วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

“เพิ่ม หงส์ทอง” เกษตรกรตัวอย่างแห่งหมู่บ้านกาเกาะ

ทุ่มเททั้งชีวิต พัฒนาข้าวหอมมะลิจนคว้ารางวัลอันดับ 1

เตรียมต่อยอด “ถั่วพร้า” เป็นพืชเศรษฐ์กิจทางเลือกใหม่

หมู่บ้านกาเกาะ เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่มีประมาณ 600 หลังคาเรือน ตั้งอยู่ที่ตำบลกาเกาะอำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ อยู่ห่างจากตัวเมืองสุรินทร์ไปประมาณ 26 กิโลเมตร เป็นชุมชนที่เงียบสงบยังคงรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีและวิถีชีวิต ดั้งเดิมไว้อย่างเหนียวแน่น อาทิ ประเพณีสงกรานต์, เทศกาล โดนตา (พิธีไหว้วิญญาณบรรพบุรุษในเดือน 10) การแห่นาค การแห่นางแมวเพื่อขอฝนและอื่นๆ มีวัดชัยบุรีเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้าน มีโรงเรียนบ้านกาเกาะแหลมราษฎร์นุเคราะห์เป็นสถานศึกษาประจำหมู่บ้าน มีนายเลิศ มะลิซ้อน หรือกำนันเกี่ยวหญ้าให้วัวเป็นกำนันประจำตำบลและมีนายวัลลภ เจริญศิริ เป็นนายก อบต. โดยนักบริหารชุมชนทั้ง 2 ท่านล้วนมีเลือดเนื้อเชื้อไขของตำบลกาเกาะทั้งสิ้น

ในอดีต (ประมาณ 60-70 ปีที่แล้ว) บ้านกาเกาะรวมทั้งบ้านตาเมาะจัดเป็นหมู่บ้านที่ขาดสิ่งสาธารณูปโภคอย่างสมบูรณ์แบบไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า น้ำประปา หรือสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ ทุกครัวเรือนต้องใช้ตะเกียงน้ำมันก๊าดและฟืนในการหุงหาอาหารส่วนน้ำนั้นเมื่อถึงคราวหน้าแล้งชาวบ้านจะต้องเดินทางไปหาบน้ำระยะทาง 5-6 กิโลเมตรกว่าจะได้น้ำกินน้ำใช้ เพราะฉะนั้นชาวบ้านจึงมีความเป็นอยู่กันอย่างพอเพียง พอมีพอกินและพอใช้ ทุกครัวเรือนยึดอาชีพการทำนาสืบทอดบรรพบุรุษเป็นหลัก ส่วนผลผลิตนั้นมากน้อยขึ้นอยู่กับน้ำฝนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม! ผลผลิตข้าวของชาวนาบ้านกาเกาะนั้นมีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องของข้าวหอมมะลิ และข้าวหอมมะลิของที่นั่นจะมีรสชาติหอมมัน รับประทานกับน้ำพริกปลาร้า หรือแม้ทานกับน้ำปลา (เปล่าๆ) ก็ยังเอร็ดอร่อยกันทั้งครอบครัว เอาน้ำกำลังเดือดปุดๆ จากหม้อดินที่หุงด้วยฟืนกลิ่นข้าวหอมมะลิยังหอมตลบอบอวลไปถึง 3 บ้าน 8 บ้าน (ว่าไปนั่น)

กล่าวโดยสรุป! ข้าวหอมมะลิของหมู่บ้านกาเกาะ, หมู่บ้านตาเมาะกลายเป็นอาหารหลักที่ทุกครัวเรือนนิยมบริโภคกันทุกวันหลังเก็บเกี่ยวแล้วส่วนที่เหลือก็จะเก็บรักษาเป็นเมล็ดพันธุ์ในฤดูกาลใหม่ อีกส่วนแบ่งปันให้กับญาติมิตรหรือบริจาคให้กับวัดชัยบุรีสำหรับหุงหาเลี้ยงต้อนรับผ้าป่าสามัคคี ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกๆ ปี

ปัจจุบัน! แม้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามากมายมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันไม่ต่างไปจากสังคมเมือง แต่ชาวบ้านกาเกาะก็ยังคงรักษามรดกของบรรพบุรุษไว้อย่างเหนียวแน่น คือยังคอยยึดอาชีพทำนาเหมือนเดิมจะเปลี่ยนแปลงไปบ้างก็เฉพาะใช้รถไถนาแทนควายไถนา ใช้รถเกี่ยวข้าวแทนคนเกี่ยวข้าวเท่านั้นเอง

นายเพิ่ม หงษ์ทอง อยู่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 8 ต.กาเกาะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ นับเป็นเกษตรกรอีกคนหนึ่งที่ยึดอาชีพการทำนา หลังเรียนจบชั้นประถมปีที่ 4 เหมือนชาวบ้านทั่วๆ ไป เพราะถือว่าเป็นอาชีพที่อิสระมีเกียรติมีศักดิ์ศรี และสามารถเลี้ยงตนเองกับครอบครัวอยู่รอดปลอดภัยจนถึงทุกวันนี้

ย้อนหลังไปเมื่อ 40-50 ปีที่ผ่านมา นายเพิ่ม หงษ์ทอง เคยประสบปัญหานาข้าวดินแห้งดินเปรี้ยว ดินกระด้าง ส่งผลให้ผลผลิตในนาข้าวลดลงๆ ทุกปี บางปีแทบจะไม่มีข้าวเหลือติดยุ้ง ซึ่งจากการวิเคราะห์แล้วพบว่าการที่ดินในนาข้าวเกิดปัญหาดังกล่าวเนื่องจากชาวบ้านนำปุ๋ยเคมีไปหว่านในนาข้าวนั่นเอง

ต่อมาในปี 2537 เมื่อกรมพัฒนาที่ดิน ประกาศรับสมัคร หมอดินอาสา ตนจึงตัดสินใจเข้าร่วมโครงการทันทีและได้ร่วมกิจกรรมเรื่อยมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็อบรมอาสาปศุสัตว์ ควบคู่ไปด้วยและจัดเป็นเกษตรกรรายแรกของตำบลกาเกาะที่เข้ารับการอบรมโครงการดังกล่าวหลังจากรับประกาศนียบัตร เขาจึงได้นำความรู้มาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันโดยเฉพาะผืนนาเนื้อที่ 220 ไร่ ริมชายป่าโคกเพ็ชรบ้านกาเกาะทำการลองผิดลองถูกมาหลายปี

แต่ในที่สุด! ความพยายามของนายเพิ่ม หงษ์ทอง ก็ประสบความสำเร็จจนได้เมื่อนำข้าวหอมมะลิจากแปลงนาของตนเองจำนวน 1 กำมือ ไปร่วมประกวดข้าวคุณภาพข้าวหอมมะลิประเภทข้าวเปลือก ในงานช่างและงานกาชาดประจำปี 2548 ซึ่งจัดขึ้นโดยกรมส่งเสริมการเกษตรและจังหวัดสุรินทร์ภายใต้การสนับสนุนของกรมพัฒนาที่ดิน

ปรากฏว่า! ข้าวหอมมะลิของนายเพิ่ม หงษ์ทอง ได้รับรางวัลอันที่ 1 จากรางวัลที่ได้รับ! นอกจากสร้างความภาคภูมิใจให้กับครอบครัว ซึ่งมีนางแสวง หงส์ทอง ผู้เป็นศรีภรรยาและบุตรธิดารวม 3 คนแล้วชาวบ้านกาเกาะ บ้านตาเมาะ และใกล้เคียงต่างมาร่วมแสดงความยินดีกับอย่างคับคั่งและถือเป็นเกษตรกรตัวอย่างรายแรกของบ้านกาเกาะที่ได้สร้างชื่อเสียงให้กับชุมชน สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตำบลกาเกาะ

ซึ่ง นายเพิ่ม หงส์ทอง ได้กล่าวถึงรางวัลที่ได้รับว่า ตอนแรกไม่คิดอะไรดอกครับ เพียงแค่นำเคียวไปเกี่ยวข้าวในบริเวณแปลงนาที่ปลูกไว้เท่านั้นโดยไม่ได้ดูว่าตรงไหนงามที่สุด เมื่อได้มาแล้วก็นำไปประกวดในวันรุ่งขึ้นและได้รับรางวัลอย่างเหลือเชื่อ แต่เมื่อมานั่งไตร่ตรองอีกครั้งก็พบว่ารางวัลที่ได้รับนั้นเกิดมาจากการที่ตนเองได้อุทิศทั้งชีวิตพัฒนาบำรุงให้ดินในแปลงนานั่นเองและต้องขอขอบคุณ กรมพัฒนาที่ดินที่มอบโอกาสอันดีในตนได้เป็นหมอดินอาสา

ปัจจุบัน! พันธุ์ข้าวหอมมะลิที่เกิดมาจากน้ำพักน้ำแรงของนายเพิ่ม หงษ์ทอง มีการนำไปเพาะปลูกกันอย่างแพร่ทั้งในจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์ นี่คือ! ผลแห่งความพยายามและการทุ่มเทเอาใจใส่กับงานที่รับผิดชอบอย่างสุดกำลัง สุดท้ายช่วยผลัดดันให้ชื่อเสียงของนายเพิ่ม หงษ์ทอง กลายเป็นพระเอกชาวดินที่มีคนรู้จักทั่วประเทศจากข้าวหอมมะลิ ! นายเพิ่มหงส์ทองไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นล่าสุดได้ใช้พื้นที่นาจำนวน 22 ไร่ หลังเก็บเกี่ยวหันมาปลูก ถั่วพร้า ซึ่งกำลังผลิใบ เจริญงอกงามอย่างเหลือเชื่อ เนื่องจากมีการไถกลบถึง 3-4 รอบ ตามหลักของหมอดินอาสา

ซึ่งนายเพิ่ม หงษ์ทอง กล่าวถึงถั่วพร้าว่า กำลังจะกลายเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ซึ่งจะสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรอย่างงดงามในอนาคตอันใกล้นี้ เป็นพืชที่ทนแล้งได้เป็นอย่างดี และจัดเป็นพืชมหัศจรรย์เนื่องจากสามารถบำรุงดินได้ด้วย ประการสำคัญทำให้ดินร่วนซุย ออกซิเจนสามารถถ่ายเทในชั้นใต้ดิน ช่วยให้รากเจริญเติบโตได้ดี

เมื่อถามว่า! เพราะเหตุใดจึงหันมาเพาะปลูกถั่วพร้า เกษตรกรตัวอย่างแห่งบ้านกาเกาะตอบว่า 1.ประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องปุ๋ยเพราะใช้แค่ 3% เท่านั้น 2.เป็นอาชีพเสริมหลังการเก็บเกี่ยว 3.ตลาดรับซื้อมีแน่นอน คือ อบต.กาเกาะรับซื้อในราคากิโลกรัมละ 15 บาทเพื่อแจกจ่ายให้เกษตรกรต่อไป

ซึ่งคาดว่าปีนี้จะได้ผลผลิตประมาณ 2,000 กิโลกรัม นอกจากนั้นยังทำการผลิตน้ำชีวภาพเพื่อใช้พ่นนาข้าว แปลงถั่วพร้าเป็นการกำจัดแมลงและศัตรูพืชไปในตัว สามารถกำจัดกลิ่นในห้องน้ำห้องสุขาได้เป็นอย่างดี “ในอนาคตผมกำลังจัดทำฟาร์มวัวแทนฟาร์มหมูคือนำแม่พันธุ์วัวมา 12 ตัว เพื่อผลิตลูกวัวขายเดือนละ 1 ตัวเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัวอีกทางหนึ่ง”

ท่านที่สนใจเรียนรู้การทำเกษตรแบบพอมีพอใช้อย่างนายเพิ่ม หงษ์ทอง ติดต่อได้ที่บ้านเลขที่ 13 หมู่ 8 ต.กาเกาะ อ.เมือง จ.สุรินทร์ 08-8721-1026

คนเกษตร/รายงาน

 

 

วันที่ 12/01/2557 เวลา 10:14 น.



เริ่มหนาวแล้วจะไปเทียวที่ไหนกัน

View Results

Loading ... Loading ...



‘เฌอเบลล์’พลิกเซ็กซี่ซุ่มคบหนุ่มนอกวงการ [22/11/2557]
ถือเป็นอีกหนึ่งนางเอกดาวรุ่ง ที่ไม่ว่าจะแสดงละครเรื่องไหนก็จะถูกจับตามองมากๆ ได้รับบทบาท มีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ถึงขนาดได้รางวัล “นักแสดงดาวรุ่งหญิง” เป็นเครื่องการันตี “เฌอเบลล์-ลัลณ์ลลิน เตจะสา เวศซ์” วัย 22 ปี