไม่สามารถกุมสภาพในพื้นที่ได้ก็ไม่มีประโยชน์และจะเกิดเหตุซ้ำซ้อนมีปฏิกิริยาโต้กลับ จนทำให้แก้ปัญหายากขึ้น เมื่อมีแนวโน้มว่าสิ่งที่ดำเนินการไม่ได้ผลรัฐบาลก็ต้องทบทวน แต่ก็คงต้องดูจังหวะเวลาด้วย เพราะเพิ่งจะผ่านมาไม่กี่วัน ซึ่งตนพูดชัดตอนที่ไปร่วมประชุมกับนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า ตอนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไปทำเมื่อปี 2555 แสดงให้เห็นว่าขาดความเข้าใจในความละเอียดอ่อนของปัญหา คือคิดง่ายๆ ว่าถ้ามีทางการมาเลเซีย โดยเฉพาะฝ่ายความมั่นคงของมาเลเซียจับคนมาเจรจาก็จะทำได้ ตนบอกไปแล้วว่าไม่ง่ายอย่างนั้น เพราะฉะนั้นจึงเป็นสิ่งที่รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ต้องระมัดระวัง ซึ่งตนเคยเตือนหลายครั้งแล้วว่า การที่มีคนในรัฐบาลพูดว่าให้ทดลองทำไปก่อนไม่เป็นไรนั้น คนที่รับเคราะห์คือคนที่รับความรุนแรงในพื้นที่

“ถาวร” เสนอรัฐบาลล้มโต๊ะคุยกับโจรใต้

นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ตนได้ลงพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่ายังมีปัญหา และสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตนขอบคุณ ร.ต.อเฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ ที่ให้เกียรติเชิญไปหาเรือเพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบ แต่ตนยังไม่เห็นความชัดเจนว่า จะไปพูดคุยเรื่องอะไร ดังนั้นตนจะทำหนังสือเสนอแนวทางแก้ปัญหาภาคใต้ถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ ร.ต.อ.เฉลิม เพื่อให้มีการปรับปรุงทิศทางการทำงาน ดังนี้ คือ ขอให้สร้างความเป็นเอกภาพทั้งในรัฐบาลและหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ การจะยกเลิก พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่ต่างๆ แล้วนำ ม.21 ของ พ.ร.บ.มั่นคงฯ มาใช้แทนนั้น ปรากฏว่าในบางพื้นที่ยังไม่พร้อม จึงควรถามคนในพื้นที่ก่อน รวมทั้งต้องมีกระบวนการเยียวยาทำให้ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกันด้วยโดยเฉพาะในส่วนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุไม่สงบด้วย และควรมีการทำบัตรประชาชนเด็กอายุ 7 ขวบ และควรเก็บดีเอ็นเอไว้ เพราะหากเกิดเหตุการณ์ขึ้นก็จะสามารถตรวจดีเอ็นเอผู้ต้องสงสัยได้ แม้ว่าจะมีการอ้างถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนแต่น่าจะมีข้อยกเว้นเกี่ยวกับงานด้านความมั่นคง

ไม่เห็นด้วยลงนามกับโจร

นายถาวร กล่าวต่อว่า ส่วนการเดินทางเจรจาเพื่อพูดคุยเรื่องสันติภาพนั้น ตนเห็นด้วย แต่ไม่ใช่ไปลงนามกับกลุ่มต่างๆ โดยเลขาธิการ สมช.เพียงคนเดียว ที่สำคัญได้ผ่านการเห็นชอบของบอร์ดหรือไม่ และการลงนามกับกลุ่มบีอาร์เอ็นนั้น ตนเห็นว่า เป็นการลงนามกับโจร ที่มีนายฮัสซัน ตอยิบ เป็นหัวหน้ากลุ่ม เมื่อถามว่า นายฮัสซัน มีอำนาจจริงหรือไม่ เพราะยังไม่ทันหมึกแห้ง ก็เกิดเหตุร้ายขึ้นทุกวัน จึงเห็นว่าเป็นเพียงแค่การหาเสียงทางการเมืองเท่านั้น จึงอยากให้ยกเลิกการลงนาม แต่ขอให้ไปพูดคุยกับทุกกลุ่มในระดับเจ้าหน้าที่แทน นอกจากนี้ยังเห็นว่า การลงนามเท่ากับเป็นการยอมรับสถานภาพการก่อการร้ายซึ่งอาจส่งผลให้ไอโอซี หรือสหประชาชาติเข้ามาแทรกแซงได้ ซึ่งรัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร

อัด “ทักษิณ” ทำผิดซ้ำซากก่อไฟใต้ลุกโชน

นายถาวร กล่าวอีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ใช้กำปั้นเหล็กผิดครั้งที่ 1 คือไปเจรจาผิดตัว เกิดระเบิดยะลา ผิดครั้งที่ 2 ผิดครั้งที่ 3 ให้น้องสาวไฟเขียวให้มีการลงนามสันติภาพ จึงขอฝากไปยัง พ.ต.ท.ทักษิณ ว่า อย่าทำร้ายประเทศไทยด้วยการหาเสียงทางการเมืองที่ไม่ยั่งยืน ไม่ว่าจะไปลงนามอีกกี่กลุ่ม เป็นที่หัวเราะของคนในวงการความมั่นคง ที่สำคัญคือ ทำให้ชีวิตประชาชนและเจ้าหน้าที่ตกอยู่ในความเสี่ยง เพราะจะมีปฏิกิริยาก่อเหตุรุนแรงตามมาอีกจากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่เบื้องหลัง และความไม่รู้เรื่องของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ซึ่งคงจะเรียกหาความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะคงจะพูดแต่ว่าหนูไม่รู้ หรือจะบูรณาการในการแก้ปัญหา แต่ในฐานะ ส.ส.แม้จะรู้ว่าข้อเสนอของพรรคอาจไม่ได้รับการตอบสนองก็ยังจำเป็นต้องเป่าปี่ให้ควายฟังต่อไป เพราะคนเหล่านี้คงไม่ยอมลาออก ก็ต้องถือว่าเป็นกรรมของประเทศไทย อย่างไรก็ตาม ตนจะทำหนังสือถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อยืนยันว่า พรรคยินดีที่จะเสนอแนะเพื่อบ้านเมืองโดยไม่เล่นการเมืองด้วยการเอาความเป็นความตายของประชาชน และข้าราชการมาเป็นเกมการเมือง

“สุกำพล” ไม่มีเสนอตั้ง “มหานครปัตตานี”

ทางด้าน พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้จุดไฟเผายางและก่อเหตุในหลายจุด ว่า เป็นการเผานอกชุมชนไม่ได้ไปเผาในเมือง และทางเราไม่ได้ผลีผลามออกไปดำเนินการอะไร เราอยู่มานานก็รู้กันอยู่ว่า มันเป็นอย่างไร ทุกคนพยายามดัดแปลงวิธีการของตัวเอง ส่วนกรณีที่จะมีการเจรจากับกลุ่มบีอาร์เอ็นรอบสองนั้น ยังไม่ได้เริ่ม ยังไม่มีอะไรคืบหน้าทุกวันขนาดนั้น การเจรจาก็ดำเนินการไป ส่วนการปกป้องชีวิตทรัพย์สินก็ดำเนินการไป ไม่ได้เกี่ยวกัน สำหรับกระแสข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเสนอให้มีการตั้งมหานครปัตตานีนั้น ยังไม่ได้พูดคุยหรือเสนอกันเลย อย่าพูดล่วงหน้า

“เฉลิม” เตรียมพบอดีตนายกฯ มาเลย์ 28 มี.ค.นี้

วันเดียวกันนี้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศปก.กปต.) กล่าวว่า ปัญหาภาคใต้ถ้าจะแก้ต้องคุยกัน ตนไม่นิยมความรุนแรง เพราะรู้ดีว่าคนภาคใต้นิยมการเมือง ไม่ต้องการการกดขี่ข่มเหง ถึงได้ตั้งกลุ่มวาดะห์มาเป็นทีมที่ปรึกษา แม้แต่การพบกับนายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ก็ได้ย้ำว่า คนมุสลิมไม่นิยมความรุนแรง และไม่ต้องการให้มีการแบ่งแยกดินแดน รวมถึงใครก่อเหตุก็หนีไปอยู่มาเลเซียไม่ได้ ต้องประนีประนอม ถึงเป็นสาเหตุในการใช้มาตรา 21 แห่ง พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ ล่าสุด ดร.มหาเธร์ มูฮัมหมัด อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะผู้ดูแลด้านพัฒนาเศรษฐกิจชายแดนมาเลเซีย-ไทย อนุญาตให้ตนเดินทางเข้าพบแล้วในวันที่ 28 มี.ค. รอแค่หนังสือตอบกลับมาอย่างเป็นทางการ เพราะในช่วงดังกล่าวจะเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ ดร.มหาเธร์เดินทางมาที่เกาะลังกาวี และตนมีการเปิดเวทีปราศรัยต่อต้านยาเสพติดที่ จ.สตูล อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าหากมาเลเซียและอินโดนีเซียเข้ามาช่วยจะแก้ปัญหาได้ ครั้งแรกนายนาจิบ เองก็เข้าใจผิดเรื่องเหตุการณ์ที่ตากใบ และกรือเซะ ว่าเป็นการใช้ความรุนแรงและทารุณในการแก้ไขปัญหา แต่นั่นถือเป็นอุบัติเหตุ ไม่มีใครคิดทำ แต่หากใครมาบังคับตนก็ไม่ทำ หากจะเกลียด หรือจะปลดตนแล้วสั่งใช้กำลังตนไม่ทำ และอีก 3 เดือนจะยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้วเปลี่ยนมาเป็น พ.ร.บ.ความมั่นคงฯ แทนใน 5 อำเภอ

ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ตนได้เรียนเชิญมาร่วมแก้ไขปัญหาทุกครั้งแต่ไม่เคยมา ครั้งล่าสุดทำท่าเหมือนจะมา แต่ปรากฏว่าเมื่อคืนวันที่ 5 มี.ค. นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ได้โทรศัพท์มาหาตนระบุว่าถูกห้ามไม่ให้มาโดยไม่รู้ว่าใครเป็นคนห้าม ตนไม่อายหากพรรคประชาธิปัตย์แก้ได้จะให้เป็นพระเอก แม้พรรคประชาธิปัตย์จะปฏิเสธแต่ก็ยังมีการประชุมวีดีโอคอนเฟอเรนซ์กับตำรวจใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในเวลา 14.00 น. เหมือนเดิม

สมช. ดอดไปพบ บีอาร์เอ็น.รอบสองแล้ว

ค่ำวันเดียวกันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนพร้อมด้วย พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก รองปลัดกระทรวงกลาโหม และ พล.ต.ท.สฤษดิ์ชัย เอนกเวียง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ได้เดินทางไปยังประเทศมาเลเซียเพื่อพูดคุยกับแกนนำกลุ่มบีอาร์เอ็นเป็นครั้งที่สองแล้ว ซึ่งทางฝ่ายเรา และ กลุ่มบีอาร์เอ็น ได้ กำหนดไว้ว่าวันที่ 28 มี.ค.นี้ จะมีการพบปะพูดคุยกันอีกครั้ง โดยทางกลุ่มบีอาร์เอ็น จะไปปรับ และไปสื่อสารเพื่อเชิญกลุ่มอื่น ๆ ที่ก่อเหตุให้เข้ามาร่วม

 

วันที่ 6/03/2556 เวลา 22:39 น.



เริ่มหนาวแล้วจะไปเทียวที่ไหนกัน

View Results

Loading ... Loading ...



‘เฌอเบลล์’พลิกเซ็กซี่ซุ่มคบหนุ่มนอกวงการ [22/11/2557]
ถือเป็นอีกหนึ่งนางเอกดาวรุ่ง ที่ไม่ว่าจะแสดงละครเรื่องไหนก็จะถูกจับตามองมากๆ ได้รับบทบาท มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ถึงขนาดได้รางวัล “นักแสดงดาวรุ่งหญิง” เป็นเครื่องการันตี