วันเสาร์ที่ 01 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

การเมืองเดือด!ถล่มM16บ้านแกนนำม็อบ

กปปส.กรุงเก่าเจอขู่มา 3 ครั้ง ฉลองปีใหม่ราชดำเนินคึกคัก

ม็อบแห่ปาเป้าหน้าปู-ทักษิณ

 

การเมืองเดือด “เอ็ม 16” ยิงถล่มบ้าน “แกนนำ กปปส.กรุงเก่า”-“ ผู้สมัคร ส.ส.เพื่อไทยชุมพร” กปปส.เชื่อพิษการเมืองเล่นงาน อ้างโดนคุกคามมาแล้ว 3 หน ด้าน ตร.รีบลงพื้นที่สอบเหตุยิง “การ์ดคปท.” กลางดึก แพทย์เผยโดนยิงปอด ผ่าตัดแล้วปลอดภัย “ศูนย์เอราวัณ” สรุปยอดผู้สูญเสียเจ็บ 168 ตาย 3 ขณะที่ “ตั้ม คปท.” รอดคุก ศาลให้ประกัน 1 แสนบาท “บิ๊กแจ๊ด” โต้ไม่ได้อยู่เบื้องหลังยิงม็อบ อ้างมือที่สามป่วน โยนความผิดให้ ตร. ด้าน กปปส.จัด “ปีใหม่” เคาท์ดาวน์ราชดำเนินคึก คนแห่ปาเป้าหน้า “ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ” บี้ ศอ.รส.แจงเหตุปะทะ 5 กรณี ส่วน “ยิ่งลักษณ์” ขอคนไทยกลับรัก-สามัคคี ลั่นอดทนพาชาติสงบสุข ขณะที่ “เพื่อไทย ”โวย กปปส.-ปชป.ปลุกกระแสคนเกลียด “ทักษิณ-ดีเอสไอ-ตร.” หวั่นแกนนำเอาไม่อยู่ กลายเป็นสงครามกลางเมือง

เอ็ม 16 ยิงถล่มบ้าน “แกนนำ กปปส.” อยุธยา

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.56 เวลา 03.30 น. พ.ต.ท.สมยศ คำอยู่ พนักงานสอบสวนชำนาญการพิเศษ สภ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนร้ายนำอาวุธสงครามยิงถล่มอาคารพาณิชย์ เลขที่ 24/2 หมู่ 2 ต.ธนู ตั้งอยู่ริมถนนสายเอเชีย เป็นของนางกัลยาณี จูปรางค์ แกนนำมวลชน กปปส.อยุธยา พังเสียหาย แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้นครึ่ง 3 คูหา ตั้งเป็นสำนักงานตัวแทนบริษัทวิริยะประกันภัย สาขาพระนครศรีอยุธยา อยู่ห่างถนนสายเอเชียประมาณ 30 เมตร ตรวจสอบกระจกหน้าบ้าน ถูกยิงด้วยอาวุธสงคราม (M16) จำนวน 9 รูทะลุทะลวงเข้าด้านในเจาะกำแพงไม้และปูนเสียหายถึงห้องเก็บของด้านหลัง เศษกระจกและข้าวของแตกกระจัดกระจาย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบหัวกระสุนจำนวน 4 หัวจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยนายชีพ สุขมียิ่ง พนักงาน รปภ. ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่าตนได้เข้าเวรเฝ้าบริษัทที่อยู่ติดกันกับที่เกิดเหตุประมาณตี 3 พบรถเก๋ง สีบรอนซ์ทอง ไม่ทราบยี่ห้อและทะเบียนวิ่งวนดูลาดเลาอยู่ประมาณ 3 รอบและตอนเกิดเหตุ ตนนั่งเก้าอี้ มีรถเก๋งจอดบังอยู่คนร้ายมองไม่เห็น คนร้ายขับรถเก๋งมาจอดบนถนนแล้วรูดกระจกยิงเสียงดังเป็นชุด แล้วขับรถมุ่งหน้าไปทาง จ.อ่างทอง-นครสวรรค์ ขณะที่นางกัลยาณี จูปรางค์ แกนนำมวลชน กปปส.อยุธยา บอกว่าเมื่อคืนตอนตีสาม ตนลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำสักพักใหญ่ๆ ได้ยินเสียงปืนและเศษกระจกแตก ตนจึงก้มลงแล้ววิ่งออกมาดูไม่พบรถคนร้าย จึงแจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบส่วนสาเหตุน่าจะมาจากเรื่องการเมืองแน่นอน ที่ผ่านมา ตนถูกคุกคามมา 3 ครั้งแล้ว จึงขอฝากว่า เจ้าหน้าที่ อย่านิ่งเฉย ที่ผ่านมาตามจับคนร้ายไม่ได้ครั้งนี้เล่นแรงใช้อาวุธสงครามไม่เกรงกลัวกฎหมาย กล้องวงจรปิดมีเกือบ 10 ตัว ตำรวจมาตรวจสอบได้หรือตรวจกล้องตามเส้นทาง ก็ต้องพบเป็นรถยี่ห้ออะไร ทะเบียนอะไรแน่นอน

บ้านผู้สมัคร พท.ชุมพรก็โดนยิง

วันเดียวกัน เวลา 00.30 น. ร.ต.ท.ธนเทพ สุวรรณ ร้อยเวร สภ.เมืองชุมพร รับแจ้งเหตุจาก ดร.ทนายเสือธนพล สุขปาน อายุ 45 ปี ว่าถูกคนร้ายใช้อาวุธสงครามยิงถล่มบ้านพัก เลขที่ 99/1 หมู่ 2 ต.นาทุ่ง อ.เมือง จ.ชุมพร ที่เกิดเหตุ เป็นบ้านปูนชั้นเดียว ติดริมถนนเฉลิมพระเกียรติ เบื้องต้นพบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 ตกเรียงรายอยู่จำนวน 4 ปลอก หน้าบ้าน ตรงกระจกหน้าต่างถูกกระสุนปืนยิงทะลุเป็นรู 3 รู และที่ฝาบ้านอีก 3 รู ส่วนที่พื้นปูนพบหัวกระสุนทองแดงสภาพบี้แบนไม่ทราบขนาด ตกอยู่ 2 หัว บริเวณผนังห้องพบรอยกระสุนปืนที่ทะลุมาจากกระจกหน้าต่างเจาะเป็นรู 3 รู จึงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน รวมรอยกระสุนปืนที่ยิงถูกตัวบ้านจำนวน 6 นัด จากการสอบสวน ดร.ทนายเสือธนพล สุขปาน เจ้าของบ้าน ทราบว่า ปัจจุบันมีอาชีพเป็นทนายความ และกำลังจะลงสมัคร ส.ส.เขต 1 จ.ชุมพร ในนามพรรคเพื่อไทย โดยก่อนเกิดเหตุประมาณ 4 ทุ่มเศษ ขณะที่ตนเองกำลังนั่งพูดคุยโทรศัพท์อยู่กับผู้บริหารพรรคเพื่อไทยคนหนึ่งที่ โทรมาจากกรุงเทพฯ อยู่บริเวณโต๊ะกินข้าวข้างบ้านห่างจากตัวบ้านประมาณ 5 เมตร ส่วนภายในบ้านมีภรรยา ลูก 2 คน อายุ 2 ขวบ กับ 4 ขวบ และหลานๆ อีก 5 คน จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงปืนดังกึกก้องจำนวนหลายนัดมาจากประตูรั้วหน้าบ้าน เมื่อเสียงปืนสงบตนตั้งสติได้ จึงวิ่งเข้าบ้านไปหยิบอาวุธปืนลูกซอง 5 นัดออกมา ประกอบกับเหลือบไปเห็นคนร้าย 2 คน กำลังขึ้นรถ จยย.ขี่หลบหนีพอดี จึงยิงปืนไล่หลังไปจำนวน 5 นัด แต่ไม่ถูกคนร้าย ก่อนที่จะโทรศัพท์แจ้งให้ตำรวจทราบ

“ดีเอสไอ” นำตัว “ตั้ม คปท.” ขอศาลฝากขัง

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. เวลา 09.30 น. พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่ง พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้นำตัว นายพิชิต ไชยมงคล โฆษกกลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) มายังศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เพื่อขออำนาจฝากขัง โดยคำร้องต่อศาลของดีเอสไอระบุว่า ตำรวจได้จับกุมผู้ต้องหาได้ที่ห้างสรรพสินค้า ถนนศรีนครินทร์ กทม. แล้วแจ้งข้อกล่าวหาว่าร่วมกันกับพวก 10 คนขึ้นไปใช้กำลังขู่เข็ญประทุษร้ายก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง ร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการในเวลากลางคืน ทำให้เสียทรัพย์ ตามกฎหมายอาญามาตรา 215, 365, 358 ประกอบ 83 และ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคง มาตรา 24 พฤติการณ์คือเมื่อวันที่ 24 พ.ย.56 เวลากลางคืน ผู้ต้องหากับพวกได้ร่วมกันบุกรุกกระทรวงการต่างประเทศ ถนนพระราม 5 ในเวลากลางคืน โดยมีรถขยายเสียงและนำมวลชนบุกพังประตูเข้าไป โดยเจ้าพนักงานตำรวจได้ผลักดันไม่ให้เข้าไป แต่ผู้ต้องหากับพวกสามารถเข้าไปในกระทรวงการต่างประเทศสำเร็จ และทำให้ทรัพย์สินบางส่วนได้รับความเสียหาย พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้รับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ ทำการควบคุมผู้ต้องหามาครบ 48 ชั่วโมงแล้ว แต่ยังสอบสวนไม่เสร็จสิ้น ต้องทำประวัติ พิมพ์ลายนิ้วมือและสอบสวนพยานอื่นๆ จึงขออำนาจศาลฝากขังเป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 31 ธ.ค.ถึง 11 ม.ค.57 พร้อมขอคัดค้านการประกันตัว ศาลรับคำร้องไว้พิจารณาต่อไป

ศาลให้ประกัน “พิชิต” 1 แสน

ด้านนายสุวัตร อภัยภักดิ์ ทนายความกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 6 แสนบาทขอประกันตัว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล และเตรียมฟ้องกลับพนักงานสอบสวนดีเอสไอข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เนื่องจากเห็นว่า ดีเอสไอ กลั่นแกล้งไม่ยอมให้ประกันตัวนายพิชิตในชั้นพนักงานสอบสวน โดยอ้างว่าอัยการไม่อยู่จึงไม่สามารถพิจารณาให้ประกันได้ อย่างไรก็ตาม ต่อมาในเวลา 11.00 น. ศาลอาญา รัชดาฯ มีคำสั่งภายหลังศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวนายพิชิต โดยตีราคาประกัน 1 แสนบาท เนื่องจากศาลเห็นว่า คดีนี้แม้พนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว แต่ข้อหาในคดีไม่ร้ายแรง อัตราโทษไม่สูง ประกอบกับผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ พิเคราะห์พฤติการณ์ในคดีแล้ว ผู้ต้องหาไม่มีพฤติการณ์หลบหนี จึงอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว โดยกำหนดเงื่อนไขห้ามกระทำการใดๆ ยุยงปลุกปั่นหรือก่อให้เกิดอันตราย หรือก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง

ตร.สอบลอบยิง “การ์ด คปท.” กลางดึก

วันเดียวกัน เวลา 11.30 น. พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.ดุสิต พร้อมด้วย พ.ต.ท.จารุภัชร ทองโกมล รอง ผกก.สส. และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เข้าตรวจสอบที่จุดเกิดเหตุคนร้ายขับรถยนต์ใช้อาวุธปืนยิง นายปกเกศ บุญยก อายุ 43 ปี การ์ด คปท.ได้รับบาดเจ็บสาหัส เหตุเกิดที่แยกมิสกวัน ถ.ราชดำเนินนอก แขวงและเขตดุสิต กทม. เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยพ.ต.ท.จารุภัชร ทองโกมล รอง ผกก.สส. กล่าวว่า สำหรับการสอบสวนพยานผู้เห็นเหตุการณ์ทราบว่า ช่วงก่อนหน้าเกิดเหตุนั้นบริเวณดังกล่าวเป็นทางเข้าพื้นที่การชุมนุม ต่อมาช่วงเวลาประมาณ 00.10 น. ได้มีเสียงคล้ายกับเสียงปืนดังขึ้นจำนวนหลายนัด ส่วนคนร้ายได้ใช้รถยนต์ยี่ห้อฟอร์จูนเนอร์ ไม่ทราบสีและเลขทะเบียน เป็นพาหนะในการก่อเหตุครั้งนี้ โดยคนร้ายใช้เส้นทางแยกวังแดงเข้ามาลงมือก่อเหตุและย้อนกลับออกไปเส้นทางเดิม อย่างไรก็ตามเบื้องต้นจะทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดอย่างละเอียด อีกทั้งประสานไปยังหัวหน้าการ์ดผู้เห็นเหตุการณ์เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมก่อนติดตามหาตัวคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุกลางเมืองในครั้งนี้

เผยถูกยิงปอด-ผ่าตัดแล้ว

ที่โรงพยาบาลสงฆ์ น.พ.ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหาสาธารณภัยด้านการแพทย์และสาธารณสุข กรณีชุมนุมทางการเมือง กระทรวงสาธารณสุข (ส่วนหน้า) แถลงถึงเหตุการณ์ยิงผู้ชุมนุมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ว่า จากการรายงานพบผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เป็นชายอายุ 43 ปี ถูกยิงเข้าที่ปอด นำส่ง รพ.รามาธิบดี ขณะนี้แพทย์ได้ทำการผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว อาการถือว่าปลอดภัย สำหรับจำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บและเจ็บป่วยจากเหตุชุมนุมขณะนี้มีทั้งหมด 171 ราย แบ่งเป็นผู้ได้รับบาดเจ็บ 170 ราย ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 23 ราย และเป็นเจ็บป่วยทั่วไปอีก 1 ราย ส่วนผู้เสียชีวิตมีทั้งหมด 3 รายเช่นเดิม

สรุปยอดเจ็บ 168 ตาย 3

ด้านศูนย์เอราวัณ กรุงเทพมหานคร สรุปยอดผู้บาดเจ็บตั้งแต่เมื่อวันที่ 26-30 ธ.ค. ข้อมูลเมื่อเวลา 11.00 น. ว่า ผู้บาดเจ็บทั้งหมดมีทั้งสิ้น 168 ราย เสียชีวิต 3 ราย ยังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 22 ราย แบ่งเป็นเหตุปะทะที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อวันที่ 26 ธ.ค. มีผู้บาดเจ็บ 160 ราย เป็นผู้ชุมนุม 109 ราย ตำรวจ 51 ราย เสียชีวิต 2 ราย เป็นผู้ชุมนุมและตำรวจอย่างละราย ยังพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 18 ราย เหตุถูกยิงที่สะพานชมัยมรุเชฐ วันที่ 28 ธ.ค. มีผู้ชุมนุมบาดเจ็บ 3 ราย เสียชีวิต 1 ราย พักรักษาตัวในโรงพยาบาล 2 ราย เหตุระเบิดหน้ากองทัพบก ถ.ราชดำเนิน วันที่ 29 ธ.ค. มีผู้ชุมนุมบาดเจ็บ 4 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต พักรักษาตัวในโรงพยาบาล 1 ราย และเหตุยิงที่สะพานชมัยมรุเชฐ วันที่ 30 ธ.ค. มีผู้ชุมนุมบาดเจ็บ 1 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะนี้ยังคงพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล

“บิ๊กแจ๊ด” อ้างมือที่สามยิง-โยนผิดให้ ตร.

ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เปิดเผยกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะเลขาธิการ กปปส. ระบุว่า ผบช.น.เป็นคนอยู่เบื้องหลังเหตุรุนแรงที่ตำรวจกระทำใส่กลุ่มผู้ชุมนุม และเหตุมือมืดก่อเหตุระดมยิงปืนเข้าใส่กลุ่ม คปท.ว่า ไม่เป็นเรื่องจริง และไม่ได้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์รุนแรงอะไรทั้งสิ้น เหตุยิงหรือเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้ชุมนุมในห้วงนี้ จริงๆ แล้วตำรวจก็พยายามประสานกับกลุ่มผู้ชุมนุมเพื่อขอตั้งด่านตรวจ หรือให้ตั้งด่านร่วมกันก็ได้ แต่มันก็ไม่มีเพราะทางกลุ่มผู้ชุมนุมก็ไม่ยินยอม เนื่องจากเกรงกลัวตำรวจว่าจะไปทำอะไร และพอมีเหตุคนร้ายยิงเข้าใส่ขึ้นมาก็เป็นเรื่อง บอกตามตรงว่าขณะนี้กังวลมาก เพราะทุกคนเป็นคนไทยด้วยกัน มันไม่น่าจะมาทำอะไรที่รุนแรงถึงกับฆ่ากันเช่นนี้ ไม่อยากให้บรรยากาศแบบนี้มันเกิดขึ้น ตามความเห็นของตนเองจากเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นตั้งแต่ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ตามมาด้วยเหตุที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง ทั้งสองเหตุมีคนตายไปทั้งสองฝ่าย ตนถึงบอกว่ามีมือที่สามเข้ามาสร้างสถานการณ์ เพียงแต่ช่วงนี้มีกระแสตำรวจออกมามากในสังคม ทุกคนเลยโยนความผิดมาให้ตำรวจว่าก่อเหตุ ต้องคิดดีๆ ว่า มาโยนความผิดให้ตำรวจทำไม เสียสติไปแล้วกันหรือไง ตนพูดก็ในฐานะคนกลาง เหตุจริงๆ ที่เกิดขึ้นตนยืนยันได้ว่าตำรวจไม่ได้ทำหรอก แต่มีมือที่สามที่เข้ามาก่อเหตุและโยนความผิดมาให้ตำรวจ

กปปส.จี้ ศอ.รส.แจงใครยิงม็อบ

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่เวทีราชดำเนิน นายเอกณัฐ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. แถลงว่า หลังจากช่วงที่ผ่านมาได้เกิดเหตุความรุนแรงจนมีการบาดเจ็บและสูญเสียชีวิต และทางเราได้มีการตั้งข้อซักถามไปถึง ศอ.รส. สตช.และรัฐบาล แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการตอบกลับมา ทาง กปปส.จึงถือโอกาสรวบรวมประเด็นทั้งหมดที่ กปปส. และมวลมหาประชาชนต้องการคำตอบจากนายกฯ ผบ.ตร. และ ผอ.ศอ.รส.ดังนี้ 1.เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ ม.รามคำแหง ทำให้นักศึกษาต้องเสียชีวิต 2.เหตุความรุนแรงที่เกิดขึ้นที่ศูนย์ เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง โดยเฉพาะในส่วนนี้ ประเด็นหลักการปรากฏตัวของชายชุดดำ, ภาพคลิปชายแต่งกายคล้ายตำรวจ มาทุบรถอาสาพยาบาล แต่มีความพยายามจาก ศอ.รส ที่พยายามป้ายความผิดใช้มวลมหาประชาชน และมีแต่คำชี้แจงจาก พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ที่อ้างว่า ชายชุดดำคาดว่าเป็นมือที่สาม แต่ไม่มีรายละเอียดจาก ผอ.ศอ.รส. 3. ที่สำคัญคือการใช้อาวุธสงครามเอ็ม 16 ยิงกราดใส่ผู้ชุมนุมที่บริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ ที่ทำให้ผู้ชุมนุมต้องเสียชีวิตทั้งที่มีการตั้งด่านของตำรวจเต็มพื้นที่ และยังสามารถหลบหนีไปได้โดยไม่ถูกจับกุม ประเด็นที่ 4.การเกิดเหตุการณ์ยิงอาวุธปืนเข้าใส่ผู้ชุมนุม มีการยิง โยนระเบิดประทัดยักษ์ ตั้งแต่ช่วงก่อนเที่ยงคืน มีการยิงอาวุธปืนใกล้แยกมิสกวัน นอกจากนี้ ในส่วนแยกมิสกวัน ยังมีการโยนระเบิด คาดว่าอาจจะมีการยิงเอ็ม 79 ใส่ 4 จุด คือแยกผ่านฟ้า, แยก จปร., แยกมิสกสัน และแยกนางเลิ้ง โดย 4 จุดดังกล่าวเป็นพื้นที่รอบสถานที่ชุมนุม เราต้องการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ความเข้มงวดดูแลความปลอดภัยให้กับผู้ที่มาร่วมกิจกรรมกับ กปปส. คปท. และ กปท. และต้องการให้เจ้าหน้าที่จับคนผิดมาลงโทษให้ได้ ส่วนประเด็นสุดท้ายคือการที่มีกลุ่มคนเข้าไปคุกคาม และประทุษร้ายต่อแกนนำที่ปรึกษา คปท.คือ นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่เวลานี้ ยังไม่มีคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย เข้าไปการทำการจับกุม หรือ เป็นบุคคลที่เข้าไปประทุษร้ายเอาชีวิตต่อนายนิติธร ทั้งนี้ 5 ประเด็นเป็นประเด็นที่มวลมหาประชาชนต้องการคำตอบ

ม็อบแห่ปาเป้า “ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์-ธาริต”

นายเอกณัฐ ยังกล่าวถึงการจัดกิจกรรม ปีใหม่ ของ กปปส.ว่า การจัดกิจกรรมในครั้งนี้เรียกว่า งานปีใหม่ของมวลมหาประชาชน ความรักความหวัง และพลังชีวิต ซึ่งในวันนี้ เราก็จะจัดกิจกรรม 2 เวทีหลัก คือ 1.เวทีอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยจะเป็นเวทีปราศรัย ของบรรดาแกนนำ โดยจะมีการสวดมนต์ในเวลา 23.30 น.จัดกิจกรรม เคาท์ดาวน์ การกล่าวอวยพร โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขา กปปส. 2.เวทีเฉพาะกิจหน้าสมาคมนักข่าว ใกล้สี่แยกคอกวัว เป็นเวทีสำหรับการแสดงกิจกรรม อาทิ การแสดงวงดนตรีลูกทุ่ง มายากล ลิเก หนังตะลุง นอกจากการแสดงแล้วยังมีการจัดถนนคนเดิน โดยมีการนำชิงช้าสวรรค์ บ้านลม ซุ้มยิงตุ๊กตา สาวน้อยตกน้ำ โดยการจัดงานจะจัดอย่างต่อเนื่องยาวไปจนถึงวันที่ 1 ม.ค. 2557 ด้วย ทั้งนี้สำหรับบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มกปปส. เป็นไปอย่างคึกคัก โดยผู้ชุมนุมเริ่มทยอยเที่ยวชมการจัดกิจกรรมปีใหม่ ส่วนกิจกรรมที่ผู้ชุมนุมให้ความสนใจคือการปาเป้ารูปใบหน้าบุคคลของรัฐบาล อาทิ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.

“ยิ่งลักษณ์” ขอคนไทยกลับปรองดอง

เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. เฟซบุ๊ค น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม “Yingluck Shinawatra”ได้เผยแพร่ข้อความอวยพรปีใหม่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ระบุว่า ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ปี2557 ดิฉันขอให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนร่วมจิตร่วมใจ ร่วมขอพรเพื่อให้คนไทยได้กลับมารักและสามัคคีกัน ให้ผู้ที่มีความคิดเห็นขัดแย้งไม่ว่าจะมีอุดมการณ์ทางการเมืองหรือความเชื่อที่แตกต่าง ได้หันหน้าเข้ากัน เพื่อบ้านเมืองของเราจะได้มีทางออกที่สันติ

และดิฉันขอยืนยันต่อพี่น้องประชาชนคนไทยว่า ดิฉันจะตั้งใจทำงานอย่างไม่ย่อท้อ จะอดทน ท่ามกลางสถานการณ์ช่วงนี้ ในขณะเดียวกันดิฉันจะทำงานอย่างหนักเพื่อให้เกิดความสามัคคีปรองดอง และปกป้องรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ อย่างสุดความสามารถ สุดท้ายนี้ ดิฉันขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย ตลอดจนพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระบรมราชินีนาถ คุ้มครองคนไทยให้อยู่รอดปลอดภัย สุขภาพพลานามัยสมบูรณ์ คิดหวังสิ่งใดให้สมปรารถนา และดลบันดาลให้ประเทศชาติสงบสันติเพื่ออนาคตของลูกหลานไทยทุกคน

พท.จี้กทม.-กสม.เล่นงาน “สุเทพ” ปิด กทม.

ที่พรรคเพื่อไทย นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ในโอกาสปีใหม่ 2557 พรรคเพื่อไทย ขอเชิญชวนองค์กรการเมืองทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ยุติและหยุดสร้างวาทกรรมแห่งความเกลียดชัด โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ และ กปปส. ที่มีการจ้างเอเจนซี่มาช่วยวางระบบการสร้างความเกลียด เริ่มจากให้เกลียด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และล่าสุดคือตำรวจ และพยายามสร้างความเกลียดชังต่อประชาชนที่เห็นต่างทางการเมืองจากขั้วของตัวเอง พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องทุกฝ่ายช่วยกันยุติและระงับ ยับยั้งการสื่อสารความเกลียดชัง ความรุนแรงต่างๆ เพราะเกรงว่าเมื่อถึงจุดๆ หนึ่งหากแกนนำไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ และจะนำไปสู่สงครามกลางเมืองได้ เหมือนกับประเทศรวันดาที่มีการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์เกิดขึ้น ส่วนที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขา กปปส.ประกาศปิดกรุงเทพฯ และไล่ผู้ที่ทนไม่ได้ให้ออกจากกรุงเทพฯนั้น ถือเป็นการข่มขู่คุกคามคนที่เห็นต่าง ซึ่งเป็นการกระทำที่อุกอาจและท้าทายกฎหมาย จึงถามไปถึง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ว่ามีความเห็นอย่างไร การประกาศเช่นนี้ถือเป็นการลิดรอนสิทธิของคนอื่น โดยไม่สนใจว่าจะกระทบสิทธิคนอื่นหรือไม่ ซึ่งความรุนแรงครั้งนี้ต่างจากเมื่อปี 2548 ที่แม้ พรรคประชาธิปัตย์บอยคอต แต่ยังปล่อยให้เลือกตั้ง แต่ครั้งนี้ก่อจลาจลขัดขวางการเลือกตั้ง ทำร้ายผู้สมัครและขู่ทำร้ายผู้ใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ตนอยากบอกว่า กปปส. มีสิทธิ์คัดค้านไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้งได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ทำร้ายคนที่เห็นต่างและต้องการจะไปใช้สิทธิ์ ทั้งนี้ขอฝากไปถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ออกมาวิจารณ์ป้ายหาเสียงของพรรคเพื่อไทย ลอกแนวคิดของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าตนจะนำเรื่องปรึกษาฝ่ายกฎหมายว่าการพูดลักษณะดังกล่าว เข้าข่ายผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่

“มาร์ค” ชมคนไทยตื่นตัวต้านโกง

ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ในรายการฟ้าวันใหม่ ทาง Blue Sky Channel ถึงสถานการณ์การเมืองตลอดปี 2556 ว่า ครึ่งปีหลังที่ผ่านมาและใน 2-3 เดือนสุดท้ายเรามองเห็นความตื่นตัวของประชาชนชนิดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน คือ การต่อต้านคอรัปชั่น โดยเฉพาะการออกกฎหมายล้างผิดให้กับคนโกงนี้ถือว่า เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นในการเมืองไทย เพราะหลายคนไม่เคยสนใจการเมืองมาก่อนด้วยซ้ำ แต่กลายเป็นมาถึงจุดที่บอกว่าไม่ไหวแล้ว การกระทำในเรื่องของกฎหมายนิรโทษกรรมนี้มันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้ ต่อมาเมื่อการชุมนุมได้รับการสนับสนุน ขยายตัวมากขึ้นก็มีการพลิกตรงนี้มาสู่การแสดงออกถึงความต้องการการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ยอมรับสิ่งเดิมๆ อีกต่อไป แล้วก็มาสู่การเรียกร้องให้มีการปฏิรูป เพราะฉะนั้น ปี 2557 ตนก็เขียนเอาไว้ว่า จะต้องเป็นปีแห่งการปฏิรูป ถ้าเป็นจริง มันเริ่มต้นจากปี 56 ก็ไม่อยากให้มองทุกอย่างแย่ แต่ก็รู้ว่า ถึงขณะนี้หลายคนก็กังวลว่าการต่อสู้ของประชาชนจะได้รับชัยชนะหรือไม่ อะไรจะเกิดขึ้น แน่นอนว่าความรุนแรงที่เกิดขึ้นทุกคนก็มีความกังวลใจ แต่ว่าในด้านดีก็คือ มวลมหาประชาชนและจิตสำนึกที่ถูกปลุกขึ้นมาแล้วของคนไทย ว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ปี 57 นำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีได้

ปชป.จวก ตร.ไม่สนใจหาคนร้าย

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงถึงเหตุการณ์ที่มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บ เมื่อคืนที่ผ่านมาอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์มีความเป็นห่วงเพราะขณะนี้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ และความรุนแรงไม่ได้เกิดจากผู้ชุมนุม แต่กลับไม่มีการสืบหาข้อเท็จจริงว่ากลุ่มบุคคลที่ปรากฏตัวอยู่ในพื้นที่ของรัฐเป็นใคร ทั้งที่เห็นได้อย่างชัดเจนว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวออกมาทำร้ายทั้งผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งประชาชนมีสิทธิ์ตั้งข้อสงสัยได้ว่า ปกติบริเวณสะพานชมัยมรุเชฐ จะมีด่านตรวจตั้งรอบบริเวณ แต่หลังจากเกิดเหตุรุนแรงที่ศูนย์กีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดงแล้วด่านตรวจหายไป เป็นการเปิดโอกาสให้มีผู้เข้ามาก่อการยิงประชาชนในที่ตั้ง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ รัฐบาล ผู้บริหารที่มีอำนาจ และเจ้าหน้าที่รัฐจะต้องดำเนินการป้องกัน และหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ แต่หากผู้บริหารระดับสูงไม่สนใจ และผู้บังคับบัญชาระดับสูงของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สนใจสืบสวนหาข้อเท็จจริง ก็อาจมีการตั้งข้อสงสัยได้ว่ามีการสมรู้ร่วมคิดกัน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกับประชาชนมีข้อขัดแย้งกัน จึงขอเรียกร้องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูง ให้เร่งสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริง หาตัวคนผิด รวมถึงกรณีมีผู้เข้าไปยิงในพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม คปท. ช่วง 2-3 คืนที่ผ่านมา และกลุ่มชายชุดดำบนดาดฟ้าอาคารกระทรวงแรงงานให้เร็วที่สุด ก่อนที่ปัญหาจะบานปลาย

“ป๋าเปรม” เปิดบ้าน “ปู” นำ “เหล่าทัพ” อวยพรปีใหม่

พล.ท.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ ในฐานะนายทหารคนสนิท พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เปิดเผยว่า วันที่ 2 ม.ค.57 เวลา 09.00 น. พล.อ.เปรม จะเปิดบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ให้บุคคลใกล้ชิด ทหาร ตำรวจ หน่วยงานข้าราชการ ภาคเอกชน และบุคคลทั่วไปเข้ามาอวยพรในวันปีใหม่ 2557 ทั้งนี้มีรายงานว่า ในวันที่ 1 ม.ค.57 น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมช.กลาโหม นำ พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ และ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะและขอรับพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ 2557 เป็นการส่วนตัว โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนทำข่าวแต่อย่างใด

จากนั้น เวลา 10.30 น. ผู้บัญชาการทหารสูงสุด จะเป็นตัวแทน ผบ.เหล่าทัพ อวยพรปีใหม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ที่สโมสรทหารบก เทเวศร์ ทั้งนี้เป็นที่น่าจับตาว่า การเดินทางเข้าพบ พล.อ.เปรม ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ และ ผบ.เหล่าทัพครั้งนี้อาจจะมีการพูดคุยถึงปัญหาสถานการณ์ความขัดแย้ง และอาจจะมีการขอคำแนะนำจาก พล.อ.เปรม เพื่อหาทางออกให้กับสถานการณ์บ้านเมือง

วันที่ 1/01/2557 เวลา 6:01 น.



ฤดูฝนปีนี้ไปเที่ยวไหนกันดี

View Results

Loading ... Loading ...



‘อะตอม’ตูมต่อเนื่องเปลี่ยนชื่อดวงพุ่งงานเข้า-เซ็กซี่กว่าเดิม [25/10/2557]
“อะตอม-ภัคจิรา วิศววิสุทธิ์” ที่เข้าวงการแรกๆ ได้ฉายา “อั้ม พัชราภา2” มาแล้ว เพราะใบหน้า ทรงผมคลับคล้ายคลับคลาไม่น้อย แต่พอเข้าวงการมาหลายปี คนเริ่มทักน้อยลง เหตุที่เธอมีบุคลิกเฉพาะตัวเป็นของตัวเอง