วันศุกร์ที่ 25 กรกฏาคม พ.ศ. 2557

พ้น7วันปูเมินอพส.การเมืองเดือด

 

 

การเมืองเดือดแน่ “ม็อบ อพส.” กร้าว พ้นเส้นตาย 7 วันแล้ว รัฐบาลปูเมิน 6 ข้อเรียกร้อง อ้างมีชอบธรรมชุมนุมโค่นระบอบทักษิณ 4 ส.ค.นี้ ลั่นยึดสงบ-ไม่เผา-ปลอดภัย ขณะที่ “ปชป.” ย้ำ ต้าน กม.ล้างผิดทุกฉบับ เชื่ออำพรางช่วยทักษิณ-โจกแดงพ้นผิด ด้าน “มาร์ค” เหน็บ แม้วอยากเห็นบ้านเมืองสงบต้องกลับมารับโทษตาม กม. ตอกอยากปรองดองไปกระซิบรัฐบาลน้องปู ส่วน “พท.” ปากสั่นเปิดสภาถกนิรโทษไม่รุนแรง ยันไม่เอื้อทักษิณ หยันม็อบต้านม้วนเสื่อกลับบ้านแน่ เชื่อมาเช้ากลับบ่าย เย้ยมีแต่ทหารแก่ล้มรัฐบาลไม่ได้ จี้หน่วยมั่นคง จับตาวิทยุยานเกราะสีฟ้าปลุกระดมม็อบล้มรัฐ ขณะที่ “เสขาฯ สมช.” ชี้ม็อบแค่ขู่รัฐบาล เชื่อไร้เอกภาพ-จุดกระแสไม่ติด

“ขุนค้อน” มั่นใจเอาอยู่ประชุมสภา

หลังจากที่ กองทัพประชาชน โค่นระบอบทักษิณ นัดชุมนุมไล่รัฐบาล ในช่วงการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับของนายวรชัย เหมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทยนั้น วันที่ 27 ก.ค. นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ได้ประสานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว ทั้งตำรวจรัฐสภาและเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลมาช่วยกันดูแล เมื่อถามว่า บรรยากาศในห้องประชุมสภาจะดูแลอย่างไร นายสมศักดิ์ กล่าวว่า คงคุยกันด้วยเหตุผล คงไม่ซ้ำรอยเหมือนเหตุการณ์ที่ผ่านมา เมื่อถามว่าความขัดแย้งในทั้งภายในห้องประชุมสภาฯ และด้านนอกสภาฯ จะรุนแรงหรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ถึงเวลาที่ทุกฝ่ายต้องหันหน้ามาคุยกันด้วยเหตุด้วยผล เพราะเราเสียเวลามามากแล้ว ประเทศชาติเสียโอกาสมานานแล้ว ถึงเวลาแล้วที่ควรหันหน้าเข้าหากัน ทั้งนี้กฎหมายนิรโทษกรรม ยกโทษให้เฉพาะประชาชนเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับผู้นำ เพราะฉะนั้นคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา ส่วนที่ฝ่ายค้านห่วงว่าจะมีการนำร่าง พ.ร.บ.การสร้างความปรองดองเข้ามาประกบนั้น “คิดมากไปมั้งครับ” อย่างไรก็ตาม ถ้าที่ประชุมสภาฯ มีมติ ก็สามารถทำได้ แต่คิดว่าไม่มีอะไร เพราะเขาก็พูดชัดว่าจะพิจารณาฉบับเดียว ส่วนที่ระบุว่า ส.ส.ลงชื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมทำขัดกฎหมายนั้น เขามีสิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ขัดกฎหมายอะไร ถึงขัดก็ถือว่ากฎหมายเล็กกว่า เพราะใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ

สมช.เย้ยม็อบแค่ขู่รัฐบาล

พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า สถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มต่างๆ ในวันที่ 7 ส.ค. จากการติดตามงานด้านการข่าวและการประเมินการเคลื่อนไหว กลุ่มผู้ชุมนุมยังไม่มีความเป็นเอกภาพดีพอ บางส่วนเป็นม็อบจัดตั้ง จึงเชื่อว่าการชุมนุมครั้งนี้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองไม่ได้ ยังจุดกระแสให้เหตุการณ์ลุกลามไม่ได้ สถานการณ์ยังไม่เข้มข้นพอ แต่แง่ความมั่นคงก็ประมาทไม่ได้เช่นกัน เนื่องจากช่วงที่มีการเปิดสมัยประชุมสภาฯ มีกฎหมายสำคัญๆของรัฐบาลเข้าสู่การพิจารณา หากมีกระทู้ในประเด็นสำคัญๆ ที่ทำให้รัฐบาลมีปัญหาในการชี้แจง ก็อาจทำให้มีการยกระดับการชุมนุมขึ้นมาได้ ดังนั้นขึ้นอยู่กับการชี้แจงของรัฐบาลด้วย ส่วนร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรมหากมีการเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสภาฯ เป็นวาระแรกจริง ก็รวดเร็วเกินไปที่จะกลุ่มผู้ชุมนุมจะอ้างเป็นเหตุนำไปสู่การยกระดับการชุมนุม เพราะยังอยู่แค่ในขั้นรับหลักการเท่านั้น ดังนั้นการชุมนุมครั้งนี้หากให้ประเมินทำได้แค่ขู่เท่านั้น

“พงศ์เทพ” เชื่อประชุมสภาฯ ไร้เหตุร้าย

นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาฯ ที่จะมีขึ้น ในวันที่ 4 สิงหาคม 56 นี้ โดยมีการนำเอาพระราชบัญญัติปรองดองขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระแรก ซึ่งมีข่าวออกมาว่าจะมีการรวมตัวของกลุ่มคนหน้ากากขาว และของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) โดยอาจมีการปะทะกันเกิดขึ้นหรือไม่นั้น ทางฝ่ายของ นปช. พยายามหลีกเลี่ยงอยู่แล้ว ในการไม่ให้เกิดการประจันหน้ากัน ในส่วนของกลุ่มอื่นๆ การแสดงความคิดเห็น การแสดงในวิถีทางประชาธิปไตย รัฐบาลเข้าใจและสนับสนุนให้มีการแสดงออก และพร้อมจะรับฟังความคิดเห็นของทุกกลุ่มในส่วนที่เป็นประโยชน์ไปพัฒนาปรับปรุง แต่ขอให้อยู่ในกรอบของแนวทางประชาธิปไตย ส่วนที่ไม่อยู่ในกรอบประชาธิปไตย เชื่อว่าประชาชนชาวไทยคงทราบดีแล้ว ว่า ทำให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติ และประชาชนชาวไทยไม่อยากให้ใครทำอะไรนอกลู่นอกทางประชาธิปไตย ซึ่งเท่าที่ทราบจากแกนนำของ นปช.ว่าจะไม่นำมวลชนมาเผชิญหน้ากัน

“พท.” หยามม็อบต้านม้วนเสื่อแน่

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ จ.สกลนคร นครพนม และมุกดาหาร พบว่า มีความพยายามของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล โดยมีบางกลุ่มเข้าไปให้ข้อมูลบิดเบือนแก่ประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาล ว่าให้ช่วยกันมาแสดงพลังปกป้องรัฐบาล เพราะจะมีกลุ่มหน้ากากขาว กลุ่มต่อต้านรัฐออกมาชุมนุม และจะให้ค่าจ้างวันละ 300 บาท โดยจะจ่ายเป็นรายสัปดาห์ ซึ่งเป็นการเหมาจ่ายเพียง 2,000 บาทต่อ 7 วัน จาก 2,100 น. ในการมาร่วมชุมนุม แต่กลายเป็นปัญหาเหมือนอย่างที่สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เคยประเมินสถานการณ์ไว้ว่ามีปัญหาเรื่องกลุ่มทุนสนับสนุน เพราะเงินงวดแรกจะจ่ายต่อเมื่อร่วมชุมนุมแล้ว 1 สัปดาห์ แต่พรรคเพื่อไทยไม่ได้หนักใจอะไรกับการมาชุมนุมดังกล่าว และพร้อมยินดีเปิดพื้นที่การชุมนุมหากแนวการกระทำนั้นอยู่ในกรอบกฎหมาย เราได้สั่งเจ้าหน้าที่รัฐลงไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อไม่ให้ตกเหยื่อ มาสร้างสถานการณ์ อย่างไรก็ตามเชื่อว่าจะมีผู้มาร่วมชุมนุมน้อยกว่าเดิม เพราะเบื้องต้นทราบว่ากลุ่มผู้ประกอบการรถโดยสารปฏิเสธที่จะรับงานดังกล่าว ทั้งนี้ขอยืนยันว่า รัฐบาลไม่ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สกัดกั้นผู้ที่จะมาร่วมชุมนุม เนื่องจากนายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย ได้พูดชัดเจน ว่าให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองไปทำความความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ดังนั้นเชื่อว่า ไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรง เพราะคนเสื้อแดงก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนแล้ว ว่าจะไม่เดินทางมาชุมนุมในช่วงเวลานี้ และแกนนำได้ห้ามปรามกับบางกลุ่มที่จะเดินทางมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ตนเชื่อว่าในวันที่ 4 ส.ค. จะไม่มีความรุนแรง และกลุ่มผู้ชุมนุมจะต้องม้วนเสื่อกลับบ้านในช่วงบ่ายของวันที่ 4 ส.ค.นี้อย่างแน่นอน ส่วนคณะ เสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ ก็มีแต่บรรดาทหารแก่ คงไม่สามารถที่จะสร้างแรงกดดันให้สถานการณ์ทางการเมืองร้อนแรงได้ ส่วนกรณีนายประพันธ์ คูณมี จะออกมาเปิดตัวร่วมกับคณะฯ ด้วยนั้น ทางหน่วยงานด้านความมั่นคงได้ประเมินกำลังว่า พลังด้านนี้ยังมีไม่มากพอที่จะสร้างแรงกดดันได้ เพราะฉะนั้น ขอแนะนำให้คณะฯ กลับบ้านไปเลี้ยงหลาน เพื่อสร้างความปรองดองสมานฉันท์ภายในครอบครัว แถมจะได้อานิสงค์ในการไม่ขวางกระบวนการปรองดอง ที่จะเกิดขึ้นภายในประเทศได้อีกด้วย

ฉะใช้วิทยุยานเกราะสีฟ้าปลุกระดม

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการนำกลุ่มผู้ชุมนุมออกมานั้น เป็นโมเดลเดิมๆ ที่มีพรรคการเมืองเก่าแก่พรรคหนึ่งทำมาตลอด โดยจะมีการระดมมวลชนทางภาคใต้จ่ายเงินรายหัวรวมทั้งในการชุมนุมในพื้นที่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ หรือปริมณฑล ซึ่งเป็นโมเดลที่เก่าเกินไป อยากให้หน่วยงานความมั่นคงจับตาเฝ้าระวังวิทยุยานเกราะสีฟ้า คือสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกาย ขอตั้งชื่อว่า “บลูยานเกราะ” ซึ่งควรมีการตรวจสอบการกระทำที่ปลุกระดม ประกาศยั่วยุประชาชนออกมาโค่นล้มรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่กระทำได้หรือไม่ นอกจากนี้ ตนยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมของนายวรชัย เหมมะ ส.ส.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ไม่ได้เป็นการเอื้อประโยชน์ล้างผิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่เป็นการล้างผิดให้กับประชาชนทุกสีเสื้อ ยกเว้นแกนนำ ซึ่งวันนี้พรรคเพื่อไทยและทุกฝ่ายพร้อมแล้วที่จะหาเครื่องมือที่จะนำไปสู่ความปรองดอง แต่มีเพียงพรรคประชาธิปัตย์ที่ไม่พร้อม และการอภิปรายครั้งนี้เชื่อว่า พรรคประชาธิปัตย์จะพยายามนำเรื่องคลิปการสนทนาของพ.ต.ท.ทักษิณ กับ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม มาเป็นประเด็นร้อนในการอภิปราย แต่เชื่อว่าไม่สามารถทำได้เพราะคนที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงต่อสังคมไปหมดแล้ว ในส่วนของเสื้อแดงนั้น ยืนยันว่า สถานีโทรทัศน์เอเชีย อัพเดท ไม่มีการปลุกระดมอย่างแน่นอน มีแต่เตือนและห้ามปราม ไม่ให้ประชาชนออกมาชุมนุม เพราะสุ่มเสี่ยงจะตกเป็นเหยื่อ กลายเป็นเครื่องมือ โดยนางธิดา ถาวรเศรษฐ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) และนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มนปช. ได้ย้ำต่อคนเสื้อแดงว่าถ้าอยากให้รัฐบาลทำงานต่อ ก็อย่าออกมาชุมนุมเด็ดขาด

โต้ลิ่วล้อบินหา “ทักษิณ” ใช้เงินส่วนตัว

นายอนุสรณ์ กล่าวอีกว่า กระแสข่าวโจมตี ถึงการจัดงานอวยพรวันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นไปอย่างเอิกเกริก ถึงขั้นเช่าเหมาเครื่องบินทั้งลำนั้น พรรคเพื่อไทยไม่มีการเช่าเครื่องบินเหมาลำพาแกนนำพรรคและ ส.ส.บินไปอวยพรวันคล้ายวันเกิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่เกาะฮ่องกง แต่เป็นการเดินทางไปพบตามปกติ ส่วนการจัดงานพร้อมกันทั้งในประเทศและนอกประเทศนั้น ไม่มีอะไรเกินไปกว่าเหตุ ยืนยันว่ารัฐบาลและพรรคเพื่อไทยไม่มีใครไปสั่งการให้คนเสื้อแดงจัดงานวันเกิดให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ แน่นอน เป็นความสมัครใจของเครือข่ายและประชาชนที่เขาดำเนินการของเขาเอง ไม่มีความหวือหวายิ่งใหญ่อะไรไม่มีอะไรเกินกว่าเหตุ เป็นเพียงการจัดงานระลึกความคิดถึงกันมากกว่าโดยใช้เงินส่วนตัว

อพส.ยันยึด 3 ข้อต้านรัฐบาล

นายไทกร พลสุวรรณ ผู้ประสานงานกลุ่มองค์การพิทักษ์สยาม ในฐานะเสนาธิการร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณ กล่าวว่า หลังจากที่ได้ยื่นข้อเรียกร้อง 6 ข้อ ให้รัฐบาลพิจารณานั้น ซึ่งในวันที่ 27 ก.ค. ครบ 7 วันตามที่ได้กำหนดไว้แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับจากรัฐบาลแต่อย่างใด ซึ่งแนวทางร่วมกองทัพประชาชนโค่นระบอบทักษิณจึงมีความชอบธรรมอย่างเต็มที่ในการนัดชุมนุมใหญ่ในวันที่ 4 ส.ค.นี้ โดยการชุมนุมดังกล่าวยึดหลักในการชุมนุมใน 3 ข้อ ประกอบด้วย การชุมนุมต้องเป็นไปด้วยความสงบปราศจากอาวุธในการชุมนุม ที่สำคัญการชุมนุมต้องไม่บุกยึดหรือเผาสถานที่ราชการและเอกชน ผู้ร่วมชุมนุมทุกคนจะต้องได้รับความปลอดภัยสูงสุด และสถานที่ชุมนุมนั้นจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การชุมนุม

ปชป.ย้ำต้าน กม.ล้างผิดทุกฉบับ

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ของนายวรชัย มีการให้เหตุผลว่าจะช่วยคนเสื้อแดงที่แสดงออกทางการเมือง พร้อมยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือล้างผิดให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กับแกนนำเสื้อแดง แต่เมื่อพิจารณาเนื้อหากลับไม่ได้เป็นไปตามที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยกล่าวไว้ เพราะเป็นร่างกฎหมายที่เขียนขึ้นมาอำพรางให้ พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำได้ประโยชน์ ซึ่งเห็นได้จากเหตุผล คือ 1.ในเนื้อหาไม่ได้มีการระบุว่าแกนนำจะไม่ได้ประโยชน์ 2.มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจจะให้ทำกฎหมายลักษณะเดียวกันอีก 5 ฉบับเข้าพิจารณาร่วมกันครั้งเดียว ซึ่งจะทำให้แกนนำ และพ.ต.ท.ทักษิณ จะได้ประโยชน์ทันที 3.กรณีที่ไม่สามารถนำร่างกฎหมายฉบับอื่นๆ มาร่วมพิจารณาได้ รัฐบาลก็อาจให้พิจารณาร่างกฎหมายนายวรชัย ฉบับเดียวและตั้งคณะกรรมาธิการ โดยให้ ส.ส.พรรคเพื่อไทย ที่เป็นเสียงข้างมากอาจเสนอแปรญัตติแก้ไข ขั้นตอนนี้อาจใส่เนื้อหาอะไรก็ได้เพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำคนเสื้อแดง เพราะหลักการและเหตุผลระบุว่าเพื่อประชาชน ซึ่ง พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำ ก็ถือเป็นประชาชนเช่นกัน จึงถือว่ากฎหมายนี้เป็นการนิรโทษกรรมอำพราง ขณะที่การดำเนินการครั้งนี้เพื่อลดแรงเสียดทานจากการต่อต้านของประชาชน ทำให้ดูเหมือนว่าช่วยเหลือประชาชนและคนเสื้อแดง แต่ข้อเท็จจริงอำพรางหลายชั้นเพื่อนำไปสู่การช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ และแกนนำคนเสื้อแดง พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมและกฎหมายอื่นๆ อีก 5 ฉบับ ที่ค้างอยู่ในสภา เพราะเป็นการทำลายระบบนิติรัฐนิติธรรมของประเทศอย่างรุนแรง และพรรคประชาธิปัตย์จะคัดค้านอย่างเต็มที่ ส่วนการที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีท่าทีไม่ต่อต้านการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมดังกล่าวนั้น พรรคไม่สามารถก้าวล่วงได้ และเป็นจุดยืนแต่ละกลุ่มแสดงท่าทีความคิดเห็นได้ แต่เชื่อว่าหลังจากตนได้ชี้แจงให้เห็นถึงเหตุผลการช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณกับแกนนำคนเสื้อแดงแล้ว กลุ่มองค์กรต่างๆ จะเข้าใจมากขึ้นว่าถ้าปล่อยให้เดินหน้าต่อไปจะช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณและแกนนำ

“มาร์ค” เหน็บแม้วรักษากม.ชาติสงบ

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุว่า ต้องการเห็นบ้านเมืองสงบสุขนั้น เป็นเรื่องที่ดี แต่วิธีที่ดีที่สุดคือทุกคนต้องเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่างก็จะเรียบร้อย ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณระบุว่าถึงแม้ตนเองจะอยู่ต่างประเทศแต่สามารถช่วยเหลือแก้ไขปัญหาในประเทศได้นั้น ตนไม่อยากตอบโต้ แต่อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณยึดคำพูดและช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าบ้านเมืองจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ดังนั้นประชาชนต้องช่วยกันสร้างความปรองดองนั้น น่าจะไปกระซิบรัฐบาลว่าอย่านำเรื่องความขัดแย้งมาเป็นปมปัญหาแก่ประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม การที่หลายฝ่ายมองว่าสถานการณ์หลังจากเปิดสมัยประชุมสภาจะร้อนแรงมากขึ้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เราก็เป็นห่วง เพราะรัฐบาลไปเพิ่มความขัดแย้ง ความตึงเครียดจากการผลักดันร่างนิรโทษกรรม หากไม่มีเรื่องนี้บ้านเมืองก็จะสงบ นอกจากนี้ การที่หลายฝ่ายมองว่าพรรคประชาธิปัตย์พยายามปลุกม็อบให้ต่อต้านนิรโทษกรรม ตนคิดว่าจริงๆ แล้วกฎหมายนิรโทษกรรมเป็นปมขัดแย้งตั้งปีที่แล้ว เพราะสิ่งที่ทำขัดกับหลักการหลายอย่าง ฉะนั้นถ้ารัฐบาลเอาเวลาไปแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน บ้านเมืองก็จะสงบเรียบร้อย ส่วนกระแสข่าวนายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะลาออกไปอยู่กับพรรคการเมืองอื่นนั้น กรณีที่นายอลงกรณ์เคยเสนอร่างนิรโทษกรรม ทางพรรคได้พูดคุยแล้วในคณะกรรมการบริหารพรรค ทุกคนเห็นตรงกันว่าจะไม่เสนอร่าง ดังนั้นเรื่องของนายอลงกรณ์น่าจะจบแล้วไม่มีอะไร นายอลงกรณ์ก็เข้าใจดีในมติพรรค

“มาร์ค-จ้อน” กลบข่าว ปชป.ร้าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศลงพื้นที่ อ.เมือง จ.จันทบุรี ของนายอภิสิทธิ์ เพื่อเยี่ยมผู้ประสบภัยน้ำท่วมและมอบถุงยังชีพของมูลนิธิ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ได้พบปะชาวบ้านที่บ้านผู้ใหญ่สมศักดิ์ หมู่ 14 ต.คลองนารายณ์ จากนั้นได้เดินทางไปที่เทศบาลเมืองจันทนิมิต และวัดป่าคลองกุ้ง รวมทั้ง อบต.ท่าช้าง เทศบาลตำบลท่าช้าง และเทศบาลตำบลเกาะขวาง โดยมีส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ร่วมลงพื้นที่ด้วย คือ นายอลงกรณ์ พลบุตร, นายสาธิต ปิตุเตชะ ส.ส.ระยอง, นายพงศ์เวช เวชชาชีวะ ส.ส.จันทบุรี และนายธวัชชัย อนามพงศ์ ส.ส.จันทบุรี ทั้งนี้ ระหว่างการลงพื้นที่ทั้งนายอภิสิทธิ์และนายอลงกรณ์ต่างมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

 

 

 

วันที่ 28/07/2556 เวลา 8:37 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘เจนี่’นิ่ง!สยบเตียงร้าว [20/07/2557]
มรสุมความรักถาโถมกระหน่ำรับฤดูหน้าฝนเทพอดิบพอดี “มาดามเจนี่ อัศวเหม” กับสามีนักการเมืองคนดัง “เอ๋-ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม”