วันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2557

ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน

ความร่วมมือไทย-จีนที่เชียงราย

ความเป็นมา ในปี 2547 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำริให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนา ดำเนินการศึกษาและทดลองปลูกต้นชาน้ำมันสายพันธุ์จากสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อผลิตน้ำมันเมล็ดชาในประเทศไทย โดยทางสถาบันพฤกษศาสตร์มณฑลยูนนานได้ส่งเมล็ดพันธุ์ชาน้ำมัน จำนวน 10 กิโลกรัม และต้นกล้าชาอ่อน จำนวน 61 ต้น ประเภทดอกสีแดงและสีขาว ทดลองปลูกในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย โดยมีหน่วยงานรับผิดชอบ ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จังหวัดเชียงใหม่ และได้พระราชทานพระราชานุมัติแต่งตั้งหม่อมราชวงศ์ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นผู้อำนวยการโครงการศึกษาและพัฒนาการปลูกชาน้ำมันและพืชน้ำมันของมูลนิธิชัยพัฒนา หลังจากนั้นมีพระราชดำริให้จัดตั้ง “ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน” ในพื้นที่ราชพัสดุ ซึ่งกรมธนารักษ์น้อมเกล้าฯ ถวายที่ดินจำนวนประมาณ 154 ไร่ แด่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อเป็นโรงงานผลิตน้ำมันจากเมล็ดชาและพืชน้ำมัน ผลิตน้ำมันที่มีคุณภาพสูงสำหรับการบริโภคและทำผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องอื่นๆ กากวัตถุดิบที่เหลือนำไปใช้ประโยชน์สูงสุด รวมถึงการเป็นโรงงานต้นแบบที่สามารถเป็นศูนย์เรียนรู้เกี่ยวกับชาน้ำมัน พืชน้ำมันอื่น เช่น มะรุม งา ทานตะวัน ฟักทอง และผักน้ำมัน เป็นโรงงานที่มีกระบวนการผลิตที่เกิดความเข้าใจได้ง่าย คำนึงถึงระบบสิ่งแวดล้อมแบบธรรมชาติ สะอาด สวยงาม มีสีสัน มีระบบควบคุมการใช้พลังงาน รูปแบบที่ทันสมัย พื้นที่ทั้งหมดสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและต่อเนื่องตลอดทั้งปี พื้นที่บริเวณด้านนอกได้รับการออกแบบให้เป็นส่วนที่พักผ่อนสาธารณะ เป็นแหล่งความรู้เกี่ยวกับพืชน้ำมัน รวมถึงส่งเสริมให้เป็นจุดท่องเที่ยวด้วย

ตั้งแต่ปลายปี 2548 ทางมูลนิธิฯ ได้ประสานงานอย่างต่อเนื่องกับผู้เชี่ยวชาญด้านชาน้ำมันจากสถาบันวิจัยป่าไม้มณฑลกวางสี สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อถ่ายทอดความรู้และศึกษาพื้นที่ สภาพภูมิประเทศทางภาคเหนือ รวมถึงจัดหาชาน้ำมันสายพันธุ์ใหม่ที่เหมาะสมกับประเทศไทย และให้ผลผลิตน้ำมันมากกว่าเดิม โดยนำเมล็ดพันธุ์ชาน้ำมันมาจากเมืองหูหนาน เป็นเมล็ดพันธุ์ จำนวน 200 กิโลกรัม และต้นกล้าชาอ่อน จำนวน 2 แสนต้น มาทดลองปลูกและขยายพันธุ์ในพื้นที่ที่มีความสูงมากกว่า 500 เมตรจากระดับน้ำทะเลในพื้นที่โครงการพัฒนาดอยตุงและบริเวณใกล้เคียง รวมพื้นที่ประมาณ 4,000 ไร่ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2549 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จทอดพระเนตรความก้าวหน้าของโครงการ และในโอกาสนี้ รองอธิบดีกรมป่าไม้มณฑลกวางสีและคณะ ได้น้อมเกล้าฯ ถวายเมล็ดพันธุ์ต้นชาน้ำมัน จำนวน 2,500 กิโลกรัม และต้นกล้า จำนวน 40,000 ต้น เพื่อนำมาเพาะปลูกในประเทศไทย

ต้นชาน้ำมัน ต้นชาน้ำมันเป็นพืชสกุลเดียวกับต้นชาที่ใช้ใบชงดื่ม แต่เป็นคนละสายพันธุ์ เป็นไม้เศรษฐกิจที่แพร่หลายทางตอนใต้ของประเทศจีน ชอบขึ้นบริเวณป่าดงดิบ ตลิ่งริมน้ำ และเนินเขาที่มีอากาศหนาวเย็น มีระดับความสูงจากระดับน้ำทะเลตั้งแต่ 500-1,300 เมตร ต้นชาน้ำมันมีลักษณะเป็นพุ่ม ต้นสูงประมาณ 5-10 เมตร เปลือกต้นเป็นสีเทา ลำต้นบิดคดเล็กน้อย ใบเป็นใบเดี่ยว รูปทรงรี ปลายใบแหลม โคนใบแหลมมน มีติ่งเล็กน้อย ขอบใบหยักเป็นใบเลื่อย มีเส้นแขนงใบ 6-8 คู่ ใบเรียงตัวสลับตามกิ่ง ดอกออกเป็นช่อตามซอกใบ แต่ละช่อมีกลีบเลี้ยงสีเขียว 5 กลีบ ดอกบานในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน ดอกบานเป็นรูปถ้วยสีขาว ปลายกลีบมี 5 แฉก ขอบใบเป็นคลื่น โคนกลีบติดกัน กลางดอกมีเกสรตัวผู้เป็นเส้นๆ สีเหลืองจำนวนมาก ผลชาสีเขียวลักษณะกลม ขนาดเท่าลูกมะนาว เมื่อผลแก่เปลือกจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลและแห้งแตกออก ภายในเปลือกจะเต็มไปด้วยเมล็ดชาสีน้ำตาลเข้มถึงดำ การเก็บเกี่ยวผลชาค่อนข้างยากเนื่องจากเป็นพืชที่มักขึ้นตามไหล่เขา จึงไม่สามารถเก็บเมล็ดที่ร่วงหล่นลงมาจากต้นเองได้ ต้องปีนขึ้นไปเก็บผลแก่ที่ยังไม่แห้งและแตกบนต้น แล้วนำมาตากบนลานจนเปลือกแห้งและแตกออก หลังจากนั้นจึงนำมาตากจนเป็นสีน้ำตาลเข้มจนถึงสีดำ

คุณสมบัติของน้ำมันชา น้ำมันชาเป็นที่รู้จักในประเทศจีนมานานกว่า 1,000 ปี มีประโยชน์มากมายจนได้ชื่อว่าเป็นน้ำมันมะกอกแห่งโลกตะวันออก เนื่องจากมีองค์ประกอบของไขมันที่ดีต่อร่างกายไม่น้อยไปกว่าน้ำมันมะกอก ไม่มีกรดไขมัน ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมวิตามินเอ วิตามินดี วิตามินอี และวิตามินเค ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมากด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์สูง น้ำมันชามีอายุการใช้งานได้นานและมีจุดเดือดเป็นควันสูงมากกว่า 250 องศาเซลเซียส ทำให้สามารถประกอบอาหารได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการผัด ทอด หรือใช้เป็นส่วนผสมของน้ำสลัด หรือซอสหมักเนื้อสัตว์

น้ำมันชามีกรดไขมันที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดตีบตัน อัมพาต ความดัน เบาหวาน และโรคหัวใจ ช่วยรักษาสุขภาพสำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำหนักเกิน สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ นอกจากมีคุณสมบัติเกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายแล้ว สามารถนำไปผลิตเป็นเครื่องสำอางบำรุงเส้นผมและผิวพรรณต่างๆ เช่น ครีมและโลชั่นบำรุงผิว ครีมกันแดด สบู่ ยาสระผม หรือนำไปผสมกับน้ำมันหอมระเหย กากเมล็ดชาที่ได้หลังจากการหีบน้ำมันแล้ว ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตน้ำยาทำความสะอาดต่างๆ ใช้เป็นสารกำจัดศัตรูพืช เช่น กำจัดหอยเชอรี่ในนาข้าว บ่อปลา บ่อกุ้ง

ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ให้ข้อมูลว่า วิธีการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกต้นชาน้ำมันนั้น ได้แบ่งออกเป็นกลุ่มเพื่อปลูกในพื้นที่ว่างเปล่าบนภูเขา ผู้ปลูกมีรายได้จากการเก็บผลผลิตเมล็ดชานำมาส่งให้ศูนย์วิจัย ฯ ต้นชาก็จะเป็นป่าไม้ที่มีคนดูแลรักษา ไม่มีการแผ้วถางป่าหรือเกิดไฟป่าขึ้น อีกทั้งต้นชาน้ำมันที่ปลูกในบ้านเราให้ผลผลิตภายใน 3 ปี แต่ที่ประเทศจีนใช้เวลานานถึง 5 ปี จึงเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ เกษตรกรเองสามารถเก็บเมล็ดชาได้ต่อเนื่องไปจนถึงต้นชาน้ำมันอายุ 30 ปี ปี 2555 มีผลิตภัณฑ์ชาน้ำมันออกจำหน่าย 15,000 ขวด และในปี 2556 มีแนวโน้มว่าจะได้มากขึ้นเป็น 2 เท่า จนถึงปัจจุบันนี้ ศูนย์วิจัยฯ ได้มีผลิตภัณฑ์จากน้ำมันชา ดอกทานตะวัน และผลิตภัณฑ์จากพืชน้ำมันหลายประเภท ภายใต้เครื่องหมายผลิตภัณฑ์ “ภัทรพัฒน์” จำหน่ายที่บริเวณร้านเมล็ดชา ซึ่งเป็นจุดบริการแก่ผู้ที่เข้าไปศึกษาดูงาน การพักผ่อนและท่องเที่ยว อีกทั้งมีสูตรอาหารพระราชทานจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่มีส่วนผสมของน้ำมันชา นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยฯ เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจ สถานที่ออกกำลังกาย เป็นแหล่งศึกษาดูงานเกี่ยวกับพืชน้ำมันและเป็นแหล่งท่องเที่ยวใกล้ตัวเมืองของอำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

สนใจติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาชาน้ำมันและพืชน้ำมัน เลขที่ 888 ถนนพหลโยธิน ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย 57130 โทรศัพท์ 0-5373-4140-2 , 0-5373-4440

นิวัตร ธาตุอินจันทร์/รายงาน

 

วันที่ 7/12/2556 เวลา 9:05 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘นัท-อั้ม’เตียงยังแข็งมีทะเลาะแค่ลิ้นกับฟัน [23/08/2557]
แต่งกันยังไม่ถึงปี “อั้ม อธิชาติ” กับ “นัท มีเรีย” มีข่าวเตียงสั่น โดนเขย่าขาเตียงออกมาอีกแล้ว ทำเอาแฟนคลับต๊กกะใจ เชียร์ให้ทั้งคู่รักกันเนิ่นนาน ราบนิรันดร์ ไม่อยากให้ซ้ำรอยกับ “คู่ดัง” ก่อนหน้านี้ เพราะ “อั้ม-นัท” เหมือนคู่รักพรหมลิขิต “นัท” แก่กว่า 6 ปีแถมเป็นม่ายสาว