วันพฤหัสบดีที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2557

“ที เอส เอ็น ไวร์” โชว์แกร่ง

เทคโนโลยีทันสมัยประเดิมปีแรก 900 ล้าน

 

ที เอส เอ็น ไวร์ ชูเทคโนโลยีการผลิตจากญี่ปุ่นพร้อมเปิดโรงงานผลิตลวดเหล็กเคลือบสังกะสีที่ทันสมัยที่สุดในประเทศ มุ่งผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้า ตั้งเป้าสร้างยอดขาย 900 ล้านบาทไม่หวั่นจีน มั่นใจว่าคุณภาพสินค้า ทำตลาดเอเชียก่อนย้ายไปอินเดีย อเมริกาเหนือ ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย นิวซีแลนซ์

เมื่อเร็วนี้ บริษัท ที เอส เอ็น ไวร์ จำกัด เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างบริษัท สยามลวดเหล็กอุตสาหกรรม จำกัด (ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มทาทาสตีล โกลบอล ไวร์ บิสซิเนส) ผู้นำในอุตสาหกรรมการผลิตลวดเหล็กแรงดึงสูงลวดเหล็กตีเกลียวของภูมิภาคอาเซียน และบริษัท นิเชีย สตีล เวิร์ค จำกัด (บริษัทในเครือนิปปอน สตีล คอร์เปอเรชั่น) ผู้นำด้านเทคโนโลยีการผลิตและตลาดลวดเหล็กเคลือบสังกะสีจากประเทศญี่ปุ่น ในสัดส่วนการถือหุ้น 60:40 ด้วยมูลค่าการลงทุนเริ่มต้น 700 ล้านบาท พาคณะสื่อมวลชนเดินทางดูงาน ดูกระบานการผลิต และศักยภาพของโรงงาน

โดยบริษัท ที เอส เอ็น ไวร์ จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนเมษายน 2555 ผลิตลวดเหล็กคาร์บอนต่ำและคาร์บอนสูงเคลือบสังกะสีคุณภาพระดับพรีเมียม ทั้งชนิดเส้นเดี่ยวและชนิดตีเกลียว รวมถึงลวดเหล็กเคลือบสังกะสีผสมอะลูมิเนียม 10% โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 36,000 ตันต่อปี ปัจจุบันกำลังอยู่ในกระบวนการเตรียมความพร้อมของเครื่องจักรเพื่อเริ่มการผลิตสินค้าออกสู่ตลาด โดยมีทีมวิศวกรชาวญี่ปุ่นจากนิเชียฯ ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการทำงานทุกขั้นตอน เพื่อถ่ายโอนเทคโนโลยีต่างๆ และควบคุมคุณภาพของลวดเหล็กเคลือบสังกะสีให้มีคุณภาพอยู่ในระดับดีเยี่ยมเทียบเท่าสินค้าที่ผลิตจากโรงงานของนิเชียฯ ในญี่ปุ่น ในการผลิตลวดเหล็กเคลือบสังกะสีบริษัทฯ ได้นำเทคโนโลยีการผลิตของเซนด์ซิเมียร์ (Sendzimir) มาใช้เป็นโรงงานแรกในประเทศไทย ซึ่งนับว่าเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุดในโลก

นายชอง เป๊ก ฮุง กรรมการผู้จัดการบริษัท สยามลวดเหล็กอุตสาหกรรม จำกัด และทีเอสเอ็น ไวร์ จำกัด กล่าวว่า คุณสมบัติอันโดดเด่นของเราจากการเป็นบริษัทพันธมิตรระหว่างไทย-ญี่ปุ่น ผสานการทำงานร่วมกับกลุ่มทาทาสตีล โกลบอลไวร์ บิสซิเนส จะทำให้ ที เอส เอ็น ไวร์ พร้อมนำเสนอ ลวดเหล็กสังกะสีคุณภาพสูงสุดที่ผลิตขึ้นจากเทคโนโลยีของญี่ปุ่น ภายใต้กระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานสูงสุด เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าทั่วโลก บริษัท สยามลวดเหล็กอุตสาหกรรม จำกัด เป็นบริษัทที่ผลิตลวดเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน และมีส่วนแบ่งตลาดประมาณ 40%

ทั้งยังมีการส่งออกไปอีกกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ทำให้ตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทสยามลวดเหล็กฯ มา 20 ปี บริษัทเติบโตมาอย่างต่อเนื่องและตั้งเป้าว่าจะเติบโตต่อไปอีกปีละประมาณ 10% จากการผลิตสินค้าในปัจจุบันและผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยในปี 2014 ซึ่งเป็นปี Physical year บริษัทฯ ได้บรรลุเป้าหมายในการเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 250,000 ตัน/ปี โดยสัดส่วนตลาดในประเทศและต่างประเทศคิดเป็น 50:50

ขณะที่สภาวะความต้องการของตลาดในประเทศไทย บริษัทตั้งเป้าที่จะผลิตสินค้าเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศ เช่น กล่อง Gabion ใช้สำหรับบรรจุหิน หรือดิน เพื่อก่อกำแพงกั้นน้ำหรือกั้นดินถล่มในสภาวะที่เกิดภัยพิบัติ โดยทางบริษัทฯ จะไม่รอให้เกิดภัยพิบัติก่อน แต่จะเสนอขายสินค้าให้กับลูกค้าก่อนที่จะเกิดภัยพิบัติ เพื่อป้องกันผลเสียที่จะเกิดขึ้นและลูกค้าจะได้เห็นประสิทธิภาพของสินค้าที่มีความคงทน สามารถป้องกันความเสียหายจากภัยพิบัติได้ และจากการทำการสำรวจตลาดในประเทศพบว่ามีความต้องการกล่อง Gabion ประมาณ 100,000-120,000 ตัน/ปี และคาดว่าความต้องการจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามการเติบโตของ GDP พร้อมกันนี้ทางบริษัทฯ พร้อมที่จะเพิ่มกำลังการผลิตได้อีกเท่าตัวหากได้รับการตอบสนองที่ดีจากลูกค้า

ในส่วนของการเปิด AEC ย่อมส่งผลดีต่อบริษัท ที เอส เอ็น อย่างแน่นอน เนื่องจากการเปิด AEC ย่อมทำให้ภาครัฐต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นโครงการพัฒนาต่างๆ ย่อมส่งผลต่อความต้องการอุปกรณ์สำหรับการก่อสร้างถนน สะพานทางรถไฟที่เพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจและเชื่อมโยงกันอย่างสะดวกภายในภูมิภาค ดังนั้น AEC จึงเข้ามาช่วยสนับสนุนการเติบของที เอส เอ็นได้เป็นอย่างดี

แม้ว่าขณะนี้ ที เอส เอ็น ได้เปิดตัวอย่างไม่เป็นทางการแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่มียอดการสั่งซื้อสินค้าเข้ามาแล้ว และมั่นใจว่าด้วยกำลังการผลิต 36,000 ตัน/ปี จะทำให้บริษัทสามารถเริ่มส่งมอบสินค้าให้กับลูกค้าได้ในเดือนสิงหาคมนี้ พร้อมทั้งตั้งเป้าในปีแรกที่มีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที เอส เอ็น น่าจะฟันยอดขายประมาณ 900 ล้านบาท หรือประมาณ 30,000 ตัน พร้อมทั้งมองว่าตลาดจีนไม่ใช่คู่แข่งเนื่องจากสินค้าของจีนอยู่ในกลุ่มตลาดล่าง มั่นใจว่าคุณภาพของบริษัทฯ อยู่ในตลาดระดับสูงลงมาถึงกลาง

ขณะที่สัดส่วนของลูกค้าขึ้นอยู่กับความต้องการสินค้าแต่ละประเภทที่บริษัทฯ นำเสนอไป ถ้าหากว่าเป็นโครงการของภาครัฐ เช่น โครงการ 2 ล้านล้านบาท สัดส่วนลูกค้าที่เป็นภาครัฐย่อมมีความต้องการสูง ส่วนโครงการก่อสร้างตึกสูง ที่อยู่อาศัย ห้างสรรพสินค้า โรงแรมของภาคเอกชนก็มีส่วนต่อยอดการสั่งซื้อสินค้าของบริษัทแล้วแต่ความต้องการสินค้าที่ตอบสนองการใช้งานของโครงการก่อสร้างนั้นๆ ได้ ดังนั้นจึงไม่สามารถระบุสัดส่วนลูกค้าได้อย่างชัดเจน แต่มั่นใจว่าการเติบโตของที เอส เอ็น ยังต้องมีหลายๆ ส่วนให้การสนับสนุน การใช้เครือข่ายเดิมจากบริษัทแม่ คือ บริษัท สยามลวดเหล็กอุตสาหกรรม จำกัด และบริษัท นิเชีย สตีล เวิร์ค จำกัด จะช่วยให้บริษัท ที เอส เอ็น ไวร์ จำกัด สามารถขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว

ในส่วนของการส่งออกบริษัท ที เอส เอ็น ไวร์ จำกัด เริ่มเปิดตลาดในอาเซียนก่อน แล้วจึงค่อยขยายไปอินเดีย อเมริกาเหนือ ตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย นิวซีแลนซ์ ตามเส้นทางการตลาดของบริษัทแม่ คือ บริษัท สยามลวดเหล็กอุตสาหกรรม จำกัด โดยสินค้าของบริษัท ที เอส เอ็น ไวร์ จำกัด ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดต่างประเทศทั้งในอาเซียน อเมริกา และยุโรป มั่นใจอนาคตของบริษัทเติบโตอย่างสดใสแน่นอน

 

 

 

 

 

 

 

วันที่ 11/08/2556 เวลา 10:24 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘ปู ไปรยา’ สุดสะพรั่งว่าที่สะใภ้หมื่นล้าน [18/10/2557]
สวยสะพรั่ง โดดเด่น ราศีจับระยิบ แถมคว้ารางวัลผู้หญิงเซ็กซี่แห่งปี จากนิตยสาร FHM 3 ปีซ้อน จะเป็นใครไปไม่ได้ นอกจากเธอคนนี้ “ปู-ไปรยา สวนดอกไม้” วัยเบญจเพส 25 ปีเต็มๆ ชีวิตวันนี้ช่างสุขสมบูรณ์ไปทุกอย่าง เส้นทางชีวิตเธอโรยไปด้วยกลีบกุหลาบ ทั้งเรื่องครอบครัว ชีวิตคู่ และหน้าที่การงาน แทบหาจุดอ่อนไม่ได้