วันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2557

21สส.พท.โยนเผือกร้อน

พรบ.นิรโทษฯเข้าสภา 7 มีค. นี้ชงล้างคดีอาญา

“21 ส.ส.พท.” โยนเผือกร้อนสภา ยื่น พ.ร.บ.นิรโทษฯ 7 มาตราเข้าสภา 7 มี.ค.นี้ อ้างช่วยทุกสี แต่ชงปล่อยผีเผาเมืองยกเข่ง ยกคำพิพากษาศาลแพ่งชี้เผาเซ็นทรัลเวิลด์ไม่ใช่ก่อการร้าย ยืนกรานไม่รวมแกนนำ-ผู้สั่งการ ขณะที่ “พธม.” บุกสภา ยื่นเงื่อนไข “เจริญ” ก่อนถกหาแนวทางออก พ.ร.บ.นิรโทษฯ 11 มี.ค.นี้ ลั่นไม่เอาล้างผิดคดีอาญา-โกง-แนะเพิ่มกลุ่มญาติผู้สูญเสีย-จนท.รัฐ-คอป.-อพส.-ผู้ค้าราชประสงค์ ร่วมวง-มติต้องเอกฉันท์ ห้ามใช้เสียงข้างมาก-จี้ถอนร่างปรองดอง 4 ฉบับพ้นสภา ขู่ผิดเงื่อนไขไม่ร่วมสังฆกรรม-ปลุกม็อบต้านถึงที่สุด ด้าน “เจริญ” ไม่ขัดข้องเชิญทุกกลุ่มร่วมวง เชื่อทุกฝ่ายหวังหาทางออกเพื่อชาติ รีบออกตัว ไม่มีอำนาจถอนร่างปรองดอง 4 ฉบับ แต่ยันสมัยประชุมนี้ไม่ดันเข้าวาระแน่ ส่วน “เสธ.อ้าย” เมินร่วมสังฆกรรม ยัน อพส.ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ลั่นไล่รัฐบาลอย่างเดียว ขณะที่ “คณิต” ปัดร่วมวง ชี้ไม่มีเอี่ยว ไล่อ่านรายงาน คอป.เอาเอง

ส.ส.เสื้อแดง ลงชื่อดัน กม.นิรโทษ

เมื่อวันที่ 6 มี.ค. เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา ส.ส.พรรคเพื่อไทย นำโดย นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ น.พ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย นายคารม พลพรกลาง ทนายความ นปช. ร่วมแถลงข่าวการเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดย นายวรชัย กล่าวว่า ตนและ ส.ส.พรรคเพื่อไทย จำนวน 21 คน ได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อเสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม แก่ผู้ซึ่งกระทำความผิด เนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. …โดยมีทั้งสิ้น 7 มาตรา เพื่อยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรให้บรรจุเข้าสู่การพิจารณาของสภาต่อไป เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับพรรคเพื่อไทยหรือรัฐบาล แต่เป็นการใช้เอกสิทธิ์ของ ส.ส.เสนอกฎหมายตามมาตรา 152 ของรัฐธรรมนูญ โดยการดำเนินการครั้งนี้ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่มาร่วมชุมนุมทางการเมือง และถูกดำเนินคดีในข้อหาก่อการร้าย ยึดทำเนียบรัฐบาลและยึดสนามบิน เป็นต้น ซึ่งจะเห็นว่าขณะนี้ศาลได้ชี้ชัดแล้วว่าการชุมชุมของกลุ่ม นปช.ไม่ได้เป็นการก่อการร้าย และในกรณีการเผาห้างเซ็นทรัลเวิลด์ก็ไม่ใช่ฝีมือของกลุ่ม นปช. เห็นได้จากที่ศาลได้สั่งให้บริษัทเทเวศประกันภัยจ่ายเงินชดเชยให้ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ แสดงให้เห็นว่ากลุ่ม นปช.มีความชอบธรรมในการเรียกร้องประชาธิปไตย

ยันไม่รวมแกนนำ-ผู้สั่งการ

นายวรชัย กล่าวอีกว่า ตนเชื่อว่าขณะนี้มีผู้ต้องหาไม่ว่าจะเป็น นปช.หรือ กลุ่ม พธม. กว่า 1 พันคน ที่กำลังถูกดำเนินคดีในเรื่องนี้อยู่ ขณะที่สถานการณ์ในประเทศต้องการความสงบและต้องการการขยายตัวทางเศรษฐกิจ พวกตนจึงอยากคืนความชอบธรรมให้กับพี่น้องประชาชนเหล่านี้ สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.นี้อยู่มาตรา 3 ที่ระบุว่าให้บรรดาการกระทำใดๆ ของบุคคลที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมือง หรือการแสดงออกทางการเมือง หรือบุคคลที่ไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมทางการเมือง แต่การกระทำนั้นมีมูลเหตุเกี่ยวข้องหรือเกี่ยวเนื่องกับความขัดแย้งทางการเมือง การกระทำใดๆ ซึ่งเป็นเหตุการณ์สืบเนื่องจาการการชุมนุมทางการเมือง หรือแสดงออกทางการเมืองตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.2549 ถึงวันที่ 10 พ.ค.2554 ไม่เป็นความผิดต่อไป และให้ผู้กระทำการนั้นพ้นจากการเป็นผู้กระทำผิดและความรับผิดโดยสิ้นเชิง ทั้งนี้ ไม่รวมถึงการกระทำของบรรดาผู้มีอำนาจตัดสินใจหรือสั่งการให้มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองในห้วงระยะเวลาดังกล่าว

อ้างเพื่อให้ประเทศเดินหน้า

ด้าน น.พ.เชิดชัย กล่าวว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ต้องการช่วยเหลือประชาชนที่แสดงออกตามระบอบประชาธิปไตย ซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาล ไม่รวมแกนนำหรือข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ดังกล่าว และไม่รวมความผิดในคดีทางแพ่ง แต่เป็นการช่วยเหลือผู้มีความผิดในคดีอาญาทั้งผู้ที่ชุมนุมทางการเมืองและผู้ที่ไม่ได้มาร่วมการชุมนุมแต่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ทั้งเสื้อเหลืองและเสื้อแดง ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่มีเบื้องหลังแอบแฝง แต่เป็นเพราะพวกตนทนไม่ได้ที่จะเห็นประชาชนมาทุกข์ทรมานทางใจ ดังนั้นเรื่องนี้จึงจำเป็นต้องหาข้อยุติเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไป อย่างไรก็ตาม กฎหมายฉบับนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะเมื่อกฎหมายเข้าสภาจะต้อง คณะกรรมาธิการพิจารณา ซึ่งก็อาจจะเชิญตัวแทนทั้งเสื้อเหลือง เสื้อแดง หรือแม้แต่ เสธ.อ้าย พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ อดีตประธานองค์พิทักษ์สยามมาร่วมในการพิจารณาด้วย

พธม.ขู่ปลุกม็อบต้าน กม.นิรโทษ

ขณะที่ เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา นายปานเทพ พัวพงศ์พันธ์ โฆษกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เดินทางเข้าพบ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 1 เพื่อยื่นข้อเสนอขอให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขก่อนเข้าร่วมหารือแนวทางการออก พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จากนั้น นายปานเทพ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา แกนกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ประชุมและมีมติว่า 1.แกนนกลุ่มพันธมิตรฯ ขอแจ้งจุดยืนว่าไม่เห็นด้วยและจะคัดค้านถึงที่สุดในการออกกฎหมายใดๆ เพื่อนิรโทษกรรมหรือล้างความผิดให้ผู้ทำความผิดทางอาญา หรือการความผิดในการทุจริตทุกกรณี แต่เห็นว่าการใช้หลักนิติรัฐเพื่อพิสูจน์ความจริงที่จะนำไปสู่ความสงบสุขได้ 2.การนิรโทษกรรมให้ผู้มีความผิดลหุโทษและไม่ใช่กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา แต่ผิดกฎหมายเนื่องจากการใช้อำนาจรัฐช่วงเวลาเฉพาะกิจ เช่น การฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หรือ พ.ร.บ.มั่นคงฯ แกนนำพันธมิตรฯ เห็นว่าการหารือต้องอยู่บนเงื่อนไขการมีส่วนร่วมกลุ่มคนที่มีส่วนได้เสียกับเหตุการณ์ทุกกลุ่ม โดยควรเพิ่มตัวแทนองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ตัวแทนครอบครัวเจ้าหน้าที่รัฐผู้สูญเสีย รวมทั้งตัวแทนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมโดยที่ไม่ใช่ผู้ชุมนุม เช่น ร้านค้าที่สี่แยกราชประสงค์กับสยามสแควร์ และผู้แทนคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.)

จี้ถอน พ.ร.บ.ปรองดอง 4 ฉบับ

นายปานเทพ กล่าวต่อว่า 3.การนิรโทษกรรมต้องไม่ใช้มติเสียงข้างมากแต่ต้องลงมติเป็นเอกฉันท์ 4.หากเงื่อนไขที่เสนอให้เพิ่มกลุ่มต่างๆ ปฏิบัติไม่ได้ ตนก็จะไม่เข้าร่วมหารือในวันที่ 11 มี.ค.นี้ หรือหากปฏิบัติตามเงื่อนไขได้แต่ต่อมามีการแปรญัตติหรือเปลี่ยนแปลงร่าง กฎหมายนิรโทษกรรมที่ไม่เป็นไปตามที่มีข้อยุติอย่างเป็นเอกฉันท์จากผู้แทน กลุ่มต่างๆ กลุ่มพันธมิตรประชาชนฯ ขอจะคัดค้านและจะชุมนุมนอกสภาอย่างถึงที่สุด และ5.หากท่านมีเจตนาดีต่อบ้านเมืองและไม่อยากเห็นความขัดแย้งนอกสภา ส.ส.ควรแสดงความจริงใจโดยหยุดเสนอกฎหมายที่เกี่ยวกับการนิรโทษกรรมทุกฉบับ และควรถอนร่าง พ.ร.บว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ ทุกฉบับที่ยังค้างอยู่ในวาระ การประชุมสภาฯ ออกจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร หากเงื่อนไขที่เรียกร้องไปไม่สามารถปฏิบัติได้ ก็จะไม่เข้าร่วมการหารือในวันที่ 11 มี.ค. หรือหากแม้ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าวแล้วแต่ต่อมามีการแปรญัตติ หรือเปลี่ยนแปลงร่างกฎหมายนิรโทษกรรมที่มิได้เป็นไปตามที่ได้มีข้อยุติอย่างเป็นเอกฉันท์จากผู้แทนกลุ่มต่างๆ แล้ว พันธมิตรฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะคัดค้านเคลื่อนไหวชุมนุมนอกสภาต่อไปอย่างถึงที่สุด

“เจริญ” รับลูกเชิญทุกกลุ่มพ่วงทหาร

ด้าน นายเจริญ กล่าวว่า การหารือเพื่อความสงบและสามัคคี ทุกฝ่ายต้องใช้ความอดทน ซึ่งตนไม่ขัดข้องกับข้อเสนอของกลุ่มพันธมิตรฯ และจะมีการเพิ่มทหารเข้ามาอีก 1 กลุ่มในการหารือเรื่องนี้ เพราะทหารเป็นเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.มั่นคงฯ ซึ่งจะทำหนังสือไปยังรมว.กลาโหม ทั้งนี้ต้องดูในวันที่ 11 มี.ค. เป็นหลักว่าแต่ละกลุ่มจะตอบรับอย่างไร แต่ขอให้ทุกฝ่ายสบายใจได้ว่าการดำเนินการครั้งนี้ไม่มีเบื้องหน้าเบื้องหลัง และไม่มีเกมการเมือง สำหรับการหารือในหลักการร่วมกันนั้น จะเน้นที่จุดร่วมที่เคยพูดคุยกันมาแล้วคือ การนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มผู้ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.มั่นคงฯ ที่เป็นประชาชน ส่วนเงื่อนไขของแกนนำจะยังไม่พูดถึง ทั้งนี้มั่นใจว่าถ้าแต่ละฝ่ายที่เข้าใจขอบเขต หลักการนิรโทษกรรมประชาชนก่อนก็ไม่น่ามีปัญหาแต่ที่เป็นปัญหา คือ เงื่อนไขของแต่ละกลุ่ม อย่างไรก็ตามการที่กลุ่มพันธมิตรฯ และพรรคประชาธิปัตย์ เสนอให้ถอนร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยความปรองดองแห่งชาติ 4 ฉบับออกจากการพิจารณาของสภาฯ นั้น ตนไม่สามารถบังคับสมาชิกที่เสนอกฎหมายได้ จึงเป็นเรื่องของผู้เสนอที่จะพิจารณาถอนร่างกฎหมายดังกล่าวหรือไม่ แต่ยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีการพิจารณากฎหมายดังกล่าว ซึ่งอีกไม่นานก็จะปิดสมัยการประชุมแล้ว

“เสธ.อ้าย” เมินร่วมสังฆกรรม

ด้าน พล.อ.บุญเลิศ แก้วประสิทธิ์ อดีตประธานองค์การพิทักษ์สยาม (อพส.) ยืนยันว่า จะไม่ไปร่วมหารือเพราะคิดว่าตนไม่ส่วนเกี่ยวข้องกับการนิรโทษกรรม แม้ส่วนตัวจะเห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมเพราะการยกโทษอภัยให้แก่กันถือเป็นเรื่องดี แต่เรื่องนี้ไม่เกี่ยว อพส. “ไม่รู้จะไปปรองดองกับใคร ผมไม่ได้เป็นอะไรกับใคร เราคงไม่ไปหารือ แล้วแต่เขาจะว่ากันไป เราจะขับไล่รัฐบาลอย่างเดียว เราคงไม่คิดว่าจะมีปัญญากาทางออกให้ประเทศหรอก เราไม่มีข้อเสนอ ข้อเสนอคืออยากให้รัฐบาลออก” พล.อ.บุญเลิศ กล่าว

“คณิต” ปัดร่วมวง

ขณะที่ นายคณิต ณ นคร อดีตประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) กล่าวว่า ตนไม่ส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้ว เนื่องจากการทำหน้าที่ในฐานะประธาน คอป.จบสิ้นไปตั้งแต่ปีที่แล้ว และเป็นการทำงานผ่านมาถึงสองรัฐบาล ตนคงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปร่วมชี้แจงอะไรต่อใครอีกแล้ว ซึ่งถ้าอยากทราบข้อเท็จจริงให้ไปศึกษาในรายของ คอป.ที่ใช้ตนเวลาศึกษาและค้นหา ความจริงมาตลอดสองปี

“แม่น้องเกด” พร้อมเข้าร่วมหากเชิญ

นางพะเยาว์ อัคฮาด มารดา น.ส.เกดกมล อัคฮาด พยาบาลอาสาที่เสียชีวิตจากเหตุความไม่สงบทางการเมือง กล่าวว่า ที่กลุ่มพันธมิตรฯ เสนอเงื่อนไขเพื่อการนิรโทษกรรม โดยให้มีการเชิญผู้เกี่ยวข้อง 8 กลุ่มมาร่วมหารือนั้น ทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการติดต่อแต่อย่างไร และหากมีการติดต่อมาตนพร้อมที่จะร่วมพูดคุย เพราะอยากทราบความเห็นจากหลายฝ่าย ซึ่งตนคิดว่าการนิรโทษกรรมนั้นจำเป็นที่จะต้องนำบทสรุปและความเห็นของเหยื่อผู้สูญเสียจากเหตุการณ์การชุมนุมเข้าร่วมหารือด้วย เพื่อหาทางออกร่วมกัน ตนแสดงจุดยืนมานานแล้วว่าต้องการสนับสนุนให้มีการนิรโทษกรรม ซึ่งต้องนิรโทษให้เฉพาะเหยื่อผู้สูญเสียเท่านั้นไม่เกี่ยวกับแกนนำและเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งกลุ่มนี้ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมไม่ควรได้รับการนิรโทษโดยเด็ดขาด ประชาชนทุกสีเสื้อควรได้รับการนิรโทษ สำหรับแกนนำและเจ้าหน้าที่ของรัฐให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน” นางพะเยาว์ กล่าวและว่า หากได้ร่วมวงพูดคุยตามที่ นายปานเทพ ระบุ ตนจะมีข้อเสนอต่อวงหารือ แต่ทั้งนี้ต้องรอให้มีการร่างรายละเอียดก่อน โดยจะดูร่างนิรโทษกรรมทั้ง 4 ฉบับจาก 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาระบุว่าจะไม่มาร่วมหารือด้วยนั้น ตนคิดว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะการหาทางออกให้ประเทศ จำเป็นต้องมีการเปิดใจกว้าง จึงอยากเรียกร้องให้ประชาธิปัตย์ออกมาพูดคุยกัน ประชาธิปัตย์อย่ามองมุมแคบ อย่าใจแคบ และที่ผ่านมาเราก็โดนทุกรูปแบบ และมีมากที่โดนยัดคดีอาญา ทำไมไม่มองว่าประชาชนได้รับผลกระทบอะไรบ้าง คำว่านิรโทษมันก็ปิดกว้างพออยู่แล้วอย่าใจแคบ ถ้าใจแคบก็เป็นกันอยู่แบบนี้ คุณเป็นถึงพรรคใหญ่เก่าแก่ เราต้องมานั่งคุยกันแล้ว อย่ามัวแต่เล่นแง่ เมื่อไม่เข้ามาพูดคุย ถ้าหากวงหารือมีข้อสรุปออกมาแล้วจะมาโวยวายไม่ได้นะ

“มาร์ค” เชื่อเจริญเจอทางตัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า รัฐบาลรอหลังเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.เพื่อที่จะขับเคลื่อนเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เพราะถ้าไม่มีเรื่องเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. รัฐบาลก็คงดำเนินการไปก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งในพรรคคุยกันชัดเจนว่ากรณีของ นายเจริญ จรรย์โกมล รองประธานสภา ประสานให้ไปหารือเกี่ยวกับการออกกฎหมายนิรโทษกรรมนั้นไม่ใช้รูปแบบที่จะเดินหน้าเรื่องปรองดองได้ โดยตนเชื่อว่ามีความพยายามที่จะเดินทุกทางที่ทำได้ ตนเชื่อว่าเจอทางตันเพราะถ้าเป้าหมายคือสิ่งที่ไม่ถูกต้องตามหลักการ ระบบนิติรัฐ นิติธรรม ไม่ว่าจะเดินทางไหนก็ตัน แต่ถ้าเลือกเส้นทางที่ยึดประโยชน์ส่วนรวมก็ไปได้ไม่ตัน ซึ่งหากเดินทางนี้ไม่ได้ก็มีอีกหลายทางที่รัฐบาลพยายามทำ คงมีการสลับไปสลับมากับช่องทางที่มีอยู่รวมถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย ดังนั้นในระหว่างการเปิดสมัยประชุมนี้จึงยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งซึ่งขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลอยากจะให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่ หากไม่อยากให้เกิดความขัดแย้งก็ต้องแสวงหาหนทางที่สร้างปรองดองจริงๆ ไม่ใช่ผลประโยชน์ของกลุ่ม โดยเริ่มต้นจากการถอน ร่าง พ.ร.บ.ปรองดอง 4 ฉบับ ที่ค้างอยู่ในสภาก่อน แต่ถ้าไม่ทำก็แสดงให้เห็นว่ายังวนเวียนอยู่ที่เดิม

วันที่ 6/03/2556 เวลา 22:35 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘อะตอม’ตูมต่อเนื่องเปลี่ยนชื่อดวงพุ่งงานเข้า-เซ็กซี่กว่าเดิม [25/10/2557]
“อะตอม-ภัคจิรา วิศววิสุทธิ์” ที่เข้าวงการแรกๆ ได้ฉายา “อั้ม พัชราภา2” มาแล้ว เพราะใบหน้า ทรงผมคลับคล้ายคลับคลาไม่น้อย แต่พอเข้าวงการมาหลายปี คนเริ่มทักน้อยลง เหตุที่เธอมีบุคลิกเฉพาะตัวเป็นของตัวเอง