วันพฤหัสบดีที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2557

รพ.สรรพสิทธิ์ อุบลฯ สุดเจ๋ง รักษามะเร็งในเด็ก

ด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก สำเร็จรายแรกของเมืองไทย

ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ป่วยเป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางเม็ดเลือด รวมไปถึง โรคทางพันธุกรรมและโรคมะเร็ง เช่น มะเร็งในเม็ดเลือด หรือมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย ซึ่งเป็นโรคเลือดจางเรื้อรังทางกรรมพันธุ์ โดยพบผู้ป่วยกว่า 600,000 คน และในแต่ละปีจะมีเด็กเกิดใหม่ป่วยเป็นโรคนี้ประมาณ 12 คนต่อเด็กเกิดใหม่ทุกๆ 1,000 คน การปลูกถ่ายไขกระดูก เป็นอีกทางเลือกให้เกิดประสิทธิผลที่ดีมากยิ่งขึ้น อันนำไปสู่การหายขาดจากโรคได้

ซึ่งการรักษาด้วยวิธีการปลูกถ่ายไขกระดูกถือเป็นการรักษาที่สำคัญ เนื่องจากช่วย เพิ่มโอกาสที่ผู้ป่วยจะหายขาดจากโรคได้ แต่ก็ยังเป็นการรักษาที่ใช้เฉพาะในโรคที่ได้รับการยืนยันว่าการรักษาด้วยวิธีการนี้เป็นวิธีมาตรฐาน เช่น มะเร็งเม็ดเลือดขาว มะเร็งชนิดอื่นๆ โรคไขกระดูกฝ่อหรือไขกระดูกเสื่อมโรคเลือดจางธาลัสซีเมีย โรคภูมิคุ้มกันบกพร่องแต่กำเนิดและโรคอื่นๆ

และเมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2556 ทางโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ได้ทำการรักษาผู้ป่วยเด็กหญิง อายุ 6 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองแบบกลับเป็นซ้ำ ด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก ได้สำเร็จ โดยใช้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากตัวผู้ป่วยเอง โดยระยะเวลาในการให้การรักษา เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2556 และสามารถติดตามผลความสำเร็จของการปลูกถ่ายโดยไขกระดูกใหม่สามารถทำงานได้เต็มที่ในวันที่ 3 เมษายน 2556

ปัจจัยของความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากนโยบายของผู้นำองค์กรที่ต้องการพัฒนางานบริการที่เป็นเลิศด้านมะเร็งเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเข็มมุ่งของโรงพยาบาลทีมสหสาขาวิชาชีพในโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ รวมถึงความร่วมมือของทีมแพทย์และพยาบาลจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีจึงมีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เพื่อการดูแลรับผิดชอบต่อสุขภาพของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

เมื่อเกิดความสำเร็จ ทางโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จึงจัดงานแถลงข่าว “การปลูกถ่ายไขกระดูกผู้ป่วยมะเร็งในเด็ก ได้สำเร็จเป็นแห่งแรกของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2556 ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 อาคาร 50 พรรษามหาวชิราลงกรณ์ โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญแห่งทศวรรษสาธารณสุข”

น.พ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเดินทางมาร่วมงานแถลงข่าว กล่าวว่า เดิมทีการปลูกถ่ายไขกระดูก ทำได้เฉพาะโรงพยาบาลในกรุงเทพมหานครและโรงเรียนแพทย์ ทำให้ผู้ป่วยไม่สะดวกในการติดตามดูแลรักษา เป็นเหตุให้ขาดโอกาสในการเข้าถึงการรักษาด้วยวิธีปลูกถ่ายไขกระดูก เพื่อเป็นการรักษาโรคให้หายขาดได้กระทรวงสาธารณสุข ได้เล็งเห็นความทุกข์ยากของประชาชนในเรื่องนี้จึงมีนโยบายให้ประชาชนทั่วทุกภูมิภาคสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพได้สะดวก รวดเร็วและทั่วถึง จึงให้มีการวางแผนพัฒนางานสู่เขตภูมิภาค เพื่อประชาชนที่จำเป็นต้องรับการรักษาด้วยวิธีดังกล่าวจะได้ไม่ต้องยากลำบากในการเดินทางเข้ากรุงเทพมหานคร หรือใช้บริการในโรงเรียนแพทย์ต่างๆ และยังมีแผนงานที่จะขยายโครงการนี้ไม่เฉพาะโรคมะเร็ง โรคไตเรื้อรังเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโรคเรื้อรังร้ายแรงอื่นๆที่สามารถรักษาได้ เพื่อให้ประชาชนที่ทุกข์ทรมานจากโรคเหล่านี้ มีทางเลือกในการรักษา ไม่เป็นภาระของสังคม

น.พ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ กล่าวอีกว่า เป็นที่ทราบกันดีว่าโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เป็นโรงพยาบาลนำร่องที่สามารถปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคอวัยวะที่มีภาวะสมองตายได้สำเร็จเป็นแห่งแรกของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 2554 และในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จอีกก้าวของการเป็นโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขแห่งแรกที่สามารถทำการปลูกถ่ายไขกระดูกในผู้ป่วยมะเร็งเด็กได้เป็นผลสำเร็จอีกครั้ง กระทรวงสาธารณสุขจึงมีแผนงานที่จะขยายโครงการนี้ไม่เฉพาะโรคมะเร็ง โรคไตเรื้อรังเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงโรคเรื้อรังร้ายแรงอื่นๆ ที่สามารถรักษาได้ เพื่อให้ประชาชนที่ทุกข์ทรมานจากโรคเหล่านี้ มีทางเลือกในการรักษา ไม่เป็นภาระของสังคมและสามารถกลับไปเป็นกำลังที่สำคัญของครอบครัวและประเทศชาติต่อไป

น.พ.ชลิต ทองประยูร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ อุบลราชธานี กล่าวว่า โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เป็นโรงพยาบาลนำร่องที่สามารถปลูกถ่ายไตจากผู้บริจาคอวัยวะที่มีภาวะสมองตายได้สำเร็จเป็นแห่งแรกของโรงพยาบาลในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 2554 และในครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จอีกก้าวของการเป็นโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขแห่งแรกที่สามารถทำการปลูกถ่ายไขกระดูกในผู้ป่วยมะเร็งเด็กได้เป็นผลสำเร็จอีกครั้ง สำหรับการรักษาโรคมะเร็งด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก จะได้ผลดีหรือไม่ขึ้นอยู่กับโรคมะเร็งที่ผู้ป่วยเป็น แหล่งที่มาของเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือด และจำนวนเซลล์ที่ได้ ชนิดของการทำปลูกถ่ายไขกระดูก ยาเคมีบำบัดที่ใช้ อาการทางคลินิกของผู้ป่วยก่อนได้รับการปลูกถ่ายไขกระดูกรวมทั้งการดูแลภายหลังการปลูกถ่ายไขกระดูก

น.พ.ชลิต ทองประยูร กล่าวอีกว่า โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์อุบลราชธานี เป็นโรงพยาบาลศูนย์ชั้นนำด้านวิชาการ บริการ และส่งเสริมสุขภาพอย่างมีคุณภาพที่เป็นเลิศในระดับสากล ซึ่งโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ได้พัฒนาศักยภาพการรักษาให้เท่าเทียมกับโรงพยาบาลที่มีระดับชั้นนำ เช่น โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งเป็นโรงเรียนแพทย์มีความสามารถในการปลูกถ่ายไขกระดูกมากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ สามารถช่วยเหลือผู้ป่วยที่ทุกข์ทรมานจากการเจ็บป่วยจากโรคมะเร็งและโรคเลือดเรื้อรัง ดังนั้นโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ จึงได้จัดบริการดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งเด็กให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องรวมถึงการรักษาขั้นสูงด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูกในผู้ป่วยมะเร็งที่มีการกลับเป็นซ้ำของโรค ซึ่งทำให้โอกาสในการหายขาดมีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้น อีกทั้งไม่ต้องทรมานต่อการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด ลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น

และในวันนี้นับเป็นอีกก้าวหนึ่งของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ที่สามารถปลูกถ่ายไขกระดูก ให้กับผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลืองชนิดโรคกลับซ้ำได้เป็นผลสำเร็จ และในอนาคตโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์มีเป้าหมายจะพัฒนาการปลูกถ่ายไขกระดูกจากมะเร็งชนิดอื่นๆ รวมถึงผู้ป่วยโรคเลือดธาลัสซีเมีย นอกจากนี้โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ยังได้พัฒนาการให้บริการการปลูกถ่ายไตให้กับผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงมากยิ่งขึ้น

พ.ญ.ยุจินดา เล็กตระกูล หัวหน้าหน่วยปลูกถ่ายไขกระดูก โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ กล่าวว่า โรงพยาบาลได้ทำการรักษาผู้ป่วยเด็กหญิง อายุ 6 ปี ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็น มะเร็งต่อมน้ำเหลืองแบบกลับเป็นซ้ำ ด้วยการปลูกถ่ายไขกระดูก โดยใช้เซลล์ต้นกำเนิดเม็ดเลือดจากตัวผู้ป่วยเอง โดยระยะเวลาในการให้การรักษา เริ่มตั้งแต่วันที่ 7 มีนาคม 2556 และสามารถติดตามผลความสำเร็จของการปลูกถ่ายโดยไขกระดูกใหม่สามารถทำงานได้เต็มที่ ในวันที่ 3 เมษายน 2556 ปัจจัยของความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากนโยบายของผู้นำองค์กรที่ต้องการพัฒนางานบริการที่เป็นเลิศด้านมะเร็งเพื่อให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเข็มมุ่งของโรงพยาบาลทีมสหสาขาวิชาชีพในโรงพยาบาล รวมถึงความร่วมมือของทีมแพทย์และพยาบาลจากคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีจึงมีความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เพื่อการดูแลรับผิดชอบต่อสุขภาพของประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

น.พ.ทวีเกียรติ บุญยไพศาลเจริญ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เครือข่ายบริการสุขภาพที่ 10 กล่าวว่า โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายในเครือข่ายบริการสุขภาพที่ 10 ได้กำหนดยุทธศาสตร์ 8 ข้อ ในการพัฒนาสู่วิสัยทัศน์ของโรงพยาบาล คือ เป็นโรงพยาบาลศูนย์ชั้นนำด้านวิชาการ บริการ และส่งเสริมสุขภาพอย่างมีคุณภาพที่เป็นเลิศในระดับสากล มีเข็มมุ่ง 3 ด้าน คือ ด้านพัฒนาและบริการสู่ความเป็นเลิศ ด้านลดความแออัดและการส่งต่อด้าน Excellence Center ที่ประกอบด้วย ศูนย์ความเป็นเลิศ ด้านหัวใจ อุบัติเหตุ มะเร็ง ทารกแรกเกิด ได้ดำเนินการตามนโยบายของกระทรวงสาธารณสุข ในการที่จะเพิ่มขีดความสามารถและศักยภาพในการให้บริการของแต่ละศูนย์ โดยเฉพาะศูนย์ความเป็นเลิศด้านมะเร็ง ของโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ ได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบบริการและจัดตั้งหน่วยปลูกถ่ายไขกระดูก เพื่อเป็นการให้บริการแก่ผู้ป่วยโรคมะเร็ง โรคเลือดหรือโรคทางโลหิตวิทยา เริ่มดำเนินการพัฒนาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 โดยมีการพัฒนาอาคารสถานที่ คน วัสดุครุภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เตรียมความพร้อมให้เป็นศูนย์ความเป็นเลิศด้านการปลูกถ่ายไขกระดูกและการรักษาโรคมะเร็งอย่างครบวงจร และเป็นศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรมด้านโรคเลือด โรคมะเร็ง สำหรับแพทย์ระดับปริญญาและแพทย์หลังปริญญา รวมทั้งบุคลากรทางการแพทย์อื่นๆ และขณะนี้โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์สามารถปลูกถ่ายไขกระดูกให้กับผู้ป่วยมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ชนิดโรคกลับซ้ำได้เป็นผลสำเร็จ ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของชาวเครือข่ายบริการที่ 10 ที่สามารถพัฒนาศักยภาพการบริการสู่ความเป็นเลิศอย่างแท้จริง

กิตติภณ เรืองแสน/อุบลราชธานี

วันที่ 12/05/2556 เวลา 11:18 น.



ไปเที่ยวตลาดน้ำที่ไหนดี

View Results

Loading ... Loading ...



ซี้ด! ‘นิกกี้’ พริตตี้เงินล้าน [12/04/2557]
สาวผิวขาวโอโม่ฝุดๆ คนนี้เธอมีดีกรีไม่ธรรมดา เป็นทั้งพริตตี้ไฮโซเงินล้าน เล่นละคร, เล่นเอ็มวี, ถ่ายแบบเล่นซีรีส์อีกเพียบ! “นิกกี้-ณัฐณิชา สกุลจารุพงษ์” หากจำกันได้เธอรับบท “ยายแว่นริซซี่” ละคร “แม่ยายที่รัก” ช่อง 3