วันพุธที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ตีแสกหน้ารัฐบาลปนเปื้อนสุ่มตรวจข้าวถุงพบ

ตะลึงจาก 46 ยี่ห้อ มี 34 ยี่ห้อ กม. นิรโทษร้อนชง พท.ลุยไฟ

“มูลนิธิผู้บริโภค” ตีแสกหน้ารัฐบาล สุ่มตรวจข้าวถุงห้างดังทั่ว กทม. 46 ยี่ห้อ พบ 34 ยี่ห้อมีสารเมทิลโบรไมด์ตกค้าง ตะลึง 1 ยี่ห้อเกินมาตรฐานกำหนด ส่วนไร้สารปนเปื้อนมีแค่ 12 ยี่ห้อ แต่ทุกชนิดยังไม่พบยาฆ่าแมลงตกค้าง ปัดดิสเครดิตรัฐแค่บอกความจริงประชาชน ขณะที่ กม.นิรโทษกรรมเริ่มร้อน “วรชัย” ยันชง พท.ลุยไฟ ถกทันทีสภาเปิด 1 ส.ค.นี้ ด้าน “ปชป.” จี้รัฐถอนร่างนิรโทษฯปลดชนวนระเบิด ก่อนบ้านเมืองวุ่นวาย ส่วนปมคลิปเสียงโฉ่ยังวุ่น “บิ๊กอ๊อด” ดอดเข้า ทบ.เคลียร์ “บิ๊กตู่” ท่ามกลางกระแสร้อน ยืมมือสภากลาโหมดัน พ.ร.ก.นิรโทษฯ ล้างมลทินทักษิณ ขณะที่ “กลาโหม” ย้ำนายกฯ มีอำนาจชง กม.นิรโทษเข้าสภากลาโหม ด้าน “ทบ.” วอนสื่อหยุดโยงทหารเอี่ยวคลิปฉาว-ดึงทหารปฏิวัติ ส่วน “มาร์ค” จี้ปูพูดให้ชัดไม่ยืมมือสภากลาโหม ดันออก พ.ร.ก.ช่วยพี่ชาย วอนกองทัพอย่าตกเป็นเครื่องมือฝ่ายการเมือง สะพัด “วสันต์” ยื่นหนังสือไขก๊อก ปธ.ศาล รธน. มีผล 1 ส.ค.นี้ เจ้าตัวยังอุบชี้ถึงเวลาก็รู้เอง

ข้าวถุง 12 ตัวอย่างไม่พบปนเปื้อน

วันที่ 16 ก.ค. ที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ได้แถลงข่าวเรื่อง “ผลทดสอบ ข้าวสารถุงยี่ห้อไหนไม่มีสารเคมี?” โดยกล่าวว่าในการเปิดเผยผลการทดสอบครั้งนี้เพื่อประโยชน์ต่อผู้บริโภคและการคุ้มครองผู้บริโภคในการได้รับข้อมูลข่าวสาร ทั้งนี้จากการเก็บตัวอย่างข้าวสารถุงที่มีการจำหน่ายในเขต กทม.-ปริมณฑล ระหว่างวันที่ 19-27 มิถุนายน 2556 จำนวน 46 ตัวอย่าง จากซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างโมเดิร์นเทรด ทั้งค้าปลีกและค้าส่ง 6 แห่ง ได้แก่ ห้างเทสโก้ โลตัส ห้างบิ๊กซี ห้างแม็คโคร ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ฟู้ดแลนด์ ซูเปอร์มาร์เก็ต และโฮมเฟรชมาร์ท กับร้านสะดวกซื้อ 1 แห่ง คือ เซเว่นอีเลฟเว่น รวม 7 แห่ง โดยทำการทดสอบในห้องปฏิบัติการที่เชื่อถือได้ทั้งรัฐและเอกชน ใช้งบประมาณ 7 แสนบาท ซึ่งผลการทดสอบพบว่า ทุกตัวอย่างไม่พบการตกค้างของยาฆ่าแมลงกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาเมต และสารกันรา ส่วนการปนเปื้อนของสารรมควันข้าว เมทิลโบรไมด์ ไม่พบ 12 ตัวอย่าง คิดเป็น 26.1% ที่ไม่พบการปนเปื้อนหรือการตกค้างใดๆ ที่มีการทดสอบเลย ได้แก่ 1.ลายกนก-ข้าวหอมมะลิ 2.ข้าวพันดี-ข้าวขาว 3.ธรรมคัลเจอร์-ข้าวหอม 4.รุ้งทิพย์-ข้าวเสาไห้ 5.บัวทิพย์-ข้าวหอม 6.ตราฉัตร-ข้าวขาว 7.ข้าวมหานคร-ข้าวขาว 8.สุพรรณหงส์-ข้าวหอมสุรินทร์ 9.เอโร่-ข้าวขาว 10.ข้าวแสนดี-ข้าวหอมทิพย์ 11.โฮมเฟรชมาร์ท-จัสมิน และ 12.ชามทอง-ข้าวหอมมะลิ

ตะลึงข้าวถุง 34 ยี่ห้อมีสารเคมีตกค้าง

น.ส.สารี กล่าวอีกว่า พบการปนเปื้อนเมทิลโบรไมด์ 34 ตัวอย่าง คิดเป็น 73.9 % โดยพบตกค้างน้อยมากต่ำกว่า 0.90 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม หรือ ppm 7 ตัวอย่าง ได้แก่ 1.ช้างเผือกข้าวเสาไห้ 2.cooking for fun-ข้าวหอมมะลิ 3.ข้าวเบญจรงค์-ข้าวหอมมะลิ 4.ข้าวหอมมะลิแปดริ้ว-ข้าวหอมมะลิ 5.แฮปปี้บาท-ข้าวขาว 6.เทสโก้ ตราคุ้มค่า-ข้าวหอม และ 7.อคส.-ข้าวหอมมะลิ, ตกค้างน้อย 0.9-5 ppm 14 ตัวอย่าง คือ 1.ไก่แจ้เขียว-ข้าวหอมมะลิสุรินทร์ 2.ตราปทุมทอง-ข้าวหอมมะลิ 3.ข้าวหอมฉัตรอรุณ-หอมผสม 30% 70% 4.ข้าวโรงเรียน-ข้าวหอมมะลิ 5.บิ๊กซี-ข้าวหอมปทุม 6.ตราฉัตร-ข้าวขาว 7.หงษ์ทอง-ข้าวหอมมะลิ 8.ติ๊กชิโร่-ข้าวขาวหอมมะลิ 9.ตราฉัตรทอง-ข้าวหอมมะลิ 10.ตราเกษตร-ข้าวขาวหอม 11.ท็อปส์-ข้าวหอมมะลิ 12.ข้าวแสนดี-ข้าวขาวคัดพิเศษ 13.ชาวนาไทย-ข้าวเสาไห้ และ 14.ข้าวอิ่มทิพย์-ข้าวขาวชนิดประหยัด, ตกค้างสูง 5-25 ppm 7 ตัวอย่าง คือ 1.ปิ่นเงิน-ข้าวหอมคัดพิเศษ 2.ดอกบัว-ข้าวขาวหอมมะลิ 3.มาบุญครอง-ข้าวขาวเกรด 100% ชั้นดีคัดพิเศษ 4.เอโร่-ข้าวหอมผสม 5.คุ้มค่า-เสาไห้ 35% 6.ท็อปส์-ข้าวหอมปทุมธานี และ 7.พนมรุ้ง-ข้าวขาว 15%,ตกค้างสูง 25-50 ppm 5 ตัวอย่าง คือ 1.ข้าวแสนดี-ข้าวหอมยโสธร 2.ตราดอกบัว ตงฮั้ว-ข้าวขาวเสาไห้ 3.ตราดอกบัว-ข้าวขาวตาแห้ง 4.สุรินทร์ทิพย์-ข้าวขาวหอมมะลิ และ 5.ถูกใจ-ข้าวขาว และสุดท้ายตกค้างเกินมาตรฐาน codex ที่เป็นมาตรฐานระหว่างประเทศกำหนดไว้ 50 ppm 1 ตัวอย่าง คือ โค-โค่-ข้าวขาวพิมพาเสาไห้ ซึ่งผลการทดสอบนี้จะส่งให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ดำเนินการตามความรับผิดชอบต่อไป อย่างไรก็ตาม ขอยืนยันว่าการทดสอบไม่ได้เป็นการดิสเครดิตรัฐบาลแต่มีวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค ทั้งนี้มีข้อเรียกร้องต่อหน่วยงานรัฐ ควรเร่งผลักดันองค์กรอิสระเพื่อผู้บริโภค, อย. กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กรมวิชาการเกษตรและทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้มีการเปิดเผยรายละเอียดชื่อยี่ห้อข้าวที่พบการปนเปื้อนหรือตัวอย่างยี่ห้อที่ตรวจแล้วปลอดภัยไม่พบการปนเปื้อน เพราะผู้บริโภคมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อการกำหนดทิศทางการผลิตสินค้าและการบริโภคของประเทศในอนาคต และการตรวจสอบของหน่วยงานรัฐครั้งต่อๆ ไป

ปชป.ท้าปูเร่งฟ้องคนปูดข่าวลือข้าวเน่า

ด้านนายธีมะ กาญจนไพริน โฆษกประจำตัวผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า การที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกมาขู่ว่าจะฟ้องคนที่ออกมาพูดเรื่องข้าวเน่านั้น ก็ขอให้ดำเนินการทันทีอย่ารอช้า และขอบอกประชาชนว่าอย่ากลัวการที่รัฐบาลขู่ เพราะเมื่อมีการแจ้งความดำเนินคดีเรื่องจะไม่จบที่ตำรวจ แต่ต้องผ่านชั้นพนักงานสอบสวน อัยการ และศาล ซึ่งทันทีที่มีการดำเนินคดีกับประชาชน จำเลยในคดีก็สามารถระบุในบัญชีพยานได้ว่า อยากให้นายกฯ รองนายกฯ ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงต่อหน้าศาลได้ ซึ่งหากรัฐบาลแจ้งความดำเนินคดีก็จะเป็นสภาพบังคับที่จะทำให้รัฐบาลไม่สามารถหลีกเลี่ยงกระบวนการตรวจสอบได้ เพราะหากศาลมีหมายเรียกพยานบุคคล พยานเอกสารหลักฐานต่างๆ จากหน่วยงานราชการ เจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องปฏิบัติตาม หากขัดขืนคำสั่งศาลจะมีความผิดกฎหมายอาญามาตรา 170 ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ แจ้งความดำเนินคดี เอาผิดด้วยตัวเอง จะได้ไปให้ปากคำที่ศาล

แฉ “มาดามกง” เดินเกมทุจริตจำนำข้าว

น.พ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนอยากให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เข้ามาตรวจสอบการเปลี่ยนตัวละครในการซื้อ-ขายข้าว โดยล่าสุดตนพบว่ามีการให้ผู้หญิงเซ็นชื่อภาษาจีน เป็นผู้ซื้อข้าวกับรัฐบาล และจากการให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาจีนตรวจสอบพบว่า เป็นชื่อ “มาดามกง” จึงอยากถามว่าเป็นตัวแทนของรัฐบาลประเทศไหน ทำไมจึงซื้อข้าวจากไทยแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี แต่นำมาวนเวียนขายในประเทศ โดยในวันที่ 17 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. ตนจะไปพบทีมโฆษกรัฐบาลที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อสาธิตวิธีการซุกข้าวเน่าหรือที่เรียกกันว่า หยอดข้าวลงหลุม ให้ทีมงานโฆษกรัฐบาลได้ดู พร้อมกันนี้จะนำลายเซ็นของ “มาดามกง” ไปมอบให้นายกฯ ผ่านโฆษกรัฐบาลเพื่อใช้ในการปราบปรามการทุจริตด้วย ตนกำลังชี้เป้าให้รัฐบาลจับโจร รัฐบาลต้องทำหน้าที่จับโจร เพราะบอกจะทำด้วยความโปร่งใส ทั้งนี้ผมเชื่อว่าถ้ารัฐบาลจริงใจจะตรวจสอบข้อมูลได้ดีกว่าฝ่ายค้าน โดยต้องเรียกนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มาสอบถามรวมถึงตรวจสอบสัญญาที่ทำกับ “มาดามกง” ว่าเป็นอย่างไร เพราะผมเชื่อว่าการขายข้าวแบบจีทูจีเป็นช่องทางในการทุจริต จึงอยากดูว่ารัฐบาลจะจัดการเรื่องนี้เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์อย่างไร

พท.ซัด ปชป. 3 ขวาง

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ที่พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาพูดเรื่องข้าวของประเทศ อย่างหนักทุกวันนั้น เป็นพวก 3 ขวาง คือ ขวางข้าว ขวางเกษตรกร ขวางประเทศ อย่างกรณีการแจกข้าวถุงผู้ประสพภัยของ ปภ. ที่มีเพียงไม่กี่ถุงเสียหาย ก็โหมประโคมข่าวเป็นเรื่องใหญ่โต จากถล่มข้าวที่พังงา ก็ตีต่อที่กระบี่กรณีขนข้าวทิ้ง และยังร่วมมือกับสื่อบางรายในการทำข้อมูลเท็จขึ้นมาโจมตีโครงการรับจำนำข้าวในโลกโซเชียลเน็ตเวิร์คใช่หรือไม่ รัฐบาลและพรรคเพื่อไทยขอยืนยันว่าเราจะเดินหน้าโครงการรับจำนำข้าวต่อไปเพราะโครงการนี้มุ่งช่วยเหลือชาวนาจริง แต่ทำไมพรรคประชาธิปัตย์จึงพยายามที่จะดิสเครดิตทุกวิถีทาง ซึ่งการกระทำเช่นนี้จะทำให้พี่น้องประชาชนรู้เองว่า แท้จริงแล้วใครกันแน่ที่กำลังช่วยเหลือหรือใครกันแน่ที่กำลังจะทำร้ายเกษตรกร ไหนๆ นายอภิสิทธิ์ก็กล้ารับคำท้า ยกเลิกนโยบายการรับจำนำข้าว ก็ขอให้ขึ้นป้ายประกาศยืนยันชัดเจนไปเลย ขอทำนโยบายประกันไม่เอาจำนำ จะได้ไม่พลิกหนีได้ว่าไม่ได้พูด เหลืออีก 2 ปีจะมีการเลือกตั้งใหม่ ขอให้อดใจรอ อย่ามาแสดงอาการที่อยากจะเป็นรัฐบาลจนทุรนทุราย ต้องออกมาทุบหม้อข้าวประเทศเช่นนี้

โต้ขู่ฟ้องข้าวเน่ากลบข่าวทุจริต

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ระบุจะดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้ที่ยังไม่ยอมหยุดปล่อยข่าวเรื่องข้าวไทยมีสารปนเปื้อนว่า เป็นเรื่องดีที่นายกฯ แสดงจุดยืนเรื่องนี้ เพราะการปล่อยข่าวจากฝั่งตรงข้ามรัฐบาลทำให้ประชาชนเกิดความหวั่นไหวและสร้างความเสียหายให้อุตสาหกรรมข้าวไทยไปทั่วโลก ยืนยันว่า ไม่ใช่การปิดปาก ข่มขู่ หรือต้องการกลบเกลื่อนเรื่องโครงการทุจริตจำนำข้าว ถ้าพรรคประชาธิปัตย์มีหลักฐานการทุจริตจริง ให้นำมาเปิดเผยหรือยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้ทันที ขณะนี้มีกระบวนการทำลายโครงการจำนำข้าวของรัฐบาลเพื่อหวังล้มรัฐบาล โดยใช้วิธีปล่อยข่าวในโซเซียลเน็ตเวิร์ค วิทยุชุมชน จึงขอให้ประชาชนช่วยกันเป็นหูเป็นตาแจ้งเบาะแสเรื่องการปล่อยข่าวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ เพื่อเอาผิดกับผู้เป็นต้นตอปล่อยข่าว ส่วนที่นายอภิสิทธิ์ระบุว่ารัฐบาลเป็นผู้ทำลายอุตสาหกรรมข้าวไทยนั้น ไม่เป็นความจริง คนที่พูดไม่รู้เอาสมองส่วนไหนมาคิด

“มาร์ค” จี้กองทัพชัดเจนปมนิรโทษฯ

ส่วนกรณีที่ พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุว่าการเสนอร่าง พ.ร.ก.นิรโทษกรรม เข้าสู่สภากลาโหมนั้น นายกรัฐมนตรีสามารถเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมสภากลาโหมได้นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ตนขอเรียกร้องให้ฝ่ายความมั่นคงยืนยันความชัดเจนถึงความเห็นของฝ่ายความมั่นคงว่า พ.ร.ก.นิรโทษกรรม เกี่ยวข้องกับความมั่นคงจริงหรือไม่ เพราะหากยืนยันว่าไม่เกี่ยวข้องก็จะทำให้คลายความกังวลเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองที่อาจจะเกิดขึ้นกับเรื่องนี้ รวมทั้งจะได้ไม่ตกเป็นเครื่องมือทางการเมืองและทำให้เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองด้วย ทั้งนี้ ตนขอเรียกร้องไปยัง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ขอความร่วมมือไม่ให้มีความขัดแย้งด้วยว่า ให้ยืนยันให้ชัดเจน ว่ารัฐบาลจะไม่ยุ่งเกี่ยวหรือสนับสนุนให้มีการออก พ.ร.ก.นิรโทษกรรม ตามเนื้อหาการสนทนาในคลิปเสียงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ กับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม เพื่อที่ทุกฝ่ายจะได้สบายใจในเรื่องนี้

บี้นายกฯ ไม่ยืมมือสภากลาโหม

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน แถลงว่า ที่ประชุมวิปฝ่ายค้านได้หารือกรณีที่มีคลิปเสียงการพูดคุยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ซึ่งเห็นว่าฝ่ายค้านจะละเลยเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะจะเป็นการล้างผิดทำลายระบบนิติรัฐ คุณธรรม จริยธรรม สำหรับผู้บริหารราชการแผ่นดิน เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเป็นไปของประเทศ ดังนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ และ รมว.กลาโหม จะลอยตัวเหนือปัญหาไม่ได้ จึงขอเรียกร้องให้นายกฯ ออกมาตอบคำถามว่า 1.จะสอบสวนจริยธรรมของข้าราชการการเมืองที่เกี่ยวข้องกับคลิปเสียงหรือไม่ เพราะการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายผิดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2551 ว่าด้วยประมวลจริยธรรมนักการเมือง ในข้อ 12, 14, 16 และ 28 ซึ่งนายกฯ ต้องดำเนินการตามข้อ 30 ในหมวดว่าด้วยการกำกับดูแลข้าราชการการเมือง ที่ระบุว่านายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแลให้เป็นไปตามระเบียบดังกล่าวและสามารถลงโทษ หากมีการกระทำผิดเกิดขึ้นได้ และ 2.นายกฯ จะเสนอหรือยอมให้ใช้สภากลาโหม พิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม หรือไม่ เนื่องจาก พล.อ.ทนงศักดิ์ อภิรักษ์โยธิน ปลัดกระทรวงกลาโหม ระบุว่าหาก รมว.กลาโหม จะเสนอให้สภากลาโหม พิจารณากฎหมายที่สำคัญก็สามารถทำได้ ซึ่งนายกฯ ต้องให้ความชัดเจนเพื่อให้สังคมคลายความสงสัย

“บิ๊กอ๊อด” เข้า ทบ.เคลียร์คลิปโฉ่บิ๊กตู่

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 14.00 น.ที่กองบัญชาการกองทัพบก พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการขับเคลื่อนนโยบายและยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผอ.ศปก.กปต.) และ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางมาพบ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (รอง ผอ.รมน.) เพื่อรับฟังการบรรยายสรุปจาก กอ.รมน. ก่อนที่จะลงปฏิบัติภารกิจในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยใช้เวลาในการหารือประมาณ 1.30 ชั่วโมง ทั้งนี้ คาดว่า พล.อ.ยุทธศักดิ์ อาจจะมีการพูดคุยทำความเข้าใจกับ พล.อ.ประยุทธ์ เกี่ยวกับกรณีคลิปเสียงคล้ายเสียงสนทนากับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ด้วย หลังจากที่ พล.อ.ยุทธศักดิ์ เคยโทรศัพท์มาทำความเข้าใจกับ พล.อ.ประยุทธ์ ในช่วงแรกๆ ที่มีการเผยแพร่คลิปเสียงแล้ว ซึ่งการเดินทางมาหารือกับ พล.อ.ประยุทธ์ ครั้งนี้ ยังเป็นการเดินทางมาเข้าพบกันเป็นครั้งแรกที่กองบัญชาการกองทัพบก ภายหลังจากที่ พล.ต.อ.ประชา และ พล.อ.ยุทธศักดิ์เข้ามารับตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 26 ก.ค.นี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเดินทางมายังกระทรวงกลาโหม เพื่อทำหน้าที่เป็นประธานในการประชุมสภากลาโหมครั้งแรก โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยหลังจากการประชุม ทาง น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะร่วมรับประทานอาหารกลางวัน พร้อมกับ ผบ.เหล่าทัพด้วย ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ยังมีกำหนดการที่จะเดินสายตรวจเยี่ยมแต่ละเหล่าทัพในช่วงต้นเดือน ส.ค.นี้ด้วย

ทบ.วอนสื่อหยุดโยงทหารเอี่ยวคลิปโฉ่

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่มีการเชื่อมโยงกองทัพบกเข้ากับสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ว่า ช่วงนี้มีสื่อบางสำนักได้นำเสนอข่าวถึงกองทัพบกในเชิงลบโดยปราศจากข้อเท็จจริง อาจมองว่า เป็นเพียงความเห็น หรือการคาดเดาส่วนบุคคล แต่ปัจจุบันสังคมมีความอ่อนไหวอาจนำไปสู่ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ดังนั้นขออย่านำกองทัพบกเข้าไปตัดสินปัญหาโดยตรง โดย ผบ.ทบ.เคยกล่าวอยู่เสมอว่า ขณะนี้ในกระบวนการแก้ปัญหามีหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องเป็นผู้ดำเนินการ โดยเฉพาะด้านกระบวนการยุติธรรม ซึ่งขณะนี้ยังคงดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากนำมาปะปนอย่างไม่ถูกต้องอาจทำให้การแก้ปัญหายุ่งเหยิงและไม่มีประสิทธิภาพ สิ่งที่ต้องนำมาพิจารณากันในปัจจุบัน คือ เราจะอยู่ร่วมกันไปในสังคมได้อย่างไร หากทุกคนทำตามใจปรารถนา ไม่เคารพในกฎกติกา แล้วเราจะอยู่กันอย่างไร ควรแยกปัญหาออกมาแก้เป็นส่วนๆ ไป เพราะประเทศชาติจำเป็นต้องเดินหน้าต่อไปตามระบอบประชาธิปไตย ไม่อยากให้มีการออกมากล่าวถึงทหารในทางเสียหายโดยปราศจากหลักฐานข้อพิสูจน์และข้อเท็จจริง หรือการกล่าวถึงด้วยอคติ เพราะจะไม่เกิดประโยชน์ใดๆ แก่สังคม มีแต่จะสร้างความเกลียดชัง ความไม่ไว้วางใจกัน ขณะที่ทหารยังมีภารกิจสำคัญอีกมากมายที่จะต้องอาศัยแรงสนับสนุนพลังความร่วมมือจากคนไทยทั้งประเทศ

ย้ำปูมีอำนาจชง กม.นิรโทษเข้าสภา กห.

แหล่งข่าวระดับสูงกระทรวงกลาโหม ระบุกรณีการเสนอ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เข้าสู่ที่ประชุมสภากลาโหม โดยอ้างเหตุผลว่า เป็นเรื่องความมั่นคงสงบของประเทศ ว่า หากพิจารณาตาม พ.ร.บ.การจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม 2551 ในมาตรา 43 ข้อที่ 5.การพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวกับทหาร แต่กฎหมายพวกนี้จะไม่เริ่มที่กระทรวงกลาโหม แต่จะเริมจากหน่วยงานอื่น เช่น สภาความมั่นคง(สมช.) แต่จะเกี่ยวข้องกับทหาร ทำให้สภากลาโหมต้องพิจารณาร่วม ดังนั้น เมื่อเราเรียกว่ากฎหมายทหาร หรือกฎมีความเกี่ยวพันกับทหารก็สามารถเข้าสภากลาโหมได้ทั้งนั้น แต่ต้องมาตีความเรื่องเจตนารมณ์ หากมี พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้ามาให้สภากลาโหมพิจารณาก็ต้องตีความว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เกี่ยวข้องกับทหารหรือไม่ หากเกี่ยวข้องต้องระบุว่า เพื่อให้นิรโทษกรรม ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ช่วงเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองปี 2552-2553 ที่ได้รับคำสั่งจากศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เพื่อนิรโทษกรรมให้ทหารทั้งหมดจากการปฏิบัติตามคำสั่งตามกฎหมายถูกต้องต่อหน้าที่ แต่หากตีความกฎหมายว่าไม่เกี่ยวข้องกับทหารก็ตีความว่า เนื้อหาที่บังคับกว้างขวางควบคุมประชาชนทั่วไปถือเป็นกฎหมายทั่วไป

ชี้ต้องลุ้นที่ประชุมตีความ

แหล่งข่าวกล่าวต่ออีกว่า หากตีความไม่เข้าข้อที่ 5.ต้องพิจารณาตามข้อที่ 6.เรื่องที่กฎหมาย หรือ รมว.กลาโหมกำหนดให้เสนอสภากลาโหม หากจะนำกฎหมายอื่นมาเข้าสภากลาโหมต้องตีความอีกว่าทำได้หรือไม่ แต่ผู้จะตีความในข้อนี้คือ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในฐานะ รมว.กลาโหม ไม่ใช่ พล.อ.ยุทธศํกดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม นอกจากนี้ สมาชิกสภากลาโหม หรือหน่วยงานอื่นไม่สามารถนำเรื่อง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้ามาพิจารณาในสภากลาโหมได้ เพราะต้องทำเรื่องขออนุญาตจาก รมว.กลาโหมก่อน เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของ รมว.กลาโหม ว่าเห็นสมควรนำ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมเข้าหารือในสภากลาโหมหรือไม่ แม้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ จะนำเรื่องเสนอเข้ามาในสภากลาโหมแล้วหากตีความว่าไม่ใช่กฎหมายทหารก็ไม่มีความผิดเพราะเป็นเรื่องของสภากลาโหม และเป็นสิทธิของ รมว.กลาโหม ทุกอย่างเป็นอำนาจของ รมว.กลาโหม ว่าสมควรนำมาหารือในสภากลาโหมหรือไม่ หากสมาชิกไม่เห็นชอบเรื่องก็ตกไป แม้สภากลาโหมเห็นชอบแล้วก็ต้องนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เป็นผู้รับผิดชอบในการตัดสินใจจะประกาศเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) หรือพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ไหนมาคิด

จี้ถอนร่างนิรโทษปลดฉนวนร้อน

ส่วนการพิจารณาร่างกฎหมายวาระแรกในการเปิดประชุมสภาฯ วันที่ 1 สิงหาคมนี้นั้น นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ถ้าหากเป็นไปตามระเบียบวาระ จะต้องเริ่มต้นด้วยร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย เนื่องจากรัฐบาลได้เลื่อนขึ้นมาเป็นวาระแรกก่อนปิดสมัยประชุม ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าฝ่ายค้านจะคัดค้านไปแล้ว แต่เราก็แพ้เสียงข้างมาก อย่างไรก็ตาม การพิจารณาวาระการประชุมจะเป็นเรื่องอะไรนั้น ก็ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากในที่ประชุมว่าจะเลื่อนเรื่องอะไรขึ้นมา ตนมั่นใจว่าอย่างไร พ.ร.บ.นิรโทษกรรมก็ต้องถึงวันพิจารณาเพราะอยู่ในวาระการพิจารณาแล้ว ดังนั้นถ้ารัฐบาลมีความตั้งใจจริงจะปลดชนวนระเบิดเวลา 5 ลูกที่รออยู่ ซึ่งการนิรโทษกรรมก็เป็นระเบิด 1 ลูก รัฐบาลก็ควรจะถอนออกไป หรือให้ผู้ที่เสนอร่างเป็นผู้ถอน เพื่อป้องกันความวุ่นวายที่จะเกิดขึ้น ทั้งในและนอกสภา

“วราเทพ” โยนวิปรัฐเคาะถกนิรโทษฯ

นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การพิจารณาร่างกฎหมายวาระแรกในการเปิดประชุมสภาฯ วันที่ 1 สิงหาคมนี้ ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของที่ประชุมวิปรัฐบาล ในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้ ว่าจะพิจารณาร่างกฎหมายใดก่อนหลัง โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์และเหตุผล เพราะทั้งร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2557 ร่างกฎหมายนิรโทษกรรม หรือร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ต่างมีความสำคัญทั้งสิ้น ส่วนกรณีที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย บางส่วน ต้องการให้พิจารณาร่างกฎหมายนิรโทษกรรมก่อน ต้องหารือกันในที่ประชุมวิปรัฐบาล โดยเชื่อว่าจะมีความเข้าใจและไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

“วรชัย” ยันชง พท.ลุย กม.นิรโทษ

นายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย แกนนำ 42 ส.ส.เสนอร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยจะเรียกประชุม ส.ส. ในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ก.ค. ก่อนเปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญทั่วไป 1 ส.ค. ตนจะเสนอให้พรรคพิจารณาร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมก่อนร่าง พ.ร.บ.งบประมาณปี 2557 หรือร่าง พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพราะไม่ว่าจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ฉบับใดก่อนก็จะเจอกับฝ่ายต่อต้านที่เตรียมหลับหูหลับตาลุยทุกเรื่องอยู่แล้ว พรรคประชาธิปัตย์เองก็บอกว่าจะระดมคนมาล้มรัฐบาล 2 แสนคน จึงคิดว่าควรเอากฎหมายนิรโทษกรรมวัดใจกันไปเลย ถึงจะล้มก็ล้มบนตักประชาชน ตนมองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ต่อเนื่องไปอีก 2 เดือน จะมีการเปลี่ยนเกมถอยกำลังด้านหนึ่งไป แล้วมาเดินเกมรุกด้านกฎหมายแทน จะใช้องค์กรอิสระเล่นงานรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องข้าวที่พรรคประชาธิปัตย์ยื่นเรื่องให้ ป.ป.ช.

สะพัด “วสันต์” ไขก๊อก ปธ.ศาล รธน.

วันเดียวกัน มีรายงานข่าวแจ้งว่า นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีหนังสือแจ้งต่อสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า ขอลาออกจากการเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. เป็นต้นไป และได้มีการแจ้งต่อที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทราบแล้วในการประชุมเมื่อวันที่ 10 ก.ค.ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังนายวสันต์ ถึงกระแสข่าวว่าจะลาออก นายวสันต์ กล่าวว่า “ตอนนี้ยังไม่มีนะ ถึงเวลาก็รู้เองแหละ อย่าเดาเลย แล้วผมนะถ้าจะออกกลับไปนอนบ้านเลย ไม่ใช่ออกจากประธานศาลรัฐธรรมนูญแล้วยังเป็นตุลาการไม่ใช่นะ ไปเลย”

ชี้มีผล 1 ส.ค.นี้

ขณะที่ นายจรัญ ภักดีธนากุล กล่าวว่า ให้สอบถามจากนายวสันต์เอง และยังไม่พบว่ามีการส่งหนังสือแจ้งไปยังสำนักเลขาธิการวุฒิสภา ว่ามีตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่างลง ทั้งนี้เมื่อผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามไปยังตุลาการศาลรัฐธรรมนูญคนอื่นๆ ก็ไม่รับโทรศัพท์ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวจากศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่า การลาออกของนายวสันต์ เป็นไปตามที่ได้ให้สัญญาไว้กับคณะตุลาการเมื่อครั้งได้รับเลือกจากที่ประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญให้ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญว่าจะดำรงตำแหน่งเพียงแค่ 1 ปีเศษ หากจัดวางระบบต่างๆ ในเรื่องของการจัดการคดีที่คั่งค้างให้คลี่คลายและเบาลงแล้ว ก็จะลาออก โดยในช่วงเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา นายวสันต์ก็ได้แจ้งต่อที่ประชุมคณะตุลาการทราบแล้วครั้งหนึ่งว่า ภารกิจที่ตั้งใจไว้เสร็จสิ้นแล้ว และจะลาออกตามที่ได้ให้สัญญาไว้ ส่วนคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญที่เหลือ 8 คน ยังสามารถปฏิบัติหน้าที่ในการพิจารณาคดีต่างๆ ได้ โดยหากการลาออกของนายวสันต์มีผลในวันที่ 1 ส.ค.จริง การประชุมคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 31 ก.ค.นี้จะถือว่าเป็นนัดประชุมสุดท้ายที่นายวสันต์จะเข้าร่วมเป็นองค์คณะ

วันที่ 16/07/2556 เวลา 23:40 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘นัท-อั้ม’เตียงยังแข็งมีทะเลาะแค่ลิ้นกับฟัน [23/08/2557]
แต่งกันยังไม่ถึงปี “อั้ม อธิชาติ” กับ “นัท มีเรีย” มีข่าวเตียงสั่น โดนเขย่าขาเตียงออกมาอีกแล้ว ทำเอาแฟนคลับต๊กกะใจ เชียร์ให้ทั้งคู่รักกันเนิ่นนาน ราบนิรันดร์ ไม่อยากให้ซ้ำรอยกับ “คู่ดัง” ก่อนหน้านี้ เพราะ “อั้ม-นัท” เหมือนคู่รักพรหมลิขิต “นัท” แก่กว่า 6 ปีแถมเป็นม่ายสาว